ที่ห้องนอนใหญ่วิลล่าพักร้อนฉิงหยุน
ในห้องนอนใหญ่ซูฮ่าวหยิบยาผนึกพลังที่เหลืออีกยี่สิบเม็ดออกมาและใส่ลงไปในอ่างอาบน้ำของห้องอาบน้ำทั้งหมดทำให้กลายเป็นของเหลวผนึกพลัง
เดิมทีเขาอยากจะใส่ยาผนึกพลังแค่สิบเม็ดแต่ตอนที่อยู่บ้านตระกูลซู เขาเคยได้ยินผู้อาวุโสที่ถ่ายทอดวิทยายุทธพูดว่าความต่างของโฮ่วเทียนกับเซียนเทียน ที่สำคัญที่สุดคือในระหว่างที่ขอบเขตมีพันธนาการอยู่หากต้องการบรรลุจากโฮ่วเทียนไปยังเซียนเทียน ก็ต้องอาศัยพลังมหาศาลทลายพันธนาการ
หากไม่มีทางทลายพันธนาการได้เช่นนั้นตบะก็จะได้รับการจำกัด เพราะเหตุนี้ทั้งชีวิตก็จะได้อยู่แค่ขอบเขตของโฮ่วเทียนเท่านั้น
เพื่อเลี่ยงพลังงานทางจิตวิญญาณไม่พอที่จะทำลายพันธนาการเขาก็เลยใส่ของเหลวผนึกพลังสองชุดแล้ว
“มาเริ่มกันเถอะ!” ซูฮ่าวสูดหายใจลึกภายในใจแอบตัดสินใจ เขาถอดเสื้อผ้าจากนั้นนอนลงไปในอ่างอาบน้ำและใช้วิชาเก็บแสงผนึกพลัง
ทันใดนั้นพลังที่เดือดพล่านหลั่งไหลออกมาจากของเหลวผนึกพลังอย่างต่อเนื่องและติดอยู่บนตัวของซูฮ่าว หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของซูฮ่าวอย่างต่อเนื่อง
พลังที่ยาผนึกพลังยี่สิบเม็ดนำมายิ่งใหญ่มากซูฮ่าวรู้สึกแค่ว่าภายในตัวมีน้ำวนขนาดใหญ่กำลังหมุนอย่างต่อเนื่องพลังที่เอ่อล้นออกมาจากด้านในไหลไปในร้อยลมปราณของเขาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะสูญเสียการควบคุม
“พลังที่ยาผนึกพลังยี่สิบเม็ดนำมาไม่ควรถูกมองข้ามจริงๆ ... ” สีหน้าของซูฮ่าวแปรเปลี่ยนเล็กน้อย เขากัดฟันแน่นและพยายามปรับทิศทางของพลังมหาศาลนี้ พุ่งไปยังพันธนาการระหว่างโฮ่วเทียนกับเซียนเทียน
พันธนาการนี้ไร้รูปไร้สีไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า กำลังตั้งอยู่ด้านนอกตันเถียนของเขา
มีแค่การทลาย...จึงจะทำให้ตันเถียนมีการขยายพื้นที่ได้มากขึ้น และก้าวเข้าสู่ขอบเขตที่ยิ่งล้ำลึกยิ่งขึ้น
สิ่งที่ทำให้จนปัญญาก็คือพลังในของเหลวผนึกพลังนี้เข้มข้นเกินไปพลังที่หลั่งไหลเข้าสู่ภายในตัวของซูฮ่าวเหนือกว่าปริมาณที่เขาจะควบคุมได้ ดังนั้นเขาจึงควบคุมพลังได้แค่สองในห้าส่วนและพุ่งชนพันธนาการ
พลังที่เหลือที่ไม่มีทางควบคุมได้เพราะไม่มีทางระบายออกได้ จึงพุ่งไปมาในตัวเขาอย่างต่อเนื่องราวกับกริชนับไม่ถ้วนทิ่มแทงเส้นลมปราณของเขา และผ่าอวัยวะภายในของเขา
“ซี้ด!” ความเจ็บที่รุนแรงจากร่างกายทำให้ซูฮ่าวแทบจะเป็นลมสลบไปการมองเห็นล้วนเริ่มเลือนราง
เขากัดฟันแน่นและหลับตาทั้งคู่ โบกสะบัดกำปั้นอย่างต่อเนื่อง พยายามใช้หมัดทลายใจหมัดแรกของหมัดเจ็ดผงาดฟ้าขจัดพลังที่กระจัดกระจายอยู่ในตัว
