บทที่ 19 ซานหยางเหมินกลิ่นหอมลอยฟุ้ง
่เที่ยงของวันถัดมา ณ ลานเล็ก ๆ ในบ้านตระกูลหลี่
"ไม้เสียบไส้ผักชิ้นละหนึ่งเหวิน ไม้เสียบไส้เนื้อชิ้นละสองเหวิน ส่วนวัตถุดิบพวกหม่าล่าทั่งเหล่านี้ต้องต้มให้สุกก่อน เมื่อถึงเวลาลูกค้าซื้ออะไรก็สามารถกินได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลา ดังนั้น อย่าลืมเติมวัตถุดิบลงในหม้อตลอดเวลา"
หลี่ฉางอันอธิบายอย่างใจเย็นให้กับทั้งสามคนที่อยู่ข้างกาย ได้แก่ หลิ่วจืออิน เสี่ยวหลาน และเสี่ยวฟาง
"หม้อชนิดนี้ก็เป็เพียงหม้อธรรมดา ส่วนแผ่นเหล็กแบ่งช่องที่อยู่ข้างในนั้น ข้าได้ทำมาหลายชิ้นแล้ว เพียงแค่วางลงในหม้อโดยตรงก็ใช้ได้ เมื่อถึงเวลาก็ผลักรถเข็นพื้นเรียบแบบนี้ ข้ายังได้ทำป้ายไว้ด้วย จำไว้ว่าต้องแขวนไว้บนรถเข็นเล็ก ๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถจำได้ในภายหลัง"
หลี่ฉางอันพูดพลางหยิบป้ายไม้ออกมา
"หว่างฝูจี้?" พวกนางทั้งสามคนมองมาที่หลี่ฉางอัน
"ถูกต้อง ต่อไปพวกเราต้องทำให้ผู้คนในอำเภอหลินทุกคนรู้ว่า อยากกินหม่าล่าทั่งต้องหาหว่างฝูจี้" หลี่ฉางอันกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ขึ้นมาได้ ธุรกิจในอนาคตก็จะดำเนินไปได้ง่าย
ทั้งสี่คนนั่งล้อมวงกัน หลี่ฉางอันสาธิตวิธีการเสียบเนื้อลงไม้ อีกสามคนเข้าใจอย่างรวดเร็ว
พ่อค้าหัวใส…
ดอกกะหล่ำหนึ่งดอก หนึ่งเหวินเงินสามารถซื้อได้เป็กำใหญ่ แต่พอเก็บมาเสียบไม้ดอกกะหล่ำราคาหนึ่งเหวินสามารถเสียบได้ห้าหกไม้
และยังมีหมูสามชั้นเพียงแค่ชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่งของหมูสามชั้นเสียบไม้ ก็ราคาสองเหวินแล้ว
หลิ่วจืออินยังพอทำใจได้ เพราะเื่ซื้อขาดผลซานจาเมื่อไม่นานมานี้ยังอยู่ในความทรงจำ แต่เสี่ยวหลานและเสี่ยวฟางถึงกับอึ้งตะลึงไปเลย
ไม้เล็ก ๆ แบบนี้ จะมีคนซื้อจริง ๆ หรือ
หลี่ฉางอันแยกไม้เล็ก ๆ ที่เสียบเสร็จแล้วใส่ลงในหม้อ
"หม่าล่าทั่งโดยพื้นฐานแล้วสามารถใส่อะไรก็ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นหมู เืหมู รวมถึงบะหมี่แผ่นแป้งทอดก็ได้ทั้งหมด ควบคุมปริมาณให้ดี สำหรับบะหมี่แผ่นแป้งทอดพวกนั้นให้รอจนกว่าลูกค้าจะซื้อก่อนแล้วค่อยใส่ ส่วนอย่างอื่นสามารถใส่ลงไปต้มล่วงหน้าได้เลย เมื่อต้มเสร็จแล้ว ตักขึ้นมาใส่ในชาม ราดน้ำซุปหนึ่งช้อนลงไป ก็พร้อมรับประทานแล้ว"
