เรือฟลายอิ้งดัตช์แมนแล่นฝ่าคลื่นลมรวมไปถึงหมอกประหลาดอยู่หลายครั้ง ในที่สุดพวกเขาก็กลับมาสู่น่านน้ำของห้วงมหาสมุทรสนธยาที่คุ้นเคย หลุดออกมาจากกำแพงหมอกขาวลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำของมหาสมุทรทางทิศตะวันตก โผล่ออกมารับแสงจันทร์บนผิวทะเลที่ราบเรียบราวคันฉ่องสีครามเข้ม…
ในอดีตปราชญ์โบราณกล่าวเอาไว้ว่า ลึกสุดหยั่งนั้นหาใช่มหาสมุทรแห่งหนใด แต่เป็นใจคนต่างหากเล่าที่มากไปด้วยจิตอันวุ่นวาย นึกอยากจะดีก็ดี… นึกอยากจะร้ายก็พร้อมที่จะร้ายเสมอ… วรมันที่สองในตอนนี้ดูจะพินอบพิเทาต่อมิเนอร์วาเป็นอย่างยิ่ง ถึงขั้นนัดหมายเชิญชวนให้ชายหนุ่มไปเที่ยวพักผ่อนที่อาณาจักรคัมเบียไม่ยอมหยุด วรมันที่สองเอ่ยรับปากว่าจะดูแลรับรองเป็นอย่างดี อีกทั้งยังรบเร้าด้วยการสาธยายความสวยงามไว้มากนัก มิเนอร์วามองไปก็รู้ว่าอีกฝ่ายเพียงต้องการเอาอกเอาใจตน เขาจึงเออออรับปากไป ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายก็คงจะไม่ยอมเงียบสักที ราชาแห่งคัมเบียดีอกดีใจรีบจากไปไม่อยู่กวนใจอีก
ทางด้านขุนซ่าเองก็มีท่าทางแปลกไป ราวกับต้องการจะหลบหน้าเขา มิเนอร์วาก็พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายนั้นเกรงกลัวนาคินทร์นาคราชผู้กลายเป็นเทวะแล้ว อีกทั้งคงกลัวเขาจะขุดเรื่องราวเก่าก่อนขึ้นมาพูด ถึงจะไม่ใช่ญาติฝั่งไหนของขุนซ่า แต่อาศัยเพียงชื่อของเทวะก็สามารถเอาเปรียบพ่อค้าจากอาณาจักรเลวาคนนี้ได้อย่างง่ายดาย มิเนอร์วาก็คร้านจะไปสนใจเรื่องของผู้อื่น เขาทบทวนความรู้ แบ่งเวลามาบริหารร่างกาย กินข้าว นอนหลับ ทำกิจวัตรทั่วไป เวลาว่างก็พูดคุยถกประเด็นกับนาคินทร์ เบื่อแล้วก็ฝึกร่างกายของธันวาให้พร้อมสำหรับการฝึกมวย
อันว่าศาสตร์โบราณแห่งการเข่นฆ่านี้ เดิมทีมีเชื่อเรียกว่ามวยไทย อาจารย์บัวลอยก็ยืนยันสั่งสอนอย่างหนักแน่น มิเนอร์วากำลังรำลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ จู่ๆ ต้นหนเรือผีที่สังเกตการณ์อยู่บนเสากระโดงก็ตะโกนรายงานลงมา
“ลูกพี่! พบเรือหนึ่งลำทางหัวเรือกราบซ้าย!” สิ้นเสียงรายงานมิเนอร์วาก็ลุกขึ้นยืน เขามองไปยังทิศที่อีกฝ่ายเอ่ยรายงาน จากนั้นก็เพ่งสายตาสังเกตไปที่ธงสีน้ำตาลซึ่งกำลังโบกสะบัด เรือใบขนาดสามเสาลำใหญ่กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้ามาทางนี้ ยิ่งเข้าใกล้มิเนอร์วาก็ยิ่งเห็นชัดว่าธงสีน้ำตาลของอีกฝ่ายนั้นทำมาจากหนังของมนุษย์ที่เย็บติดกันจนเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนใหญ่ ส่วนกลมๆ ที่ยืนออกมาคือส่วนที่เคยเป็นหนังหุ้มศีรษะไม่ผิดแน่ ช่องว่างเหล่านั้นต้องเคยเป็นดวงตา จมูก ปาก หรือไม่ก็หู ชื่อหนึ่งจึงโผล่ขึ้นมาภายในใจของมิเนอร์วาในทันที
ราชาหนังมนุษย์ ดาเมี่ยน!
