อบเชยนั่งย่องยองลงนึกรหัสบ้านไปพักใหญ่ สรุปแล้วกดยังไงก็ไม่ผ่านสักที ถ้ากดบ่อย ๆ หน้าจอสแกนก็จะล็อกอีก
ไหนดูซิ ถ้าตัวเลขที่ใส่มันยากไป ด้วยนิสัยของน้องเป็คนคิดอะไรง่าย ตั้งอะไรง่าย ๆ งั้นลองหนึ่งสองสามสี่ดูซิ
ว่าแต่ใครมันจะบ้าตั้งรหัสง่ายอะไรขนาดนั้นวะ โจรได้ขึ้นบ้านกันพอดี
มือเล็กสแกนไฟหน้าจอขึ้นมาใหม่และกดหนึ่งสองสามสี่ลงไป
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ง แก๊ก
เสียงประตูถูกเปิดออกเมื่อรหัสผ่านถูกต้อง
อะ อ้าว ง่ายฉิบ! เปิดได้เฉยเลย ไอ้อบก็เก่งเหมือนกันนะเนี่ย เล่นเอาเหงื่อตกกันไปเลย เกือบได้นอนหน้าบ้านแล้วเรา เฮ้อ คนบ้าอะไรตั้งรหัสบ้านหนึ่งสองสามสี่ ถ้าเป็ผมนะคงตั้งยากกว่านี้เพื่อกันพวกโขมยขึ้นบ้านล่ะนะ
อบเชยก้าวขาเข้าไปในบ้านและกดสแกนรหัสประตูด้านในด้วยรหัสหน้าประตูรั้วอีกที ก็พบว่าเป็รหัสเดียวกัน
แอด~
ภายในบ้านมืดสรัว คนตัวเล็กเดินหา สวิตช์ไฟเพื่อที่จะเปิดมันแต่หายังก็หาไม่เจอ
ร่างบางจึงขยับตัวเข้าไปช้า ๆ กลัวว่าจะเดินชนข้าวของที่วางอยู่ ก่อนจะนั่งลงที่โซฟาเมื่อเห็นไฟของถนนส่องเข้ามานิดหน่อยพอให้เห็นภายในบ้านบ้าง
สรุปไฟบ้านมันเปิดยังไงอีกวะ ในเนื้อหานิยายก็ไม่ได้ลงรายละเอียดเื่เปิดไฟภายในบ้านไว้อีกด้วย
“ตรูจะเปิดไฟยังไงวะเนี่ย” อบเชยสบถออกมาด้วยความหัวเสีย เมื่อหาสวิชไฟมาจะชั่วโมงแล้ว พยายามหามุมในบ้านที่คิดว่าจะมีสวิตช์ไฟอยู่แต่ก็ไม่พบ
ติ๊ง ~ แต่แล้วไฟในบ้านจู่ ๆ ก็สว่างขึ้นมา
อ๊ะ ร่างบางสะดุ้งเฮือกยกขาขึ้นมานั่งบนโซฟาเพราะคิดว่าผีหลอก จู่ ๆ ไฟมันก็เปิดขึ้นมาเอง
ผะ ผี หลอกหรือเปล่าวะ อบเชยพยายามหันมองหาปุ่ม สวิตช์ไฟ อีกครั้งเมื่อไฟในบ้านสว่างแล้ว
ภายในบ้านมีของครบทุกอย่างและถูกตกแต่งด้วยโทนห้องสีขาวสะอาดตาจัดวางข้าวของเป็ระเบียบเรียบร้อยและมีรูปของตัวเองยืนยิ้มแช่งอยู่หน้าทีวี ชายหนุ่มไม่คิดว่ายัยน้องที่เป็ตัวละครจะหน้าตาเหมือนตัวเองขนาดนี้ ถึงว่าพวกพี่เจไดถึงได้ไม่เอะใจเมื่อตอนเจอเขา
“แล้วไฟเปิดอย่างนี้แล้วจะปิดไฟยังไง” เมื่อปากเล็กพูดออกมาอีกไฟจึงดับลง
พึ่บ ~
แง ผีหลอกของจริงนะเนี่ย ชักกลัวแล้วสิ ร่างบางตัวสั่น ทำใจดีสู้ผีในความมืด
เอ๊ะ เมื่อกี้ผมพูดว่าปิดไฟงั้นเหรอหรือว่ามันจะเป็ระบบสั่งการด้วยเสียง งั้นไหนลองดูใหม่ซิ
“เปิดไฟ”
ติ๊ง ไฟสว่างขึ้น
อ้า จริงด้วย ไหนลองปิดไฟดูซิ
“ปิดไฟ”
พึ่บ ไฟถูกปิดลง
อ้อ อย่างงี้นี่เอง ไฮเทคไปอีก ระบบสั่งการด้วยเสียงสินะ เมื่อคิดได้ยังนั้น จึงหันไปมองที่แอร์และพบว่ามันไม่มีรีโมทแอร์จึงคิดว่ามันคงสั่งการด้วยเสียงอีกเช่นเดียวกัน
“เปิดแอร์”
ติ๊ง
ครืน~
แอร์ถูกเปิดขึ้น
ว้าว เล่นเอากินเวลาไปเกือบชั่วโมงกับการที่อบเชยต้องตื่นตาตื่นใจไปกับระบบสั่งการด้วยเสียงของบ้าน ร่างบางสั่งเปิดไฟเป็สีอื่น สุดยอดไปเลย
จ๊อก ~ เสียงท้องของผมเริ่มร้องแล้วสิ มือเล็กยกมือขึ้นลูบท้องของตัวเองเบา ๆ เพิ่งจะกินข้าวมาหมาด ๆ ทำไมยังรู้สึกหิวอีกล่ะ ร่างบางจึงเดินเข้าไปในห้องครัวและเปิดตู้เย็นออกมาดูกลับพบว่าของในตู้นั้นเน่าเสียไปหมดแล้ว
