ถึงแม้จะได้รับการโคจรลมปราณรักษากระดูกส่วนมือที่หักไปจากผู้เป็มารดาของตนจนกระดูกสมานกันแล้วแต่อย่างไรมันก็ยังไม่สนิทดังเดิมจำต้องใช้เวลาพักฟื้นเป็ส่วนใหญ่เพื่อให้กระดูกค่อยๆเคลื่อนตัวเพื่อผสานกันกระบวนการทั้งหมดนี้กินเวลาถึง 1 วันเต็ม
"ข้าจะทำอย่างไรต่อไปดีข้าได้ฝึกฝนอย่างหนักั้แ่ข้าอายุได้ 8 ปีจนกระทั่ง 12 ปีตัวข้ากลับไม่มีความพัฒนาเลยแม้แต่น้อย หลังจากมือข้าหายดีแล้วต่อให้ข้าออกไปฝึกก็ไม่แน่ว่าข้าจะทะลวงระดับพลังในยาวนี้ได้ หรือว่า...ข้าต้องยอมแพ้จริงๆ" เสียงของเด็กน้อยกล่าวกับตนเองอย่างจนใจ
ในขณะที่หยางเทียนกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นสายตาพลันได้มองไปลอบๆของที่พักตนและมารดาจนมาตกกระทบที่โต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่นอนของหยางเทียนนักสภาพภายในของบ้านพักตนนั้นยิ่งนานวันยิ่งเก่าลงไม่มีสิ่งใดเป็สิ่งใหม่เลยทั่วทั้งบ้านไม่มีการแยกห้องแต่อย่างใดที่นอนเพียงจัดไว้คนละมุมเพียงเท่านั้น
สิ่งที่ปรากฎแก่สายตาของหยางเทียนบนโต๊ะอาหารนั่นคือผลึกพลังปราณระดับต่ำทรัพยากรใช้สำหรับบ่มเพาะพลังั้แ่ขั้นที่ 1-5แห่งลมปราณแรกกำเนิด ถึงแม้จะมีคำว่าต่ำปะปนอยู่ในคำเรียกราคามันหาได้ต่ำเช่นชื่อไม่
ผลึกปราณระดับต่ำนั้นทางตระกูลจะแจกจ่ายให้แก่ผู้อยู่ใต้อาณัติหากเป็ชนชั้นบ่าวรับใช้ที่ฝึกตนจะได้รับมันเพียงปีละครั้งเท่านั้นสำหรับผู้าุโแห่งตระกูลจะได้รับถึงปีละ 10ก้อนเป็อย่างต่ำขึ้นอยู่กับผลประกอบการณ์ในยามนั้นของตระกูลเมื่อเทียบขนาดการได้รับทรัพยากร ชัดเจนยิ่งกว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว
แต่ถึงผลึกนี้จะมีคุณค่าเพียงใด แต่สำหรับหยางซูผู้เป็มารดาของหยางเทียน นางกลับนำผลึกล้ำค่านี้ให้แก่หยางเทียนทุกปีจนตอนนี้พลังฝึกตนของนางไม่ก้าวหน้าขึ้นกว่าแต่ก่อนแม้แต่น้อย
หยางเทียนรับรู้เื่นี้ได้เป็อย่างดีว่ามารดารักและห่วงใยมันมากเพียงใด“หรือว่าข้าจะเป็ตัวตนชั้นสวะที่นำพาความเลวร้ายมาสู่กระทั่งมารดาตัวของข้าเองก็ยังไม่ละเว้น”เสียงพึมพัมของเด็กน้อย กระจ่างใสดุจเด็กใสสะอาดผู้หนึ่งแต่กลับผสมความถอดถอนใจและการโทษตนเองอย่างอภัยให้ไม่ได้ในน้ำเสียง
เวลาผ่านไปจนกระทั่งหยางเทียนเผลอหลับไปโดยไม่รู้สึกตัวเมื่อตื่นขึ้นมาหยางเทียนพบว่ามีเสียงเอะอะโวยวายดังมาอยู่ที่หน้าบ้านของมันเมื่อพยายามฟังดูดีดีแล้วกลับพบว่าในเสียงจำนวนมากนั้นมีเสียงมารดาของมันปนอยู่ด้วยมันจึงรีบนำพาร่างตนเองออกไปยังหน้าที่พักเพื่อดูว่าเกิดอันใดขึ้น