ราชาโจรสลัดลำดับที่สาม ผู้ปกครองน่านน้ำของห้วงมหาสมุทรสนธยา โจรสลัดผู้ชื่นชอบในงานอดิเรกสะสมหนังมนุษย์ แววตาของมิเนอร์วาจึงเปลี่ยนเป็นเย็นชาแทบจะในทันที พวกมันไม่รู้หรืออย่างไรว่าบนเรือลำนี้มีสัตว์เทวะอาศัยโดยสารมาด้วย เมื่อแล่นเข้ามาได้อีกสักพักอีกฝ่ายก็เปิดฉากยิงด้วยปืนใหญ่ ควันขาวลอยฟุ้งคลุ้งไปด้วยเขม่าของดินปืน น่าเสียดายที่ดาเมี่ยนเปิดฉากโจมตีโดยไม่ถามไถ่ นาคินทร์นาคราชจึงกระโดดลงน้ำหายไป ส่วนมิเนอร์วาก็ประทับมือสร้างบงกชวัชระขึ้นมาป้องกันตัว กระสุนปืนใหญ่หลายลูกระเบิดเสียงดังตูมตาม แต่ก็ไม่อาจเจาะทะลวงเข้ามาได้ ปะทะกับบงกชวัชระแล้วก็ร่วงตกน้ำไป
ฉับพลันสายน้ำก็ม้วนวน พญานาคราชตัวใหญ่โตก็โผล่พ้นขึ้นมาจากน้ำ นาคินทร์คายพิษอันร้อนลวกใส่เรือใบที่แล่นเข้ามา แรงกดดันระดับเทวะนั้นทำให้บุรุษผู้หนึ่งต้องเผยท่าทีตกใจ ราชาหนังมนุษย์จึงเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจัง ดาเมี่ยนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผู้บูชาเทพปีศาจจึงรีบรุดหน้าเข้าโจมตี ตัวมันหาใช่นักบุญหรือผู้ที่รักในความถูกต้องแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะสถานะของผู้บูชาเทพปีศาจนั้นสมควรเป็นตัวมันเองมากกว่า
ดาเมี่ยนกางแขนร่ายมนตร์ สรรพธาตุก็เปลี่ยนไปตามใจเขา แววตาเย่อหยิ่งจองหองของมันมีมากจนรู้สึกขัดตา แม้จะเป็นเพียงครึ่งเทพ แต่ก็สามารถต้านทานพลังเทวะของนาคินทร์นาคราชได้อย่างไม่น่าเชื่อ สิ่งนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าชื่อของราชาโจรสลัดที่เขาได้มานั้น ได้มาเพราะความแข็งแกร่งของตัวเอง หาใช่ได้มาเพียงเพราะผู้อื่นนั้นตั้งให้
เมื่ออยู่ในระยะสายตามิเนอร์วาก็ได้มองเห็นเรือใบขนาดสามเสาที่บุไปด้วยหนังมนุษย์ แม้จะดูนุ่มนิ่มแต่ก็ดูน่าขยะแขยงไปในตัว ชายหนุ่มกวาดสายตามองอีกฝ่ายต่อกรกับนาคินทร์อยู่พักหนึ่ง ก็ประเมินพลังของอีกฝ่ายได้คร่าวๆ เดาว่าคงจะเป็นผู้ที่ทำพันธสัญญากับเหล่าปีศาจไม่ผิดแน่ คลื่นน้ำที่ถาโถมตกใส่หัวได้แข็งตัวจับกลุ่มแน่นจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง เพียงชั่วกะพริบตาร่างของมิเนอร์วาก็หายไป โผล่มาอีกทีเขาก็ลอยตัวเตรียมเหยียบลงบนก้อนน้ำแข็งใกล้กับนาคินทร์แล้ว
