บทที่ 16
การปรากฏตัวของเ้าเมืองนี่มันเขาคนนั้นชัด ๆ
ยามเช้าแสงอาทิตย์สาดส่องผ่านทางหน้าต่างของเรือนนอนหลักในจวนเ้าเมืองเซียวป๋อเหวินที่ตอนนี้ได้รับการรักษาจนเกือบจะหายดีแล้วลุกขึ้นมาแต่เช้าเพื่อให้หมอหลิวคอยช่วยตรวจดูาแให้นี่ก็เป็ระยะเวลาหนึ่งเดือนแล้วหลังจากที่เขาถูกหามกลับมาจากการออกไปปราบโจรูเากว่าจะรอดมาได้ก็ไม่ใช่เื่ง่ายเช่นกัน
ระหว่างที่เขารักษาตัวอยู่นั้นก็มีเื่ราวมมากมายเกิดขึ้นทั้งความทรงจำของเ้าของร่างทั้งเื่วุ่นวายภายนอกที่สายกลับมารายงานว่าตอนนี้พวกโจรูเากำลังเหิมเกริมอย่างหนักไล่ปล้นฆ่าชาวบ้านไปทั่วยิ่งพวกมันได้ข่าวว่าเ้าเมืองเจ็บอยู่ก็ยิ่งเอาใหญ่ในเมื่อไม่มีผู้ใดออกมาขัดขวางแล้วพวกมันก็ทำชั่วอย่างเต็มที่หยางจื้อเจ๋อในร่างของเซียวป๋อเหวินในตอนนี้แทบอยากจะออกไปปราบโจรูเาเ่าั้ให้สิ้นซากเพราะอย่างไรเขาก็ได้รับการฝากฝังจากเ้าของร่างเดิมเอาไว้แล้วแต่ทว่าติดที่ตอนนี้ร่างกายยังไม่พร้อมที่จะออกไปปะทะกับผู้ใดจริง ๆ
และแล้วเมื่อวันนี้มาถึงวันที่เขาหายดีแล้วและพร้อมสำหรับการเผชิญกับทุกสิ่งดังนั้นเื่แรกที่เขาจะต้องทำก็คือการไปหารือกันกับเหล่าทหารที่จวนว่าการเื่การปราบโจรูเาอีกครั้ง
"อาการาเ็ภายนอกของเ้าหายดีแล้วแผลทั้งหมดดีขึ้นมาก แต่ข้าแนะนำว่าอย่าเพิ่งกระทำการอะไรที่ต้องใช้แรงมากเพราะไม่แน่ว่าอาจจะทำให้แผลฉีกได้" หมอหลิวกล่าวพลางมองสำรวจดูร่างกายของสหายอีกครั้ง
"ข้าคงยังไม่ออกไปปราบโจรูเาวันนี้หรอกยังคงต้องเตรียมตัวอีกมาก" เซียวป๋อเหวินกล่าว
เขารู้ว่าเ้าของร่างมีวรยุทธสูงส่งทว่าั้แ่มาอยู่ในร่างนี้ก็ยังไม่เคยทดลองใช้เลยสักครั้งดังนั้นก่อนที่จะออกไปปราบโจรูเาก็ต้องรู้ฝีมือของตัวเองก่อนขนาดเ้าของร่างยังเคยพ่ายแพ้ให้กับพวกนั้นเลยดังนั้นหากว่าเขาคิดจะทำอะไรก็จำเป็ต้องวางแผนให้รอบคอบ
หมอหลิวเดินอ้อมไปทางด้านหลังของเซียวป๋อเหวินจากนั้นก็ทุบลงไปที่แผ่นหลังของเขาทีหนึ่งเซียวป๋อเหวินไออกมาสองสามที
"อาการาเ็ภายในยังไม่ได้ดีขึ้นมาก่นี้อย่าทำงานหักโหมให้มากเกินไป กลับจวนแล้วพักผ่อนให้ตรงเวลา" หมอหลิวกล่าว
"ขอรับท่านหมอหลิว ข้าจะเป็คนไข้ที่ดีไม่ประพฤติผิดไปจากที่ท่านหมอสั่งเลยแม้แต่น้อย" เซียวป๋อเหวินตอบกลับ
ั้แ่ที่เขามาอยู่ในร่างนี้มาเป็ระยะเวลาเดือนหนึ่งนั่นก็ทำให้เขาสนิทกับคนในจวนมากขึ้นโดยเฉพาะกับหมอหลิวเองที่แทบจะกินนอนอยู่ในห้องเดียวกันกับเขาและดูแลเขามาตลอดจึงทำให้ทั้งสองสนิทกันเร็วขึ้นมาก เผลอ ๆจะสนิทกว่าเ้าของร่างเดิมเสียด้วยซ้ำ
