เช้าวันต่อมา
ปกติแล้วจักรพรรดิคังซีจะตื่นบรรทมตรงเวลาเสมอ ทว่าวันนี้ไม่รู้ด้วยเหตุใด ภายในห้องบรรทมจึงไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เลย
ใกล้ถึงเวลาเข้าประชุมเช้าแล้ว เหลียงจิ่วกงที่คอยเงี่ยหูฟังอยู่เนิ่นนานจึงจำต้องส่งเสียงเรียกจักรพรรดิคังซีเบา ๆ จากด้านนอก
"ฝ่าา ฝ่าา!"
"ใกล้ถึงเวลาแล้วพ่ะย่ะค่ะ ท่านควรตื่นบรรทมได้แล้ว!"
ภายในห้องบรรทม จักรพรรดิคังซีถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงของเหลียงจิ่วกง พระองค์ลืมตาขึ้น ในขณะที่เพิ่งตื่นนั้นยังมีความงัวเงียอยู่บ้าง จึงจ้องมองม่านมุ้งเหนือศีรษะอยู่ครู่หนึ่ง
คงเป็เพราะเมื่อวานทรงดีพระทัยมาก อีกทั้งการปลอบเด็กยังต้องใช้พลังใจอย่างมาก วันนี้จึงตื่นสายกว่าปกติเล็กน้อย
จักรพรรดิคังซีลุกขึ้นนั่ง บิดคอไปมา พร้อมกับเรียกคน "เหลียงจิ่วกง เข้ามา..."
ทว่าคำพูดเพิ่งจะเอ่ยได้ครึ่งเดียว ก็ต้องหยุดชะงักลงทันที
พระองค์ทอดพระเนตรเห็นถังเป่าที่เดิมทีควรจะนอนอยู่ในห้องบรรทมอีกห้องหนึ่ง แต่ตอนนี้กลับมานอนซุกอยู่ที่รักแร้ของพระองค์ด้วยความประหลาดใจ
เมื่อคืนนี้ พระองค์จำได้ชัดเจนว่าวางถังเป่าไว้ในห้องบรรทมอีกห้องหนึ่ง
นี่คือ... กลางดึกแอบย่องมาที่เตียงัของพระองค์เพียงลำพังงั้นหรือ?
ส่วนเหลียงจิ่วกงที่เลิกม่านเตียงขึ้นจากด้านนอกก็ตกตะลึงเช่นกัน
องค์หญิงสิบสี่ก็อยู่ที่นี่ด้วย?!
ดูเหมือนจะถูกเสียงจากภายนอกรบกวน ถังเป่าที่เดิมทีหลับจนใบหน้าเล็ก ๆ แดงระเรื่อจึงเม้มริมฝีปาก ขมวดคิ้วแน่น และส่งเสียง "อือ ๆ " ออกมาในลำคอ
ขนตาของนางสั่นไหว ดูเหมือนว่ากำลังจะตื่นขึ้นมาแล้ว
จักรพรรดิคังซีโบกมือ พร้อมกับลดเสียงต่ำลง "อย่าปลุกถังเป่า"
เหลียงจิ่วกงรีบกลืนคำพูดที่เกือบจะหลุดจากปากลงไปทันที เขาโบกมือส่งสัญญาณให้คนรับใช้ทุกคนเดินให้เบาที่สุด ห้ามส่งเสียงรบกวนองค์หญิงสิบสี่
จักรพรรดิคังซีวางพระหัตถ์ลงบนท้องน้อยของถังเป่า แล้วตบเบา ๆ สองสามครั้ง คิ้วเล็ก ๆ ที่ขมวดมุ่นก็ค่อย ๆ คลายออก
ไม่นานนัก เสียงกรนเบา ๆ ก็ดังออกมาจากปากของถังเป่าอีกครั้ง
จักรพรรดิคังซี "..."
ช่างเป็ลูกหมูน้อยที่กินเก่งนอนเก่งเสียจริง!
