สามวันผ่านพ้นไป...
ความปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายของหลินหลาง โดยเฉพาะ่เอวที่หนักหน่วงที่สุดราวกับถูกบดขยี้ เธอหลับตาแน่น พยายามระงับเสียงครางที่จุกอยู่ในลำคอ ความรู้สึกเ็ปรุนแรงเสียดแทงจนแทบสำลัก นี่คือบทลงทัณฑ์ตลอดค่ำคืนที่ชายคนนี้มอบให้ ชายผู้เปี่ยมล้นด้วยพละกำลังราวกับไร้ขีดจำกัด ราวกับอสูรที่ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย...
หลงเทียนหยูทอดกายลงข้าง ๆ เธอบนเตียงกว้าง แววตาคมกริบฉายประกายความพึงพอใจอย่างถึงที่สุด ในที่สุดเขาก็ได้ปลดปล่อยความอัดอั้นที่สะสมมานานหลายวัน นับั้แ่เหยียบย่างมายังดวงดาวแห่งนี้ ภาพหญิงสาวภายใต้อาณัติของเขาเมื่อครู่ยังคงตราตรึงอยู่ในห้วงความคิด เขายอมรับว่าประหลาดใจไม่น้อยที่เธอยังคงเป็สาวบริสุทธิ์ แต่แท้จริงแล้ว...นั่นไม่ใช่เื่ที่เขาใส่ใจแม้แต่น้อย
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ หลังจากนี้ไป เมื่อเธอตกเป็ของเขาแล้ว...ไม่ว่าจะเป็ชายหรือหญิงหน้าไหนก็ห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวโดยเด็ดขาด หากใครบังอาจล้ำเส้น ผลลัพธ์เดียวที่รออยู่คือ ความตายที่ทรมานถึงที่สุด! และแน่นอน...เหยื่อรายแรกที่จะต้องลิ้มรสความเ็ปนั้นก็คือลุงของเธอ รวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้อง ส่วนคนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง...เขาจะอนุญาตให้ตายอย่างสงบก็แล้วกัน
"น้องชายของเธอเป็ยังไงบ้าง?" เสียงทุ้มต่ำของหลงเทียนหยูเอ่ยถาม
"ฉันโทรไปบอกให้หาที่ปลอดภัยหลบซ่อนตามคำแนะนำของคุณแล้วค่ะ" หลินหลางตอบด้วยน้ำเสียงแ่พร่า เธอยังคงรู้สึกถึงความปวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
"ดีมาก ตอนนี้ให้น้องชายเธอหลบไปก่อน" หลงเทียนหยูพยักหน้า สีหน้าเรียบเฉย "ตอนที่ฉันลงมือ พวกนั้นคงตามล่าพวกเธอสองพี่น้องแน่ แต่ไม่ต้องห่วง...เมื่อถึงเวลาที่ฉันจะลงมือ ฉันจะจัดการถอนรากถอนโคนพวกมันให้เร็วที่สุดแน่นอน"
เขาเอนตัวลงมามองหญิงสาวที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง ดวงตากลมโตของเธอเงยขึ้นมองเขาอย่างอ่อนแรง หลงเทียนหยูยื่นมือออกไปลูบเรือนผมของเธอเบา ๆ ราวกับปลอบโยน
"หลินหยาง วันนี้เธอนอนพักอยู่ที่บ้านนี่แหละ เดี๋ยวฉันจะออกไปทำธุระหน่อย ถ้าหิวก็เปิดครัวหาอะไรกินได้เลย ฉันคงกลับมา่ค่ำ ไม่ต้องรอฉันกินข้าวเย็นที่บ้านนะ ระหว่างนี้ระวังตัวด้วย อย่าเปิดประตูให้ใครง่ายๆ ล่ะ"
"อืม..." เธอตอบรับสั้นๆ ก่อนจะพลิกตัวนอนหงาย เตรียมหลับต่อ หลงเทียนหยูยืนมองเธอนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะออกจากบ้านขับรถออกไป ข้อมูลที่เธอให้มา ทำให้เขารู้ว่าถ้าคิดจะลงมือตอนนี้ มันก็ไม่ต่างกับการะโเข้ากองไฟ...