การกระทำนี้ถึงแม้ได้ผลแต่เนื่องด้วยใช้หมัดทลายใจจึงพัวพันถึงพลังในตันเถียนทำให้พลังในตันเถียนกับพลังที่พุ่งชนพันธนาการปะปนกันจึงง่ายต่อการถูกธาตุไฟเข้าแทรกมาก
ภายใต้สถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้ซูฮ่าวทำได้แค่ล้มเลิกความคิดนี้ และปล่อยให้พลังที่กระจัดกระจายอยู่ในตัวท่องไปมาอยู่ในเส้นลมปราณอย่างบ้าคลั่งที่เขาต้องทำก็คือกลั้นความเจ็บ และควบคุมพลังสองในห้าส่วนนั้นพุ่งชนพันธนาการอย่างต่อเนื่อง
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆสำหรับซูฮ่าวแล้วมันคือความทรมานที่ยิ่งใหญ่
ทุกครั้งที่พุ่งชนพันธนาการมันจะเกิดความเจ็บปวดดั่งถูกมีดทิ่มแทงหัวใจบวกกับความรู้สึกราวกับใจจะขาดจากพลังที่พุ่งไปมาอยู่ในร่างกายนำมาทำให้ตัวของซูฮ่าวแทบจะพังทลาย
“โอ๊ย!”
เขาตะโกนอย่างสุดกำลังคิ้วขมวดเข้าหากัน ดวงตาแทบจะถลนออกมา ปีกจมูกเดี๋ยวกางเดี๋ยวหุบ หายใจแรงเสียงก็แหบนานแล้ว มือทั้งคู่จับขอบอ่างอาบน้ำเอาไว้แน่นบนแขนมีเอ็นสีเขียวปูดขึ้นมา
ดีที่ประสิทธิภาพการเก็บเสียงของห้องนอนใหญ่ไม่เลวมิฉะนั้นการตะโกนนี้ของเขา ก็คงจะดังไปทั้งวิลล่าแล้ว
เวลาที่พุ่งชนพันธนาการยาวนานขึ้นความรู้สึกเจ็บปวดยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากเป็นคนอื่น เกรงว่าคงสลบไปนานแล้ว
แต่ซูฮ่าวไม่ใช่เขาประคับประคองสติเอาไว้อย่างไม่ลดละ และไม่กล้ามีความคิดที่จะล้มเลิกแม้แต่น้อย
เขาเข้าใจว่าการพุ่งชนพันธนาการตรงหน้านี้สำคัญมากหากล้มเหลวเพราะประมาท ทั้งชีวิตเขาก็ทำได้แค่หยุดอยู่ที่ขอบเขตโฮ่วเทียนเท่านั้น
ถึงเวลานั้นเขาจะมีพลังอะไรไปปกป้องเธอ?
“ฉันเจอกับความเจ็บปวดมามากมายในชาติก่อนแค่นี้จะนับประสาอะไร?” ดวงตาของซูฮ่าวแดงก่ำ และคำรามเขาทนความหวาดกลัวและควบคุมพลังพุ่งชนพันธนาการอย่างไม่ลังเล
พลังที่แข็งแกร่งพุ่งชนครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้พันธนาการค่อยๆ ปรากฏรอยร้าว และเริ่มมีนิมิตที่จะพัง
แต่ซูฮ่าวกลับทนความเจ็บปวดที่ไม่ธรรมดานี้ได้ถึงแม้ร่างกายจะมีความรู้สึกราวกับจะฉีกขาดเหมือนกับมียุงนับหมื่นตัวกำลังกัดกินเลือดเนื้อของเขาแต่เขายังคงกัดริมฝีปากแน่น แม้ความเจ็บปวดจะแผ่ขยายไปทั้งตัวแต่เขาก็ยังคงหนักแน่นดั่งเหล็ก
ทันใดนั้นเวลาก็ผ่านไปห้านาทีแล้ว
เวลานี้ของเหลวผนึกพลังที่อยู่ในอ่างอาบน้ำเผาผลาญไปมากกว่าครึ่งแล้วถึงแม้เป็นเช่นนี้ แต่พลังกลับบ้าระห่ำเหมือนเดิม
“ตูมตามๆ !”
