อ้อมกอดแห่งภูเขา

    the end

        วันแต่งงาน 


    ดินทร์ : เป็นไงบ้างคะไหวไหม เหนื่อยไหมคะ ขึ้นไปพักก่อนไหมคะ เดี๋ยวพี่รับแขกเอง 


    มินิ : จริงด้วยแกไหวไหมคุณแม่ ไปบ้างไหม ( ทั้งพี่ดินทร์และยัยมินิค่อยประคบประหงมฉันไม่ห่าง)


    อ้อมกอด : กอดยังไหวคะ ฉันยังไหว ไม่ต้องห่วงขนาดนั้นหรอก ฉันท้องไม่ได้พิการ ( ฉันเริ่มหงิดหงิด กับคนที่กังวลเกินเหตุ )


    มินิ : ก็ฉันเป็นห่วงนี้น๊า


    ดินทร์ : หมอบอกต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ระวังไว้ก่อนนะดี ( ฉันเถียงไม่ออก เพราะฉันองก็ไม่อยากมานั่งเสียใจทีหลัง)


       พิธีต่างๆได้เสร็จลงเราเข้าห้องหอ ที่ถูกจัดขึ้นในโรงแรมของ ที่จริงก็จะงานเล็กที่บ้านแต่เนื่องด้วยครอบครัวของเราเป็นที่รู้จักรอย่างกว้างข้างเลยต้องใช้โรงแรม เป็นทีจัดงานแทน เมื่อผู้ที่เข้ามาอวยพรเราเสร็จฉันก็เหนื่อยเอนกลายลงเตียงนอนอย่างเหนื่อยล้า)


    ดินทร์ : อาบไหมค่ะ เดี๋ยวพี่อาบให้ ม๊ะ ( เข้าเดินมาอุ้มฉันไปห้องน้ำ จัดการถอดชุดฉันออก แต่มันก็ไม่ได้ถอดออกได้ง่ายๆ และเค้าก้พยายามจนสำเร็จ)


    อ้อมกอด : อือ ! พี่ดินทร์ไม่เหนื่อยหรือไงคะ ( เมือคนที่อาสาอาบน้ำให้ฉันตอนนีเค้ากลับพมจูบทั่วแผ่นหลังฉัน ทำให้ฉันขนลุกซู่ เสียวซ่าน จนต้องครางออกมาอยู่เนืองๆ)


    ดินทร์  : สวยเหลือเกินที่รัก สวยจนที่อดใจไม่ไหวแล้ว พี่ขอนะ พี่ขอเข้าไปทักทายลูกๆหน่อย สัญญาว่าจะเบาๆ ( เค้าขอให้สิ่งต้องการด้วยน้ำเสียงแหบพร่า)


    อ้อมกอด : อือ! 


        ผมบรรจงจูบทั่วแผ่นหลังค่อยๆลดลงมาที่สะโพ้กผมจูบไปที่ก้นงาม ผมจับเธอหันหน้ามาขณะนี้ผมอยุ่ในท่านั่งคุกเข่าตรงหน้าผมคือหน้าท้องอันแบนลาบ แม้จะท้องแฝดแต่หน้าท้องของเธอยังไม่ออก ผมจูบพรมที่หน้าท้องที่แบนของ ลดลงมาที่กลีบกุหลาบ อือ อ้า เสียงเธอครางออกมา ผมใช้ลิ้นเข้าไปลิ้มรสหวานจากกุหลาบน้ำ อ้า! 


    อ้อมกอด : ไมไหวคะแล้วคะ กอดยืนไม่ไหว 


    ดินทร์ : งั้นเราอาบน้ำเสร็จแล้วต่อที่เตียงนะคะ


        เราใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนัก ผมอุ้มเธอวางลงที่เตียงนุ่มจบเธอนอนตะแครงข้างค่อยๆสอดใส่ลูกชายผมเข้าไปทักทายน้องๆ ผมค่อยขยับสะโพ้กเบาๆและเพิ่มจังหวะเรื่อย ตลอดของการขยับของผม เธอก็ส่งเสียงครางออกมา อือ อ้า อ้า ไม่ขาดสาย จนผมและเธอไปถึงจุดหมาย


        เวลาผ่านไปหลายเดือน นอนผมผู้หญิงตัวกลมท้องป่องนอนหลับตาพริ้ม ชีวิตผมได้รับการเติมเต็มจากเธอคนนี้ ขอบขอบคุณพรมลิขิตที่ทำให้เราได้เจอกัน ผมไม่รู้ว่าอนาคตของเราจะเป็นอย่างไร ต่อนี้ผมและเธอคงได้ยืนมองลูกของเราค่อยๆเติบโตเป็นผู้ใหญ่ 


    อ้อมกอด : อืม พี่ดินทร์ตื่นแล้วเหรอคะ


    ดินทร์ ; มอร์นิ่งคะที่รัก ( ผมจูบลงที่หน้าผากเธอ)


