เวลา 21.00 น. เวลาที่เพื่อนรักของผมนัดกัน ว่าจะไปร้านเดิมที่ชอบเที่ยวสมัยเรียน ชื่อว่าร้าน Lกฮ
พวกผมหกคนขึ้นรถคันไอ้เท่ห์ไปด้วยกันทั้งหมดเลยครับ เนื่องจากต่างคนต่างกลัวว่าจะเมา อาจจะเหลือเพื่อนคนเดียวที่มีสติขับรถพาพวกเรากลับได้
พวกผมมาถึงร้าน โต๊ะก็เกือบเต็มแล้ว ดีนะที่เป็ลูกค้าประจำ ซึ่งไอ้วิทย์ได้จองโต๊ะล่วงหน้าไว้แล้ว
“อ้าวน้องๆ กลับมาเที่ยวกันหรอ หายหน้าหายตาไปนาน” คำกล่าวทักทายของการ์ดหน้าร้านที่พวกผมคุ้นเคย พี่เขามีหน้าที่คอยตรวจสอบบัตรประชาชนและอาวุธก่อนเข้าร้าน
“ครับพี่ เรียนจบแล้ว ต่างคนต่างทำงานครับ” ไอ้อั้มรับหน้าที่เป็ผู้ให้คำตอบแทนพวกผมทุกคน
“จองโต๊ะไว้แล้วเนอะ ตรงระเบียงด้านนอก โต๊ะแรกเลย” พี่การ์ดผายมือไปทางโต๊ะที่จัดเตียมสำหรับพวกผมหกคนไว้
“โห่พี่รู้ใจจริงๆ ได้ทำเลแจ่มเลยครับ” ไอ้วิทย์ พูดพร้อมกับเดินนำพวกผมไปที่โต๊ะ
ร้านนี้จะแบ่งออกเป็สองส่วนครับ ส่วนในจะเป็ห้องกระจก มีเวทีให้นักดนตรีเล่น ด้านในมีไม่กี่โต๊ะ แต่ที่ผมชอบนั่งกันจะเป็ด้านนอกฝั่งระเบียง โดยระเบียงที่ร้านจะยื่นมาในบึงเล็กๆบรรยากาศค่อนข้างดี ถึงจะอยู่ด้านนอกแต่ยังเห็นเวทีได้ชัดเจน
ตอนที่พวกผมถึงร้าน ยังไม่ถึงเวลาที่นักร้องขึ้นร้องสด ร้านเปิดเพลงเบาๆ ซึ่งแน่นอนว่าผมบังคับให้เพื่อนๆผมสั่งเบียร์ที่บริษัทผมผลิตมาดื่ม
น่าแปลกใจที่วันนี้คนเยอะเป็พิเศษ ถึงปกติร้านนี้จะคนเต็มตลอด แต่วันนี้ผมรู้สึกว่ามันเต็มเร็วไป ด้วยความสงสัย ผมเลยเอ่ยถามกับน้องพนักงานเสริฟที่กำลังรินเบียร์ให้ผม
“วันนี้คนเยอะแปลกๆนะครับ”
“อ่อ วันนี้มีน้องนักศึกษาที่กำลังดังในโลกโซเชี่ยล มาเล่นให้ค่ะ แฟนคลับน้องเขาเลยตามมาดู” น้องพนักงานเสริฟตอบด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่มเห็นได้ชัดว่ากำลังรอดูนักร้องคนนั้นอยู่เหมือนกัน
“ใครวะพวกมึง พอกูจบไปก็มีเด็กใหม่มายึดตำแหน่ง สามีแห่งมอของกูไปแล้วหรอวะ” ผมทำหน้าเซ็ง แล้วหันไปถามกับเพื่อนๆ
“สาด ใครตั้งให้มึงวะไอ้ตาม กล้าเป็สามีแห่งมอ เมียสักคนมึงหาได้สักคนยัง” ไอ้วิทย์ตอบกลับผมทันควัน
“แบบมึงใครจะเอาทำผัว มีแต่คนอยากได้เป็เมียป่าวมึง” ไอ้บอลเสริมกำลังขึ้นมาทันที แหม ไอ้สองคนนี้ เข้ากันอย่างกับรองเท้ากับถุงเท้าเหม็นๆเลยนะมึง