พลังกลายเป็นค้อนยักษ์ชนพันธนาการครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่ที่รอบนอกตันเถียนของซูฮ่าวและทำให้มันแหลกไปมากกว่าครึ่ง แค่ต้องทำลายส่วนที่เหลือ ก็สามารถสำเร็จได้แล้ว
ความเจ็บปวดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ทั้งตัวของซูฮ่าวแดงก่ำ ผิวค่อยๆ แตกออก และมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด
หน้าผากของเขามีเหงื่อเม็ดใหญ่ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องสมองของเขาเริ่มเบลอ การมองเห็นก็เลือนรางมาก จนใกล้จะหมดสติแล้ว
หากไม่ใช่เพราะความเชื่อมั่นในใจของเขาเขาก็คงจะล้มเหลวไปนานแล้ว
พูดตามตรง ซูฮ่าวก็คิดไม่ถึงว่าการพุ่งชนพันธนาการที่อยู่ระหว่างโฮ่วเทียนกับเซียนเทียนจะลำบากเช่นนี้ของเหลวผนึกพลังที่อยู่ในอ่างอาบน้ำครึ่งหนึ่งใกล้จะหมดแล้วคิดไม่ถึงว่าจะทำให้พันธนาการพังลงแค่สองในสามส่วน ยังเหลืออีกหนึ่งในสามที่ยังต้องให้เขาพุ่งชนอย่างสุดชีวิตจึงจะทลายได้
ทั้งๆ ที่ผู้อาวุโสที่ถ่ายทอดวิทยายุทธของบ้านตระกูลซูพูดเอาไว้อย่างชัดเจนว่าการทลายพันธนาการไม่จำเป็นต้องใช้พลังที่มากมาย แต่ทำไมตนเองพยายามสุดกำลัง ใช้เวลาไปสิบนาทีเต็มๆกลับยังมีพันธนาการอีกหนึ่งในสามส่วนที่ยังไม่พัง?
ซูฮ่าวรู้สึกงุนงงกับเรื่องนี้และไม่เข้าใจเป็นอย่างมาก
จริงๆแล้วที่เขาไม่รู้ก็คือ มือมืดที่อยู่เบื้องหลังที่ทำให้เกิดสาเหตุทุกอย่างนี้จริงๆ แล้วก็คือระบบ
เพราะก่อนหน้านี้ระบบยกระดับกำลังให้เขาติดต่อกันสองครั้งทำให้เขาก้าวข้ามจากโฮ่วเทียนช่วงกลางไปถึงโฮ่วเทียนช่วงสุดยอดแล้ว นี่จึงทำให้เขาไม่สามารถผ่านการพุ่งชนของขอบเขตระหว่างโฮ่วเทียนช่วงกลางถึงโฮ่วเทียนช่วงหลังซึ่งเพิ่มความหนากับความแข็งของพันธนาการแล้ว ดังนั้นจึงทลายยากอย่างนี้
ดั่งคำที่ว่าของฟรีไม่มีในโลกการได้ของบางอย่างก็ต้องทุ่มเทของบางอย่าง ซูฮ่าวจากโฮ่วเทียนช่วงกลางก้าวข้ามไปถึงโฮ่วเทียนช่วงสุดยอดได้อย่างง่ายดายดังนั้นการพุ่งชนพันธนาการระหว่างโฮ่วเทียนกับเซียนเทียนเป็นธรรมดาที่จะยากกว่าคนปกติสองสามเท่า
เวลาผ่านไปทุกๆนาที สีหน้าของซูฮ่าวบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง เลือดที่เกิดจากการกัดริมฝีปากหยดลงในอ่างอาบน้ำย้อมของเหลวผนึกพลังที่เหลือจนกลายเป็นสีแดงทั้งหมด
“ยังเหลืออีกนิดอดทนเอาไว้!” ซูฮ่าวราวกับรู้สึกว่าพันธนาการใกล้จะพังลงในที่สุดแล้ว ใบหน้าแสดงความดีใจออกมาและกัดฟันรวบรวมพลังทั้งหมดพุ่งชนพันธนาการที่เหลืออย่างดุดัน
เสียงสั่นไหวของการชนกันกลับไม่ดังมากแต่กลับทำให้ฟันของเขาส่งเสียงประหลาดออกมาพลังทั้งหมดของพลังที่เหลือในของเหลวผนึกพลังก็ระเบิดออกมาพันธนาการมีการสั่นไหวอย่างไม่เต็มใจ เสียงกรอกแกรกดังมาและก็แตกออกในที่สุด
ช่วงที่พันธนาการแตกออกซูฮ่าวมีสีหน้าขาวซีด และกระอักเลือดออกมาทันที
เส้นลมปราณเลือดเนื้อบวกกับอวัยวะภายในที่ได้รับความเสียหายนั้นถูกพลังที่พิเศษชำระล้างซ่อมแซมสร้างขึ้นใหม่ กลายเป็นคนใหม่
“ร่างกายของฉัน... ” ซูฮ่าวมองร่างกายของตนเองดวงตาหดลง
สามารถเห็นออร่าที่ไม่ธรรมดาออกมาจากจุดตันเถียนอย่างต่อเนื่องแล้วส่งไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งไม่หยุด
เลือดเนื้อเส้นลมปราณ กระดูก... เหมือนได้เกิดใหม่!
