‘อืม พยัคฆ์เคียงบัลลังก์ั... ด้วยดวงชะตาที่จะต้องเป็ดั่งพยัคฆ์เคียงบัลลังก์ัจึงทำให้ชีวิตจะต้องอุทิศแด่แผ่นดินและเพื่อบัลลังก์ัของพี่ชายหรือน้องชายมาตลอดทุกชาติไป
และก่อนที่จะสิ้นลมหายใจของทุกชาติก็มักจะกล่าวว่า ‘ได้สร้างคุณงามความดีก็ดี ได้ทำเพื่อฝ่าาก็ดี ได้ทำเพื่อแผ่นดินก็ดี ได้ทำเพื่อปวงประชาก็ดี... แต่หากชาติหน้ามีจริงก็ขอให้ข้าได้ใช้ชีวิตอย่างที่ตามแต่ใจข้า้าบ้างเถอะ เอาแบบสบายๆใจของข้าเองน่ะ ไม่เอาแล้ววังหลวง ไม่เอาแล้วอะไรแบบนี้อีกแล้ว คิดดูสิการใช้ชีวิตตลอดมาของตัวข้านี่มันช่าง... เฮ้อ’ (หลังจากนั้นก็มักจะถอนหายใจเหนื่อยหน่ายครั้งสุดท้ายอย่างนี้ทุกครั้งก่อนที่จะสิ้นลมหายใจไป แบบนี้ทุกชาติ!)
อืมเอาละ... ์มีตาแล้วล่ะ เห็นแก่คุณงามความดีของเ้ามาตลอดทุกชาติ น้ำเสียงกล่าวตัดพ้อต่างๆนานาว่า์ช่างไร้เมตตาต่อเ้าจริงๆ น้ำเสียงถอดทอนหายใจก่อนสิ้นลมของเ้าทุกชาติ ครานี้ละข้าเซียนเฒ่าจะทำให้ปณิธานความ้านั้นของเ้าเป็จริงเอง!’
ตุ๊บ!
แต่เดี๋ยวสิ!
ก่อนที่จะให้ข้ามาเกิดใหม่ก็ควรให้ข้าได้ดื่มน้ำแกงยายเมิ่งก่อนสิ ไม่ใช่อยู่ๆก็ถีบข้าลงมาแบบนี้!
แต่เดี๋ยวก่อนนะ ได้เกิดใหม่ข้าก็ควรที่จะเป็ทารกไม่ใช่รึ? แล้วนี่อะไรทำไมข้าถึงได้กลายเป็เด็กหนุ่มหน้าละอ่อนแบบนี้ล่ะ!
เพ้ย ตาเซียนเฒ่าแก่หงำเหงือกเอ๊ย!
นี่จึงเป็ต้นตอสาเหตุที่ทำให้ ‘อี้อ๋อง’ หรือ ‘อี้เฟย’ มานั่งแปะกับพื้นหญ้านิ่งสนิทด้วยความรู้สึกมึนงงและไม่เข้าใจอย่างเป็ที่สุด เขายกมือขึ้นตบแก้มนวลของตัวเองเบาๆอย่างเรียกสติสักหน่อย ทั้งยังลองหยิกแขนตัวเองไม่เบาอีกด้วยสองสามครั้ง
แปะๆ
“โอ๊ย ซี้ดดดด... เื่นี้คือความจริงใช่ไหม? แต่เจ็บแบบนี้ก็ต้องเป็ความจริงสิ!”
อี้อ๋องกลับมาได้สติอีกครั้ง เขามองไปรอบๆ ณ สถานที่ที่ตัวเองอยู่ พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว ตอนนี้หากนับไปน่าจะเป็่เวลายามซวี* เขารีบเด้งตัวลุกขึ้นก่อนที่จะนั่งชันเข่ามองอย่างสำรวจไปรอบๆอย่างกว้างๆด้วยความรู้สึกตื่นตัวและระแวดระวังมากกว่าเดิม ยามกลางค่ำกลางคืนมักจะเกิดเื่ไม่คาดฝันได้ง่ายยิ่งนัก ฉะนั้นเขาต้องระวัง!
