ไม่กี่นาทีต่อมา …
หญิงสาวร่างบางตัวเล็กที่หมดสติไปเมื่อครู่นี้ก็เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา
“อื้ออ” หญิงสาวร่างบางครางออกมาอย่างแ่เบาพลางค่อยๆลืมตาอย่างสะลึมสะลือ
“น้องรู้สึกตัวแล้วค่ะๆ”ทีมงานผู้หญิงทีมหลักที่กำลังดูแลหญิงสาวร่างบางเอ่ยขึ้นมา
หญิงสาวร่างบางตัวเล็กนอนนิ่งเรียกสติสักพักก็พยายามดันตัวเองลุกขึ้นนั่งพร้อมทุกคนพยายามจ้องมองและขยับมาใกล้ตัวของเธอมากขึ้น
“ค่อยๆ ลุกนะคะ / ค่อยๆลุก” สองเสียงของทีมงานผู้หญิงทีมหลักที่เอ่ยขึ้นมาก่อนหน้านี้กับอีฮยอนจินประสานขึ้นมาพร้อมกันพลางช่วยกันประคองตัวหญิงสาวให้ลุกขึ้นนั่ง
“เป็ยังไงบ้างคะน้องลิลลี่?” ทีมงานผู้หญิงทีมหลักเอ่ยถามขึ้นมาอย่างเป็ห่วง
สมาชิกทั้งเจ็ดคนที่กำลังจ้องมองหญิงสาวร่างบางที่ฟื้นตัวเมื่อได้ยินสิ่งที่ทีมงานเอ่ยถามกับเธอนั้นก็ไม่ได้มีใครเอ่ยพูดอะไรต่อ รอให้เธอมีสติสักพักค่อยถามสิ่งที่สงสัยแล้วกันแต่คำพูดก่อนจบประโยคของทีมงานทำให้พวกเขาได้รู้เื่ของเธอมากขึ้น นั่นคือ …‘เธอชื่อลิลลี่สินะ’
ลลิตายังไม่เอ่ยตอบอะไรออกมาพลางมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่
“ลิลลี่ไหวมั้ย? เป็อะไรมากหรือเปล่า?” ทีมงานผู้หญิงทีมหลักเอ่ยถามอีกครั้ง
“มะ ไม่ค่ะ ลิลลี่ไม่ได้เป็อะไรมากค่ะแค่อึนๆ นิดหน่อย” ลลิตาเอ่ยตอบ
“งั้นดื่มน้ำหวานหน่อยนะพี่ให้คนเตรียมไว้ให้” ทีมงานผู้หญิงทีมหลักเอ่ยพร้อมยื่นแก้วน้ำหวานสีแดงให้ลลิตา
“ขอบคุณค่ะ” ลลิตาเอ่ยตอบพร้อมรับแก้วน้ำหวานขึ้นมายกดื่มจากนั้นสายตาเริ่มกวาดมองไปรอบๆ ตอนนี้ตัวเธอนั้นเริ่มมีสติขึ้นมาแล้วและเริ่มรู้สึกได้ว่ามีพลังงานบางอย่างที่กำลังจับจ้องตัวเธออยู่
พรวด!!
“แค่กๆๆๆ” ลลิตาสำลักน้ำหวานที่ดื่มเข้าไปทันทีที่สายตาของเธอพลันเห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ชุดขาวคนนั้น
“เอ้าา!! ค่อยๆ ดื่มสิจ้ะ”ทีมงานผู้หญิงทีมหลักเอ่ยอย่างตักเตือน พร้อมคว้ากระดาษทิชชูยื่นมาให้ลลิตา
ลลิตาไม่เอ่ยอะไรตอบกลับพร้อมใช้มือรับกระดาษทิชชูออกมาเช็ดริมฝีปากขณะเดียวกันก็พลางขยับตัวเข้าไปใกล้ทีมงานผู้หญิงทีมหลักที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ชุดขาวคนนั้น
ส่วนสมาชิกทั้งเจ็ดคนต่างก็พากันมองหญิงสาวร่างบางตัวเล็กอย่างนึกสงสัย
“พี่เห็นคนใส่ชุดสีขาวมั้ยคะ?” ลลิตาเอ่ยพร้อมหันหน้าไปถามทีมงานผู้หญิงทีมหลัก
“ฮะ?!?! / ฮะ!?!!?” ทุกคนเอ่ยประสานเสียงขึ้นมาพร้อมกันอย่างงุนงงกับคำถามของหญิงสาวร่างบางตรงหน้า
หนึ่งในเสียงที่เอ่ยออกมามีเสียงของคิมซองมินอย่างแน่นอนคิมซองมินพลางคิดในหัวว่า ‘ยัยตัวจิ๋วนี่เพี้ยนหรือเปล่าวะ!?!?’