มองผ่านตันเถียนก็เห็นตัวอ่อนเน่ยตันที่อยู่ด้านในและพบว่ามันกลายเป็นเน่ยตันแล้ว
ร่องเดินพลังทั้งห้าจากเดิมที่เลือนรางก็ชัดเจนในที่สุดแล้ว
ร่องพลังทั้งห้าร่องแบ่งออกเป็นห้าด้านเชื่อมต่อกันเป็นเน่ยตัน มีชีวิตชีวา และทรงพลัง
ความจุของทั้งเน่ยตันขยายใหญ่เท่าตัวหากขนาดของเน่ยตันในก่อนหน้านี้เท่ากับลูกปิงปองเช่นนั้นขนาดของเน่ยตันในตอนนี้ก็เท่ากับลูกเทนนิสแล้ว
“ขอบเขตเซียนเทียน!” ในดวงตาของซูฮ่าวฉายแสงเจิดจ้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนทนไม่ไหว
ขอบเขตแห่งโฮ่วเทียนร้อนเย็นตนเองรู้ แข็งแกร่งหรืออ่อนแอก็แยกได้
ขอบเขตแห่งเซียนเทียนราวกับเดินอยู่ในกลางคืนอันมืดมิดอย่างงุนงง
ในขอบเขตโฮ่วเทียนพิถีพิถันเรื่องการสังหารพละกำลัง ฝึกฝนกายเนื้อพิถีพิถันการเปลี่ยนแปลงของกระบวนท่า
ส่วนการเข้าสู่ขอบเขตแห่งเซียนเทียนแล้วจะพิถีพิถันเรื่องความเข้าใจของจิงชี่เฉิน ช่วงแรกก็มีกำลังห้าพันกิโลกรัมตัวเบาเหมือนนกนางแอ่น ก็เหาะเหินบนหลังคาอย่างคล่องแคล่วได้
บรรลุถึงเซียนเทียนช่วงสุดยอดก็สามารถทำให้ลมปราณทั้งตัวทะลุถึงกันได้พลังแท้จริงของเส้นลมปราณพิเศษแปดเส้นกับเส้นลมปราณเหริ่นตูสองเส้นทะลุทั้งร่างกายมีดปืนธรรมดาทำอันตรายไม่ได้
ช่วงที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตแห่งเซียนเทียนในสายตาของซูฮ่าวโลกกลับไม่เหมือนกัน เขาตั้งสมาธิจ้องมอง เห็นการไหลเวียนของอากาศได้อย่างชัดเจนหูแยกแยะวัตถุได้ และรู้ทิศทางที่แม่นยำได้
เขากับทั้งฟ้าดินราวกับมีการเหนี่ยวนำกันและมีการติดต่อกันแล้ว
ซูฮ่าวสูดหายใจเข้าลึกๆและค่อยๆ ยืนขึ้น แสงวูบวาบเหมือนฟ้าแลบพุ่งไปมาอยู่กลางอากาศ
เขาเดินมาที่ระเบียงรวมพลังที่จุดตันเถียน ปรับพลังสว่าง และต่อยหมัดผ่านอากาศ
“ตูม!”
