เย็นวันนั้น หลังจากเพื่อน ๆ กลับไป ธรรมนั่งสมาธิอยู่บนระเบียงบ้านสวน นิ่งสงบจนเสียงลมหายใจสอดประสานกับเสียงแมลงกลางคืน จิตใจของเขาไหลลื่นเข้าสู่สภาวะ 'ใจว่างเป็แวบ ๆ' ที่กว้างและยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกริกเดินเข้ามาทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ พร้อมกับสมุดบันทึกเล่มสีดำ
"ลุงเกริกครับ... วันนี้ผมทดลองสังเกตระบบกลไกในหัวเพิ่ม" ธรรมลืมตาขึ้น แววตาโปร่งเบา "ผมค้นพบว่า ‘ความคิด’ ในหัวเรามันถูกแบ่งออกเป็สองสายพานหลัก ๆ คือ ‘ความคิดที่ตั้งใจคิด’ (Intentional Thought) กับ ‘ความคิดที่ไม่ตั้งใจคิด’ (Automatic Thought)"
"อธิบายเชิงวิศวกรรมให้ลุงฟังซิ" เกริกยิ้มรับ
"ความคิดที่ตั้งใจคิด เปรียบเหมือนเราสั่งเปิดเครื่องจักรทำงานครับ เช่น การคำนวณรหัสโปรเจกต์ หรือการวางแผนกินดีอยู่ดี แต่อีกสายพานคือ ความคิดที่ไม่ตั้งใจคิด มันคือ ‘ขยะความคิด’ ที่ลอยขึ้นมาเองตามความเคยชินของอนุสัย มันไหลมาเหมือนน้ำเสียที่ท่อรั่ว ถ้าเราไม่มีพุทธสติไปจับ... เราจะหลงนึกว่าขยะพวกนั้นคือตัวเรา แล้วเราก็กระโจนลงไปเล่นละครตามบทบาทที่กรรมเก่าตั้งไว้"
ธรรมเปิดหน้าจอแท็บเล็ตแสดงกรณีศึกษาความสัมพันธ์ลวงตาในชุมชนที่เขาได้แชร์แิบำบัดจิตใจ:
"ดูสองเคสนี้ครับลุง เคสแรกคือ ‘พี่เป้า’ ช่างซ่อมรถวัย 45 ปี แกเป็ ‘ผู้ถูกเอาเปรียบ’ ทำงานงก ๆ ถูกเถ้าแก่โกงค่าแรงบ่อย ๆ อารมณ์แกจะเศร้าหมอง คิดลบ ตีโพยตีพายว่าตัวเองวาสนาน้อย ส่วนเคสที่สองคือ ‘น้าชัย’ พ่อค้าเขียงหมูวัย 50 ปี แกเป็ ‘ผู้เอาเปรียบ’ ชอบพูดจาข่มเหงวาจาเชือดเฉือน ดึงเช็งไม่จ่ายเงินคนอื่น สองคนนี้เวลามาเจอกันในตลาด จะเกิด ‘กิจกรรมเอาเปรียบทางกาย วาจา ใจ และความคิด’ ร่วมกันทันที เหมือนนักแสดงสองคนที่รับบทบาทเข้าคู่กันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำซ้ำ ๆ และเกิดผลลัพธ์ความพินาศทางอารมณ์ซ้ำ ๆ ทุกวัน"
เกริกมองผังความสัมพันธ์แล้วพยักหน้าลึกซึ้ง "แล้วในทางวิศวกรรมความคิด นายสอนพวกเขาเปลี่ยนบทอย่างไร?"
"ผมสอนให้พวกเขามองเห็น ‘กระจกสะท้อนกรรม’ ครับลุง" ธรรมขยายความ "ผมบอกพี่เป้าว่า การที่น้าชัยมาเอาเปรียบพี่ ไม่ใช่เพราะพี่โชคร้าย แต่น้าชัยคือกระจกสะท้อนว่า พี่มีพิมพ์เขียว ‘ความกลัวและความสมยอม’ อุดตันอยู่ในใจ ถ้าพี่ไม่เปลี่ยนนิสัยตอบสนอง น้าชัยหรือคนอื่นก็จะเข้ามาเอาเปรียบพี่แบบนี้ไปตลอดชีวิต วิธีเปลี่ยนบทคือ ทันทีที่น้าชัยเดินเข้ามาใช้วาจาเอาเปรียบ ให้พี่เป้ากักลมหายใจ 4-2-5-2 ทำ ‘ใจว่างหนึ่งแวบ’ ตัดสวิตช์ความกลัวทิ้ง แล้วพูดจาปฏิเสธด้วยความนิ่ง สุภาพ และเด็ดขาดตามข้อกฎหมาย... ส่วนน้าชัย ผมก็ชี้ให้แกเห็นว่า ทันทีที่แกคิดเอาเปรียบคนอื่น หลอดเืหัวใจแกจะหดตัว ความดันแกจะพุ่งสูง ทุกครั้งที่แกโกง แกกำลังวางยาสู่ระบบประสาทตัวเอง"
"ผลลัพธ์ดีกรีของจิตใจเป็อย่างไรบ้าง?" เกริกถาม
"ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ พี่เป้าเปลี่ยนนิสัยตอบสนองจาก ‘คิดลบตัดพ้อ’ มารู้จักปฏิเสธด้วย ‘ความเฉยและความเข้าใจกลไกกรรม’ แกไม่ได้โกรธน้าชัย แต่แกมองเห็นน้าชัยเป็แค่ฟันเฟืองที่กำลังหมุนผิดทิศ พอน้าชัยเจอความนิ่งและเด็ดขาดของพี่เป้า น้าชัยก็เล่นบทบาทเดิมไม่ได้ ละครวงจรอุบาทว์นั้นแตกสลายทันทีครับลุง! ตอนนี้น้าชัยเริ่มลดความก้าวร้าวลง ความดันโลหิตแกเริ่มนิ่งขึ้น และพี่เป้าก็ทำงานได้อย่างมีความสุขในครอบครัวและกับเพื่อนร่วมงาน"
วิศวกรเฒ่ายิ้มกว้างพลางตบไหล่หลานชายเบา ๆ "ยอดเยี่ยมมากธรรม... นายเข้าใจแล้วว่าพุทธสติไม่ใช่แค่การนั่งหลับตา แต่คือเทคโนโลยีการรื้อถอนบทละครขยะ เพื่อคืนอิสรภาพและความกินดีอยู่ดีให้กับมนุษย์ทุกคนในทุกหน้างานของชีวิตอย่างแท้จริง!"