“เออ มันมีรุ่นน้องคณะเรานี่แหละ มันไปเล่นดนตรีที่งานเฟสชี่ไนท์ แล้วก็โด่งดังเป็พลุแตก เห็นน้องรหัสกูกรี๊ดก๊าดอยู่ในเฟสบุ๊ค แต่กูจำชื่อไม่ได้วะ” ต้องขอบคุณความรู้ของไอ้อั้มผู้เป็ฐานข้อมูลของกลุ่ม
“มันหล่อเทียบชั้นเดือนคณะผู้มีตำแหน่ง popular vote อย่างกูได้หรอวะ” ผมพูดตอบกลับไอ้อั้มไป
“เชี่ย มึงหยุดยกหางตัวเองเหอะ ผ่านเวลานั้นมากี่ปีแล้ว” ไอ้วิทย์เล่นผมอีกแล้วครับ
“แต่เหมือนมันจะจีบเด็กนิติศาสตร์อยู่นะ เป็ผู้ชายด้วย นั่นไง น้องคนนั้นที่นั่งตรงข้ามไอ้เ้าบ่าว” ไอ้อั้มให้ข้อมูลต่อ
“เออ ก็น่ารักดีวะ” ผมพูดพร้อมหันไปมองน้องคนนั้น แต่ไอ้เ้าบ่าวกอดคอผมให้หันกลับมาที่เดิม
และแล้วก็ถึงเวลาที่ดนตรีสดขึ้นเล่น เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น หลายสายตาจับจ้องไปที่มือกีตาร์ของวง น้องเล่นดีและมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง แต่สายตาของน้องกลับที่จ้องมองไปยังบรรดาแฟนคลับกลับเป็สายตาที่เ็า มีหลายครั้งที่ผมสังเกตเห็นน้องมือกีตาร์มองมาทางน้องนิติศาสตร์สุดหล่อที่นั่งตรงข้ามไอ้เ้าบ่าว สายตาคู่นั้นกลับเป็ประกาย คล้ายๆสายตาของไอ้เ้าบ่าวที่จ้องมองผม
ผมชอบเวลาที่ได้ดื่มกับเพื่อนๆผมทั้งหกคน รวมถึงไอ้ตำรวจนี่ด้วย รู้สึกปลอดภัย ที่มีมันอยู่ใกล้ๆ เสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มไปทั่ว แก้วแล้วแก้วเล่า เพื่อนๆของผมเริ่มไม่เหมือนเดิม
วันนี้ไม่ใช่วันของผมที่ได้เมา เพราะตอนนี้คนที่มีสติที่สุดเห็นจะเป็ผมกับไอ้เท่ห์ ส่วนคนอื่นๆเริ่มมีอาการแปลกๆ ถึงเวลาที่ดนตรีสดเลิกเล่นพอดี จุดความสนใจไปอยู่ที่มือกีตาร์และน้องนิติคนนั้น ผมกับไอ้เท่ห์เลยชวนเพื่อนๆกลับที่พัก มีความทุลักทุเลเล็กน้อยในการเดินทางกลับที่พักของพวกผม ไอ้วิทย์ทำท่าจะอวกตลอดเวลา ไอ้บอลกับไอ้อั้ม กำลังประชันลูกคอ ส่วนไอ้บ่าวเมาก็เกาะแกะอยู่แต่ผม ผมให้ไอ้วิทย์นั่งหน้าไปกับไอ้เท่ห์ที่เป็คนขับรถ ไอ้บอล ไอ้อั้ม ไอ้บ่าว และผมนั่งเบาะหลังตามลำดับ คือตอนนี้ไอ้เ้าบ่าวควบคุมตัวเองไม่ได้มาก นั่งอยู่กับผม กอดคอผมตลอดเวลา