ดาเมี่ยนจ้องเขม็งไม่วางตา มันประกบฝ่ามือกดลงไปบนดาดฟ้าเรือที่นุ่มนิ่มอย่างรวดเร็ว หนังมนุษย์เหล่านั้นก็ระเบิดพลังของค่ายกลเวทย์ออกมา หลอมรวมพลังวิญญาณของดาเมี่ยนทั้งหมดเข้ากับเรือของเขา ก้อนน้ำแข็งสีใสโดยรอบแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงลามเข้าหา มิเนอร์วาที่พึ่งสัมผัสกับพื้นน้ำแข็งจึงกระทืบเท้าอย่างรุนแรงหนึ่งครั้ง สายลมคลั่งก็พัดกระจายออกเป็นวงกว้าง ด้วยเดชแห่งวาโย เขาบังคับให้เพลิงผลาญเปิดช่องเป็นทางยาว การกระทืบเท้าครั้งนี้จึงไม่ได้หวังผลให้ไฟดับ นาคินทร์รับไม้ต่อด้วยการอ้าปากคายพิษใส่ พิษของพญานาคร้ายแรงมากกว่าที่ราชาหนังมนุษย์เคยคิดไว้ แต่ดาเมี่ยนเองก็มีแผนรับมืออยู่ก่อนแล้ว มันเปลี่ยนอารมณ์ให้จับตัวกลายเป็นเงาร่างของปีศาจตัวอ้วนกลม จากนั้นก็บูชายัญร่างของตัวเองเพื่อรับเอาพลังทั้งหมดมา
มิเนอร์วามองเข้าไปในดวงตาอันแวววับของอีกฝ่าย จากนั้นก็สำรวจชั้นไขมันที่สะสมเอาไว้ทั่วร่างของราชาหนังมนุษย์ ไขมันจำนวนมากมีเยอะจนย้วยยืดดูอึดอัด ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของดาเมี่ยนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกคันที่หลังเท้า เขาอยากจะเข้าไปเตะปากปีศาจตนนี้ดูสักครั้งหนึ่ง
ท้องของดาเมี่ยนบวมพองด้วยการสูดลมหายใจยาวเข้าปอด เมื่อเป่าลมออกมาไอพิษที่กำลังจะตกใส่ก็ถูกพัดหายไป นาคินทร์ขดกายฟาดหางใส่ร่างกลมโตที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ดาเมี่ยนยกแขนขึ้นตั้งรับด้วยความว่องไวผิดกับรูปร่าง ชั้นไขมันสีแดงดูดซับแรงกระแทกทั้งหมดเอาไว้ เปลี่ยนแรงปะทะที่หนักหน่วงของนาคราชให้กลายมาเป็นพลังงาน ทำให้ชั้นไขมันหนาถูกเผาผลาญจนเกิดเป็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกมา
ร่างของราชาหนังมนุษย์มีอุณหภูมิสูงขึ้นจนเกิดกระแสของอากาศที่บิดตัว มวลอากาศรอบด้านได้การขยายตัวอย่างกะทันหัน สร้างเป็นสายลมเกรี้ยวกราดที่พัดออกไปเป็นระลอกคลื่น ชั้นไขมันจำนวนมากกำลังหายไปทีละน้อย จนกระทั่งมองเห็นร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ความรุนแรงในการปะทะของนาคินทร์ได้สร้างแรงกดดันเป็นอย่างมาก จนอีกฝ่ายนั้นไม่กล้าที่จะประมาท ดาเมี่ยนต้องเอาจริงตั้งแต่เริ่มศึกอย่างไม่คาดคิด
มิเนอร์วาจ้องมองไปที่ราชาหนังมนุษย์ซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่หลังกลุ่มควัน เงาร่างที่อยู่ภายในกลุ่มไอน้ำได้จับหางของพญานาคราชล็อกเอาไว้อย่างเหนียวแน่น นาคินทร์เองก็รู้สึกราวกับถูกคีมขนาดใหญ่จับหนีบเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ดาเมี่ยนตะโกนเสียงดังเพื่อเค้นเรี่ยวแรงทุกหยาดหยด สรรพธาตุรอบด้านเปลี่ยนแปรไปอีกครั้ง ไอหมอกที่เกิดจากการระเหยตัวของหยาดเหงื่อได้จับตัวแล้วเปลี่ยนสถานะ