"ข้าว่าั้แ่เ้าได้รับาเ็มาเ้าดูเป็กันเองมากขึ้นนะหัวไปกระแทกอะไรมาหรือไม่" หมอหลิวถามเป็เชิงหยอกล้อ
เซียวป๋อเหวินรู้สึกได้ว่าหมอหลิวก็มองออกว่าตนเองเปลี่ยนไปจึงได้หาคำตอบมากลบเกลื่อน "ที่จริงข้าก็อยากเป็เช่นนี้มานานแล้วแหละแต่ทว่าก่อนหน้านี้ต้องรักษาภาพลักษณ์ของบุตรชายชินอ๋องเอาไว้มาบัดนี้เห็นว่าสมควรที่จะเป็ตัวของตัวเองเสียที"
"เ้าเป็อย่างนี้ข้ารู้สึกใกล้ชิดกว่าเดิมมากรีบไปเถอะมีงานมากมายให้ต้องสะสางไม่ใช่หรือ" หมอหลิวบอก
"อืม…ถ้าอย่างนั้นข้าไปก่อนเจอกันตอนเย็น" เซียวป๋อเหวินกล่าวจากนั้นจึงเดินออกจากห้องไป
"เจอกันตอนเย็น" หมอหลิวกล่าวตามหลัง
เซียวป๋อเหวินขี่ม้าคู่กายออกมาจากจวนพร้อมกับทหารอีกสี่ห้านายชาวเมืองเมื่อเห็นท่านเ้าเมืองออกมาจากจวนแล้วก็ดีใจกันใหญ่รีบวิ่งไปบอกคนอื่นว่าท่านเ้าออกมาแล้วข่าวนี้เริ่มส่งต่อกันไปอย่างรวดเร็วชาวเมืองที่ได้ข่าวก็พากันมายืนอยู่สองข้างทางเพื่อดูให้เห็นกับตาว่าท่านเ้าเมืองหายจากอาการาเ็แล้วจริงๆ
"ท่านเ้าเมืองหายแล้วจริงๆ พวกเ้าดู เขาขี่ม้าออกมาจากจวนเมื่อสักครู่ น่าจะมุ่งหน้าไปยังจวนว่าการ" ชายผู้หนึ่งป่าวประกาศไปตาถนนมือก็ชี้มาทางที่เซียวป๋อเหวินอยู่
"ท่านเ้าเมืองหายแล้วช่างเป็บุญของเมื่องถู่หยางจริง ๆ ขอบคุณ์ที่เมตตา" ชายวัยกลางคนที่นั่งขายผักอยู่ริมถนนกล่าว
ที่ถนนยังมีผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ทั้งบุรุษ สตรี หนุ่มสาว คนชราและเด็กน้อยตอนนี้เอาแต่จับจ้องมองมาทางเซียวป๋อเหวินกันหมดพวกเขาพากันมายืนเรียงแถวกันที่ริมถนนเพื่ออวยพรให้ท่านเ้าเมืองก่อนไปทำงานในจำนวนคนที่มายืนนั้นมีหญิงสาวอยู่เกินกว่าครึ่ง
"ท่านเ้าเมืองหายดีแล้วพวกเราไปดูกันเถอะว่าเขายังหล่อเหลาเหมือนเดิมอยู่หรือไม่" หญิงสาวนางหนึ่งกล่าวขึ้นพลางดึงมือสหายให้วิ่งมายังทิศทางที่เซียวป๋อเหวินขี่ม้าอยู่
"ต่อให้เขาจะไม่หล่อเหลาเหมือนเดิมถึงอย่างไรข้าก็ยังคงชื่นชมเขาอยู่ดีนั่นแหละ" หญิงสาวอีกผู้หนึ่งกล่าว
ในขณะที่เซียวป๋อเหวินกำลังควบม้ามายังทิศทางที่พวกนางยืนอยู่หญิงสาวอีกนางหนึ่งก็รีบชี้ให้สหายหันมาดูทันที "นั่นไง ๆ ท่านเ้าเมืองมาแล้วเขายังคงหล่อเหลาเหมือนเดิม ทั้งยังดูยิ้มแย้มสดใสขึ้นมากด้วยแสดงว่าหายดีแล้วจริงๆ"
ฟางหนิงฮวาที่กำลังปั้นซาลาเปาอยู่ในร้านก็ได้ยินเสียงที่ชาวเมืองพูดคุยกันว่าท่านเ้าเมืองออกจากจวนมาแล้วก็อยากออกมาดูด้วยั้แ่ที่นางเอาซาลาเปาไปส่งที่จวนเ้าเมืองทุกเช้าก็ยังไม่เคยได้เห็นหน้าเขาเลยแม้สักครั้งมีครั้งหนึ่งที่มองเข้าไปในห้องนอนของเขาแต่ก็ไม่แน่ใจว่านั้นจะใช่เขาหรือไม่เพราะว่าตอนนั้นเห็นเพียงแต่กล้ามเนื้อหน้าท้องไม่ได้เห็นใบหน้าแต่อย่างใด
