บทที่ 15 จะว่าไปแล้ว~
“บัดซบเอ้ย ข้าเพิ่งจะยึดกองโจรนี้ได้ไม่นาน และเพิ่งจะดักปล้นเพียงคาราวานส่งสินค้าขนาดเล็กและกลาง หรือว่าพวกมันจะไปล่วงเกินผู้แข็งแกร่งก่อนหน้าที่ข้าจะเข้ายึดครองกองโจรนี้กัน!!ใครกั–”ปุ!! เสียงกระสุนพุ่งผ่านหัวของหัวหน้ากองโจร ร่างของมันค่อยๆล้มลงโดยที่ยังมีคำถามอีกมากมายโดยที่ไม่ได้รับคำตอบ ทั้งๆที่ใช้ทักษะหลบหนีของมันหลบหนีออกมาจากค่ายโจรตั้งไกลแล้ว ทำไมถึงได้หาเจอกัน?[ท่านได้รับทักษะท่วงทำนองกระบี่ลิ่วลมสะบั้นเศียร ทักษะระดับ:SSS][ท่านได้รับทักษะคำสั่งของผู้บัญชาการ ทักษะระดับ:SSS][ท่านได้รับทักษะปะทะคลื่นลม ทักษะระดับ:SSS][ท่านได้รับทักษะม่านหมอกไร้เงา ทักษะระดับ:SSS][ท่านได้รับทักษะเยื้องย่างเหนือสายลม ทักษะระดับ:SSS][ท่านได้รับทักษะจิตวายุสวรรค์ไร้จุดหมาย ทักษะระดับ:SSS][ท่านได้รับกระบี่อ่อนเมฆาม่วง ศาสตราระดับ B ชั้นดี][ท่านได้รับสูตรยา ประกายแสงตะวัน][ท่านได้รับแบบแปลนชุดเกราะ ลมเหนือไร้จุดหมาย ศาสตราระดับ B ชั้นยอด]เมื่อไป๋เซี่ยเห็นร่างของมันล้มลงพร้อมกับข้อความที่ดังขึ้นข้างหูเขาก็ยิ้มออกมาจนยิ้มแทบจะฉีกถึงหู NPCพิเศษ NPCตัวนี้คงจะวางไว้สำหรับภารกิจลับสินะ เขาก็ไต่ลงไปจากหน้าผาก่อนที่จะเข้าไปที่ค่ายโจร ซึ่งร่างพวกโจรเหล่านี้เขาก็ไม่คิดจะเสียเวลายุ่งกับพวกมันเลย เขาเริ่มเดินหาของตามกระโจมซึ่งก็พบสมบัติเพียงเล็กน้อย“จะว่าไปแล้ว~ถ้วยชาอันนี้ก็สวยดีเหมือนกันนะเนี่ย!~~”เขาพูดขึ้นก่อนที่จะเก็บพวกขวดเหล้าที่ยังไม่ถูกเปิดเข้าแหวนไปรวมถึงพวกถ้วยชาและของมีค่าต่างๆ เขาเหลือบเห็นปอยผมของหญิงสาวที่ซ่อนตัวอยู่ แต่ไป่เซี่ยก็ไม่ได้สนใจพวกเธอมากนักซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เหล่าผู้คนที่อยู่ภายในกรงได้เฝ้าดูมันต้องแต่ต้นจนจบ หลังจากที่พวกเขาได้ยินเสียงเหมือนแก้วแตก(ไอเท็มช่วยชีวิตของรองหัวหน้ากองโจร)พวกเขาก็ตื่นขึ้นมา ซึ่งพวกเขาส่วนใหญ่ในกรงล้วนแล้วแต่เป็นผู้ฝึกตนทั้งสิ้นถึงแม้พลังของพวกเขาจะถูกปิดกันไว้ด้วยอำนาจของกรง แต่ประสาทการรับรู้ของพวกเขาไม่ได้ถูกปินกัน ตั้งแต่รองหัวหน้าล้มลงพวกเขาก็สัมผัสได้ว่าหัวใจของมันหยุดเต้นไปแล้ว พวกเขาตกใจและตื่นเต้นมากก่อนที่จะหันไปมองหน้ากันด้วยความดีใจและตื่นเต้น พวกเขาเฝ้าดูอยู่เงียบๆด้วยความหวัง หลังจากนั้นพวกเขาก็จะได้ยินเสียงวัตถุบางอย่างแหวกอากาศ ก่อนที่ชีวิตของเหล่าโจรจะค่อยๆดับลงทีละชีวิต การลอบสังหารที่สมบูรณ์แบบ!!