ไอ้เท่ห์ใช้เวลาขับรถไม่นาน พวกผมก็กลับถึงหออย่างปลอดภัย คนแรกที่ลงจากรถคือไอ้วิทย์ วิ่งไปอ้วกสิครับ รอไร ไอ้เท่ห์ลงรถไปดูเพื่อน ส่วนไอ้อั้มกับไอ้บอลยังดีที่พยุงกันไปนอนได้ เหลือแต่ไอ้เ้าบ่าวนี่แหละ ซึ่งตอนนี้เหมือนจะหลับคารถไปแล้ว
“ไอ้ตูมตาม มึงพาไอ้เ้าบ่าวไปนอน เดี๋ยวกูดูไอ้วิทย์” ไอ้เท่ห์พูดพร้อมเอามือลูบหลังไอ้วิทย์
“เชี่ยยยย กูจะพามันขึ้นไปไง” ผมรีบตอบกลับ
“มึงปลุกมันก่อน มันเดินได้อยู่”
ไม่มีทางเลือก ผมเขย่าตัวไอ้เ้าบ่าวให้มันตื่น
“มึงๆ เ้าบ่าว ตื่น ไปนอนที่ห้อง”
ไอ้เ้าบ่าวทำหน้าตาสะลึมสะลือ มองมาที่ผม “ถึงหอแล้วหรอวะ”
เ้าตัวพูดแต่มันก็ไม่ขยับตัวเลย เอาไงดีวะเนี่ย
“ไอ้เ้าบ่าว มึงตื่น แล้วเดินขึ้นไปกับกูดิ”
“ช่วยกูหน่อย กูเดินไม่ไหมล่ะ” เสียงเ้าตัวพึมพำออกมา
“ไอ้ตูมตาม มึงก็พยุงมันขึ้นมาหน่อย” เสียงไอ้เท่ห์ตะหวาดผมอีกรอบ เมื้อกี่ก็บอกว่ามันเดินเองได้
ผมเลยจับแขนไอ้เ้าบ่าวพาดมาที่คอผม อีกมือหนึ่งก็ถือกระเป๋าเงิน โทรศัพท์ ทั้งของผมแล้วก็ของไอ้เ้าบ่าวด้วย
“ไอ้เท่ห์ มึงล็อกรถเองนะ มือกูไม่ว่างแล้ว” ผมบอกกับไอ้เท่ห์ และพยุงไอ้เ้าบ่าวเดินขึ้นบันไดไป
“มึงไม่เปิดห้องวะ กุญแจอยู่ที่มึง” ไอ้เ้าบ่าวพึมพำออกมาอีกครั้ง เมื่อถึงหน้าประตูห้องพัก
“กุญแจในกระเป๋ากางเกง เอามือที่ไหนเปิดวะ”
“มา กูหาให้”
แขนข้างหนึ่งของคุณตำรวจว่าง ยื่นมือมาจับๆคลำๆ บริเวณกระเป๋ากางเกงผม รวมถึงกางเป้ากางเกงผมด้วย โธ่ ตูมตามน้อยๆของผม
“ปวดฉี่หรอมึงอะ” ไอ้เชี่ยยยยยย หน้าผมร้อนผ่าว มึงจับแล้วมึงยังวิจารณ์อีก กูไม่ได้ปวดฉี่โว้ย มันสู้เพราะมือมึงโดนนี่แหละ
กว่าจะหากุญแจเจอก็พักใหญ่ๆ พอไขกุญแจได้ เข้าไปในห้อง ไอ้เ้าบ่าวก็ผลักผมลงบนเตียงเลยครับทำเอาโทรศัพท์ กระเป๋าเงินกระจัดกระจายอยู่เต็มเตียงไปหมด อะไรวะ แมร่งเมาทำไมแรงยังเยอะอยู่วะเนี่ย
หลังจากที่ผมล้มลงที่เตียงแล้ว ผมกำลังจะลุคหนี แต่ไม่ทันแล้วครับ ไอ้เ้าบ่าวจู่โจมมาที่ผมทันที จับมือผมทั้งสองข้างกดไว้บนหัวผมด้วยมือข้างเดียวของมัน ส่วนอีกมือนึงก็ลูบไล้ไปที่ส่วนต่างๆของร่างกายผม โดยเฉพาะส่วนกลางที่สู้มือมันเมื่อกี้นี้ด้วย