"ท่านพ่อ…ท่านแม่…ข้าขอไปดูท่านเ้าเมืองสักหน่อยได้หรือไม่" ฟางหนิงฮวากล่าวกับบิดามารดาด้วยสายตาวิงวอน
ฟางตวนเห็นดังนั้นก็อดที่จะเอ็นดูบุตรสาวไม่ได้เพราะเข้าใจว่าบุตรสาวของตนเองก็เลยวัยปักปิ่นมาแล้วย่อมชื่นชมบุรุษเป็ธรรมดาแล้วบุรุษอย่างท่านเ้าเมืองก็เป็ที่ชื่นชมของหญิงสาวทั้งเมืองจึงไม่แปลกอะไรหากฟางหนิงฮวาจะชื่นชมไปกับเขาด้วย
"ไปเถอะ…แล้วมาเล่าให้พ่อฟังด้วยว่าเขาเป็อย่างไรบ้างหายดีแล้วหรือยัง" ฟวนตวนกล่าว
"เ้าค่ะท่านพ่อ" ฟางหนิงฮวากล่าวจบก็วิ่งออกจากร้านมุ่งตรงไปยังถนนที่ตัดตรงสู่จวนว่าการในทันที
นางมายืนดักรอดูที่ด้านหน้าจวนว่าการเห็นแต่ไกลว่าเป็บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ขี่ม้ามาพร้อมกับทหารอีกสี่ห้าคนก็รู้ได้ทันทีว่านั้นจะต้องเป็ท่านเ้าเมืองเป็แน่แต่ที่ทำให้ฟางหนิงฮวาต้องใจนอ้าปากค้างก็คือเมื่อเซียวป๋อเหวินควบม้าเข้ามาใกล้นางในระยะที่มองเห็นกันได้ชัด
สายตาที่มองเขานั้นราวกับว่าเห็นผีอย่างไรอย่างนั้นฟางหนิงฮวายืนตัวแข็งทื่อจนแทบจะไม่หายใจที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่าท่านเ้าเมืองที่นางอยากพบมานานนั้นหน้าตาเหมือนหยางจื้อเจ๋อไม่มีผิดเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วแม้แต่ไฝเล็ก ๆ ที่คางยังอยู่ในจุดเดียวกัน
ฟางหนิงฮวาขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า "เป็ไปได้อย่างไรกันหรือว่าข้าจะคิดมากจนตาฝาดไปเอง"
หญิงสาวเงยหน้ามองไปที่บุรุษผู้นั้นอีกครั้งคราวนี้ไม่ได้ตาฝาดแล้วเมื่อท่านเ้าเมืองหันมายิ้มให้นางหัวใจของฟางหนิงบฮวาหล่นวูบใบหน้าของหยางจื้อเจ๋อตอนที่เขายิ้มอยู่บนเวทีทับซ้อนกับใบหน้าของท่านเ้าเมืองที่กำลังยิ้มอยู่บนม้าของเขา
ฉับพลันหัวใจของฟางหนิงฮวาก็เบ่งบานอีกครั้งถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่หยางจื้อเจ๋อแต่ทว่าก็ทำให้นางดีใจและหายคิดถึงขึ้นมาไม่น้อย
"หรือว่าท่านเ้าเมืองจะเป็ชาติที่แล้วของหยางจื้อเจ๋อกันนะแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามอย่างน้อยการที่มีเขามันก็ดีมากแล้ว" ฟางหนิงฮวากล่าวออกมาด้วยหัวใจที่ฟูฟ่องสัญชาติญาณความเป็แฟนคลับในชาติที่แล้วกลับมาอีกครั้งและครั้งนี้นางก็ตัดสินใจว่าจะเป็แฟนคลับท่านเ้าเมืองนี่แหละ