ต้นไป๋หยางที่อยู่ไกลสิบก้าวระเบิดทันทีแตกออกเป็นเสี่ยงๆ กระเด็นไปทั่ว ลมที่รุนแรงพัดไปดำเนินไปจนถึงต้นไป๋หยางสองสามต้นสุดท้าย
“พลังมืดน่ากลัวมากจริงๆ !” ถึงแม้ซูฮ่าวจะนิ่งสงบ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้า
แค่ต่อยออกไปหนึ่งหมัดคิดไม่ถึงว่าจะต่อยผ่านอากาศจนทำให้ต้นไป๋หยางที่หนาพอๆ กับสองคนโอบแตกออกได้?
หากคำนวณเช่นนี้ด้วยกำลังของเขาในตอนนี้ แค่ชี้กลางอากาศ แล้วปล่อยพลังมืดเกรงว่าจะต่อยแผ่นเหล็กจนทะลุได้เลยกระมัง?
แค่เซียนเทียนช่วงแรกก็มีพลังระดับนี้แล้วเช่นนั้นปรมาจารย์ฮั่วจิ้งในหลังจากนี้จะแข็งแกร่งและน่ากลัวมากแค่ไหน?
ปรมาจารย์จี๋จิ้งในหลังจากนี้อีกและปรมาจารย์เซียนจิ้งก็ไม่ใช่ว่าแค่ดีดนิ้วเรือก็สลายหายไปได้เลยหรือ?
แค่ฉับพลันซูฮ่าวเข้าใจความสำคัญของกำลังอีกครั้งแล้ว
“ระบบแจ้งเตือนแต้มเสแสร้งของโฮสต์เต็มสามร้อยแต้ม จับรางวัลได้สามครั้ง ไม่ทราบว่าโฮสต์จะจับรางวัลเลยหรือไม่?”
เสียงของระบบดังขึ้นข้างๆหู ทำให้ซูฮ่าวตะลึงงันทันที
เขาหยุดชะงักและคิดในใจว่า “จับหนึ่งครั้งก่อน”
“ลบแต้มเสแสร้งหนึ่งร้อยแต้มจับรางวัลแล้วยอดแต้มเสแสร้งของโฮสต์เหลือสองร้อยแต้ม”
เสียงของระบบดังขึ้นในขณะเดียวกันด้านหน้าของซูฮ่าวก็ปรากฏรูเล็ตต์ขนาดใหญ่เข็มนั้นกำลังหมุนอย่างรวดเร็ว
สักพักเข็มก็หยุดอยู่บนคำหกคำ
“ติ๊งต่องยินดีด้วยโฮสต์จับได้ขอบคุณที่มาอุดหนุน หวังว่าโฮสต์จะไม่ท้อใจ และพยายามต่อไป”
“ให้ตายสิขอบคุณที่มาอุดหนุนมีอะไรให้น่ายินดี?” ซูฮ่าวสีหน้าบูดบึ้งและเจ็บใจมาก
แต้มเสแสร้งหนึ่งร้อยแต้มแลกกับขอบคุณที่มาอุดหนุนขาดทุนยับเยินชัดๆ
“ระบบเตือนแต้มเสแสร้งของโฮสต์เต็มสองร้อยแต้ม จับรางวัลได้สองครั้ง ไม่ทราบว่าโฮสต์จะจับรางวัลไหม?”
“จับอีกหนึ่งครั้ง!” ซูฮ่าวมีใบหน้ามืดมน แล้วตอบอย่างไม่ยอมแพ้
“ลบแต้มเสแสร้งหนึ่งร้อยแต้มจับรางวัลแล้วยอดแต้มเสแสร้งของโฮสต์เหลือหนึ่งร้อยแต้ม”
เข็มบนวงล้อหมุนอีกครั้งและร่วงลงบนแถบหนึ่งแถบแล้ว
“ติ๊งต่องยินดีด้วยโฮสต์จับได้การเพิ่มโชค มันจะเพิ่มยอดความโชคดีของโฮสต์ได้ยี่สิบแต้มอย่างถาวร”
“ยอดโชคดี?” ซูฮ่าวตะลึงงันและมองไปที่หมายเหตุ
(ยอดโชคดี : นำพาโชคดีมาให้โฮสต์ยอดโชคดียิ่งสูง โชคก็ยิ่งดี ของที่จับได้ก็ยิ่งมีคุณภาพดี)
“อันนี้ก็พอฝืนรับได้ระบบ ยอดโชคดีของผมตอนนี้มีเท่าไร?”