บริเวณโคนหางปรากฏเป็นชั้นน้ำแข็งบางขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ราวกับต้องการจะแช่แข็งผนึกกายเทวะของนาคราชให้หมดฤทธิ์ ในวินาทีที่นาคินทร์เตรียมจะเผยพลังที่ซ่อนเอาไว้ มิเนอร์วาก็ก้าวขาออกมา ชายหนุ่มเหยียบอากาศเคลื่อนตัวเข้าสู่จุดอับของสายตา ปรากฏตัวขึ้นบนเรือของอีกฝ่ายอย่างน่าอัศจรรย์ ชายหนุ่มกวาดสายตาเพียงชั่วอึดใจ เมื่อเจอช่องโหว่ เขาก็ใช้ปากกระบอกของปืนลูกโม่จิ้มเข้าไปที่ส่วนเอวโดยที่ดาเมี่ยนไม่รู้สึกตัว มิเนอร์วากระดิกนิ้วลั่นไกเสียงดังปัง เขายิงปืนติดต่อกันสามนัดซ้อนอย่างไร้ปรานี จากนั้นจึงใช้เท้าเหยียบยันไปที่แผ่นหลังซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ อาศัยแรงถีบนี้สร้างระยะห่างขึ้นมาอีกครั้ง
มิเนอร์วาม้วนตัวหนึ่งครั้งก่อนที่จะหยัดยืนอย่างมั่นคง เขามองไปที่ปืนลูกโม่ภายในมือ จากนั้นก็เก็บมันกลับเข้าไปในเสื้อสูท เป็นดังที่คาดคิดเอาไว้… อาวุธปืนดูจะด้อยประสิทธิภาพมากเกินไป ไม่เหมาะแก่การจะใช้เป็นอาวุธสำหรับสังหารเทพหรือปีศาจ ร่างเนื้อที่มีความแข็งแกร่งระดับปีศาจของดาเมี่ยนบาดเจ็บเพียงแค่เป็นรอยแดง กระสุนทั้งสามนัดไม่อาจเจาะผิวหนังที่เหนียวทนทาน เมื่อปะทะใส่ก็เด้งสะท้อนตกลงบนพื้นที่บุด้วยหนังของมนุษย์ ใยกล้ามเนื้อที่ถักทอจนหนาแน่นก็ทำหน้าที่สลายแรงตกค้างที่เหลือได้เป็นอย่างดี
ดาเมี่ยนปรายตามองไปที่หัวกระสุน เขากระชับแขนรัดโคนหางของนาคินทร์เอาไว้แน่น จากนั้นก็ออกแรงหมุนตัวเพื่อเหวี่ยงร่างขนาดใหญ่ของนาคราช ใช้ลำตัวของนาคินทร์ฟาดออกไปไม่ต่างจากแส้เส้นโต มิเนอร์วาแสยะยิ้มเย็นภายในมือก็ถือบงกชโลหะดอกหนึ่งยื่นมาให้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลางสังหรณ์หรือดวงของดาเมี่ยนนั้นยังไม่ถึงฆาต ผู้บูชาเทพปีศาจรีบปล่อยมือแล้วกระโดดถอยหลังทันทีที่เห็นบงกชโลหะสีมันวาวบานออกมา
นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะหลังจากนั้นไม่นาน จุดที่ราชาหนังมนุษย์เคยยืนอยู่ก็ปรากฏเสียงหวีดแหลมฟันอากาศ บงกชโลหะหมุนควงออกมาจากมือของมิเนอร์วาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะไล่ติดตามผู้ถอยหนีไปอย่างไม่ลดละ ในเมื่อได้กลายเป็นศัตรูแล้วจะปีศาจหรือเทพเทวา มิเนอร์วาก็มองเห็นเป็นเพียงแค่หนอนแมลง