จักรพรรดิคังซีผู้เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยอารมณ์ดี ทรงลงจากเตียงัอย่างระมัดระวัง ในขณะที่ปล่อยให้เ้าหน้าที่วังคอยปรนนิบัติล้างหน้าและสวมฉลองพระองค์ ก็ทรงสั่งให้นางกำนัลระดับสูงดูแลถังเป่าให้ดี
"ไม่ต้องปลุกถังเป่า ปล่อยให้นางนอนหลับให้สบาย หากนางตื่นแล้ว ให้ปรนนิบัติเื่อาหารก่อน ห้ามปล่อยให้ถังเป่าหิวเด็ดขาด"
นางกำนัลระดับสูงหลายคนขานรับอย่างนอบน้อม
หลังจากจักรพรรดิคังซีเสด็จออกไป เมื่อขาดแหล่งความร้อนที่ทำให้นางอุ่นใจ ถังเป่านอนต่อได้อีกราวหนึ่งชั่วยามก็หลุดออกจากห้วงฝันอันแสนหวาน และตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง
นางแยกขาทั้งสองข้าง นั่งบนเตียงัแล้วหาวฟอดใหญ่
จากนั้นจึงเริ่มพยายามลงจากเตียงด้วยตัวเอง
ทว่าถังเป่าเผลอมุดเข้าไปในผ้าห่ม ผ้าห่มที่จักรพรรดิคังซีทรงใช้นั้นมีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับร่างกายของนาง จนชั่วขณะหนึ่งนางหาทางออกไม่เจอ หลังจากคลานวนไปมาสองรอบถังเป่าก็เริ่มร้อนใจ
"คางคก! คางคก!"
นางพยายามชูหัวน้อย ๆ ขึ้น แล้วส่งเสียงเรียกด้วยน้ำเสียงใสซื่อ หวังว่าท่านพ่อของนางจะช่วยนางออกมาจากร่างกายของปีศาจผ้าห่มผืนใหญ่นี้ได้
และแล้ว ภายใต้การร้องขอความช่วยเหลืออย่างขยันขันแข็ง ผ้าห่มผืนใหญ่ที่คลุมตัวนางไว้อย่างแ่าก็ถูกเลิกขึ้นในที่สุด!
ถังเป่ารู้สึกดีใจยิ่งนัก นางช่างฉลาดเหลือเกิน!
แต่ในวินาทีต่อมา ถังเป่ากลับพบว่า คนที่ช่วยนางไม่ใช่ท่านพ่อ!
แต่เป็พี่สาวคนหนึ่งที่ดูไม่คุ้นหน้า!
เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นคนแปลกหน้า แขนและขาทั้งสองข้างของถังเป่าก็พลันอ่อนแรงลง
"ทะ... ท่านคือใครหรือ..."
ถังเป่ามองไปรอบ ๆ ด้วยความร้อนใจ "แล้วคางคกล่ะ?!"
เมื่อคืนนี้ นางอุตส่าห์ปีนขึ้นไปบนเตียงของท่านพ่อเพื่อนอนด้วยกัน เหตุใดตื่นเช้ามาถึงไม่เห็นท่านพ่อเล่า?
นางกำนัลระดับสูงโกวหงรีบปลอบถังเป่า "องค์หญิงสิบสี่ ฮ่องเต้เสด็จไปประชุมเช้าแล้วเพคะ ต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะเสด็จกลับมา!"
แม้จะมีบางคำที่ฟังไม่เข้าใจ แต่ความหมายก็คือ ท่านพ่อจะกลับมาในอีกสักครู่ ใช่หรือไม่!
ถังเป่าเม้มปาก พยายามกลั้นน้ำตาที่คลออยู่ในดวงตา
นางกำนัลระดับสูงอีกคนคือไหวหลัน เคยเลี้ยงน้องชายตอนอยู่ที่บ้าน จึงรู้ว่าเด็กส่วนใหญ่จะจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เพียงเื่เดียว นางจึงถามถังเป่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"องค์หญิงสิบสี่หิวหรือยังเพคะ ให้บ่าวปรนนิบัติองค์หญิงสิบสี่เสวยอาหารเช้าดีหรือไม่เพคะ?"
ประโยคนี้ ถังเป่าได้ยินชัดเจนที่สุด!
"ดี~!"
ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการกินข้าวอีกแล้ว!
ต้องกินให้อิ่มก่อน ถึงจะไปหาท่านพ่อได้!
