บทที่ 10 ห้องสีชมพูของพี่อวี้ อันธพาลประจำโรงเรียน
เซี่ยจื่ออวี้นึกไม่ถึงว่าจะเจอซิงซิงอีกครั้งในสภาพนี้ บนหน้าและแขนของเด็กน้อย ส่วนไหนที่เป็ผิวเปิดโล่งล้วนแต่มีรอยเืทั้งสีอ่อนและเข้ม หัวเข่าก็บวมเป่งเป็ก้อนปูดโปน รอยฟกช้ำสีม่วงดูน่ากลัวมากบนผิวขาวนวล
แม้แต่ตอนหลับก็ดูยังรู้สึกกระสับกระส่าย ขนตาเรียวยาวสั่นระริก คิ้วเล็ก ๆ ขมวดมุ่นตลอดเวลา ปากเล็ก ๆ พึมพำไม่ได้ศัพท์ การหายใจถี่กระชั้นราวกับกำลังเผชิญกับฝันร้าย
เซี่ยจื่ออวี้กำมือแน่น ยืนข้างเตียงผู้ป่วย พลางพูดเสียงเย็นเยือก
“ทำไมถึงเป็แบบนี้”
อินเสินจุดบุหรี่ท่าทางไม่แยแส
“ที่นั่นคือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า สำหรับที่นั่น จะเกิดอะไรขึ้นมันก็ไม่แปลกหรอก”
“เซี่ยจื่ออวี้ ตอนแรกที่ฉันพาแกออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แกน่าเวทนายิ่งกว่านี้อีก”
เซี่ยจื่ออวี้จุกในลำคอ “นี่มันไม่เหมือนกัน!”
ตอนนั้นเขาก็ไม่มีใครชอบเหมือนตอนนี้ แต่ว่าซิงซิงไม่ใช่ ซิงซิงใสสะอาดและอ่อนโยนแบบนั้น ทำไมถึงมีคนใจร้ายกับเธอแบบนี้!
อินเสินพ่นควันบุหรี่ออกมา สายตามองไปยังเซี่ยจื่ออวี้และเ้าตัวกลมที่อยู่บนเตียง พูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“คิดไม่ถึงว่าเด็กคนนี้อาบน้ำอาบท่าแล้วจะสวยขนาดนี้ มิน่าล่ะ บ้านโจวถึงจะรับไปเลี้ยง”
“บ้านโจวเหรอ” เซี่ยจื่ออวี้ขมวดคิ้ว
เขายืนขึ้นและเดินไปทางอินเสิน สายตาอินเสินฉายแววแปลกใจเมื่อเขาเดินมาดับบุหรี่
“มีเด็กอยู่ อย่าสูบบุหรี่” เซี่ยจื่ออวี้พูดเสริม
อินเสินอยากหัวเราะ “เซี่ยจื่ออวี้ แกคิดว่าตัวเองเป็พี่ชายของเธอจริง ๆ เหรอ”
“ฉันจะหยุดแค่ตรงนี้ จะไม่ช่วยแกต่อ รวมถึงเด็กคนนี้ด้วย”
“สำหรับฉันแล้ว เธอก็เป็แค่ส่วนหนึ่งในข้อตกลงของฉันกับแก”
“แกเตรียมตัวไว้ด้วยล่ะ หลังจากนี้สามเดือน ฉันจะจัดการเื่โรงเรียนให้แก”
“ถึงเวลาก็ตั้งใจเรียนซะ อย่าทำให้ฉันผิดหวัง”
อินเสินพูดจบก็เดินออกจากห้องผู้ป่วยไป
แต่ก่อนที่จะเดินออกจากห้องผู้ป่วย เขาหันกลับไปมองเ้าก้อนกลมที่อยู่บนเตียง
เ้าก้อนกลมตัวน้อย ๆ นอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มสีขาว ใบหน้าขาวละเอียด อ่อนนุ่มและเปราะบาง
เด็กน้อยขยับปากขมุบขมิบ เหมือนกับว่าเรียก—พี่ชาย
ทันใดนั้นอินเสินก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเซี่ยจื่ออวี้ถึงปฏิบัติกับเด็กคนนี้เป็พิเศษ แต่… นี่มันเกี่ยวอะไรกับเขาล่ะ
หลังจากอินเสินจากไป ในห้องผู้ป่วยเดี่ยว VIP ขนาดใหญ่ก็มีเสียงกระซิบพึมพำดังขึ้นมา เซี่ยจื่ออวี้รีบไปนั่งลงด้านข้างซิงซิงในทันที ยื่นมือออกไปแตะที่หน้าผากของเธอแ่เบา ขนตาของเด็กน้อยสั่นระริกก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
รูม่านตาดำสนิทยังคงพร่ามัวเล็กน้อย เป็เพราะแสงสว่างที่ส่องเข้ามาอย่างกะทันหัน
เหมือนกับกระจกสีดำใส เพียงแค่มองก็เห็นสายตาที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมา ร่องรอยความหวาดกลัวยังคงหลงเหลืออยู่ในสายตาทั้งสองข้าง
หัวใจของเซี่ยจื่ออวี้เ็ป
เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้เรียกว่าความเ็ป รู้แต่ว่าอยากจะมอบของที่ดีที่สุดให้เ้าตัวน้อย อยากจะฉีกคนที่รังแกเธอให้หมดไป
“ซิงซิง…”
เขาพูดเสียงแ่เบา ราวกับกลัวว่าจะทำให้เด็กที่เพิ่งตื่นใ
ซิงซิงกะพริบตาปริบ ๆ
นี่คือที่ไหน?
