บทที่ 25: เรื่องนี้ยังไม่จบ
บทที่ 25: เรื่องนี้ยังไม่จบกล่องห้าร้อยกล่อง ในเวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง ก็ได้ถูกขนย้ายไปจนหมด อัดแน่นเต็มรถบรรทุกคันใหญ่ทั้งสิบ มันราวกับปาฏิหาริย์เพียงแค่ตัวหลินเซียวคนเดียว ก็ย้ายไปแล้วสี่ร้อยกล่องเต็มๆ ถึงกระนั้น สุดท้ายแล้วบนร่างของเขาก็เพียงปรากฎชั้นเหงื่อบางๆ เคลือบอยู่เท่านั้น ดูห่างไกลจากคำว่าเหนื่อยล้านักเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ที่เหงื่อแตกพลั่กแล้ว หลินเซียวดูราวกับไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย ผ่อนคลายจนน่ากลัว“เขาไม่ใช่มนุษย์จริงๆ!” หลี่ลี่ประเมินหลินเซียวเป็นครั้งสุดท้าย เอ่ยพึมพำอย่างค่อนข้างยากลำบากกล่องสินค้าห้าร้อยกล่องเต็มๆ ในช่วงเวลาปกติ ต้องใช้คนงานที่แข็งแรงนับสิบ ใช้เวลาทั้งช่วงบ่ายในการเคลื่อนย้าย แต่ตอนนี้เพียงไม่นาน ก็เสร็จสิ้นทั้งหมด หากไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง หลี่เยว่เหยาย่อมไม่มีทางเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าของเธอได้คนงานสองคนนั้น กระทั่งตื่นตระหนกยิ่งกว่า ดวงตาแทบจะถลนหลุดออกจากเบ้าลงไปที่พื้น ยืนข้างกันอยู่ห่างออกไป ไม่กล้าที่จะเข้าไปทักทายพวกเขารู้สึกอับอาย เหนื่อยล้าแทบตาย ย้ายของอยู่ทั้งครึ่งบ่าย แต่ย้ายสินค้าได้ไม่ถึงครึ่งของที่อีกฝ่ายเคลื่อนย้าย หลังจากนี้ควรจะทำอย่างไรเล่า?“เสร็จแล้วเหรอ?” หลี่เยว่เหยายังคงมีท่าทีเหม่อลอยเล็กๆ ไม่อาจทำใจให้เชื่อถือได้“อืม!” หลินเซียวรับผ้าขนหนูมาจากหลี่ลี่ เช็ดเหงื่อของตนเอง “ฉันเดาว่าคนพวกนั้นต้องมาหาเรื่องแน่ ในเมื่อตอนนี้ย้ายสินค้าเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่พวกเราต้องไป”“ได้ค่ะ!”ดวงตาของหลี่เยว่เหยาทอประกายซับซ้อนเล็กๆ แม้ว่าการจากไปเช่นนี้จะเป็นเรื่องน่าหดหู่อยู่บ้าง แต่ว่ามันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เธอสามารถทำได้ในตอนนี้“คุณหนูครับ แล้วเฮยอวี้ล่ะครับ?” หลี่ลี่ชี้ไปยังใจกลางโกดังสินค้า ร่างของเฮยอวี้เอนพิงอยู่กับเสาต้นใหญ่ เขาขมวดคิ้วและเอ่ยถามขึ้น“ปล่อยไว้!” หลี่เยว่เหยาเอ่ยเสียงต่ำ “ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา แก๊งชุ่ยเสอคงไม่อยู่เฉยๆ แน่ ปล่อยไว้ดีกว่า บางทีอาจจะลดความแค้นเคืองนี่ได้บ้าง”จะอย่างไรพวกเธอก็นับว่าเป็นคู่ค้ากัน เป้าหมายของหลี่เยว่เหยาคึอการได้รับที่ยืนภายในสามช่องดำ แทนที่จะเป็นศัตรูกับแก๊งชุ่ยเสอตราบเท่าที่แก๊งชุ่ยเสอไม่สร้างปัญหา หลี่เยว่เหยากระทั่งเตรียมจะจ่ายค่าคุ้มครองบางส่วนให้เพื่อที่จะจัดการความแค้นนี้แม้ว่าเธอจะรู้สึกไม่เต็มใจอย่างมาก ทว่าเมื่อเธอคิดว่าตนเองพยายามอย่างหนักมานาน ก็ไม่ต้องการที่จะยอมแพ้“ได้ครับ!” หลี่ลี่ไม่ต้องการที่จะสร้างความขุ่นข้องกับเฮยอวี้เช่นกัน เขาเดินไปแล้วปลุกเฮยอวี้ขึ้น จากนั้นจึงลากอีกฝ่ายออกไปด้านนอกเฮยอวี้ที่ได้สติขึ้นมาเลือนราง สั่นศีรษะของตนเองสองสามครั้ง ในสายตาปรากฏแสงสว่างจ้า อดไม่ได้ที่จะพยายามลุกขึ้นไปทุบตีคน ทว่าพลันมองไปเห็นสายตาเย็นชาของหลินเซียวเข้า