เป็นการลอบฆ่าด้วยความเงียบเชียบ!!พวกเขาเฝ้าดูเงียบๆก่อนที่จนกระทั่งพวกมันตายหมด พวกเขาแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจแต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงของผู้นำกองโจร เตี๋ยน!!!และก็ต้องกลับมาตกตะลึงอีกครั้งเมื่อได้เห็นพลังอำนาจของศาสตราของผู้ที่ลึกลับใช้ลอบโจมตี มันสามารถแม้กระทั่งเล่นงานชายที่บรรลุระดับแดนจิตเซียน!!(เวล 300)หลังจากที่ถูกกดดันและโจมตีจนเตี๋ยนบาดเจ็บเตี๋ยนก็ถูกบังคับให้ถอยหนี ทุกๆอย่างตกสู้ความเงียบ ก่อนที่จะคนคนหนึ่งปรากฏตัวพร้อมกับหน้ากากประหลาด เป็นหน้ากากประหลาดที่ปิดบังเฉพาะดวงตา ชายคนนี่คือผู้ที่จัดการกองโจรวายุล่องลอยด้วยตัวคนเดียวแถมยังขับไล่ผู้นำกองโจรเตี๋ยนจนต้องหนีไปได้อีกด้วย หนึ่งในพวกเขาที่ได้สติก็พูดขึ้น“ผู้อาวุโส! ท่านต้องรีบตามไปจัดการคนที่หนีไปให้เร็วที่สุด ไม่งั้นเขาอาจจะนำปัญหามาให้ท่าน!!”ชายชราสูงอายุพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน ซึ่งคนอื่นๆก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน“ใช่แล้วผู้อาวุโส! เตี๋ยนเป็นคนที่สามารถเดินทางไปมาระหว่างแดนมาร มันเป็นคนที่โหดเหี้ยมและเจ้าคิดเจ้าแค้น หากว่าท่านปล่อยมันไปละก็มันก็จะนำปัญหามาให้ท่านไม่มีที่สิ้นสุด”หญิงสาวที่อยู่ในกรงด้านข้างก็พูดขึ้นเช่นกัน“พวกเจ้ามาจากไหนกันบ้างละ”ไป๋เสียไม่สนใจคำเตือนของคนอื่นๆแล้วก็เดินเข้าไปนั่งหน้ากรงพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นโดยที่ไม่ลืมดัดเสียงให้เหมือนคนชรา ทางด้านคนที่อยู่ในกรงเองถึงแม้จะรู้สึกไม่พอใจที่ชายคนนี้ไม่ฟังคำเตือนของพวกเขาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้“ข้าซูหยานเป็นคนที่คอยขนส่งขบวนสินค้าขนาดกลางจากแดนมารเจ้าคะ”หญิงสาวที่อยู่กรงด้านข้างขวาพูดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวเลยว่าเป้นคนของแดนมาร เธอป้องมือและก้มหัวไปทางไป่เซี่ย“ส่วนข้ากงเว่ยเป็นผู้ขนส่งขบวนสินค้าขนาดกลางขอรับ”ชายชราอีกกรงพูดขึ้นและป้องมือเช่นกัน“ส่วนข้าน้อยหงไก๋เป็นผู้ขนส่งขบวนสินค้าขนาดเล็กขอรับ”ชายหนุ่มอายุน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆชายชราป้องมือพูดขึ้น“คนที่อยู่ในกรงนี้เป็นคนของขบวนสินค้าของพวกเจ้าหมดเลยหรือ”ไป๋เซี่ยถามด้วยสนใจหลังจากที่ทุกคนเอ่ยแนะนำตัวเสร็จแล้วโดยเฉพาะซูหยานที่มาจากแดนมาร“เจ้าคะ/ขอรับ”ทั้งสามตอบรับกันอย่างพร้อมเพรียง“แล้วพวกหญิงสาวพวกนี้ที่แอบฟังอยู่นี่เป็นใครมาจากไหนกันละ ข้าควรทำยังไงกับพวกนางดี ฆ่าทิ้งเลยดีไหม?”