หลังจากทั้งสองพูดคุยกันจนตะวันใกล้ลับขอบฟ้า นางก็เตรียมจะลุกเดินกลับไปที่ครัว เพื่อตัดตินหอมใส่ลงโจ๊ก
“ลี่จิ่น พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ เริ่มเย็นลงแล้วด้วย” นางดันเบาๆที่แขนที่โอบนางไว้ ก่อนจะลุกขึ้น
“หิมะร่วงแล้ว” นางได้ยินเสียงของชายหนุ่ม จึงมองตามสายตาของเขา
“จริงด้วยค่ะ หิมะแรก ว้าว สวยมากเลย อธิษฐานขอพรสิคะ ฉันเคยได้ยินว่าจะว่าขอพรกับหิมะแรกจะสมหวังนะคะ” หญิงสาวพูดอย่างตื่นเต้น เพราะว่าส่วนที่นางเคยอยู่หิมะจะตกน้อยมากหรือแถบไม่ตกเลย
ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่ตอนนี้ตาลุกวาว ฉายแววความสดใส ราวกับเด็กที่เพิ่งเคยเห็นหิมะ เขาคิดว่านี่คงคือความเชื่อในหมู่บ้านของนาง
“เป็แบบนั้นได้ก็ดีเลยนะครับ” เขาพูดแต่สายตายังคงมองหญิงสาวที่กำลังขอพรในใจ พอเห็นนางทำแบบนั้นเขาก็อดที่จะอธิษฐานในใจของตอนเองไม่ได้
“พี่เขย!! พี่เจียว!!” เสียงของเล็กตัวน้อยที่อยู่ในกลัวะโออกมาเสียงดัง ทำเอาทั้งสองใและรีบเดินไปหา เพราะปกติหาไม่มีเื่น้องชายของนางจะไม่เรียกนางเช่นนี้
พอถึงครัวนางก็เดินเข้าไปหาอาโยว”เกิดอะไรขึ้น!?” นางพรางมองไปทางหม้อโจ๊กที่ปกติดี ถ่านในเตาแทบในเป็ขี้เถ้าทั้งหมด
“เหมือนมีคนอยู่หน้าบ้าน ได้ยินเสียง แต่ผมไม่กล้าไปเอง” เด็กตัวเล็กพูดแบบนั้นนางก็เข้าใจในทันที
“อ่อ ได้ เดี๋ยวพี่ไปเองอาโยวเฝ้าเตาไว้นะ” พอพูดจบนางก็เดินไปทางหน้าบ้านโดยมีสามีของนางเดินตามมาเงียบๆ
“หรือว่าพี่ใหญ่ไม่อยู่กันนะ” เสียงพึมพำดังออกมาจากทางหน้าประตู
ลี่จิ่นเดินเร็วๆมาอยู่ข้างหน้านาง ก่อนจะเปิดประตูออก ทำให้เห็นคนด้านนอก หญิงสาวที่ยืนข้างๆเขามองชายตรงหน้าทั้งสองอย่างใ พวกเขาหน้าตาเหมือนกันมาก ราวกับฝาแฝด หรือว่าจะเป็น้องชายของเขากันนะ เพราะดูจากท่าทางของทั้งสองออกจะดูขี้เล่นกว่าสามีนางมาก
“มาได้ไงเนี่ย หลี่เฉียง” ลี่จิ่นเปล่งเสียงออกมาทำให้อาเจียวที่อยู่ข้างๆ รู้ว่าสามีของนางดีใจปนประหลาดใจ
“พี่ใหญ่ ผมบอกแล้วว่าให้เรียกอาหลี่ไง” ชายหนุ่มในร่างสูงพูดพรางผายมือไปทางชายหนุ่มที่มาด้วยกันแต่ตัวเล็กว่าเขานิดหน่อย แต่ก็ยังสูงกว่านางอยู่ดี “ผมพาลู่เสียนมาเจอพี่ด้วย น้องชายที่ผมเคยบอก”