...แน่นอนว่า "แค่ตอนนี้" เท่านั้น เขามีแผนการอยู่ในใจแล้ว ยังไงพวกนั้นก็เป็เพียงแค่ หมากตัวเล็กๆ ที่จะต้องถูกกำจัดออกจากกระดาน เพื่อเปิดทางให้ หมากที่ใหญ่กว่า ปรากฏตัว เมื่อคิดได้ดังนั้น รอยยิ้มพึงพอใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
หลงเทียนหยูขับรถมาจอดที่โรงจอดรถของ "ตึกพิทักษ์" ทันทีที่ก้าวเข้าไปในตัวตึก ดวงตาคมกริบก็กวาดมองหาเ้าหนูผมเผ้ายุ่งเหยิงนามว่า เหอตง
เหอตงที่เห็น "ลูกพี่เด็กหนุ่ม" จ้องมองมาทางตนเองถึงกับสะดุ้งเฮือก ก่อนจะรีบเดินเข้ามาหา ทำตัวโค้งต่ำ นอบน้อมอย่างที่สุด
"สวัสดีครับลูกพี่! ไม่ทราบว่าวันนี้มีอะไรจะให้ผมรับใช้ครับ?"
"เ้าหนู ไปตามเผิงฉีมาคุยกับฉันหน่อย ฉันมีภารกิจบางอย่างอยากจะคุยด้วย" หลงเทียนหยูเอ่ยเสียงเรียบพลางเดินไปนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ในตึก
เหอตงรีบรับคำ "ได้ครับลูกพี่! รอตรงนี้สักครู่นะครับ!" ก่อนจะรีบวิ่งออกไป
ไม่นานนัก เผิงฉีก็เดินมานั่งโซฟาตรงข้ามกับเขา
"สวัสดี! ไม่คิดเลยว่าเราจะได้มาคุยกันอีกครั้งเร็วขนาดนี้" เผิงฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง "ว่าแต่...ภารกิจอะไรกันล่ะที่อยากคุยกับฉัน? จริงสิ สหายยังสนใจอยากเอาหินการ์เดี้ยนมาแลกแต้มอีกไหม?"
หลงเทียนหยูส่ายหน้าช้า ๆ สำหรับเขาตอนนี้ การเลื่อนระดับยังไม่จำเป็มากนัก ความแตกต่างของผลประโยชน์จากระดับห้ามาสี่นั้นยังน้อยเกินไป
"มันเป็ภารกิจเสี่ยงตาย ที่ฉันจะออกหน้า ส่วนพวกนายคอยให้การสนับสนุน" หลงเทียนหยูเริ่มเข้าเื่ "ถ้านายยอมรับภารกิจนี้ ฉันรับประกัน ผลกำไร ที่พวกนายจะได้รับว่าพวกนายพอใจแน่! เพียงแต่...นั่นหมายความว่าพวกนายยังต้องมีชีวิตรอดหลังจากภารกิจนี้ได้ด้วยนะ" พูดจบ เขาก็แย้มยิ้มบางๆ อย่างน่าขนลุกให้ชายตรงหน้า
เผิงฉีหรี่ตาลง จ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าก็เห็นเพียงอีกฝ่ายยกยิ้มและนั่งอย่างสบายอารมณ์ ราวกับที่เพิ่งพูดเมื่อกี้คือการชวนไปเดินช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าด้วยกัน!
"สหาย้าคนเท่าไหร่? แล้วไอ้ภารกิจเสี่ยงตายอันนี้เราจะต้องไปสู้กับใคร?" เผิงฉีเริ่มสนใจ แต่เขาก็ต้องรู้รายละเอียดก่อนว่าภารกิจนี้คือการต่อสู้กับอะไร และอีกฝ่าย้ากำลังพลมากแค่ไหน จากที่ฟัง ดูเหมือนจะเป็ภารกิจเสี่ยงตายที่เขาอาจจะต้องสูญเสียลูกน้องไปไม่น้อยแน่ ๆ คนของเขามีเยอะก็จริง แต่ถ้าเสียไปก็เท่ากับกองกำลังของเขาอ่อนแอลง
แต่...ถ้าผลตอบแทนที่ได้รับมันคุ้มค่า การเสียสละลูกน้องบางส่วนออกไปก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้ ยังไงซะ การที่เขาเลี้ยงดูพวกนี้ไว้ก็เพื่อไว้ใช้งานในภารกิจที่เสี่ยงตายอยู่แล้ว แต่มันจะต้อง คุ้มค่า กับผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับ ถ้ามันมากพอจริง ๆ ต่อให้ต้องสละลูกน้องทั้งหมด ก็ไม่ใช่ปัญหา ตายไปก็แค่เสียเวลาหาใหม่ก็เท่านั้น!