เวลาผ่านไปเพียงชั่วจิบชาเท่านั้น
หลี่ฉางอันตักห้าไม้ให้คนละชุด ก่อนราดน้ำซุปลงไปเป็ขั้นตอนสุดท้าย แล้วยกไปวางตรงหน้าทั้งสามคน
"ลองชิมดูสิ"
หลิ่วจืออินได้ลิ้มรสความอร่อยของผงไก่ไปแล้วเมื่อวาน และเมื่อ่เช้านี้ก็ได้ชิมหัวเชื้อน้ำซุปด้วย ทำให้นางมีความคาดหวังไว้ในใจ แต่เมื่อได้รับประทานเข้าปากจริงๆ นางก็ยังอดชื่นชมไม่ได้
เสี่ยวหลานและเสี่ยวฟางยิ่งแสดงออกอย่างเกินจริง ทั้งคู่ซดน้ำซุปเสียงดังจนหมดไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
"เป็อย่างไรบ้าง"
"อร่อย! อร่อยจริง ๆ!" เสี่ยวหลานและเสี่ยวฟางหันมาหากัน ทั้งคู่ต่างเห็นประกายในดวงตาของอีกฝ่าย
"ชามนี้ มีสี่ไม้แบบผัก และอีกหนึ่งไม้แบบเนื้อ รวมทั้งหมดหกอีแปะ พวกเ้ากินอิ่มแล้วหรือไม่"
สามคนพร้อมกันส่ายหน้า
นี่มันเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้นเอง!
ฟังดูเหมือนห้าไม้จะมาก แต่ความจริงแล้วก็แค่นั้น ยังไม่ถึงครึ่งอิ่มด้วยซ้ำ
"เว้นแต่ว่าพวกเ้าแค่อยากลองชิมรสชาติเท่านั้น แต่ถ้าอยากกินให้อิ่ม หนึ่งมื้อต้องใช้เงินประมาณยี่สิบอีแปะ” เสี่ยวหลานคำนวณ
หลี่ฉางอันยิ้มถามว่า "พี่สาวคิดว่าการค้าขายสิ่งนี้จะทำได้หรือไม่"
ทั้งสามคนพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง
"หม่าล่าทั่งนี่ดูเหมือนจะทำได้ง่ายมาก ถ้ากิจการเป็ที่นิยมจริง ๆ คนอื่นก็น่าจะเลียนแบบได้ง่ายไม่ใช่หรือ"
เสี่ยวฟางแสดงความกังวล
คราวที่แล้วกับเื่ของถังหูลู่พวกนางได้เห็นทุกอย่างกับตาตัวเอง
ไม่ถึงสามวัน ทั่วทั้งถนนก็เต็มไปด้วยคนขายถังหูลู่ ตอนนี้ถึงขั้นล้นตลาดเลยทีเดียว
ได้ยินมาว่าแต่ละบ้านต่างก็กักตุนผลซานจาไว้ไม่น้อย หวังจะขายให้หมดโดยเร็ว
ถ้ากิจการหม่าล่าทั่งดีจริงอย่างที่ว่า คนที่แอบมาเรียนรู้คงจะทำเป็ได้เร็ว ๆ
"หม่าล่าทั่งดูเหมือนจะทำง่าย แต่อะไรกันแน่ที่เป็กุญแจสำคัญ" หลี่ฉางอันถาม
"ทัพพีสุดท้ายของน้ำซุปหรือ" เสี่ยวหลานถามอย่างไม่แน่ใจนัก
"ถูกต้อง!" หลี่ฉางอันดีดนิ้วโดยอัตโนมัติ