ไป๋เซี่ยพูดขึ้นพร้อมกับอากาศโดยรอบที่เริ่มเย็นลงจนพื้นรอบๆที่ไป๋เซี่ยนั่งอยู่เริ่มปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็ง “ผู้อาวุโสได้โปรดไว้ชีวิตพวกข้าด้วยเถอะ”เหล่าหญิงสาวที่คอยดื่มกินและบริการเหล่าโจรที่หลบหนีเข้าไปอยู่ในกระโจมที่ตอนนี้กำลังแอบฟังอยู่ก็พากันวิ่งออกมาคุกเข่าลงแล้วก้มหัวลงแนบพื้นด้วยร่างกายที่สั่นที่เกิดจากความหวาดกลัวและหนาวเย็น“ข้าคิดว่าไม่ควรฆ่าเขาเจ้าคะ พวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นหญิงคณิกาหรือชาวบ้านที่ถูกซื้อมาจากหอนางโลมขาวและร้านค้าทาสที่แดนมารทั้งสิ้น ข้าว่าเราควรจะนำพวกนางไปขายคืนเสียดีกว่าเจ้าคะ”ซูหยานครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะเสนอความคิดของตนเอง“สมกับเป็นความคิดของพวกแดนมาร!ช่างไร้ความเมตตานัก!!ผู้อาวุโสข้าว่าเราควรจะปล่อยให้พวกนางเข้าเมืองไปหาการหางานที่เหมาะสมกับพวกนางแบบนี้จะเป็นประโยชน์กว่า หรือหากท่านมีงานใดให้พวกนางทำจะเป็นประโยชน์มาก”ขายชรากงเว่ยพูดออกมาด้วยความไม่พอใจก่อนที่จะหันไปป้องมือและพูดกับไป๋เซี่ยซึ่งหงไก๋เองก็ทำเพียงพยักหน้าเห็นด้วยเมื่อชายชรากงเว่ยพูดจบ“หึ ทำเป็นมีเมตตา เสแสร้งเล่นละคร!เล่นลิ้นเก่งนัก!เจ้ามันก็แค่คนเจ้าเล่ห์จอมโกหกที่ฝึกฝนวิถีเซียนเท่านั้นนะแหละ”ซูหยานพูดออกมาพร้อมกับทำท่าเย้ยหยันและส่งสายตาที่ดูแคลนและสมเพชไปทางกงเว่ย“นั่งมารปากร้าย!หุบปากและเก็บปากของเจ้าเอาไว้เคี้ยวอาหารเถอะ!!”ชายชรากงเว่ยตวาดออกมาด้วยความโกรธ“ตาแก่จอมเสแสร้ง!เจ้าเองก็ควรเก็บฟันอันน้อยนิดของไว้เช่นกัน อีกไม่กี่ซี่ก็ร่วงหมดปากแล้วนี่ ฮ่าฮ่าฮ่า”หญิงสาวหัวเราะเยาะเย้ยชายชราด้วยความสะใจเมื่อเห็นว่าตนยั่วยุอีกฝ่ายสำเร็จ“เอาละ พอๆๆ ถ้าไม่ใช่พวกโจรจะทำอะไรก็ขึ้นอยู่กับพวกเจ้าเถอะ”ไป๋เซี่ยโบกมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจพร้อมกับความสงสัยภายในใจว่า สองคนนี้ไปโกรธอะไรกันมา“ขออภัยที่เสียมารยาทขอรับ/เจ้าคะ”ทั้งคู่ป้องมือแล้วพูดออกมาอย่างพร้อมเพรียงก่อนที่จะหันไปจ้องหน้ากัน“พวกเจ้าจำมหาสงครามครั้งล่าสุดของทั้งสองดินแดนได้ไหม”ไป่เซี่ยจู่ๆก็นึกถึงกระทู้ที่ตนเองอ่านเมื่อวานและข้อมูลภายในเกมจากหอสมุดได้ ก็เอ่ยถามออกมาด้วยความสนใจ“ได้ขอรับ/เจ้าคะ”นอกจากทั้งสองแล้ว คนอื่นๆเองก็ล้วนแล้วแต่สงสัยว่าชายคนนี้ถามทำไม“เอาละ เล่าเรื่องที่พวกเจ้าเคยได้ฟังมาเริ่มจากเจ้าก่อน”ไป๋เซี่ยชี้ไปที่กงเว่ย“จากที่ข้าได้ฟังข่าวคราว จากผู้ที่เข้ารวมสงครามและตำราที่มีบันทึกไว้เมื่อราวๆร้อยปีก่อน ชนวนสงครามครั้งนี้เกิดจากฝ่ายมารที่รุกล้ำเข้ามาแดนเซียนบริเวณขอบชายแด–”ชายชรากงเว่ยที่กำลังเริ่มเล่าก็หยุดชะงักลง“ช้าก่อน!”ซูหยานพูดขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวแล้วพูดออกมาน้ำเสียงที่เจือด้วยความโกรธ“เรื่องนี้เป็นอย่างที่เขากล่าวแต่เป็นฝ่ายแดนเซียนที่ไปจับตัวคนของแดนมารไป พวกเขาจึงต้องบุกไปยังแดนเซียนเพื่อช่วยพวกพ้อง”ซูหยานพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธยิ่งกว่าเดิมแล้วจ้องมองไปทางชายชรากงเว่ยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ“ไร้สาระ!!ที่พวกเจ้าเหล่าผู้ฝึกตนวิถีมารบุกดินแดนเซียนสาเหตุก็เพราะพวกเจ้าต้องการจะขยายอาณาเขตดินแดนของพวกเจ้าต่างหาก!!”ชราชายกงเว่ยตวาดสวนทันควัน“เหลวไหล!!พวกเจ้าต่างหากที่เป็นฝ่ายหาเรื่องพวกข้าก่อน พวกเจ้าจับตัวคนของเราไปก่อน!!”ซูหยานเองก็ตวาดใส่ชายชรากงเว่ยเช่นกัน“หยุด!!!”ไปเซี่ยตวาดเสียงดังลั่นเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เริ่มทะเลาะกันอย่างจริงจัง“ขออภัยขอรับ/เจ้าคะผู้อาวุโส”ทั้งสองที่ทะเลาะก็รีบหยุดทันทีแล้วรีบป้องมือมาทางไป๋เซี่ย“ข้าต้องการรู้ว่าสงครามครั้งนี้จบลงอย่างไร”หลังจากที่ตนได้รับรู้ว่าสงครามจากกระทู้ที่ทางผู้ดูแลประกาศออกมาถูกต้องกว่าตนก็ลอบยิ้มและหัวเราะภายในใจแต่ยังคงวางมาดขรึมต่อไป“สงครามครั้งนี้จบลงโดยการสูญเสียยอดฝีมือแดนเซียนระดับเหยียบแดนสวรรค์และเหยียบแดนนรกจากแดนมารไปเป็นจำนวนมากขอรับ”กงเว่ยพูดออกมาหลังจากที่คิดไปสักพักก่อนที่จะพูดต่อ“ทั้งสองดินแดนจึงร่างสัญญาขอสงบศึกกันแบบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วคัดลอกแบ่งกันไว้คนละฉบับหลังจากที่ทั้งสองดินแดนประทับตราลงนามในสัญญาเรียบร้อยแล้ว”หลังจากที่ชายชรากงเว่ยกล่าวจบซูหยานก็พยักหน้าเช่นกัน“งั้นเหรอ มันจบแบบนี้เองสินะ”ไป๋เซี่ยแสร้งกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือจางด้วยความเศร้าแล้วทำท่าทีว่าตนกำลังจมอยู่ในความคิดของตนเอง