“หึ! ก็แค่หนอนแมลง คิดว่าตัวใหญ่กว่าแล้วข้าจะกลัว?” มิเนอร์วาแค่นเสียงเย็นแล้วเพ่งสายตาดู หลังจากได้ประจักษ์โลกุตระมาเซลล์รับรู้ภายในดวงตาคู่นี้ก็เปลี่ยนไป ในมนุษย์ปกติจะมีเซลล์รับรู้ภายในดวงตาอยู่ที่สองแสนเซลล์ต่อหนึ่งตารางมิลลิเมตรเท่านั้น แต่มิเนอร์วานั้นแตกต่างออกไป หากนับเป็นจำนวนก็คาดการณ์ได้ว่าพื้นที่หนึ่งตารางมิลลิเมตรของเขา จะมีมากถึงหนึ่งล้านเซลล์รับรู้เลยทีเดียว เป็นดวงตาที่คล้ายคลึงกับอินทรีฮาร์ปี้ผู้ครองนภา อีกทั้งยังมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย แม้จะขยับกายเพียงเล็กน้อยชายหนุ่มก็สามารถคาดเดาทิศทางได้อย่างแม่นยำ เป็นสายตาของนักล่าโดยแท้จริง
“ปากดีนักนะ! ตำแหน่งผู้บูชาเทพปีศาจเป็นของข้า เจ้ามันไม่คู่ควร” ดาเมี่ยนกัดฟันตะโกนสวนกลับมาด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจ มันหลบหลีกบงกชโลหะด้วยความระมัดระวังอย่างถึงที่สุด ความคมของกลีบบัวที่หมุนควงได้บั่นเฉือนจนหนังมนุษย์ที่บุหุ้มตัวเรือนั้นฉีกออก มิเนอร์วากะจังหวะอยู่ภายในใจ ในเสี้ยววินาทีต่อมาชายหนุ่มก็กำมือซ้ายแล้วทุบอากาศข้างลำตัว ดาเมี่ยนเห็นการกระทำเช่นนี้ก็มึนงง แต่ชั่วพริบตาต่อมาบริเวณที่ถูกทุบก็ปริแตก อากาศว่างเปล่าบริเวณนั้นได้แยกออกจนเป็นรู้กว้าง มวลอากาศรอบกายของราชาหนังมนุษย์ก็ส่งเสียงราวกับกระจกที่แตกร้าว
เมื่อมิติโลกุตระอันว่างเปล่านับสิบรูปรากฏขึ้นมา บงกชโลหะก็เบ่งบานออกมาอย่างเต็มที่ ท่ามกลางสายตาที่กำลังตกตะลึงของดาเมี่ยน กลีบบงกชทั้งหนึ่งร้อยแปดจึงปลิวว่อนหายเข้าไปในมิติโลกุตระ รู้ตัวอีกทีร่างปีศาจอันกำยำก็ไม่สามารถขยับกายไปไหนได้ บังคับให้มันทำได้เพียงแค่ต้องป้องกันอย่างสุดความสามารถ แต่กลีบบัวที่สร้างมาจากแร่อลูมิไลท์นั้นมีความคมกริบเทียบได้กับเหล่าเทพศาสตรา ต่อให้ร่างเนื้อของดาเมี่ยนในตอนนี้จะแข็งแกร่งเทียบเท่ากับปีศาจ แต่ร่างจริงของราชาหนังมนุษย์ก็เป็นเพียงแค่ผลพวงจากการหยิบยืมพลังของผู้อื่นมา