“ยอดโชคดีทั้งหมดคือยี่สิบเอ็ดแต้ม!”
ซูฮ่าวหน้าบูดบึ้งทันที
21 แต้ม…
ก็คือยอดโชคดีที่เขามีก่อนหน้านี้แค่หนึ่งแต้ม?
ให้ตายสิทำไมอนาถขนาดนี้ล่ะ?
“ระบบเตือนยอดแต้มเสแสร้งของโฮสต์เต็มหนึ่งร้อยแต้ม จับรางวัลได้หนึ่งครั้ง ไม่ทราบว่าโฮสต์จะจับรางวัลไหม?”
ซูฮ่าวหน้าบูดบึ้ง“แกต้องเอาแต้มเสแสร้งของฉันไปให้หมดเลยถึงจะพอใจใช่ไหม?”
“ระบบแจ้งเตือนภายใต้สถานการณ์ที่ยอดโชคดีมียี่สิบเอ็ดแต้ม อัตราที่โฮสต์จะจับได้ของคุณภาพสูงก็มีมาก!”
“แกคิดว่าทำอย่างนี้แล้วจะทำให้ฉันอยากจับรางวัลหรือ?” ซูฮ่าวแสยะยิ้ม และโบกมือ“จะบอกแกให้นะ ฉันมันคนหยิ่งในเกียรติ จับรางวัลหรือ? ฮ่าๆ... รีบจับเลย!”
“ลบแต้มเสแสร้งหนึ่งร้อยแต้มจับรางวัลแล้วยอดแต้มเสแสร้งของโฮสต์เหลือศูนย์”
เข็มบนวงล้อก็หมุนอีกครั้งและร่วงลงบนแถบหนึ่งแถบ
“ติ๊งต่องยินดีด้วยโฮสต์จับได้พลังเซียนเทียนของยอดฝีมือแห่งยุค!”
“แล้วมันคืออะไรอีกล่ะเนี่ย?” ซูฮ่าวตะลึงงันและชำเลืองมองไปที่หมายเหตุ
(พลังเซียนเทียนของยอดฝีมือแห่งยุค : ก็คือพลังเซียนเทียนที่เหมือนกับยอดฝีมือแห่งยุคความสามารถในการเข้าใจ ความสามารถและการเรียนรู้บรรลุถึงขั้นสุดยอด เขาสามารถเชี่ยวชาญทักษะได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีครู หรือหากบกพร่องก็แค่ชี้แนะนิดหน่อยก็ทำได้แล้ววรยุทธเดียวกัน คนอื่นต้องฝึกหนึ่งเดือน แต่คนที่ได้รับพลังเซียนเทียนของยอดฝีมือแห่งยุคใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมง หรืออาจจะน้อยกว่านั้น)
“ในที่สุดก็ได้ของดีแล้ว”ซูฮ่าวมองที่หมายเหตุ บนใบหน้าก็เผยรอยยิ้มที่ยากจะปรากฏออกมา
พลังเซียนเทียนในตอนนี้ก็เหมือนกับของล้ำค่าสำหรับเขา
อย่างไรเขาก็เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ทางแห่งวิทยายุทธโบราณได้ไม่นานยังมีเทคนิคด้านวิทยายุทธอีกมากมายที่ต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะวิชาทางจิตและวิชาทางค่ายกลที่แข็งแกร่งอะไรเหล่านั้นหากไม่มีความสามารถในการเข้าใจที่สูงล้ำ จริงๆ แล้วก็ไม่มีทางเข้าใจได้
มีความช่วยเหลือของพลังเซียนเทียนอุปสรรคพวกนี้ก็ล้วนไม่มีอยู่แล้ว
“แต้มเสแสร้งหนึ่งร้อยแต้มก่อนหน้านี้สิ้นเปลืองจนน่าเสียดายจริงๆ” ซูฮ่าวนึกถึงขอบคุณที่มาอุดหนุนที่เพิ่งจับได้ ก็รู้สึกเจ็บปวดใจจนน่าแปลก
เขาฝืนขจัดความคิดฟุ้งซ่านในใจจากนั้นก็หยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัวให้แห้ง แล้วเดินออกมาจากห้องอาบน้ำ พร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่
หลังจากจัดระเบียบตนเองแล้วเขาก็เปิดประตู และเดินลงไปด้านล่าง