โกวหงและไหวหลันช่วยถังเป่าล้างหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นจึงอุ้มร่างเล็กจ้อยของนางไปยังหออุ่นตะวันออก
ภายในหออุ่นตะวันออก ขันทีาุโผู้หนึ่งกำลังสั่งการให้เหล่าขันทีตัวน้อยจัดเตรียมอาหาร
เมื่อเห็นโกวหงอุ้มถังเป่าเดินเข้ามา เขาก็เดินเข้ามาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "บ่าวขอถวายบังคมองค์หญิงสิบสี่พ่ะย่ะค่ะ"
โกวหงและไหวหลันก็ทำความเคารพขันทีชราผู้นี้เช่นกัน "พวกบ่าวขอคารวะกู้กงกงเพคะ"
ที่แท้คนผู้นี้ก็คือกู้เวิ่นสิง ผู้ที่จักรพรรดิคังซีทรงไว้วางพระทัยอย่างยิ่ง
เดิมทีกู้เวิ่นสิงเป็ขันทีั้แ่สมัยจักรพรรดิองค์ก่อน นอกจากจะมีระดับการศึกษาที่สูงแล้ว ยังเป็คนรอบคอบและจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น จึงถูกจักรพรรดิคังซีถือว่าเป็คนสนิท
ยามนี้จักรพรรดิคังซีถึงกับส่งกู้เวิ่นสิงมาดูแลถังเป่า คนนอกมองเพียงปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่า บัดนี้ฐานะขององค์หญิงสิบสี่ในพระทัยของฝ่าานั้นสำคัญเพียงใด
ถังเป่าเป็เด็กดีและว่านอนสอนง่าย เมื่อมีคนทักทาย นางจึงเลียนแบบวิธีเรียกของพวกโกวหง และตอบกลับอย่างว่าง่าย
"กู้กงกง หวัดดี~"
กู้เวิ่นสิงเผยรอยยิ้มบาง ๆ ทำให้รอยยับบนใบหน้ายิ่งเด่นชัดขึ้น ดูราวกับดอกทานตะวันที่เบ่งบานเมื่อเจอแสงแดด
"วันนี้เป็ครั้งแรกที่ห้องเครื่องจัดเตรียมอาหารเช้าให้องค์หญิงสิบสี่ ไม่ทราบว่าพระองค์ทรงโปรดสิ่งใด พวกเราลองเลือกเสวยสิ่งที่ชอบก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ"
กู้เวิ่นสิงโน้มตัวลง พลางชี้ไปยังอาหารเช้าที่มีขนาดเล็กแต่มีจำนวนหลากหลายบนโต๊ะ และกล่าวกับถังเป่าช้า ๆ
"วันหน้าหากองค์หญิงสิบสี่ทรงอยากเสวยสิ่งใด โปรดบอกบ่าว บ่าวจะให้ห้องเครื่องจัดเตรียมให้พ่ะย่ะค่ะ!"
ความจริงแล้วถังเป่าไม่ใช่คนเลือกกิน สำหรับนางแล้ว การได้กินจนอิ่มคือสิ่งที่โชคดีที่สุดในโลก แต่แน่นอนว่านางััได้ถึงความปรารถนาดีของผู้อื่น
นางนึกถึงตอนที่หูมัวมัวขอบคุณผู้อื่น จึงชูหัวน้อย ๆ ขึ้น และเลียนแบบคำพูดด้วยน้ำเสียงใสซื่อ "ลำบากท่านแล้ว~"
กู้เวิ่นสิงชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาที่ถูกเปลือกตาที่หย่อนคล้อยบดบังอยู่ครึ่งหนึ่งพลันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
"บ่าวไม่กล้ารับคำขอบคุณจากองค์หญิงสิบสี่พ่ะย่ะค่ะ ทั้งหมดนี้เป็สิ่งที่บ่าวควรทำอยู่แล้ว"
ฐานะของกู้เวิ่นสิงในวังนั้นไม่ธรรมดา แม้แต่เวลาจักรพรรดิคังซีเสวยอาหารก็ไม่ต้องให้เขาปรนนิบัติ นับประสาอะไรกับถังเป่าที่ยังเป็เพียงทารก ดังนั้นหน้าที่นี้จึงตกเป็ของไหวหลัน
หลังจากเสวยอาหารเช้าที่ประกอบด้วย โจ๊กข้าวพุกใส่ปลิงทะเล เสี่ยวหลงเปาที่กินได้คำต่อคำ ขนมจีบสามสีที่ผสมผสานวัตถุดิบสามชนิด ซุปรังนกเห็ดหูหนูขาวถ้วยเล็ก และเครื่องเคียงรสเลิศอีกสองสามอย่าง ถังเป่าก็ลูบท้องน้อยที่ป่องออกมา แล้วถอนหายใจด้วยความพึงพอใจ
"อ้า ถังเป่าอิ่มแล้วเพคะ!"
