ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 43 สานสัมพันธ์กับหลาน

            “ลุงจางกับพี่รับผิดชอบโครงการโรงงานแปรรูปอาหารพอดีไม่ใช่แค่มณฑลเฮย ทุกมณฑลจะมีการสร้างโรงงานตามความเหมาะสม ส่วนที่พวกเรายื่นเรื่องมาสำรวจพื้นที่หมู่บ้านต้าเจียงเพราะมีสาเหตุ”

            สวีหว่านหนิงรู้ดีว่าสาเหตุที่ว่าหมายถึงเธอ

            เธอไม่ได้หลงตัวเองครอบครัวของร่างเดิมรักร่างเดิมมากแม้แต่รัฐมนตรีจางก็ยังคิดถึงคนที่อยู่มณฑลเฮยตามลำพังอย่างเธอเสมอสิ่งเหล่านี้ดูได้จากเนื้อความในจดหมายที่พ่อกับแม่ส่งมาให้

            “สรุปแล้วลุงจางกับพี่รองวางโครงการไว้ที่หมู่บ้านต้าเจียงเพราะฉันหรือว่าเพราะสถานที่สร้างโรงงานอยู่ที่หมู่บ้านต้าเจียงพวกพี่จึงตั้งใจเดินทางมาด้วยคะ?”

            สองอย่างนี้มองผิวเผินเหมือนจะไม่ต่างกันมากแต่ถ้าคิดให้ละเอียด จะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างของมันอย่างชัดเจน

            สวีเม่าถิงหัวเราะแต่ไม่ได้ตอบคำถามนี้

            จุดประสงค์การมาเยือนหมู่บ้านต้าเจียงของพวกเขาเกี่ยวข้องกับน้องสาวคนเล็กจริงแต่ถ้าหมู่บ้านต้าเจียงมีคุณสมบัติไม่เหมาะกับการสร้างโรงงาน พวกเขาก็คงใช้เส้นสายเพื่อน้องสาวไม่ได้

            นี่คือความรับผิดชอบต่ออำนาจหน้าที่ของพวกเขา

            เพราะฉะนั้นก่อนที่ทุกอย่างจะได้ข้อสรุปเขาคงแพร่งพรายข้อมูลออกไปไม่ได้

            เห็นดังนั้นสวีหว่านหนิงก็ไม่ได้จี้ถามและเปลี่ยนไปถามถึงคนในครอบครัวแทน

            “อาเล็กกับน้าสะใภ้สุขภาพแข็งแรงดีพี่ใหญ่แต่งงานไปเมื่อสามปีก่อน พี่สะใภ้คลอดลูกชายฝาแฝด...”

            สวีเม่าถิงแจกแจงเรื่องที่เกิดขึ้นในตระกูลให้สวีหว่านหนิงฟังทีละเรื่อง

            เขาไม่ได้เล่าแค่เรื่องครอบครัวของสวีหว่านหนิงแต่เล่าถึงตระกูลสวีทั้งหมด

            ฟังไปฟังมาสวีหว่านหนิงก็รู้สึกถึงความปรารถนาที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ

            เธออยากกลับบ้านเหลือเกินอยากกลับไปเยี่ยมพ่อแม่และพี่ชาย

            ตอนนั้นเองแม่หลินก็ยกไข่ต้มน้ำตาลทรายแดงเข้ามา

            “พี่ชายพ่อหนุ่ม ทานให้ร่างกายอบอุ่นก่อนเถิด ฉันจะไปต้มไก่อีกเดี๋ยวอยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันที่บ้านนะ”

            รัฐมนตรีจางเตะขาสวีเม่าถิงจากใต้โต๊ะสวีเม่าถิงรีบกล่าวว่า “คุณป้า ไม่ต้องรบกวนแล้วละครับพวกผมคุยกับหว่านหนิงสักพักก็คงขอตัวกลับแล้ว ผมยังต้องที่ไปเทศบาลชุมชนดึกเกินไปจะเดินทางไม่ปลอดภัยครับ”

            “แต่ว่า...”