โห อี๋ อี๋ มือเล็กรีบยกมือขึ้นปิดจมูกของตัวเองทันที ของมันเน่ามากี่วันแล้วเนี่ย ยัยน้องก็ไม่ล้างตู้เย็นหรือไงฟะ ร่างบางบ่นออกมา ก่อนจะเดินไปหยิบถังขยะมาก่อนจะขนของทุกอย่างที่เน่าเสียในตู้ทิ้งลงถังขยะให้หมด เหลือไว้แต่พวกน้ำเปล่าและไข่ดิบนิดหน่อย ยังดีที่ยังเหลือไข่ คงกินปะทังความหิวได้บ้าง
ที่เรียกนายเอกว่ายัยน้องชายหนุ่มเรียกด้วยความเอ็นดูนั่นเอง เห็นเป็เด็กน่ารักตะมุตะมิหน้าตาราวกับผู้หญิงแหนะจึงตั้งฉายาให้ใหม่เป็ยัยน้อง
ชายหนุ่มเดินหาหม้อเพื่อที่จะต้มไข่กินจึงเดินเปิดตู้ในครัวไปเรื่อย ๆ เพื่อหาหม้อต้ม
อ๊ะ เจอแล้ว อบเชยหยิบหม้อต้มขนาดเล็กออกมาเปิดน้ำใส่และเอาไข่ต้มไปในหม้อสองฟอง จากนั้นจึงสำรวจห้องครัวต่อว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้าง ของทุกอย่างมีครบขาดอยู่สามอย่างคือครกกับสากและน้ำปูปลาร้า อบเชยนึกไปว่าตัวละครนายเอกไม่กินส้มตำจึงไม่มีอุปกรณ์พวกนี้ ไม่ได้การล่ะ ถ้าผมต้องอยู่ที่นี่ของพวกนี้ก็ห้ามขาดเด็ดขาด น้ำปูปลาร้าของมัก ไม่งั้นคงลงแดงตายแน่เลย ไม่ได้กินส้มตำ คงต้องไปหาซื้อของที่ตลาดสดสักหน่อยแล้ว เอาเป็พรุ่งนี้ก็แล้วกัน
เมื่อไข่ต้มสุกแล้ว ร่างบางจึงเดินไปปิดแก๊สและเอาไข่มาปอกใส่ถ้วยหยิบช้อนเดินออกมานั่งกินที่โซฟาแทน
ร่างบางตักไข่ต้มเข้าปากพลางนึกไปด้วย ถ้าตอนนี้อบเชยคือผมและอบเชยในนิยายหายไปไหน
แล้วผมจะกลับออกไปจากนิยายนี่ยังไงหรือคงต้องรอให้จบเื่ก่อน แต่ว่าตอนจบมันเป็ยังไงนี่สิ ผมยังอ่านไม่ถึงตอนนั้นเลย คงต้องใช้ชีวิตอยู่ในนี้ไปอีกสักพัก ไหน ๆ ก็ได้เข้ามาในนี้แล้ว ถึงจะไม่รู้ว่าเข้ามาได้ยังไง แต่มันก็เป็แค่นิยายละนะ งั้นมาสนุกกับเนื้อเื่ในนิยายกันดีกว่า เมื่ออบเชยคิดได้ดังนั้นจึงมองทุกอย่างไม่ใช่เื่จริง คิดบวกไปเสียหมด
อุ๊บ อุตส่าห์มาเจอสามีทั้งสามทั้งที อบเชยนึกไปถึงสามหนุ่ม หน็อย ไอ้บ้าพี่เจไดที่แกล้งให้น้องกินส้มตำปูปลาร้ากับกะปิ เดี๋ยวครั้งนี้อบเชยคนนี้จะแก้เผ็ดแทนนายเอง ส้มตำปูปลาร้าของชอบของฉัน พี่ต้องอึ้งแน่ ผมไม่ปล่อยให้เขามาแกล้งผมอยู่ฝ่ายเดียวหรอก
ส่วนไซออน หมอนี่เขาให้น้องกินเหล้าเพื่อที่จะมอมใช่ไหม ผมจะให้ลาเต้เพื่อนของน้องไปอ่อยหมอนั่นเพื่อแก้เผ็ดเขาคืน ชิส์
ส่วนพี่ธีโอ ผมคงต้องดูว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาสองพัฒนากันไปถึงไหนกันแล้ว ถึงขนาดเรียกที่รัก พวกเขาได้กันแล้วเหรอหรือแค่เป็แฟนกันเฉย ๆ อะ
แล้วทำไมเนื้อหาในนิยายถึงไม่ได้บอกอะไรเลยล่ะ บอกแค่ว่าพี่ธีโอส่งดอกไม้มาง้อ อืมยังไม่แน่ชัด
ผมคงต้องลองนัดพวกเขาทั้งสามคนออกมาดูความสัมพันธ์ของเขากับนายเอกถึงไหนกันแล้วสินะ
งั้นคงต้องนัดทีล่ะคนแต่จะไม่ให้พี่เจไดรู้ยังไงดีละเนี่ย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้
งั้นเอาเป็ว่า...