ร่างกายพลันสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว“ฉันเตือนนายไว้ก่อนเฮยอวี้ หลังจากนี้อย่าสร้างปัญหาอีก โกดังจ้งซานไม่ใช่ที่ที่จะมาหาเรื่องได้ง่ายๆ เข้าใจไหม?” หลี่ลี่รู้สึกว่ามีหลินเซียวคอยหนุนหลังอยู่ ก็มีความกล้าหาญมากขึ้น ยกคอเสื้อของเฮยอวี้ ตวาดใส่อีกฝ่าย“ถุ้ย! กล้าโจมตี ฉัน เฮยอวี้ พวกแกยังอยากจะมีชีวิตดีๆ กันอีก? ฝันไปเถอะ!” ใบหน้าของเฮยอวี้มืดครึ้ม โหดเหี้ยมน่าพรั่นพรึง“เด็กดี นายยังจะดื้ออยู่อีกเหรอ?” หลี่ลี่เบิกตากว้าง ยกแขนข้างหนึ่งเหวี่ยงลงไปหมายจะตีอีกฝ่าย“หยุด!” หลี่เยว่เหยาขมวดคิ้ว หยุดการกระทำของหลี่ลี่ลง หญิงสาวเอ่ยขึ้นกับเฮยอวี้ “เฮยอวี้ ทุกคนต่างก็เป็นนักธุรกิจ จะต้องตัดความสัมพันธ์กันแบบนี้เลย? เครือบริษัทจ้งซานเข้ามาในสามช่องดำเพื่อที่จะทำธุรกิจ ทุกคนอยู่ในสถานการณ์วิน-วิน มาสร้างปัญหา ย่อมไม่ดีต่อใครทั้งนั้น”“ฮึ่ม!” เฮยอวี้ตั้งใจจะเอ่ยเยาะเย้ยหลี่เยว่เหยาสักหลายคำ ทว่าพลันเหลือบไปเห็นหลินเซียว เขากลืนคำพูดที่คิดจะพูดกลับลงไปในคอ ลุกขึ้นยืนอย่างโซเซ จากนั้นจึงเอ่ยเสียงต่ำ “เรื่องวันนี้ไม่จบแค่นี้แน่ พวกแกรอก่อนเถอะ!”เฮยอวี้เดินโซซัดโซเซจากไป ทิ้งหลี่เยว่เหยาและคนอื่นๆ ไว้ด้วยหัวใจที่หนักหน่วง“แก๊งชุ่ยเสอแห่งสามช่องดำไม่ใช่อะไรที่จะไปยุ่งเกี่ยวด้วยได้ง่ายๆ คุณหลี่ หลังจากนี้เราควรจะทำยังไงต่อ?” หวังหลุนรู้สึกกระวนกระวายอย่างมาก เขาลังเลอยู่สองสามวินาที “ไม่อย่างนั้น…… ย้ายผมกลับไปหกช่องไหมครับ ผมอยู่ในสามช่องดำนานกว่านี้ไม่ได้แล้ว”“นายจะไปเหรอ?” หลี่เยว่เหยาเหม่อลอยไปเล็กๆตอนที่หวังหลุนถูกเลือกให้มาประจำที่สามช่องดำ มันก็เป็นเพราะว่าเขารู้จักคนในวงการนี้มาก ทั้งเขายังรู้วิธีการของสามช่องดำ ยังพอที่จะเข้าไปอยู่ร่วมด้วยได้ตอนนี้ แก๊งชุ่ยเสอดูพยายามจะสร้างปัญหาให้กับโกดังจ้งซาน หวังหลุนที่ดูแลอยู่ก็รู้สึกหวาดกลัว รู้ว่าหากยังอยู่ที่นี่ เป็นไปได้มากที่จะต้องจ่ายด้วยชีวิตของตนเอง“คุณหลี่ มันไม่ใช่ว่าผมไม่อยากที่จะช่วยเหลือคุณนะ แต่คุณก็เห็นสถานการณ์วันนี้ ให้ผมอยู่ ไม่ช้าก็เร็วต้องถูกฆ่าแน่!” หวังหลุนหน้าบิดเบี้ยวสีหน้าของหลี่เยว่เหยาไม่ดีเท่าใด ทว่าก็เข้าใจในความรู้สึกของหวังหลุน เมื่อเห็นว่าเขาดึงดันขนาดนั้น ฝืนเอ่ยออกมาพร้อมถอนหายใจเบาๆ: “โอเค! แม้แต่นายยังไป ใครจะกล้ามาที่สามช่องดำอีก?”“แค่ก แค่ก!!!” หวังหลุนไออย่างรุนแรง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เป็นธรรมชาติ“ไปเถอะ!” หลี่เยว่เหยารู้สึกผิดหวัง ยกเท้าขึ้นและก้าวเดินออกไปเตรียมตัวจะจากไปโอ้ย!ทันใดนั้น หลี่เยว่เหยาเพิ่งจะก้าวเท้าออกไปได้ก้าวเดียว ร่างก็ราวกับถูกไฟฟ้าช็อต พลันหยุดชะงักลง โน้มตัวลงด้วยความเจ็บปวด เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลลงในเสี้ยวพริบตา“คุณหนู! คุณเป็นอะไรไป?” หลี่ลี่ตื่นตระหนกอย่างมาก พยายามจะเข้าไปช่วยเหลือ“อย่าเข้ามา!” หลี่เยว่เหยากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เธอกดมือทั้งสองลงบนเอวของตนเองอย่างแรง ลมหายใจไม่สม่ำเสมอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทุกคนไม่กล้าที่จะขยับ ไม่มีใครรู้ว่าเหตุใดจู่ๆ หลี่เยว่เหยาจึงเจ็บขึ้นมา ทั้งยังเจ็บมากขนาดนั้นดวงตาของหลินเซียวทอประกายวูบ เดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มจับเอวคอดของหลี่เยว่เหยาเอาไว้ ใช้สองนิ้วหยิกบริเวณแผ่นหลังด้านข้าง จากนั้นจึงใช้ฝ่ามือกดลงไปอย่างแรงกร๊อบ!