กู้เวิ่นสิงกวาดสายตามองอาหารที่เหลือบนโต๊ะ ก็พอจะทราบถึงความชอบของถังเป่า
เขาโบกมือให้ขันทีตัวน้อยด้านข้าง ทันใดนั้นก็มีคนเข้ามาเก็บกวาดทันที
ประจวบเหมาะกับที่นาฬิกาตั้งพื้นที่ตั้งตระหง่านอยู่ในหออุ่นตะวันออกพลันส่งเสียงตีบอกเวลา เสียงที่ดังก้องทำให้ถังเป่าใจนสะดุ้ง
"อะ... อะไรหรือเพคะ?"
กู้เวิ่นสิงชี้ไปยังนาฬิกาตั้งพื้นที่มีแสงสีทองแห่ง์ระยิบระยับแล้วกล่าวกับถังเป่า "องค์หญิงสิบสี่ เป็เสียงของนาฬิกาเรือนนี้พ่ะย่ะค่ะ! เมื่อมันส่งเสียง ก็เป็การบอกพวกเราว่า ตอนนี้ถึงเวลาใดแล้ว"
ที่แท้ไม่ใช่สิ่งของประหลาดอะไร ความอยากรู้อยากเห็นของถังเป่าจึงพุ่งสูงขึ้นทันที
โกวหงอุ้มถังเป่าเข้าไปใกล้กับนาฬิกาตั้งพื้น นางจ้องมองแผ่นวงกลมและเข็มที่มีความยาวไม่เท่ากันอยู่ครู่หนึ่งด้วยความสงสัย แต่ก็ยังไม่เข้าใจ จึงหันไปถามกู้เวิ่นสิง
"กู้กงกง แล้วตอนนี้เป็เวลาใดแล้วเพคะ?"
กู้เวิ่นสิงชี้ที่หน้าปัดนาฬิกาเพื่อสอนถังเป่าว่า เข็มไหนคือเข็มชั่วโมง เข็มไหนคือเข็มนาที และเข็มวินาทีคือเข็มไหน รวมถึงเมื่อเข็มทั้งสามนี้เดินไปถึงจุดใดจะหมายถึงกี่โมง
สุดท้าย เขาได้ตั้งโจทย์ทดสอบเล็ก ๆ ให้ถังเป่า "ตอนนี้ องค์หญิงสิบสี่สามารถบอกได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะว่ากี่โมงแล้ว?"
ถังเป่าขมวดคิ้วน้อย ๆ ใช้นิ้วสั้น ๆ ชี้ไปที่ตัวเลขบนหน้าปัด แล้วนับทีละช่อง "หนึ่ง สอง สาม... เจ็ด!"
"ตอนนี้เจ็ดโมงแล้วเพคะ!" ถังเป่าตบมือเล็ก ๆ พร้อมบอกคำตอบ "เจ็ดโมง สี่... ห้านาที!"
กู้เวิ่นสิง โกวหง และไหวหลันต่างพากันหัวเราะ "องค์หญิงสิบสี่ช่างฉลาดเหลือเกิน ตอบถูกั้แ่ครั้งแรกเลยพ่ะย่ะค่ะ!"
ถังเป่ารู้สึกประหม่านิด ๆ แต่ก็มีความสุขเล็กน้อย
โชคดีที่ตัวเลขไม่เกินสิบ ไม่อย่างนั้นนางคงนับต่อไม่ได้แน่!
แต่ว่า...
นางมองไปรอบ ๆ บริเวณนั้น แต่ก็ยังไม่เห็นคนที่คุ้นเคย อารมณ์จึงหดหู่ลงทันที
"คางคกยังไม่กลับมาเลย..."