Chapter 8
ห้ามหวั่นไหว
รถคันหรูเปิดประทุนของอชิรวิชญ์ขับผ่านขึ้นมาตามแนวถนนขึ้นดอย ข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้สีเขียวดูร่มรื่น แขนเล็กเท้ากับขอบหน้าต่างรถยรต์แล้วเอาคางเกยไว้พร้อมกับชมวิวรอบด้าน
แล่นมาเรื่อยๆก็เจอเข้ากับจุดชมวิวซึ่งมีป้ายเขียนเอาไว้ว่า จุดชมวิว กม.12 สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 874 ม.
“แวะถ่ายรูปตรงนี้ก่อนได้ไหมคะ?” คนตัวเล็กเมื่อเห็นว่าจุดชมวิวแห่งนี้มีคนแวะถ่ายรูปเยอะก็อยากจะลงไปบ้าง
ป้ายจุดชมวิวเป็ไม้และวิวด้านหลังเป็เทือกเขาสลับซับซ้อน อากาศค่อนข้างเย็นจนคนตัวเล็กต้องขยับมือกอดอกกระชับอ้อมแขนของตัวเองเอาไว้
“เอาสิ เดี๋ยวจอดรถก่อน” อชิรวิชญ์ขับรถเข้าข้างทางและหาที่จอดเพื่อจะให้หญิงสาวได้ลงไปถ่ายรูป ที่จริงเขาเองก็ขึ้นมาที่นี่ครั้งแรกเหมือนกัน ถึงจะอยู่มาสองปีแล้วแต่ก็ไม่เคยได้ไปเที่ยวไหน มีแต่อยู่ในตัวเมืองและดูแลผับของตัวเอง
เธอเปิดประตูลงมาแล้วรีบวิ่งได้ที่จุดชมวิวซึ่งมีแผงรั้วกันตกกั้นเอาไว้ เทือกเขาด้านล่างดูแล้วดูชุ่มชื่นบรรยากาศสบายตา เห็นพื้นดินด้านล่าง ทุกสิ่งทุกอย่างดูเล็กจิ๋วไปหมดเมื่อมองจากตรงนี้
สบายใจจัง... คนตัวเล็กคิดในใจพร้อมกับสูดอากาศเข้าไปเต็มปอด แอชตันเองก็เดินตามมาพร้อมกับโอบไหล่ของเธอเบาๆ ร่างเล็กสะดุ้งโหยงเมื่อโดนกระทำเช่นนั้น
“อ๊ะ..” เธอใเพราะไม่คิดว่าเขาจะเข้ามาใกล้ประชิดตัวอย่างนี้ เป็แค่คู่นอนกันนี่ไม่ใช่คู่รักสักหน่อย
“เธอเป็คนที่นี่ ถึงจะไปเรียนในกรุงเทพแต่ก็น่าจะเคยผ่านมาทางนี้บ้างใช่มั้ย?”
เขาไม่สนใจท่าทีใของคนตัวเล็กแต่กลับชวนเธอคุยเื่อื่นแทน
“ก็ใช่ค่ะ ฉันเคยมาที่นี่แล้ว”
ตอบออกไปพลางคิดถึงสมัยเด็กๆที่คุณตาเคยขับรถพาขึ้นมา แต่มันก็นานมากจนเธอเกือบจะลืมภาพนั้นไปแล้ว
แต่เดี๋ยวนะ นี่เขาคิดว่าเธอไปเรียนที่กรุงเทพแล้วกลับมาอยู่ที่เชียงรายซึ่งเป็บ้านเกิดอย่างนั้นเหรอ? นี่เขาเข้าใจผิดไปไกลเลยนะเนี่ย
บีน่าคิดในใจแต่ก็ไม่ได้แถลงไขความจริง ดวงหน้าสวยเอาแต่มองวิวด้านหน้าพร้อมกับสูดอากาศเข้าเต็มปอด ผิวขาวนวล แก้มแดงเปล่ง ริมฝีปากสีเชอร์รี่ดูแล้วก็ยิ่งส่งให้แอชตันหลงใหลในตัวเธอ
ติ๊ง!
แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดอารมณ์ของเขาเป็นอย่างมาก
เมื่อหยิบขึ้นมาก็พบว่าคนที่โทรมาคือลูกน้องคนสนิทที่เขาใช้ให้ทำงานสำคัญอยู่ในตอนนี้ซึ่งก็คือส่งสินค้าล็อตใหญ่ให้กับลูกค้าที่สเปน แต่ปัจจุบันถูกโฉบตัดหน้าไปโดยแก๊งเบอริอันต์จากนิวยอร์ก
จากที่ตั้งใจจะยืนเล่นชมวิวกับคนตัวเล็กสักพักก็จำต้องยกมือที่โอบไหล่เธอออกแล้วขอตัวเดินออกไปจากตรงนี้
“เธอรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันขอไปคุยโทรศัพท์ก่อน”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะยืนถ่ายรูปเล่นรอตรงนี้นะคะ”
บีน่าคลี่ยิ้มบางเบาให้กับเขาอย่างไม่สนใจอะไรก่อนจะหยิบโทรศัพท์ราคาถูกของตัวเองมาถ่ายภาพและวิดีโอพร้อมกับเซลฟี่หน้าตัวเอง แม้จะอยู่ในชุดที่ดูซอมซ่อทรุดโทรมไม่ได้ราคาแพงอะไรแต่ความสวยของสาวลูกครึ่งมันก็เด่นทะลุกล้องออกมา
ทางแอชตันเองก็รีบสาวเท้าเดินออกมาจากตรงนั้นแล้วแอบมาคุยโทรศัพท์หลังต้นไม้ใหญ่
“ฮัลโหล ว่าไงอาเธอร์”
‘นายครับ ได้ข้อมูลจากรุ่นทายาทของตระกูลเบอริอันต์มาแล้วครับ มีทายาททั้งหมดสามคน แต่ที่ทำงานอยู่จริงๆมีเพียงสองคนเป็ฝาแฝดชาย ส่วนอีกคนเป็น้องสาวซึ่งเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน’
“สรุปคือคนที่กูต้องเล่นคือฝาแฝดชาย?”
‘ครับ สองคนนี้มันเป็คนบริหารงานอยู่ตอนนี้ ส่วนพวกรุ่นพ่อทำอยู่แค่เื้ั หากจะติดต่อเจรจาต้องคุยกับสองคนนี้ครับ’
“มันคือใคร?”
‘แบรนดอน เบอริอันต์และบลาเด็น เบอริอันต์ครับ’
ทางด้านของบีน่า
เธอถ่ายรูปเซลฟี่กับบรรยากาศบนดอยพร้อมกับส่งให้ลูกพี่ลูกน้องคนสนิท
[ กลุ่มแชทตระกูลบี ]
[ บีน่า : ส่งรูปภาพถึงคุณ ]
[ บลาเด็น : ยัยตัวแสบเมื่อไหร่จะกลับเมกา อาไบรอันตามตัวแล้วนะ ]
[แบรนดอน : พ่อพวกพี่ก็ถามถึงเธอ หายหน้าหายตาไปหลายวัน ]
ลูกพี่ลูกน้องชายซึ่งเป็ลูกของคุณลุงบริกซ์ตั้นพี่ชายของพ่อบีน่า ทั้งสามคนสนิทกันมากเพราะโตมาด้วยกัน พี่ชายอายุมากกว่าเธอประมาณสามปี
[ บีน่า : เดี๋ยวก็กลับแล้วค่ะ ทุกคนไม่ต้องเป็ห่วงนะหนูเอาบอดี้การ์ดมาตั้งเจ็ดคน ]
[ แบรนดอน : เดี๋ยวพี่จะวิดีโอคอลไปหาเจสัน ]
เจสันบอดี้การ์ดคู่ใจของบีน่าที่จะต้องตัวติดกันอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้เธอทิ้งเ้านั่นไว้ที่ในเมืองในบ้านเช่าหน้าปากซอย ใบหน้าเล็กซีดเซียวกลัวพี่ชายจะจับได้ว่าเธอแอบหนีมาเที่ยวกับผู้ชาย
[ บีน่า : ไม่ต้องเลย หนูไปเที่ยวต่อดีกว่าพวกพี่ๆไปทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวตระกูลเราก็ล้มละลายพอดีถ้าพวกพี่ไม่ทำงาน หนูไปละ]
ว่าแล้วก็รีบปิดกลุ่มแชทนั้นทิ้งไปเพราะแอชตันเดินกลับมาพอดี จากสีหน้ายิ้มของเขาก็กลายเป็เคร่งเครียดทำเอาคนตัวเล็กขมวดคิ้วมุ่น
“เป็อะไรไปคะ ทำหน้ายุ่งเชียว?”