            “แม่คะลุงจางกับพี่รองยังอยู่ที่เมืองเจียงอีกหลายวันค่ะ มีเวลาอีกมากไม่ต้องร้อนใจหรอกนะคะ”

            “ถ้าอย่างนั้นก็ดีหว่านหนิง คุยเป็นเพื่อนครอบครัวให้เต็มที่ล่ะ”

            หลังแม่หลินปลีกตัวไปแล้วสวีเม่าถิงก็กินไข่ต้มน้ำตาลทรายแดง

            มันหวานมากหวานจนแสบคอ เห็นได้ว่าแม่หลินไม่ใช่คนตระหนี่

            “แม่สามีของน้องดีกับน้องหรือเปล่า”

            “ดีค่ะดีมากๆ!” สวีหว่านหนิงพยักหน้าตอบเสียงหนักแน่น “ฉันแต่งเข้าตระกูลหลินมาไม่ค่อยได้ทำงานสักเท่าไรแม่สามีของฉันไม่เคยชักสีหน้าใส่ฉันสักครั้ง พี่ดูเสื้อที่ฉันใส่อยู่สิคะมันเป็นเสื้อกันหนาวที่แม่ตัดเย็บให้ฉันด้วยตัวเอง ใส่แล้วอุ่นมากเลยค่ะ”

            สวีหว่านหนิงพูดจบสวีเม่าถิงถึงสังเกตเสื้อกันหนาวสีกรมท่าบนตัวน้องสาว

            เขาก็ว่าทำไมหลังเจอน้องสาวแล้วถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไปที่แท้เป็นเพราะเสื้อผ้านี่เอง

            เมื่อก่อนตอนอยู่ปักกิ่งน้องสาวของเขารักการแต่งตัวมาก เธอไม่เคยใส่เสื้อหนาวบุฝ้ายเช่นนี้ฤดูหนาวอากาศหนาวแค่ไหน เธอก็จะใส่เสื้อคลุมขนสัตว์ที่ซื้อมาจากร้านค้ามิตรภาพ

            โชคดีที่อาหญิงมักจะส่งเงินตราต่างประเทศกลับมาเป็นประจำมิเช่นนั้นน้องสาวของเขาคงซื้อเสื้อขนสัตว์ไม่ได้

            แต่ตอนนี้น้องสาวของเขากลับใส่เสื้อกันหนาวบุฝ้ายที่ตัดเย็บด้วยมือสีเข้มรองเท้าที่ใส่ก็เป็นรองเท้าผ้าฝ้าย ไม่ใช่รองเท้าหนังหรือรองเท้าส้นสูงอีกแล้ว

            แม้หน้าตาและบุคลิกภาพของเธอจะโดดเด่นกว่าใครในหมู่บ้านต้าเจียงแต่ก็ไม่ใช่คนเดียวกับเด็กที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เล็กจนโตคนนั้นอีกต่อไปแล้ว

            สวีเม่าถิงพูดไม่ออกว่าตนกำลังรู้สึกอย่างไรเขารู้สึกสงสารน้องสาว แต่ที่มีมากกว่าคือความปลาบปลื้มใจ

            อย่างน้อยรอยยิ้มบนใบหน้าน้องสาวก็ไม่ได้เกิดจากความเสแสร้งเหมือนเธอจะชอบชีวิตในปัจจุบันมาก

            ตอนนั้นเองผู้ช่วยของรัฐมนตรีจางก็มาเคาะประตูบ้าน “ท่านรัฐมนตรี รองอธิบดีสวีสี่โมงแล้วครับ”

            มณฑลเฮยท้องฟ้ามืดเร็วกว่าที่อื่นจากหมู่บ้านต้าเจียงไปยังเทศบาลชุมชนต้องใช้เวลาเดินทาง หากไม่รีบไปตอนนี้ฟ้าคงจะมืดก่อนแล้วเดินทางลำบาก

            “ได้พวกเราขอตัวก่อน”

            ทั้งสามคนเดินออกจากโถงรับแขกแม่หลินที่สวมผ้ากันเปื้อนต้มไก่อยู่รีบเดินออกมา “จะกลับกันแล้วหรือ”

            “ใช่ครับพี่สาวพวกเราต้องรีบไปเทศบาลชุมชนก่อนฟ้ามืด”

            “อยากชวนพวกเธออยู่ทานข้าวด้วยกันจริงๆแต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้ฉันคงไม่รั้งเอาไว้แต่ก่อนกลับปักกิ่งจะต้องแวะมาทานข้าวด้วยกันนะ ที่บ้านมีพร้อมทุกอย่างฉันจะเตรียมการรอ!”

            “ไม่มีปัญหาครับเสร็จงานเมื่อไร ก่อนออกจากมณฑลเฮยพวกเราจะมาทานอาหารที่นี่แน่นอน”

            “ได้สิได้!”