"ฮ่าฮ่าฮ่า เื่รายละเอียดส่วนนี้จะคุยกันตรงนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่นะ" หลงเทียนหยูหัวเราะเบาๆ "เราไปคุยรายละเอียดเื่นี้กันที่สวนสาธารณะที่อยู่ใกล้ ๆ ตึกนี้ดีกว่า"
เผิงฉีได้ยินดังนั้นก็หรี่ตาลง ดูท่าจะเป็ภารกิจที่อันตราย และคนที่พวกเขาจะต้องไปสู้ด้วยคงไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ
"ได้ เราไปคุยรายละเอียดภารกิจนี้ที่นั่นก็ได้" เผิงฉีพยักหน้า "ว่าแต่...ฉันคนนี้ยังไม่รู้จักชื่อของสหายเลย"
"หลงเทียนหยู" เสียงที่ทรงพลังและหนักแน่นดังก้องเข้าสู่โสตประสาทของเผิงฉี
ทั้งคู่เดินมาที่สวนสาธารณะ มีผู้คนเดินกันประปราย บรรยากาศเงียบสงบผิดกับเื่ราวที่จะกำลังจะถูกเปิดเผย
"ฉันว่าสหายหลงเทียนคงจะบอกได้แล้วละมั้งว่าภารกิจในครั้งนี้คืออะไรกันแน่" เผิงฉีเอ่ยถามทันทีที่พวกเขาหาที่นั่งได้
"สหายเผิงฉีมีมิตรภาพและความเส้นสายกับเ้าหน้าที่ลาดตระเวนกำแพงเมืองยังไงบ้างล่ะ?" หลงเทียนหยูไม่ได้ตอบคำถามโดยตรง แต่กลับยิงคำถามสวนกลับไป
เผิงฉีถึงกับใ มือของเขาสั่นเล็กน้อย เขารู้แล้ว...พอจะเดาออกแล้วว่าคนที่พวกเขาจะต้องไปสู้ด้วยคือใคร! นี่มัน...
หลงเทียนหยูไม่ได้สนใจท่าทางของเผิงฉี เขายังคงพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงสบายอารมณ์ "ฉันเองตอนเข้ามาในเมืองก็ไปมีเื่กับเ้าหน้าที่คนหนึ่งเข้า แม้แต่กับหัวหน้าของพวกนั้นเองก็น่าจะล่วงเกินไปแล้ว" เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ "ฉันมีความคิดที่จะออกจากเมืองเข้าไปในป่าสักหน่อย แต่รู้ดีว่าฝ่ายนั้นจะต้องเตรียมดักเล่นงานฉันเอาไว้แน่ ๆ"
เขาจ้องตาของเผิงฉีเขม็ง น้ำเสียงก็มีความหนักแน่นขึ้น แฝงไปด้วยความเย็นเฉียบ "ถ้าออกไปตอนนี้ ฉันตัวคนเดียวคงยากจะเอาตัวรอดได้ ถ้าจะให้เดา ฝ่ายนั้นน่าจะหาคนมาไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามสิบคนพร้อมกับอาวุธครบมือ ดังนั้น...ฉันก็เลยอยากจะจัดการพวกนี้ทั้งหมดให้ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว! สหายเผิงฉีมีความคิดว่ายังไงบ้างล่ะ?"
เผิงฉีฟังแล้วก็กลืนน้ำลายดังเฮือก! นี่มัน...ไม่ใช่ภารกิจธรรมดาแล้ว! เ้าหน้าที่พวกนี้เป็คนของทางการของเมืองนี้โดยตรง ถ้าพวกเขาไปลงมือ และเื่รู้ไปถึงผู้ควบคุมกฎหมาย พวกเขาเองทั้งหมดก็ใช่ว่าจะรอดไปได้! เ้าเด็กหนุ่มคนนี้มันเอาความกล้าขนาดนี้มาจากไหนกัน?!
"สหายหลงเทียน...ภารกิจนี้นี่มันออกจะ..." เผิงฉีพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา ราวกับกลัวใครจะได้ยิน
"ก็อย่างที่บอกไปก่อนหน้านั้น ภารกิจนี้ฉันจะเป็ตัวหลัก ส่วนพวกนายเป็ตัวสนับสนุน" หลงเทียนหยูยังคงสีหน้าเรียบเฉย "ฉันมีแผนการที่จะไม่ให้ใครรู้ว่าเป็พวกนายที่เป็คนโจมตีคนเหล่านี้ ส่วนแบ่งคือ...ของติดตัวของคนพวกนี้ พวกนายแบ่งไปเจ็ดส่วน ของฉันสามส่วน! สหายเผิงฉีลองคิดดูสิ... เ้าหน้าที่พวกนี้แต่ละคนน่าจะพกอะไรติดตัวกันไม่ใช่น้อยเลยนะ นายว่าจริงไหม?"