คมจากกลีบดอกบัวจำนวนมากได้ก่อร่างสร้างเป็นค่ายกล พุ่งออกมาจากรูหนึ่งแล้วจึงหายเข้าไปในอีกรูหนึ่ง บ้างก็พุ่งย้อนกลับมาแล้วชิ่งหายไปโดยไม่มีรูปแบบที่ตายตัว ดาเมี่ยนขยับกายป้องกันตัวเอง แต่ก็ไม่อาจหลบพ้นได้หมด โลหิตสีแดงสดจึงสาดกระเซ็นออกมาจากร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผล เมื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้แล้ว มิเนอร์วาจึงเพ่งสมาธิไปกับการควบคุมกลีบบัว เขาบงการให้โจมตีด้วยการกระหน่ำรุกไล่อย่างต่อเนื่อง บาดแผลปรากฏขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ จนราชาหนังมนุษย์ทนไม่ไหวสรรพธาตุจึงแปรเปลี่ยนอีกครั้ง โลหิตเหลวถูกหลอมจนกลายเป็นเปลวไฟ เผาไหม้ปิดปากแผลจนเลือดหยุด ร่างของราชาหนังมนุษย์ปะทุพลังวิญญาณให้กลายเป็นระเบิดเพลิง มวลอากาศได้อัดกระแทกใส่กลีบบัวทั้งหมดที่พุ่งเข้ามาให้ย้อนกลับไป มิเนอร์วาจึงกำมือขวาแล้วทุบอากาศซ้ำอีกครั้ง
เกิดเป็นค่ายกลกลีบบัวที่แปรผันสร้างความเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง ราชาหนังมนุษย์คำรามลั่นมันจ้องมองมาที่มิเนอร์วาด้วยสายตาละโมบโลภมาก ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ผันผวนของตัวเอง เขาจึงวางใจให้เฉยชาต่อทุกสิ่ง ไม่ถือเอาอารมณ์ใดให้เข้ามากระทบจิต ดาเมี่ยนลืมตาโตเพราะตกใจ ตัวมันล่องใต้ขึ้นเหนือไปมาแล้วแทบจะทุกน่านน้ำ พบเห็นผู้ที่สามารถต่อต้านอารมณ์ได้ก็มากนัก แต่ก็ไม่เคยพบเห็นผู้ใดที่สามารถต่อต้านอารมณ์ได้ไวเช่นนี้มาก่อน จิตที่วางเฉยจึงมองทุกสิ่งให้ดำเนินต่อไปอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อเห็นว่าไร้ประโยชน์ราชาหนังมนุษย์จึงทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการเปลี่ยนสรรพธาตุเพื่อป้องกัน
มิเนอร์วาคืนสติเพียงแค่นึกคิด เขาประกบฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันจากนั้นก็บิดเพื่อแปรรูปขบวน กลีบบัวแต่ละกลีบจึงไม่เน้นตัดเฉือน แต่หมายมุ่งเป็นการพุ่งกระแทกแทน ท่ามกลางพายุกลีบบัวโลหะ ร่างของดาเมี่ยนที่อดทนต้านทานอยู่นานก็เริ่มออกอาการ เมื่อรู้ว่าสู้ไม่ไหวราชาหนังมนุษย์จึงคิดที่จะหนี บังเกิดสายลมกระแทกอย่างรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง เงาร่างของปีศาจที่ชอบถลกหนังมนุษย์กำลังดีดตัวถอยจากไป
“คิดจะหนี? สายไปแล้ว!” มิเนอร์วาประกบฝ่ามือใช้ผนึกแปดวิถีสร้างกำแพงเพลิงขึ้นมาดักทางอีกฝ่ายเอาไว้ เพลิงโลกันตร์จึงเผาผลาญสร้างเป็นกรงขัง กลิ่นของหนังมนุษย์ที่ลุกไหม้ช่างชวนให้อาเจียนเป็นที่สุด แต่มิเนอร์วากลับนิ่งเฉย กลิ่นจะดีหรือแย่ล้วนไม่ใช่สิ่งสำคัญ ผลลัพธ์ที่ได้ต่างหากคือสิ่งที่ต้องคาดหวัง