“ยินดีที่ได้พบครับ พี่ใหญ่” ลู่เสียนทักทาย สามีของนางก็พยักหน้าเบาๆ
“น้องหญิงคนนี้คือใครเหรอพี่ใหญ่” หลี่เฉียงที่เพิ่งสังเกตเห็นเด็กสาว ก็ถามขึ้น
“นี่อาเจียว เป็ภรรยาของฉันเอง” พอลี่จิ่นแนะนำนาง ก็ทำเอาหนุ่มทั้งสองทำหน้าใก็จะขอโทษพี่สะใภ้ยกใหญ่พรางอวยพรให้ทั้งคู่ ก่อนจะเอ่ยเสียดายที่ไม่ได้มางานแต่ง
อาเจียวไม่รู้ว่าหยุดสถานการณ์นั้นอย่างไร ก็เอ่ยเชิญทุกคนไปพูดคุยกันในบ้าน พอพบเข้ากับอาโยวพวกเขาก็ใก่อนจะมองไปทางลี่จิ่นอีกครั้ง ทำเอาลี่จิ่นที่อ่านสายตาพวกเขาทั้งสองออกรีบพูดขัดขึ้น “นั่นอาโยว น้องสาวของภรรยาฉัน”
ทั้งสองหนุ่มทำหน้าผิดหวังก่อนจะพูดกึ่งแซวกึ่งเสียดาย “นึกว่าได้หลานชายเสียแล้ว”
ทำเอาซูเจียวและลี่จิ่นหน้าร้อน จนขึ้นสีอ่อนๆ ก่อนนางจะขอตัวเข้าไปที่ครัวเพื่อเตรียมอาหรเพิ่มอาหาร อาโยวที่รู้ความก็เดินไปช่วยนางเอาน้ำไปให้แขก
ลี่จิ่นของนางที่ปกติจะเงียบขรึม แต่พออยู่พูดคุยกันกับพวกเขาก็ดูร่าเริงขึ้นมาก ทำเอานางคิดทำอาหารเย็นให้พวกเขาทาน นางดูไปที่โจ๊กที่ต้มเรียบร้อยแล้วก็เห็นว่าข้าวน่าจะพอ จึงทำเพียงกับข้าวเป็ผัดผักจากผักที่สามีเก็บมา กับผัดปลาแบบเผ็ดให้พวกเขาอีกจาน ก่อนจะเอายอดผักที่สามีเด็ดที่นางคัดไว้มาชุบแป้งและไข่ก่อนทอดกรอบ กลิ่นทำอาหารทำให้ทั้งสามหนุ่มที่กำลังคุยกันอย่างออกรส น้ำลายแทบจะหยด อีกทั้งอาโยวที่บอกว่าอิ่มจากแพนเค้กก็ยังมายืนรออาหารเย็นมื้อนี้
.
.
เพียงไม่นานหลังเตรียมอาหารเย็นเรียบร้อย ทั้งหมดก็เริ่มทานเข้ากัน ชายหนุ่มมาใหม่ทั้งสองประหลาดใจกับอาหารตรงหน้า ที่มีปลา และมีผักที่ใช้น้ำมันในทอด
“โห พี่ใหญ่อาหารไม่เยอะไปเหรอพี่” หลี่เฉียงพูดขึ้นความจริงแล้ว แม้ว่าผักจะหาง่ายแต่น้ำมันและเครื่องปรุงรสค่อนข้างแพง ที่บ้านของเขาถึงจะพอมีเงินใช้จ่ายไม่ติดขัด แต่ก็ไม่ถึงกับทอดผักด้วยน้ำมัน ทำเพียงคุกผักกับน้ำมันเพียงเล็กน้อย ลู่เสียนที่พูดน้อยกว่าก็พยักหน้ารัวๆเห็นด้วยกับคำพูดของพี่ชาย
ลี่จิ่นมองไปทางภรรยา เชิงให้นางตอบแทนเขา “ไม่มากหรอก น้องชายของสามีมาทั้งที น่าจะเดินทางมาไกลด้วยต้องกินดีๆหน่อย” ที่นางเรียกเขาว่าสามีทำเอาชายหนุ่มหน้าร้อนผ่าว แต่ก็ติดที่นางคิดว่าพวกเขาเป็น้องของเขา ทั้งที่หลี่เฉียงเป็สหายร่วมรบต่างหาก แม้จะเข้ามาในค่ายช้ากว่าเขา3ปี