            สวีหว่านหนิงเดินไปส่งรัฐมนตรีจางและสวีเม่าถิงที่หน้าประตูผู้ช่วยขับรถมาจอดหน้าบ้านหลินก่อนแล้ว พวกชาวบ้านมามุงดูตามคาดพลางชี้มาที่บ้านหลินและเริ่มซุบซิบกัน

            “เช่นนั้นพวกเราขอตัวก่อน” สวีเม่าถิงอยากจะยื่นมือมาขยี้หัวสวีหว่านหนิงอีกครั้ง แต่สวีหว่านหนิงมือไวปัดออกทัน

            “กว่าฉันจะถักเปียได้ไม่ง่ายนะคะพี่รองอย่าทำผมฉันยุ่ง!” ตอนนี้เธอเริ่มรับรู้แล้วว่าทำไมเยาเม่ยถึงได้ทำหน้าห่อเหี่ยวเวลาถูกเธอขยี้ผม

            สวีเม่าถิงยิ้มแต่ไม่ได้คิดอะไรมาก

            เขามองไปรอบๆแต่ไม่เห็นเด็กสองคน มันทำให้เขาผิดหวังเล็กน้อย

            ว่ากันว่าหลานมักจะคล้ายลุงเขาเป็นคุณลุงคนแรกที่พวกเด็กๆ ได้เจอ ควรจะสานสัมพันธ์อันดีกันไว้

            แต่เขายังมีเวลาอยู่ที่หมู่บ้านต้าเจียงอีกหลายวันไม่ต้องรีบร้อน เขาจะต้องหาโอกาสสานสัมพันธ์กับหลานๆ ให้ได้

            “ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อนครั้งหน้าจะมาหมู่บ้านต้าเจียงเมื่อไรยังไม่มีกำหนดการแต่ถ้ามาแล้วจะมาหาเธอแน่นอน”

            “ค่ะ!” สวีหว่านหนิงพยักหน้าพลางมองรัฐมนตรีจางกับสวีเม่าถิงก้าวขึ้นรถและโบกมือลาพวกเขา

            เธอยืนอยู่ที่เดิมเมื่อเห็นรถเคลื่อนออกไปแล้วจึงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก

            เมื่อครู่เธอกังวลอยู่ตลอดรัฐมนตรีจางยังไม่เท่าไร เพราะเขาเจอกับร่างเดิมแค่ไม่กี่ครั้งไม่รู้ว่าร่างเดิมนิสัยเป็นแบบไหน

            แต่สวีเม่าถิงไม่เหมือนกันเขาอายุมากกว่าร่างเดิมหกปี เรียกได้ว่าเห็นร่างเดิมตั้งแต่เล็กยันโตรู้จักนิสัยของร่างเดิมดีที่สุด

            เธอกับร่างเดิมนิสัยต่างกันสุดขั้วเธอกลัวสวีเม่าถิงจะสังเกตเห็นถึงความแตกต่าง

            ขณะกำลังใช้ความคิดสวีหว่านหนิงก็รู้สึกได้ว่า มีคนกำลังกระตุกขากางเกงของเธอสองครั้ง

            “แม่คุณลุงกลับแล้วเหรอครับ” ต้าชุนอุ้มของบางอย่างเอาไว้แต่เขาใช้ถุงผ้าปิดมิดชิด ทำให้เธอดูไม่ออกว่าคืออะไร

            “ใช่พวกเขาต้องไปที่เทศบาลชุมชนก่อนฟ้ามืด”

            “คุณลุงจะกลับมาอีกไหมครับ”

            “กลับสิ!” สวีหว่านหนิงตอบเสียงมั่นใจ “เขาเสร็จงานเมื่อไรก็จะมาหาพวกเรา”

            ต้าชุนโล่งอกเขากอดถุงผ้าอย่างทะนุถนอม “ถ้าอย่างนั้นผมจะรอคุณลุงมาครั้งหน้าแล้วค่อยให้เขา”

            สวีหว่านหนิงอยากรู้อยากเห็น“ของในถุงคืออะไรหรือ”

            เธอยื่นมือจะหยิบมาดูแต่ต้าชุนกลับเบี่ยงตัวหลบ “นี่คือความลับของผมกับเยาเม่ยและคุณลุงครับผมบอกแม่ไม่ได้!”

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808