“เวรเอ๊ย!” ดาเมี่ยนรู้สึกร้อนลวกตรงแผ่นหลังจึงสบถด่าออกมาด้วยความไม่พอใจ เมื่อคิดจะที่พุ่งหนีไปอีกทางก็ปรากฏกำแพงเพลิงขึ้นมาขัดขวาง ราชาหนังมนุษย์กำลังจะเข้าตาจนแล้ว มิเนอร์วาก็มองเรื่องนี้ออกเป็นอย่างดี เขายังคงรักษาระยะห่างเอาไว้ และใช้ประจักษ์โลกุตระในการบั่นทอนพละกำลังของปีศาจตนนี้ หลังจากที่โดนกระหน่ำโจมตีอยู่นาน เรี่ยวแรงที่เคยมีก็เริ่มถดถอย มิเนอร์วาอาศัยช่องโหว่ในจุดนี้เพื่อลอบโจมตีอยู่หลายครั้ง
จากเสียงขู่คำรามที่ดูน่ากลัวในตอนแรก บัดนี้ได้กลายเป็นเสียงหวีดร้องเพราะอาการบาดเจ็บที่สาหัสหนัก มิเนอร์วาจดจ้องรอจังหวะอย่างใจเย็น เมื่อสบโอกาสร่างกายที่ปักหลักมั่นคงจึงออกแรงกระทืบเท้า กลายเป็นเงาที่พุ่งเข้าหาดาเมี่ยนอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายก็รีบตั้งท่าป้องกันสุดกำลัง แต่น่าเสียดายที่มิเนอร์วานั้นรวดเร็วกว่า เพียงชั่วพริบตา นิ้วทั้งห้าบนฝ่ามืออันขาวนวลก็อ้าจับใบหน้าปีศาจของอีกฝ่ายเอาไว้อย่างแม่นยำ ชายหนุ่มตะครุบจับเป้าหมายได้ก็เกร็งแขนออกแรงบีบ ใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีออกแรงเหวี่ยงไปที่ศีรษะของราชาหนังมนุษย์จนสุดแรง ในสภาพที่เตรียมจะหดตัวเป็นเหมือนเต่า ศีรษะของดาเมี่ยนถูกเหวี่ยงโยนลงพื้นสุดแรงแขน ราวกับลูกบอลกระโหลกปีศาจเด้งใส่พื้นบุหนัง
ศีรษะของราชาโจรสลัดลำดับที่สามจึงกระแทกลงบนพื้นของดาดฟ้าเรืออย่างเต็มแรง ด้วยแรงส่งจากฝ่ามือของมิเนอร์วา แม้จะมีหนังมนุษย์คอยดูดซับความเสียหาย แต่การที่ศีรษะถูกกระแทกอย่างหนักหน่วง ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนจนสมองของดาเมี่ยนนั้นเกิดอาการช็อก ภายในห้วงสติล้วนขาวโพลน สองรูหูก็เต็มไปด้วยเสียงที่อื้ออึง เหล่าโจรสลัดบนเรือที่เห็นดังนี้ต่างก็กระโดดรุมเข้าใส่มิเนอร์วาที่ยืนอยู่ท่ามกลางไอหมอกจากทุกทิศทาง แต่นั่นคือการตัดสินใจที่ผิดพลาดมากที่สุดในชีวิตของพวกมัน
สายลมรุนแรงได้พัดผ่านไป ทำให้มองเห็นร่างที่ยืนอยู่ในกลุ่มหมอกควัน อารมณ์ประทับร่างเช่นนี้มิเนอร์วาก็สามารถทำได้ รูปลักษณ์ในตอนนี้ของเขาจึงกลายเป็นปีศาจเขายาวตนหนึ่งที่ยืนแสยะยิ้มให้กับเหล่าโจรสลัดผู้โชคร้าย แม้ใบหน้าจะดูหล่อเหลามากเสน่ห์ แต่รอยยิ้มของชายหนุ่มกลับทำให้ผู้ที่เห็นต้องรู้สึกได้ถึงความวิปลาสที่ชวนขนหัวลุก มิเนอร์วาหัวเราะอยู่ภายในลำคอ เขากล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนกำลังตื่นเต้น
“ข้าหิวแล้ว… พวกเจ้าก็รู้สึกหิวเช่นกันใช่หรือไม่?”