"รสชาติของน้ำซุปนี่แหละที่เป็กุญแจสำคัญ พวกนั้นอยากจะเรียนแต่ก็เรียนไม่ได้ อย่างมากก็เรียนได้แค่เจ็ดส่วนก็เก่งแล้ว ส่วนสูตรสำคัญพวกเขาไม่มี และถ้าหม่าล่าทั่งไม่มีรสชาตินี้ รสชาติก็จะด้อยลงอย่างมาก คนอื่นจะยังซื้ออยู่หรือ ดังนั้นยิ่งมีคนเลียนแบบมาก ยี่ห้อหว่างฝูจี้ของพวกเราก็จะยิ่งโด่งดัง"
หลี่ฉางอันพูดสิ่งเหล่านี้ด้วยท่าทีกระตือรือร้น ทำให้คนทั้งสามที่ฟังอยู่พยักหน้าโดยไม่รู้ตัว
"พี่สาวทั้งสองคนสามารถลองทำหม่าล่าทั่งก่อน เรียนรู้ให้ได้แล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับไปเตรียมตัว วันมะรืนเริ่มขายหม่าล่าทั่ง"
หม่าล่าทั่งคือการต้มอาหารจนสุกแล้วราดด้วยซุป
เสี่ยวหลานและเสี่ยวฟางล้วนเป็คนทำงานบ้าน จึงไม่มีความยากลำบากอะไรเลย
แค่ตอนที่ผสมซุปเท่านั้นที่ใช้เวลาไปเล็กน้อย
แต่พวกนางก็สามารถเรียนรู้ทั้งหมดได้ภายในครึ่งชั่วยาม
ก่อนออกไป หลี่ฉางอันไม่ลืมที่จะกำชับ
"ถึงเวลาก็จัดโต๊ะเพิ่มอีกตัว และเตรียมชามให้พร้อม คนเดียวอาจจะทำไม่ไหว พี่เสี่ยวหลานพี่เสี่ยวฟางตอนแรกพวกเ้าอาจจะต้องช่วยกันทำงานสองคนก่อน รอให้ชำนาญแล้วค่อยว่ากันอีกที"
ช่วยไม่ได้นี่นะ ตอนนี้ยังไม่มีชามและตะเกียบแบบใช้ครั้งเดียว ไม่เช่นนั้นคงสะดวกกว่านี้อีก
"เอ่อ… เื่หม่าล่าทั่งนี่ จะแบ่งกันอย่างไรดี" เสี่ยวหลานถามอย่างเกรงใจ
ไม่ว่าจะเป็ถังหูลู่หรือหม่าล่าทั่งล้วนเป็ความคิดของหลี่ฉางอันทั้งสิ้น อีกทั้งตอนนี้กิจการถังหูลู่ทั้งหมดก็มอบให้พวกนางแล้ว
ส่วนหม่าล่าทั่งนี้ก็เช่นกัน ถ้าไม่มีหลี่ฉางอันพวกนางก็ทำไม่ได้ การหาเงินแบบนี้ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
"สำหรับเื่หม่าล่าทั่งในครั้งนี้ วัตถุดิบสองพี่สาวเตรียมเองได้ ส่วนหม้อและเตาอะไรพวกนั้นก็มอบให้พี่สาวไปแล้ว ทุกวันแค่ต้องมารับหัวเชื้อน้ำซุปประจำวันจากพี่สะใภ้ของข้าก็พอ"
หลี่ฉางอันหยิบกล่องอาหารดินเผาออกมา ข้างในมีหัวเชื้อน้ำซุปที่ต้มเสร็จแล้วบรรจุอยู่
"หนึ่งกล่องเป็ปริมาณสำหรับหนึ่งวัน ราคาแปดร้อยอีเหวิน ที่เหลือก็เป็กำไรของสองพี่สาว"
หนึ่งกล่อง แปดร้อยอีเหวิน!
เสี่ยวหลานเสี่ยวฟางถึงกับตะลึงทันที
หลิ่วจืออินก็เบิกตากว้าง มองไปที่หลี่ฉางอัน ในสายตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
นี่… นี่มันแพงไปหรือไม่!