บริเวณโดยรอบโล่งโปร่ง มีแต่ต้นไม้เล็กน้อยไม่หนาทึบ ฉะนั้นที่นี่ไม่ใช่ป่าไพรแน่นอน
ตรงนี้ที่เขานั่งเป็พื้นสนามหญ้า ที่ตรงหน้าคือสระน้ำขนาดใหญ่ อืม... สระน้ำนี้ใหญ่และกว้างขวางนัก ใหญ่กว่าสระน้ำประดับที่อุทยานของเสด็จพี่ฮ่องเต้ของเขาเสียอีก แต่น้ำในสระมันช่าง... สกปรกยิ่งนัก!
น้ำในสระนี่ทั้งไม่น่ามองและไม่อภิรมย์รื่นรมย์เอาเสียเลย อี้อ๋องขมวดคิ้วแน่น... ไม่มีขันทีดูแลทำความสะอาดหรืออย่างไรกัน!
แต่เอาเถอะสระน้ำนี่กว้างขวางยิ่งใหญ่และดูลึกเสียขนาดนั้น จะมีขันทีที่ไหนสามารถลงไปทำความสะอาดได้
อีกอย่างที่นี่ก็ไม่เห็นจะมีดอกบุปผชาติงดงามใดๆเลย ฉะนั้นที่นี่ก็ไม่น่าจะใช่สวนอุทยานแบบเดียวกับที่วังของเสด็จพี่ ตัวเขาคิดหนักแล้วจึงค่อยเบิกตากว้าง... แล้วที่นี่มันที่ไหนเล่า?!
ใหญ่ กว้างขวาง โล่งโปร่ง มีสระน้ำขนาดใหญ่... แต่ว่าดึกดื่นปานนี้มิเห็นว่าจะมีจุดใดที่จุดตะเกียงเลย แล้วเขาสามารถมองเห็นบริเวณโดยรอบอย่างชัดเจนปานนี้ได้อย่างไร?
ตะเกียงไฟมาจากที่ใด?... อี้อ๋องคิดเช่นนั้นก่อนแล้วจึงค่อยๆหันเบนสายตามองหาไปที่จุดต้นตอที่มาของไฟสว่างโร่ประหนึ่งดั่งจุดตะเกียงน้ำมันของดีทั้งวังหลวงเสียอีก
และเป็อีกครั้งที่อี้อ๋องก็ต้องใอีกครั้ง!
“แล้วนั่นอะไรน่ะ? ดวงไฟอะไรน่ะ? ปีศาจรึ?!”
อี้อ๋องมอง อี้อ๋องชี้ อี้อ๋องตื่นตระหนกใและหวาดผวา และต่อมา...
อ๊ากกกกกกก…
ไม่นานเขาก็ต้องร้องอย่างเ็ปพลางยกมือสวยขึ้นกุมศีรษะตัวเอง ทั้งภายในหัวและจิตใต้สำนึกของเขาปรากฏเป็ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้ชีวิตใหม่ หากนับจากตัวเขาตอนที่เป็ ‘อี้อ๋องในตอนนั้น’ ตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วกว่าสามพันปี ซึ่งโลกใบนี้ในตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างแปลกประหลาดนัก... แต่ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย
และแล้วการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของอี้อ๋องก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
---------------------------
*ยามซวี 19.00 - 20.59 น.
Talk
ที่ไหนก็ไม่ดีเท่าที่ที่เสด็จพี่ฮ่องเต้อยู่หรอกเพคะท่านอ๋อง!
ไรท์ขอขำว่าถ้าให้ขันทีทำความสะอาดสระน้ำที่สวนสาธารณะนะ [5555โอ๊ยแค่คิดก็ไม่ไหวละ]
ชีวิตใหม่และความตื่นเต้นของท่านอ๋องกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว มาเอาใจช่วยให้ท่านอ๋องใช้ชีวิตได้อย่างสโลไลฟ์ด้วยกันนะคะ :)