“เปล่า แค่คุยเื่งานนิดหน่อยน่ะ ไหน ถ่ายรูปเสร็จยังขอดูหน่อยสิ”
เขาตอบปัดไปเื่อื่น ใบหน้าหล่อแฝงไปด้วยความกังวล จมูกโด่งเป็สันรับกับแสงอาทิตย์ดูแล้วทำให้ชายหนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษคนนี้ยิ่งมีเสน่ห์
“นี่ค่ะ สวยมั้ย?” บีน่าไม่อยากถามเขาต่อเื่งานจึงชวนเขาคุยเื่ของรูปภาพที่เธอถ่าย เป็รูปภาพของตัวเองที่เซลฟี่อยู่กับป้ายจุดชมวิว
“มาถ่ายด้วยกันสิ”
“ได้เหรอคะ?” ถามไปด้วยความไม่มั่นใจ ไม่รู้ว่าคำว่าคู่นอนนี้มีลิมิตถึงแค่ตรงไหนและเธอสามารถทำอะไรกับเขาได้บ้าง มาเที่ยวด้วยกัน ถ่ายรูปด้วยกัน แบบนี้มันไม่ได้ต่างจากคู่รักเลยไม่ใช่เหรอ?
“ได้สิ ก็แค่ถ่ายรูป” เขาคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของเธอมาแล้วถ่ายรูปคู่กันสองคนโดยมีพื้นหลังเป็ป้ายจุดชมวิวและวิวเทือกเขาสลับซับซ้อนซึ่งมีหมอกจางๆ
หนุ่มสาวทั้งสองสวมเสื้อยืดสีขาวเหมือนกัน ดูเผินๆก็คล้ายกับเสื้อคู่
“ถ่ายรูปเสร็จแล้วเราจะไปไหนกันต่อเหรอคะ?”
คนตัวเล็กที่มองรูปในโทรศัพท์พร้อมกับคลี่ยิ้มแล้วเอ่ยถามเขา
“ไปสวนแม่ฟ้าหลวง พาเธอดูดอกไม้แล้วก็ขึ้นไปพักที่ดอยผาฮี้คืนนี้”
“ดอยผาฮี้? ฉันเคยไปที่นั่นค่ะ ฉันชอบที่นั่นมากด้วย”
ดวงหน้าสวยของสาวลูกครึ่งไทยอเมริกันคลี่ยิ้ม ดวงปากจิ้มลิ้มสีเชอร์รี่ที่แสนจะมีเสน่ห์นั้นเย้ายวนสายตาของแอชตันเสียเหลือเกิน
“เดี๋ยวคืนนี้เราจะหาที่พักกันที่นั่น แล้วก็ไปทานอาหารพื้นเมืองสักหน่อย เธอเป็คนที่นี่นี่พอจะมีเมนูแนะนำมั้ย”
“เอ่อ ก็มีอยู่นะคะ” สมัยเด็กคุณยายสีรุ้งเคยทำให้เธอทานอยู่บ้าง แต่บีน่าแปลกใจทำไมคำพูดเขาถึงดูแปลกๆ
“แล้วคุณแอชตันไม่ใช่คนที่นี่เหรอคะ?”
ได้ยินคำถามนั้นคนตัวใหญ่กว่าก็ชะงักไป เขาเผลอหลุดอะไรที่เธอไม่ควรรับรู้ออกไปสินะ
“ก็คนที่นี่แหละ แค่ไปเรียนที่อื่นเหมือนกับเธอ ฉันกลับมาอยู่ที่นี่ได้แค่สองปีหลังจากเรียนจบ”
เรียนจบที่แปลว่าจบมาจากลอนดอนประเทศอังกฤษอ่ะนะ ไม่ใช่จบจากกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของประเทศไทย
อชิรวิชญ์คิดในใจแต่ไม่ตอบเธอออกไป
“อ๋อ...แบบนี้นี่เอง”
ใบหน้าสวยพยักหน้างึกงักแสดงให้เห็นว่าเข้าใจแล้ว เขาเองก็รีบเปลี่ยนเื่กลัวว่าเธอจะถามข้อมูลลงลึกไปมากกว่านี้
“ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน”
“โอเคค่ะ” เธอเดินตามหลังเขาไปแล้วคลี่ยิ้มบางเบา
จะว่าไปผู้ชายคนนี้ก็มีมุมน่ารักเหมือนกันนะเนี่ย
แต่อย่าเชียวนะบีน่า...แกอย่าหลงรักผู้ชายคนนี้เชียว สถานะที่เขาเสนอให้คือคู่นอนไม่ใช่อย่างอื่น
เขาทำดีด้วยนิดหน่อยอย่าคิดหวั่นไหว
ถึงรักกันก็เป็ไปไม่ได้ พ่อไม่มีทางยอมรับผู้ชายคนนี้อย่างแน่นอน
เธอมันเป็ลูกสาวมาเฟีย ไร้ซึ่งอิสระ...จะรักใครก็ไม่ใช่เื่ง่าย จงตัดใจจากเื่ของความรักซะเถอะบีน่า
ผู้ชายคนนี้ก็เป็แค่คู่นอน...อย่าหวั่นไหว