“น้องลิลลี่ถามอะไรนะคะเมื่อกี้นี้?” ทีมงานผู้หญิงทีมหลักเอ่ยถาม ลลิตาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าสิ่งที่เธอได้ยินเมื่อกี้มันถูกหรือไม่
“ค คือ … พี่เห็นใครใส่ชุดขาวมั้ยคะ?” ลลิตาเอ่ยอีกครั้ง
“ก็เห็นนะคะ นั่นไง”ทีมงานผู้หญิงทีมหลักเอ่ยตอบพร้อมความงุนงงกับคำถามของหญิงสาวพลางยกมือขึ้นชี้ไปที่คิมซองมินชายหนุ่มหนึ่งเดียวที่ใส่ชุดสีขาวทั้งตัว
“อ่าา” ลลิตาเอ่ยออกมาอย่างแ่เบาพร้อมใช้สายตามองไปยังตำแหน่งที่ทีมงานผู้หญิงทีมหลักชี้ไป และเมื่อสายตาเห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ชุดขาวคนนั้นพลันคิดได้ว่า ‘งั้นเขาเป็คนจริงๆสินะ โล่งอกไป!’พลางยกมือขึ้นมาทาบอก ลูบที่่หน้าอกไปมาพร้อมถอนหายใจอย่างโล่งใจ
สมาชิกทั้งเจ็ดคนเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของหญิงสาวร่างบางตรงหน้ายิ่งคิดอย่างงุนงงและสงสัย
“เดี๋ยวนะ! ทำไมถามถึงคนชุดขาวล่ะเขาทำอะไรคุณเหรอ?” อีฮยอนจินเอ่ยถามขึ้นมา
“ปะ เปล่าค่ะ … เขาไม่ได้ทำอะไร”ลลิตาเอ่ยตอบอย่างตะกุกตะกักเล็กน้อยพลางยกมือขึ้นมาส่ายไปมา พร้อมมองต่ำๆเพื่อหลบสายตาของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ชุดขาวคนนั้น
“นายทำอะไรเธอปะเนี่ยซองมิน!? ทำไมเธอดูกลัวๆ นายนะ” อาเธอร์เอ่ยขึ้นมาพร้อมหันไปทางคิมซองมินที่กำลังจ้องหญิงสาวร่างบางตรงหน้าอย่างสงสัย
“ผมไม่ได้ทำอะไรเธอเลยพี่อาเธอร์”คิมซองมินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งพร้อมหันกลับไปจ้องหญิงสาวร่างบางตรงหน้าใหม่
“ผมว่าเราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกนะแล้วทำไมคุณต้องกลัวผมด้วย?” คิมซองมินเอ่ยขึ้นมาพร้อมย่อตัวลงไปนั่งในระดับสายตาของเธอเพื่อดูใบหน้าของหญิงสาวร่างบางคนนี้ใกล้ๆ พลางคิด ‘ก็ไม่น่าจะเคยเจอกันมาก่อนทำไมกลัวกูวะ?!!?’
“ค คือ …” ลลิตาเอ่ยอย่างอ้ำอึ้งแล้วจะตอบยังไงล่ะทีนี้ ‘จะตอบความจริงว่าคิดว่าเขาเป็ผีก็ไม่น่าจะใช่เื่ที่ดีสักเท่าไหร่?!?!’
“ถ้าเขาทำอะไรคุณ ก็บอกเรามาได้เลยนะครับไม่ต้องกลัวๆ” พัคจุนโฮเอ่ยเสียงเรียบ
“ผมไม่ได้ทำอะไรเธอพี่!!!”คิมซองมินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็ง
“ก็เธอดูกลัวๆ นายอะซองมินแล้วไหนจะก่อนที่เธอเป็ลมที่นายเล่าว่าเธอพูดอะไรเืๆ นั่นอีกล่ะ!?!?” พัคจุนโฮเอ่ยต่อ
“เออนั่นดิ!?!” ยุนยูจุนเอ่ยต่อ
“คืออะไรนะคะ? ฉันพูดถึงอะไรเืๆ ด้วยเหรอคะ?” ลลิตาเอ่ยถามอย่างสงสัยพลางคิดว่าตัวเองได้พูดอะไรถึงเืหรือเปล่า
“นี่ตกลงเธอเป็ลมหรือสมองเสื่อมกันแน่?!?! จำไม่ได้หรือไงว่าตัวเองทำอะไรบ้าง?”คิมซองมินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะหงุดหงิด
เพียะ!!
ฝ่ามือหนาของอาเธอร์ตบเข้าที่ศีรษะของคิมซองมิน
“โอ๊ย!!!” คิมซองมินร้องะโเสียงดังและเอ่ยต่อ“ตบผมทำไมเนี่ย?!!?!” พลางใช้มือหนาของตัวเองลูบบริเวณที่ตนถูกตบ
“พูดกับเธอดีๆ” อาเธอร์เอ่ยตอบเสียงเรียบ
“ฮ่าๆๆๆๆ น่าสงสารเขานะครับ”เฉินไท่หยางเอ่ยขึ้นอย่างล้อเลียน
ส่วนลลิตาที่กำลังมึนงงกับประโยคที่ชายหนุ่มชุดขาวคนนั้นกล่าวว่าเธอพลันทิ้งความมึนงงไปเบิกตากว้างใแทนที่เขาโดนตบเข้าที่ศีรษะ