ได้ยินเสียงของกระดูกที่เคลื่อนที่ได้อย่างชัดเจน หลี่เยว่เหยาเจ็บจนน้ำตาไหล“ฮึก!”หลังจากความเจ็บปวดมหาศาล มันก็กลายเป็นความสบาย หลี่เยว่เหยายืดตัวขึ้นอย่างช้าๆ ยังคงขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด ทว่ายังคงเอ่ยเสียงเบากับหลินเซียวว่า “ขอบคุณ”“ไม่เป็นไร สามารถย้ายกล่องพวกนั้นแล้วทนมาได้ถึงตอนนี้ ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว” หลินเซียวแย้มยิ้มบางดูเหมือนว่า มันเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุเล็กๆ นอกจากนั้นยังเป็นเพียงแค่อาการเอวเคล็ดเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ต้องพักเพียงไม่กี่วันแม้ว่ามันจะเป็นเพียงอาการบาดเจ็บเล็กๆ ที่ดูไม่หนักหนา หลี่เยว่เหยาก็ยังคงไม่อาจเดินได้ ฝืนเดินไปเพียงสองสามก้าว ก็พลันรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดจากเอวที่ราวกับว่าถูกทิ่มแทงด้วยเข็มดวงตาของหลินเซียวสั่นระริก เขาไม่เอ่ยอะไรมาก ครุ่นคิดแล้ว ก็เดินไปแล้วคว้าพยุงแขนของเธอไว้ เอ่ยขึ้นเสียงต่ำ: “หลี่ลี่ ไปเอารถ กลับบ้านก่อน”“อ๋า?” หลี่ลี่นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ งุนงงว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้เอ่ยสั่งเขา? คิดว่าตัวเองแน่นักรึไง?เมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดของหลี่เยว่เหยาแล้ว หลี่ลี่ก็กลืนคำพูดที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากกลับลงไป รีบวิ่งไปที่รถอย่างรวดเร็วหวังหลุนและคนอื่น ๆ มองหลี่เยว่เหยาจากไป ต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ การเข้าไปอยู่ร่วมภายในสามช่องดำ มันจะง่ายได้ยังไง? นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้นรถเร่งความเร็วไปตลอดทาง กลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลหลี่ด้วยความรวดเร็วราวสายลม รถจอดลงที่ด้านหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เป็นของหลี่เยว่เหยาดังเอี้ยดคฤหาสน์หลังใหญ่ มองดูแล้วหรูหราโอ่อ่าอย่างมาก ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกแห้งแล้งคุณหนูกลับมาบ้าน ไม่มีแม้กระทั่งคนรับใช้ออกมาต้อนรับสักคนคนอื่นอาจไม่กล้าที่จะจินตนาการว่า ประธานบริษัทใหญ่อย่างหลี่เยว่เหยา ทั้งยังเป็นสาวงาม เมื่อกลับมาบ้านแล้ว ต้องเป็นคนทำอาหารด้วยตนเอง ซักผ้าด้วยตนเอง และกระทั่งงานใช้แรงงานบางอย่างก็ยังต้องทำด้วยตนเองหลี่เยว่เหยากุมเอวของเธอ เดินลงจากรถอย่างช้าๆ เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีค่อนข้างเสียใจ: “หมอหลิน ฉันจะบอกให้หลี่ลี่ช่วยจัดห้องให้คุณในคฤหาสน์ เกี่ยวกับเรื่องหมอประจำตระกูล…...”ดูเหมือนว่า การที่หลี่เยว่เหยาจะทำให้หลินเซียวอยู่ในฐานะของหมอประจำตระกูล ดูเหมือนว่าจะมีความยากลำบากบางอย่าง...