เสี่ยวหลานกับเสี่ยวฟางรู้สึกกังวลในใจทันที
"ฉางอัน… ไม่ใช่ว่าพวกข้าไม่เชื่อใจเ้า แต่… แต่หัวเชื้อน้ำซุปนี้มันเป็..."
หลี่ฉางอันวางกล่องอาหารลง
"อย่างนี้ก็แล้วกัน วันแรกของการขายหม่าล่าทั่ง ข้าจะไม่เอาเงินสักเหรียญ หลังจากวันแรกผ่านไป ถ้าพี่สาวทั้งสองรู้สึกว่ากิจการนี้ทำได้ ก็ค่อยมาหาพี่สะใภ้ของข้าภายหลัง ตกลงไหม"
เสี่ยวหลานมองไปที่เสี่ยวฟาง ทั้งสองพยักหน้าอย่างเก้อเขินเล็กน้อย
หลังจากทั้งสองคนจากไป หลิ่วจืออินรีบปิดประตูแล้วถามด้วยเสียงเบา
"น้องรอง หนึ่งกล่องหัวเชื้อน้ำซุปราคาแปดร้อยอีเหวินหรือ! พวกเราทำไปสิบกล่อง รวมทั้งหมดเสียไปเพียงหกสิบอีเหวินเท่านั้นนะ"
สิ่งที่ใช้เงินเพียงหกสิบอีเหวินทำออกมา ตามการคำนวณของน้องสามี สามารถขายได้แปดร้อยอีเหวินหรือก็คือแปดตำลึงเงิน
มันสามารถทำกำไรได้มากขนาดนั้นเลยหรือ!?
หลี่ฉางอันกล่าวเบา ๆ ว่า
"พี่สะใภ้ ท่านคิดว่าถ้าไม่มีข้าทำหัวเชื้อน้ำซุปออกมา ธุรกิจหม่าล่าทั่งนี้จะยังทำได้อยู่หรือไม่ สิ่งมีค่าไม่ใช่ขิง หอมใหญ่ โป๊ยกั๊ก หรือเครื่องปรุงเ่าั้ ไม่ใช่ผักเขียว หมูสามชั้น หรือส่วนประกอบอาหารพวกนี้ สิ่งที่มีค่า… อยู่ตรงนี้"
หลี่ฉางอันชี้ไปที่ศีรษะของตัวเอง
…
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปอย่างไม่เร่งรีบ
สองวันต่อมา
เสี่ยวหลานและเสี่ยวฟางต่างคนต่างเข็นรถเข็นพื้นเรียบมาถึงซานหยางเหมิน
"เฮ้! วันนี้เตรียมขายอะไรกันหรือ ทำไมไม่เห็นถังหูลู่ผลไม้รวมนั่นล่ะ"
คนจากแผงข้าง ๆ เข้ามาถาม
"ตอนนี้ทั้งถนนขายถังหูลู่กันหมดแล้ว ของพวกเ้านั้นขายได้ดีกว่าหน่อยนะ"
เสี่ยวฟางตั้งโต๊ะเล็ก ๆ ให้เรียบร้อย แล้วจัดเก้าอี้เล็ก ๆ ไว้รอบ ๆ เตรียมถังน้ำ ชาม ตะเกียบ และของอื่น ๆ ให้พร้อม
เสี่ยวหลานแขวนป้ายไม้ที่หลี่ฉางอันทำเสร็จแล้วขึ้นไป พลางยิ้มพูดว่า
"นี่เรียกว่าหม่าล่าทั่ง อร่อยมากเลยนะ"
พูดพลางเปิดฝาหม้อ กลิ่นหอมเฉพาะตัวลอยฟุ้งออกมาทันที
"หม่าล่าทั่งนะเ้าคะ หม่าล่าทั่งรสชาติอร่อยหลากรส..."
"รีบมาลองชิมกันเถิด ถ้าไม่อร่อยไม่คิดเงิน..."
ด้วยความมั่นใจจากการขายถังหูลู่ เสียงของเสี่ยวหลานจึงดังกังวานเป็พิเศษ