ผ้าห่มสีขาวนุ่มนิ่มเหมือนกับนอนอยู่บนก้อนเมฆ ด้านหน้าคือพี่หกของเธอ พี่หกที่เธออยากกลับไปด้วยใช่ไหม นี่เธอกำลังฝันอยู่เหรอ
สมองเล็ก ๆ พยายามคิดย้อนกลับไป เธอจำได้แค่ว่าตัวเองวิ่งออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หลังจากนั้นก็วิ่งไปบนถนนใหญ่แล้วได้เจอรถสีดำคันหนึ่ง และยังมีคนที่ใส่ชุดสีดำทั้งตัว…
คนคนนั้นใจร้ายมาก แต่ว่าเธอก็อดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะรู้สึกเหมือนถูกอุ้มไป แล้วก็ไม่รับรู้อะไรอีก…
ซิงซิงอ้าปากเอ่ยเรียกอย่างระมัดระวัง
“พี่… พี่ชายใช่ไหมคะ”
พอพูดออกมาถึงพบว่าลำคอตัวเองปวดร้าว เสียงแหบเหมือนเป็ดอีกต่างหาก…
เซี่ยจื่ออวี้หายใจเข้าลึก ๆ ลูบหัวของซิงซิงอย่างเบามือที่สุด
“พี่ชายอยู่นี่แล้ว”
ซิงซิงจ้องมองอย่างใ
เธอไม่ได้กำลังฝัน!
เป็พี่หกจริง ๆ!
วินาทีต่อมาเธอถึงรู้สึกแสบจมูก หยาดน้ำตาล้นเอ่อเต็มดวงตา ไหลลงมาอย่างควบคุมไม่ได้
“ฮือ ๆ ๆ พี่ชาย พี่ชาย…” ┭┮﹏┭┮
ซิงซิงเบะปาก ร้องเรียกหาพี่หกพลางยื่นมือออกไปอ้อนขออ้อมกอด ราวกับเอาความหวาดกลัว ความน้อยใจ และความเ็ปทั้งหมดไปสะสมอยู่ในน้ำตา
“พี่ชาย พี่คะ กอดหนูหน่อย…”
ถูกป้าผู้อำนวยการรังแกไม่ร้องไห้ ถูกกิ่งไม้ข่วนจนหนังถลอกปอกเปิกก็ไม่ร้องไห้ ล้มหน้าคว่ำกับพื้นก็ไม่ร้องไห้ แต่ว่าตอนนี้ น้ำตากลับไหลอาบไม่มีท่าทีจะหยุด
เซี่ยจื่ออวี้ขมวดคิ้วครู่หนึ่ง เหมือนกับหัวใจถูกเถาวัลย์รัดไว้จนเขารู้สึกเจ็บนิดหน่อย
เขาโน้มตัวไปโอบซิงซิง
ร่างกายของเด็กน้อยสั่นเทา
เขาใช้ฝ่ามือตบหลังซิงซิงเบา ๆ พูดเสียงคลุมเครือ
“พี่ขอโทษ… ตอนแรกพี่ไม่น่าส่งเธอกลับไปก่อนเลย”
“พี่ขอโทษ ซิงซิง อย่าร้องไห้เลยนะ”
“พี่จะปกป้องเธอเอง”
“พี่จะฆ่าพวกมัน”
เมื่อพูดถึงประโยคสุดท้าย เด็กหนุ่มก็กัดฟันแน่น เขาไม่มีอะไรให้เสียอีกแล้ว ชีวิตก็ไม่้าอยู่แล้ว แต่ซิงซิงเมื่อได้ยินประโยคนี้เธอก็ดิ้นขลุกขลักพยายามเงยหน้าจากอ้อมกอดของเซี่ยจื่ออวี้
“พี่คะ ไม่นะ ไม่เอา!”
