หลินหลาน(นางผู้ปลูกผัก)

    เหมืองเหวิน 2

    เมื่อผ่านประตูเมืองชั้นที่สองเข้ามา ภายในเมืองในชั้นนี้เต็มไปด้วยผู้คนตั้งแต่ประตูทางเข้า ผู้คนสัญจรเดินทางไปมาไม่หยุด ผู้คนมากมายแต่งกายหลากหลาย ยิ่งเข้ามาภายในกำแพงลึกมากเท่าใด สิ่งปลูกสร้างก็ยิ่งประณีตขึ้น ดูสวยงามโอ่อ่าวัสดุที่ใช้นางคาดว่าน่าจะเป็นไม้ แต่ก็คงจะเป็นต้นไม้ที่สูงใหญ่มากทีเดียว ดูอย่างเสาของบ้านหลังหนึ่งที่มีขนาดเกือบเท่าสองคนโอบ"ผู้คนที่นี่ท่าทางจะฐานะดีนะท่านปู่ บ้านเรือนสวยงาม ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส""ใช่แล้วเมืองนี้เหมือนเป็นจุดศูนย์กลาง จากดินแดนเหนือและใต้ ทั้งสภาพภูมิอากาศ และความสะดวกในการเดินทางทำให้ที่แห่งนี้คึกคักมาก"ข้าสอดส่ายสายตามองไปสองข้างทาง บางครั้งจะมีผู้ที่ดูเหมือนมีอันจะกิน นั่งรถม้าผ่านมา รอบๆ รถม้าจะมีบุรุษวางท่าดุดันอยู่รอบๆ ถ้าเปรียบกับยุคที่ข้าจากมาคาดว่าน่าจะเป็นบอดี้การ์ดการ์ดมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยเมื่อรถม้าคันหรูวิ่งผ่านไป รถม้าธรรมดาๆ มักจะต้องหลบให้ดูมีอภิสิทธิ์ยิ่งนัก ข้ามองตามหลังรถม้าที่พึ่งวิ่งผ่านไปด้วยความอิจฉา ข้าไม่อยากจะเปรียบเทียบกับรถม้าที่เรียกได้ว่าโกโรโกโสของท่านปู่นัก เอาเป็นว่าข้าจะไม่พูดถึงก็แล้วกัน..ท่านปู่นำขบวนวิ่งไปตามเส้นทางหลักสักพักในที่สุดก็เลี้ยงเข้าไปในถนนสายหนึ่ง แม้ว่าสองข้างทางจะไม่ค่อยมีผู้คนมากนัก แต่ก็ยังถือว่ามากอยู่ดีหากเทียบกับการเดินทางที่ผ่านมา ที่แทบจะนับผู้คนที่พบเจอได้"อีกประเดี๋ยวเราก็จะถึงที่พักแล้ว"ท่านปู่พูดให้ข้าเตรียมตัว เพราะเมื่อรถม้าจอดข้าจะต้องใช้แรงงานอย่างที่ทำเป็นประจำตามคำบัญชาของท่านปู่
    รถม้าวิ่งมาอีกสักพักก็จอดลงที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง อันที่จริงมันใหญ่กว่าบ้านทั่วๆ ไป ขณะที่ข้ากำลังสงสัยอยู่นั้น ท่านปู่ก็ลงจากรถม้าแล้วเข้าไปคุยอะไรบางอย่างอยู่ภายใน ไม่นานท่านปู่ก็เดินออกส่งเสียงเป็นสัญญาณ"รีบนำม้าเข้าไปผูกไว้ในคอก แล้วตรวจดูสินค้าอีกรอบพวกเราจะพักกันยังที่แห่งนี้"เมื่อได้ยินคำสั่ง พวกพี่หยวนก็ต่างแยกย้ายกันไปดูสัมภาระ ข้าเองก็ทำตามพวกเขา ยามนี้เรื่องใช้แรงงานข้าถนัดนักแหละ ดูได้ง่ายๆ จากฝ่ามือของข้าที่แห้งกร้านและสาก ต่างจากคราแรกที่นุ่มนิ่มเนียนสวยเมื่อข้าจัดการจูงม้าเข้าไปในคอกม้าที่ทำขึ้นมาง่ายๆ แล้วข้าก็เดินเข้าไปภายในบ้านหลังนั้น เมื่อเข้ามาจึงได้รู้ว่าเหมือนมันจะเป็นร้านอาหาร เพราะมีโต๊ะเก้าอี้ตั้งอยู่เป็นชุด นับได้เกือบสิบชุดท่านปู่นั่งจิบชาอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่ง ข้ารีบเดินเข้าไปหา พร้อมกับนั่งลงแล้วจัดการรินน้ำชาให้ตัวเองจนแทบล้นจอก ก่อนที่จะยกขึ้นกระดกรวดเดียวหมดฮ้าาาา...