“เชี้ยบ่าว มึงทำไรเนี่ย” เสียงผมค่อนข้างสั่น บอกเลยว่าผมค่อนข้างกลัวครับ ตัวผมสั่นไปหมด แต่ก็พยายามจะดิ้นหนีจากพันธนาการที่ไอ้ตำรวจยัดเยียดให้ผม ทั้งๆที่รู้ว่าแรงผม ไม่มีทางสู้มันได้
“มึงไม่ต้องกลัว กูไม่ทำมึงเจ็บหรอก” เสียงไอ้เ้าบ่าวกระซิบข้างๆหูผม เพราะตอนนี้หน้าของมันซุกไซร้มาตามใบหู ซอกคอขอมผม “หอมจังวะ” ยังจะวิจารณ์กูอีก
น้ำเริ่มไหลออกจากตาของผม ทุกอย่างมันน่ากลัวไปหมด รู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่กับมันก็จริง แต่เป็ไปได้ ผมก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่ก็น่าแปลกที่ทั้งๆที่อยากจะขัดขืนเท่าไหร่ แต่แรงที่จะขัดขืนแทบจะไม่มีเลย ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่าย รังแกอยู่แบบนี้
จมูกของอีกฝ่ายที่พยายามสูดดมร่างกายของผม เริ่มขยับมาให้ตรงกับส่วนที่เป็จมูกขอมผม รวมทั้งปากที่ประกับกันอยู่ด้วย อีกฝ่ายใช้ลิ้นแหย่เข้ามาในปากของผม ครั้งนี้ผมไม่สู้ครับ เริ่มทำอะไรไม่ถูก ปล่อยให้อีกฝ่ายทำไป อยากทำอะไรทำไปเลย น้ำที่ไหลออกจากตาเริ่มออกมาเยอะเรื่อยๆ
สักพัก ทุกอย่างกลับหยุดลง มือที่จับพันธนาการผมเริ่มคลายออก ลิ้นของอีกฝ่ายหยุดอยู่กับที่ เท่าที่ผมรู้สึกได้ และค่อยๆถอนออกไป น้ำหนักของคุณตำรวจเริ่มทิ้งตัวลงที่ตัวของผม เอ้า เป็อะไรไปเนี้ย แต่ยังมีลมหายใจไหลออกมาจากจมูกนะ ผมงงไปสักครู่ คิดในใจ หรือว่าหลับวะ สรุปใช่ เ้าบ่าวหลับไปแล้ว หลับขณะที่อยู่บนตัวผม ผมไม่กล้าปลุกหรอกครับ กลัวตื่นมาข่มขืนผมอีกรอบล่ะแย่เลย
ผมเลยค่อยๆพลิกตัวอีกฝ่ายให้นอนในท่าทางที่ผมคิดไปเองว่าสบายที่สุด และอีกฝ่ายก็หลับอยู่ข้างๆผมนั่นแหละ
สรุปที่มันทำไปเมื่อกี้คืออะไร มันรู้ตัวไหมนะ หรือว่าเมาจนควบคุมสติไม่อยู่ หรือว่าตั้งใจ แต่ก็ต้องขอบคุณฤทธิ์แอลกอฮอล์แหละครับที่ทำให้อยู่ดีๆมันก็หลับไป สักพักไม่วายพลิกตัวมากอดผมจนได้ แค่นี้ไม่เป็ไร อย่างน้อยก็ดีกว่าเสียตัวล่ะเนอะ
คงได้หลับฝันดีกันล่ะคืนนี้
วันต่อมา ระหว่างขับรถกลับ ด้วยความสงสัยของผม ผมตัดสินถามให้รู้เื่ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แต่คำตอบที่ผมได้คือ ภาพมันตัดั้แ่นั่งรถกลับ หลังจากนั้นไม่รู้เื่อะไรเลย สาดดดดดดด คำตอบคือกากสุดแล้ว