ลี่จิ่นจึงทำท่าทางอยากจะพูกับนางทำเอานางทำหน้างงใส่ เขาจึงพูดออกไปไม่ดังไม่เบา “หลี่เฉียงเป็สหายร่วมรบไม่ใช่น้องชาย”
คำพูดของเขาทำเอาหญิงสาวใมาก มองไปทางสองหนุ่มสลับกับสามีของตน หน้าพิมพ์เดียวกันแบบนี้ยังไม่ใช่พี่น้อง แล้วแบบไหนจะเรียกพี่น้อง
“พี่ใหญ่ ความจริงแล้วเื่นี้แหละพี่ผมจะมาบอก” หลี่เฉียงมองไปทางสามีของนาง พร้อมกับใบหน้ากระอักกระอ่วนสักพัก
ซูเจียวที่เห็นดังนั้นจึงเปลี่ยนเื่ ชวนทั้งหมดทานข้าวตรงหน้าก่อน แล้วค่อยคุยกัน เพราะอาหารจะเย็นชืดหมด อาโยวที่รอจังหวะนี้มานานก็ยิ้มอย่างปิดไม่ได้ เริ่มทานโจ๊กของพี่สาวของตนอย่างไม่รอช้า พรางชมว่าอาหารของพี่สาวของเขาอร่อยที่สุด ชายหนุ่มทั้งสามก็พูดเห็นด้วยกับอาโยว ก่อนจะเอ่ยชมบ้าง ทำเอาซูเจียวอดจะเขินไม่ได้
ทั้งสองหนุ่มที่เป็แขกของบ้านมองอาเจียวอย่างชื่นชม พรางคิดว่า ‘พี่สะใภ้ช่างดี ทั้งเื่อาหาร กริยาท่าทาง ทั้งคู่ช่างเหมาะสมกันจริงๆ’ โดยที่ไม่รู้เลยว่าท่าทางเ่าั้อยู่ในสายตาของลี่จิ่นตลอดเวลา
หลังจากที่ทานอาหารก็พบว่าฟ้ามืดมากแล้ว อีกทั้งหิมะก็ยังตกอยู่ตลอด คู่สามีภรรยาจึงคุยกันว่าจะให้พวกเขาพักที่นี่เพราะอย่างไรก็ไม่มีรถกลับเข้าในเมืองแล้ว จากนั้นนางจึงบอกเื่นี้กับอาโยว ให้เรามานอนกับตน และห้อกแขกพักห้องของอาโยว หลักจากเกิดเื่นี้นางก็ตัดสินใจว่าหักมีเงินนางจะสร้างห้องเพิ่มกับทำเตียงเพิ่มให้เป็ห้องรับแขกสักห้องเพราะเหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นได้อีกหากญาติมาเยี่ยม ในตอนนี้ยังดีที่เตียงที่เพิ่งประกอบวันนั้นค่อนข้างใหญ่ แขกของพวกนางแน่จะพอนอนอยู่
นางที่ต้มน้ำอุ่นไว้ ก็ได้สามีของนางช่วยเติมน้ำในห้องของแขก โดยที่ตอนนี้ขอน้ำต้มเดือดอยู่ ระหว่างนี้สามีของนางก็ยังนั่งคุยกันกับพวกเขา
.
.
“พี่ใหญ่ความจริงแล้วพี่ เป็พี่น้องจริงๆของพวกเรา” ผมได้ยินคำพูดของหลี่เฉียงสหายร่วมรบของผมหลายครั้งของผม พูดออกมาอย่างจริงจัง เื่นี้เป็เื่ที่พวกเราโดนพูดถึงมาโดยตลอด และผมััได้ว่าครั้งนี้ไม่ใช่คำหยอกล้อเหมือนเช่นเคย
*ไรท์ยังไม่ได้ตรวจคำผิดน้า ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจน้า ขอบคุณที่ทำให้ไรท์มีแรงที่จะแต่งต่อน้า