ชื่นจายยยย....นี่นับเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่ข้าได้ดื่มอะไรที่เรียกได้ว่าน้ำชา ปกติชาที่ข้าดื่มมักจะเป็นน้ำชาของท่านปู่ ที่ดูจะขี้งกอย่างมาก หม้อต้มน้ำใบใหญ่ที่พอจะแจกทุกคนในขบวน ท่านปู่กับใส่ใบชาลงไปเพียงหยิบมือ รสชาติของใบชาข้าแทบไม่รู้สึก เหมือนกินน้ำต้มอย่างไรอย่างนั้นข้ารีบรินน้ำชาใส่จอกแล้วยกขึ้นดื่มอย่างต่อเนื่อง จนท่านปู่ที่กำลังนั่งจิบอยู่มองค้อนวงโต แต่มีหรือข้าจะสนไม่นานน้ำชาทั้งสองกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะก็หมดลงด้วยฝีมือข้าอย่างรวดเร็ว"ว้าา น้ำชาหมดเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไรข้าหายคอแห้งพอดี"
    หญิงสาวทำท่าเสียดายน้ำชาจอกสุดท้ายที่หายลงไปในท้องของนาง ก่อนจะหันไปทำท่าขออภัยเล็กน้อยกับชายชรา ทำเหมือนว่าเมื่อครู่นางมิได้ตั้งใจที่จะแย่งน้ำชาของเขากินจนหมดแม้แต่น้อยชายชราตั้งแต่ต้นจนจบไม่ได้พูดสิ่งใด ทำเพียงถือจอกน้ำชาเอาไว้ พลางมองดูนางซัดน้ำชาเข้าไปทั้งกายามนี้หลินหลานรู้สึกอึดอัดขึ้นมาบ้างแล้ว ด้วยการดื่มชาเข้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีอาการจุกเสียดแน่นท้องขึ้นมาจนตอนนี้นางทำได้เพียงนั่งนิ่งๆ แต่เรื่องนี้นับว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ การที่นางได้ดื่มชาที่สมควรจะเรียกว่าชาของแท้ ไม่เหมือนน้ำล้างชาอย่างที่ผ่านมา ใบหน้าของนางอิ่มเอิบสุขใจอย่างถึงที่สุดขณะที่นางกำลังหลับตาเอนหลังกับเก้าอี้ อย่างมีความสุขอยู่นั้นสายตาก็เห็นบรรดาชาวคณะที่มีพี่หยวนเป็นผู้นำต่างก็ทยอยเดินเข้ามาด้านใน ท่านปู่ที่นั่งเงียบมาตั้งแต่เมื่อครู่เห็นทุกคนเดินเข้ามาแล้ว ก็เรียกให้นั่งลง ก่อนที่จะกล่าวคำพูดที่ทำให้ข้าอยากจะกัดลิ้นตัวเองตาย"ข้ารอให้ทุกคนมาพร้อมหน้ากันอยู่พอดี วันนี้ข้าจะเลี้ยงข้าวปลาอาหารพวกเจ้าให้คุ้มกับการเดินทางอันแสนยากลำบาก มาๆ อีกประเดี๋ยวเสี่ยวเอ้อก็คงจะทำอาหารเสร็จแล้ว อ๊ะ!? นั้นยังไงล่ะมาพอดี"ชายชราพูดยังไม่ทันขาดคำ บรรดาอาหารที่พึ่งทำเสร็จใหม่ๆ มากมายก็ถูกยกขึ้นโต๊ะ มีทั้งเนื้อและปลา ของทุกอย่างแม้จะเป็นเพียงอาหารพื้นๆ มิได้หรูหรา แต่หากลองได้กินเพียงก้อนแป้งกับผักดองมาแรมเดือน อาหารตรงหน้าเหล่านี้ก็เปรียบเสมือน อาหารจากชั้นฟ้า กลิ่นหอมของอาหารทำให้ทุกคนต่างน้ำลายสอไปตามๆ กันทุกคนในคณะต่างมีสีหน้าปีติยินดี พร้อมใจกันกล่าวขอบคุณท่านผู้เฒ่าก่อนจะลงมือรับประทานอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มิได้ขยับตะเกียบ นั้นก็คือหลินหลานหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่ม"เจ้าทำไมไม่รีบกิน เร็วๆ เข้าประเดี๋ยวจะหมดเอานะ ข้อขอบอกก่อนเลยว่าข้าจะเลี้ยงเพียงมื้อนี้มื้อเดียว สั่งได้เต็มที่!! "ชายชราหันมาพูดกับหลินหลาน ก่อนที่จะหันไปเน้นเสียงบอกกับเหล่าบรรดาชายหนุ่มที่กำลังตั้งใจพุ้ยข้าวสวยเม็ดอวบสีขาวนวลเข้าปากคำโต เมื่อได้ฟังคำพูดของชายชราที่บอกว่าสั่งได้เต็มที่ ทุกคนต่างส่งเสียงเฮ ดังลั่น"ท่านปู่ คือว่า...ข้าขอยกยอดไปมื้อต่อไปได้หรือไม่"เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร แต่ดูเหมือนชายชราจะมิได้มีความสงสารเห็นใจแม้แต่น้อย ซ้ำยังค่อยๆ คีบเนื้อตุ๋นเปื่อยยุ่ยที่เต็มไปด้วยน้ำซอสชุ่มฉ่ำ เข้าปากเคี้ยวช้าๆ พร้อมทำหน้าเคลิบเคลิ้ม ทำเอานางอ้าปากงับอากาศขยับปากเคี้ยวตามโดยไม่รู้ตัวทุกการกระทำของชายชราเป็นไปอย่างเชื่องช้ายิ่ง ราวกับว่าต้องการจะได้นางดูให้ชัดๆ เต็มๆ ตา เมื่อกลืนเนื้อคำโตลงคอแล้วจึงได้เอ่ยตอบหญิงสาวที่เฝ้ารออยู่"ยกยอดคือสิ่งใด? ข้ามิเข้าใจที่เจ้าพูด แต่คำพูดของข้าคือความจริง ข้าจะเลี้ยงเพียงมื้อนี้เท่านั้น"พูดเสร็จก็หันไปใช้ตะเกียบพุ้ยข้าวกินต่ออย่างรวดเร็วไม่ได้สนใจนางอีก พร้อมกับหันไปสั่งเสี่ยวเอ้อเสียงดัง"เสี่ยวเอ้อนี่เนื้ออะไรกัน!? รสชาติดียิ่ง รสของเนื้อเข้มข้นน้ำซอสรสเยี่ยม เอามาอีกหนึ่ง.. ไม่ใช่สิ สองจานไปเลย..""ขอรับ"".."ข้ามองทุกคนกินด้วยสายตาแห้งผาก แม้จะอยากกินเพียงใด แต่ท้องของข้าไม่สามารถรับสิ่งใดได้อีกแล้ว ทุกตารางนิ้วของกระเพาะข้าอัดแน่นไปด้วยน้ำชานี่สินะที่ตาเฒ่าไม่เอ่ยห้ามข้าสักคำยามที่ข้าแย่งดื่มชาไปจนหมด ที่แท้ก็แอบวางแผนการเช่นนี้ไว้อยู่ เจ็บใจนัก!!ชายชราที่ดูเหมือนกำลังกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย กับกำลังใช้หางตามองใบหน้าที่ตอนนี้กำลังบูดบึ้งดูไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากของเด็กสาว ก่อนที่จะยิ้มเยาะอยู่ภายในใจหึหึ เด็กน้อยเอ๋ย คิดจะแกล้งข้าอย่างนั้นหรือ เป็นเช่นไรล่ะ เรื่องนี้คงจะทำให้เจ้าเข็ดไปอีกนาน...ชายชราหันกลับไปคีบอาหารเข้าปากด้วยความสุข มื้อนี้ดูเหมือนจะอร่อยเป็นพิเศษเมื่อมีสายตาที่หิวโหย แต่กินไม่ได้มาคอยจ้องอยู่ด้านข้างยิ่งสร้างความพึงพอใจให้ชายชรามิน้อยเลยสายตาของหลินหลานที่จับจ้องไปยังเนื้อภายในจาน ชิ้นแล้วชิ้นเล่าค่อยๆ หายไปช้าๆ ช่างเจ็บปวดทรมานนัก!!

    ******************ความจริงตอนนี้ไรท์พิมพ์เสร็จตั้งแต่วันพุธแล้ว แต่ว่าพิมพ์ในคอม เวลาจะอัพต้องมาอัพในโน๊ตบุ๊ค(เป็นแบบนี้มาตลอด) ด้วยความที่เหนื่อยจากการทำงานเลยพลานไม่อยากแย่งโน๊ตบุ๊คกับลูก วันนี้หยุดงานเลยได้โอกาสมาอัพ