สิ่งแรกที่หยางเทียนพบคือ ภาพผู้เป็มารดากำลังโค้งศีรษะตนต่ำถึงดินด้วยท่าคุกเข่าพร้อมขอร้องต่อผู้าุโลำดับที่สาม “ ท่านหยางหลงบ่าวผู้ต่ำต้อยขอร้องท่าน โปรดเมตตาบุตรชายของข้าด้วยเถิดเ้าค่ะ ตัวมันเพียง 12 ปีไม่ได้รับรู้เื่ราวอันใด ทั้งยังไม่รู้ว่าสิ่งไหนควรหรือไม่ควรกระทำโปรดละเว้นบุตรชายข้าสักคราวเถอะเ้าค่ะ “เสียงอ้อนวอนของดรุณีพร้อมด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้ดังออกมาตลอดส่งผลให้ผู้ที่มุงดูรู้สึกสงสารดรุณีนางนี้จับใจ
" หึ! เ้าพ่นวาจาไร้สาระอันใดกันเ้าบ่าวรับใช้โสโครก บุตรชายเ้า แน่ชัดแล้วว่าเป็ตัวต่ำตมยิ่งกว่าเศษสวะกลับบังอาจขวัญกล้าเทียม์บุกจู่โจมบุตรชายหนึ่งเดียวของข้าที่ป่าเขตแดนตระกูลหยางเมื่อวานทั้งยังทำให้บุตรชายข้าต้องได้รับการเสื่อมเสียศักดิ์ศรีเนื่องด้วยมันต้องใช้หมัดตนเองในการรับการจู่โจมทำให้เนื้อตัวมันยามนี้เต็มไปด้วยรังสีความเป็เศษสวะอย่างเห็นได้ชัด "
" ไม่ใช่ว่าเื่นี้เ้าจะยังให้ข้าปล่อยผ่านในเมื่อบุตรของเ้าทำความผิดใหญ่หลวงถึงขนาดนี้ " คำกล่าวของหยางหลงนั้นเกรี้ยวกราด ดุร้าย ไม่มีท่าทีโอนอ่อนผ่อนปรนแม้แต่น้อย
หยางเทียนที่พึ่งมาถึงและได้ฟังวาจาที่เต็มไปด้วยความไม่ยุติธรรมจนกระทั่งทนเห็นผู้เป็มารดาของตนถูกกดขี่ฝ่ายเดียวไม่ไหวจึงนำพาร่างตนเองไปเยือนประจันหน้ากับผู้าุโลำดับที่สาม
“ เหตุใดท่านจึงต่อว่ามารดาข้าและข้าฝ่ายเดียวบุตรชายของท่านชัดเจนว่าเข้ามาหาเื่ข้าก่อนนอกจากด่าข้าแล้วยังให้คนมาลุมล้อมในขณะที่ข้าจะจากไปแถมยังเพิกเฉยต่อกฎเกณฑ์ของตระกูลทั้งหมดอีกด้วยหากจะมีฝ่ายใดที่ผิดก็ควรจะบุตรชายของท่าน หยางกุ้ยไม่ใช่ข้า “น้ำเสียงดุดันไม่ยอมถอยแม้เพียงก้าวของหยางเทียนดังขึ้นส่งผลให้หัวใจผู้เป็มารดาพลันกระตุกขึ้น
ขณะคำกล่าวของหยางซูกำลังออกจากปากเพื่อกล่าวตักเตือนบุตรกลับมีเสียงอันทรงพลังของาุโลำดับสามตวาดกลับมาเสียก่อนที่นางจะทันได้เปิดปาก “เ้าตัวชั้นสวะกลับขวัญกล้าอย่างที่เขาว่ากันยืนอยู่ต่อหน้าาุโไม่โค้งศีรษะยังไม่พอกลับยังยืนก่นด่าต่อว่าบุตรชายของข้า “
“ดีในเมื่อเ้าคิดจะกลับดำเป็ขาวข้าจะทำให้เ้ารู้สำนึกว่าข้าหยางหลงผู้าุโแห่งตระหยางจะบำบัดความถือดีของสวะเช่นเ้าด้วยวิธีเช่นใด”
หลังจากที่หยางซูได้ฟังดังนั้นด้วยความที่หญิงสาวกลัวบุตรของตนเองถูกลงโทษขั้นรุนแรงทำให้นางรีบกล่าวต่อเพื่ออ้อนวอนต่อบุตรของนางอีกครั้ง
“ท่านหยางหลง โปรดตรองดูอีกครั้ง เมตตาบุตรชายข้าด้วยท่านจะให้ข้าทำอย่างไรก็ได้แต่ข้าเพียงอย่างเดียวละเว้นบุตรชายผู้โง่เขลาของข้าผู้นี่ด้วย “
หยางซูกล่าวทั้งน้ำตาพร้อมโขกศีรษะตนเองกับพื้นไปยังผู้าุโลำดับที่สามภาพที่เห็นดูน่าเวทนาเป็อย่างที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วยเหลือเนื่องจากตัวตนระดับผู้าุโกับชั้นบ่าวอันต่ำต้อยแล้วหากใครเข้าช่วยหรือผู้เป็บ่าวรับใช้เห็นทีไม่มันผู้นั้นเป็ผู้สูงส่งก็ต้องเป็ผู้ที่สมองผิดปกติเป็แน่