    อ้อมกอด : จูบ ( เธอจูบตอบ) โอ้ย!  จะ เจ็บท้องคะ กอดเจ็บท้อง


    ดินทร์ ; จะคลอดแล้วเหรอ พี่จะพาไปโรงพยาบาล


         ดินทร์อุ้มอ้อมกอดขึ้นรถเพื่อพาไป แม้ตัวอ้อมกอกจะขยายใหญ่ขึ้นแต่เค้ากลับอุ้มเธอได้อย่างสบาย นั้นแสดงว่าร่างกายของแข็งแรงมาก

    ตอนนี้เราอยู่กันที่หน้าห้องคลอกโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง  เนื่องจากเป็นท้องแฝด อ้อมกอด จึงคลอดด้วยวิธีฝ่าคลอดซึ่งเป็นวิธิที่ปลอดภัยทั้งแม่และลูก  ไม่นานนัก ผมก้ได้ยินเสียเด็กๆร้องแข่งกัน ลูกของผม เป็นชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี แม่และลูกปลอดภัย วินาทีที่ผมเห็นหน้าลูกผมร้องไห้ออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ นี่คือสิ่งที่มหัศจรรย์และล้ำค่าที่สุดในชีวิตผม 


         สามปีต่อมา อ้อมกอดยืนรอลูกที่หน้าบ้านรอลูกๆกลับจากโรงเรียน ที่ให้คนขับรถไปรับแทนเนื่องจากคุณหญิงแก้วมีอาการหน้าเลยต้องอยู่ดูแล


    ไนท์/เดย์ : คุณแม่ขา/ครับ ลูกกลับมาแล้ว ( เสียงเด็กแฝดวิ่งเข้าหาผู้เป็นอย่างดีใจ)


    อ้อมกอด : อ้าว มาแล้ว วันนี้เป็นไงบ้างจ๊ะสนุกไหมจ๊ะไปโรงเรียนวันนี้


    ไนท์ : สนุกคะ แต่ลูกก้หิวข้าวมากเลยคะ ที่โรงเรียนครูให้ลูกกินแต่ผัก ไม่อร่อยเลยคะ ม่ามี้ ( เด็กหญิงรายงานผู้เป็นแม่เสียงเจื้อยแจ้ว)


    เดย์ : จริงด้วยครับม่ามี๊ ผักเหม็นก็เหม็น 


    อ้อมกอด :  ผักไม่อร่อยหรอกลูก แต่เราก็ต้องทานนะเพราะมันทำให้ร่างกานเราแข็งแรง ถ้าเราไม่ทานผัก เราก้จะป่วยง่าย ลูกอยากเลือกเอาเองแล้วกันว่าจะทานผักหรือ ไปโรงพยาบาลให้ลุงหมอฉีดก้น ( เธอให้เหตุผลลูกๆ)


    ไนท์/เดย์ : ไม่ฉีดยาครับ/ค่ะ กินผักก็ได้


    อ้อมกอด : ป่ะงั้นเราไปทานของว่างกันม่ามี๊เตรียมไว้ให้เยอะเลย 


    ไนท์/เดย์ : เย้ ( เด็กๆวิ่งเข้าไปในบ้านนั่งทานขนมกับคุณย่าอย่างสบายใจ หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน)


    อ้อมกอด : อุ้ย ! ( ฉันสะดุงเมื่อมีคนมากอดจากด้านหลัง) มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ


    ดินทร์ : ยืนยิ้มอะไรคะ 


    อ้อมกอด : กอดมีความสุขนะค่ะที่ได้เห็นภาพแบบนี้  ป่ะเข้าไปหาลูกๆกันเถอะค่ะ ถามหาคุณพ่อตั้งแต่กลับจากโรงเรียนแล้วคะ


    ดินทร์ :  เด็กๆครับคุณพ่อกลับมาแล้ว มาให้คุณพ่อเติมพลังหน่อยซิ ( ไม่นานเด็กเมื่อได้เห็นคุณพ่อของเค้ากลับมาก็วิ่งโถมเข้าใส่อย่างน่าเอ็นดู และมันก็เป็นอย่างนี้ในทุกๆวัน )


       บรรยากาศอบอวนไปด้วยความอบอุ่น เสียงหัวเราะ นี้คือสิ่งที่ฉันปรารถณามาตลอด จนมีเค้าเข้ามาเติมเต็ม ทำให้ชีวิตฉันสมบูรณ์แบบชีวิตนี้ไม่ต้องการอะไรมากกลัวนี้แล้ว ภาพพ่อลูกหยอกล้อกันอย่างมีความสุข จนล้น



                                            จบบริบุรณ์


          ความรักอาจไม่สมบูรณ์ และ ไม่ได้จบสวยหรูเหมือนในนิยายกันทุกคู่  ไรท์เอาใจช่วยให้ทุกๆคู่ผ่านพ้นปัญหาไปได้ด้วยดี ขอบคุณและสวัสดี

    เจอกันใน เรื่อง รุ่นพี่ที่รัก นะคะ^^