เด็กน้อยร้องไห้จ้า แต่ก็พยายามพูดทุกอย่างออกมา
ซิงซิงคิดถึงความฝันนั้น เธอเอียงคอมองพี่หกผ่านม่านน้ำตาที่ขมุกขมัว ก่อนจะมองเห็นหน้าตาอันดุร้ายของเขา แต่ก็ยังน้อยกว่าที่เจอกันครั้งแรก
ดวงดาวที่เป็ตัวแทนของพี่หกหลุดออกจากวงโคจรที่อันตรายที่สุดแล้ว แต่ว่าก็ยังไกลไม่พอ…
ซิงซิงยังต้องพยายามอีก!
เธอออกแรงเช็ดน้ำตาตัวเอง ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้เหมือนกับกระต่ายน้อยที่เต็มไปด้วยความกังวล
“ซิงซิงจะไม่ร้องไห้ แต่พี่อย่าฆ่าคนนะ”
เซี่ยจื่ออวี้เม้มริมฝีปากแน่น สักพักจึงพยักหน้า “โอเค”
เอาเป็ว่า รับปากเด็กน้อยไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน
……
ก่อนจะรับซิงซิงกลับบ้าน เซี่ยจื่ออวี้โทรหาลูกน้องของตัวเอง
“หลี่หยวน แกรู้ไหมว่าห้องของเด็กผู้หญิงต้องซื้ออะไรบ้าง พวกตุ๊กตาหมี ตุ๊กตาบาร์บี้นี่ไปซื้อที่ไหนกัน?”
หลี่หยวนถือโทรศัพท์ และคิดว่าตัวเองหูฝาดไป
“พี่อวี้ พี่แน่ใจใช่ไหมว่าไม่ได้จะถามผมว่ามีดซื้อที่ไหนน่ะ?”
“อย่ามาพูดไร้สาระกับฉัน” เซี่ยจื่ออวี้เปิดเผยนิสัยเดิมออกมายามไม่ได้อยู่ต่อหน้าเด็กน้อย
“ช่างเหอะ แกนี่มันไม่ได้เื่จริง ๆ ไปหาข้อมูลบนเน็ตมาหน่อยว่าห้องของเด็กผู้หญิงจะต้องตกแต่งยังไง”
“เอาของมาส่งที่บ้านฉันภายในสองชั่วโมงด้วย”
หลี่หยวน “ไม่ใช่สิ ลูกพี่ นี่พี่ถูกใครทุบหัวมาเนี่ย!”
……
ก่อนจะออกมาโทรศัพท์ข้างนอก เซี่ยจื่ออวี้เปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ให้ซิงซิงดู
สองมือของซิงซิงถือแอปเปิลที่เซี่ยจื่ออวี้ปอกให้ พลางใช้ฟันหน้ากัดแทะทีละนิด เธอกัดแอปเปิลคำเล็กหลายคำ
หลังจากดูการ์ตูนจบตอนแล้วก็ถูกคั่นด้วยโฆษณาเครื่องสำอาง เดิมทีตอนดูการ์ตูนเด็กน้อยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่พอเห็นคนสวยในโฆษณาก็เบิกตากว้าง!
โห พี่สาวสวยมาก!
นี่คือพี่สาวของเธอ พี่สาวของซิงซิง!
แต่ว่า…
แม้ว่าในโฆษณาพี่สาวจะยิ้มหวานแค่ไหน แต่ซิงซิงกลับรู้สึกว่าเธอไม่มีความสุข ซิงซิงดูโฆษณานั่นอยู่ครู่หนึ่ง ได้ยินคำที่พี่สาวพูดออกมาในโฆษณา ชั่วพริบตาก็ปรากฏยันต์แปดทิศขึ้นในหัว
เธอมองแอบเปิลในมืออย่างเหม่อเลย สมองเหมือนกับจะเข้าใจความหมายของยันต์แปดทิศนี้แล้ว
พี่สาวจะโดนคนเลวรังแก!