ตอนที่ 2 หากไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองโลกคงทอดทิ้ง
คำพูดแต่ละคำของพวกเธอเหมือนฟ้าฝ่าลงมากลางใจ เขารู้สึกเหมือนมีมีดเป็พันๆเล่มทิ่มแทงเข้ามาในอก สองขาที่พอจะก้าวออกแล้วหลังจากสติได้กลับคืนมาใช้เวลาไปนานทีเดียว ถึงแม้อ่อนแรงก็รีบวิ่งไปให้เร็วที่สุดให้พ้นเหตุการณ์ตรงหน้านี่เขาเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ เขาแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ พวกเธอเห็นเขาเป็ตัวอะไรกันพวกเธอเอาเขาไปเล่นในเกมของพวกเธอ สองขาเดินไปหยุดที่สวนหลังอาคารเรียนและก้มตัวทรุดลงกับพื้น ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะไปไหน ไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะเดินกลับบ้านได้แต่นั่งกอดเข่าตัวเองก้มหน้าอยู่แบบนั้น
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ตอนนี้พฤกษายังคงก้มหน้ากอดเข่าตัวเองความภาคภูมิใจในชีวิตที่มีทั้งหมดมันไม่มีเหลือน้ำตาแห่งความเสียใจหลั่งไหลมาเป็พลู ‘ไม่เขาเป็ลูกผู้ชาย เขาจะไม่ยอมเสียน้ำตาด้วยเื่แบบนี้เด็ดขาดแต่สมองที่สั่งการกับหัวใจที่ปวดร้าว มันทำงานตรงข้ามกันน้ำตาเขาไหลไม่หยุดจนฟ้าเริ่มมืด สองหูได้ยินเสียงฝีเท้าคนกำลังเข้ามาใกล้และกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่่นี้ไม่ว่าเขาจะไปไหนก็ได้กลิ่นบ่อยๆลอยมาแตะจมูกเขาอีกแล้ว
“มีอะไรให้ช่วยไหม” เสียงทุ้มน้ำเสียงเอื้ออาทรดังอยู่เหนือศรีษะของเขา พฤกษาเงยหน้าขึ้นมอง แต่ด้วยน้ำตาที่พรั่งพรูก่อนหน้าทำให้บดบังการมองเห็นของเขา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน มองซ้ายทีมองขวาทีที่แห่งนี้แทบไม่มีคนเดินเข้ามาเป็สวนหลังอาคารเรียนที่พฤกษาชอบมานั่งเล่นหาก้าความสงบถือว่าเป็ที่ลับของเขาก็ว่าได้แต่ทำไมถึงมีคนอยู่ แล้วมาเจอเขาในสภาพที่น่าอายขนาดนี้ หน้าตาเขาตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตานิ้วเรียวยกขึ้นมาหยิบแว่นออกและปาดคราบน้ำตาอย่างลวกๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็น แล้วรีบลุกขึ้นและตั้งท่าจะวิ่งหนีแต่มือใหญ่ก็คว้าแขนบางเอาไว้
“นายยังไม่ตอบ”มือใหญ่บีบข้อมือของพฤกษาอย่างเร่งเร้าเอาคำตอบ
“ไม่ต้องมายุ่ง” น้ำเสียงตวาดอีกฝ่าย พร้อมสะบัดข้อมืออย่างแรงแล้วออกแรงวิ่งหนีไปจากเหตุการณ์น่าอายตรงหน้าพฤกษาภาวนาขออย่าให้เจอเขาอีกเลย แต่หากเจอเขาอีกครั้ง เขาก็คงไม่รู้เพราะตอนนี้ดวงตากลมแดงก่ำและแว่นหนาก็ยังเลอะไปด้วยคราบน้ำตาทำให้มองคนตรงหน้าไม่ชัด ร่างบางวิ่งไปได้สักพักก็หยุดและถอดแว่นตามาเช็ดให้สะอาดเพื่อที่เขาจะสามารถเดินกลับห้องได้อย่างปลอดภัยไม่สะดุดอะไรหกล้มซะก่อนเขารู้สึกได้ว่า มีคนตามมาแต่ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้นอยากกลับไปหอพักและหลับตาไม่ต้องคิดถึงเื่เลวร้ายอะไรอีก
เสียงโทรศัพท์ และเสียงไลน์ดังตลอดทั้งวัน แต่พฤกษาไม่ได้สนใจจะเปิดดูแม้แต่น้อยเขาเอาแต่นอนใบหน้าซุกหมอนมาสองวันแล้ว น้ำไม่อาบ ข้าวไม่กิน เมื่อก่อนพฤกษาไม่เคยเข้าใจว่าตรอมใจคืออะไร ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าการตรอมใจตายมันเป็ยังไง จิตใจที่บอบช้ำทำให้เขากินอะไรไม่ลง เขาขาดเรียนและนอน พยายามไม่คิดอะไรแต่ก็อดคิดไม่ได้ ตกเย็นจึงได้ยินเสียงเคาะประตูหน้าห้องคงเป็เพื่อนๆ เขามาตามด้วยความเป็ห่วง แต่พฤกษายังไม่พร้อมพบใคร เขายังสมเพชตัวเองและรู้สึกแย่กับตัวเอง อยากอยู่คนเดียว เมื่อไม่เปิดประตู เพื่อนๆ จึงกระหน่ำโทรหาและไลน์บอกให้เปิดประตูเร็วๆ เพื่อนๆ ยังคงสงสัยว่าเขาเป็อะไร แต่เขายังไม่พร้อม เขาต้องใช้เวลาเยียวยาความรู้สึกแย่เพื่อกลับไปเผชิญหน้ากับโลกที่โหดร้ายอีกครั้ง แต่ใครจะคิดว่าเพื่อนแต่ละคนยอมคนไม่เป็ยังคงกระหน่ำโทร กระหน่ำไลน์ กระหน่ำเคาะประตู จนในที่สุด เขาก็ต้องยอมแพ้ความตื้อของพวกมัน เพราะเขาไม่ได้อยู่อย่างสงบจริงๆทั้งเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงโทรศัพท์ที่ดังไม่หยุด เสียงไลน์ที่กระหน่ำทำเอาเขาแทบบ้า จนในที่สุดก็ต้องลุกไปเปิดประตูเพียงชั่วครู่ที่ลุกขึ้นร่างบางก็เซจนมือเรียวต้องหาที่จับเพื่อพยุงตัวเองให้ยืนอยู่ได้ เขาไม่ได้กินข้าวหรือนอนหลับเต็มตาตลอดสองวัน ทำให้มีอาการน้ำตาลในเืต่ำและความดันเขาอาจจะต่ำด้วย เขารู้สึกมึนหัวแต่ด้วยเสียงเคาะประตูยังกระหน่ำจนเริ่มจะรบกวนห้องอื่น ๆเขาจึงต้องฝืนตัวเองให้มั่นคงเพื่อเดินไปบิดประตูลูกบิด ก่อนร่างบางจะเซจนเพื่อนๆวิ่งเข้ามารับและพามานั่งบนเตียง
"มึงเป็อะไร พวกเราเป็ห่วงนะโว้ย มีอะไรก็บอกกันสิว่ะเราเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ” ธานินทร์โวยวายอย่างเหลืออดใส่เพื่อนรัก แต่ถึงปากจะโวยวายไปแบบนั้นแต่สองมือก็ประคองเพื่อนอย่างเป็ห่วง พิชัยยื่นโค้กกระป๋องส่งให้และชนะพลก็จัดแจงแกะถุงก๋วยเตี๋ยวแล้วมาวางตรงหน้าคนหน้าซีดพฤกษากลืนน้ำลายที่แห้งผากมือเรียวหยิบน้ำอัดลมมาดื่มและรีบกินก่วยเตี๋ยวที่เพื่อนมาวางตรงหน้าอย่างไม่รีรอ ก๋วยเตี๋ยวเต็มถ้วยเมื่อห้านาทีก่อนบัดนี้ไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปซักหยด ใบหน้าซูบซีดของเขาเริ่มมีสีสัน ดวงตาอิดโรยเริ่มมีประกายร่างกายที่หมดเรี่ยวหมดแรงเริ่มฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเพราะร่างกายได้รับสารอาหารและดูดซึมน้ำตาลเข้ากระแสเืทันที เพื่อนทั้งสี่คนหันมองเพื่อนรักด้วยความเป็ห่วงก่อนทุกคนจะนั่งลงตรงหน้าเตียงและพร้อมจะรับฟังเื่ราวของเพื่อนรักที่เป็สาเหตุทำให้มีสภาพแบบนี้
พฤกษามองหน้าเพื่อนๆน้ำตาที่เหมือนจะเหือดแห้งไปแล้วย้อนกลับมาอีกครั้งเมื่อต้องย้อนคิดถึงเื่ราวที่เพิ่งผ่านมาเหมือนแผลเขายังสด และตอนนี้เขาต้องสะกิดมันอีกครั้งเพื่อเล่าให้เพื่อนๆที่เป็ห่วง ฟัง แต่ก็ดีเหมือนกันเขาจะได้ระบายความอัดอั้นด้วย
“ไปกัน” เพื่อนทั้งสี่คนพูดพร้อมกันหลังจากเขาถ่ายทอดเื่ราวความอัปยศของตัวเองให้เพื่อนๆฟัง ธานินทร์ยกเขาให้ลุกขึ้นจากเตียงลากร่างที่กำลังโรยราขึ้นรถเก๋งคันหรูของชนะพล แล้วไปจอดที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง
“ก่อนอื่นก็ทรงผม” ชนะพลเดินนำไปร้านตัดผมประจำของเขาซึ่งเขามั่นใจในฝีมือ
“ต่อไปก็แว่นแชมป์พาไปร้านแว่นหน่อย ต้องตัดคอนแทคเลนส์ แว่นหนาเตอะนี่เลิกซะ”ยงยุทธเสนอโดยให้ชนะพลเป็คนพาไปเพราะเขารู้จักห้างสรรพสินค้านี้ดี
“ต่อไปเสื้อผ้ากับร้องเท้าเอาหลายๆ ชุดเลย” ตอนนี้เพื่อนๆ เขาทุกคนมองหน้ากันและพูดพร้อมกัน
ทุกคนช่วยกันเลือกเสื้อผ้ารองผ้าที่ทำให้เพื่อนของเขาดูดีและสมาร์ทขึ้นจนสาวๆ หลงใหลดูเหมือนทุกคนกำลังสนุกสนานในการจับเขาแต่งตัวใหม่ ปั้นบุคลิกใหม่ แต่พฤกษาไม่มีอารมณ์สนุกเขานิ่งเหมือนตุ๊กตาไม้ เพื่อนๆจะจับเขาทำอะไรเขาก็ยอมหมดเพราะตอนนี้เขาหมดเรี่ยวแรงจะต่อต้านใดๆ ทั้งสิ้นกว่าจะรู้ตัวอีกทีสองมือของพฤกษาก็เต็มไปด้วยถุงกระดาษใส่ของเต็มสองมือของเขาและสองมือของเพื่อนๆเมื่อสติกลับคืนมา พฤกษาก็ตาเบิกกว้าง ใกับข้าวของมากมาย เพราะเขาไม่มีเงินจ่าย
“ฉันให้แกผ่อน กี่เดือนก็ได้ ฉันไม่ได้เดือดร้อนเื่เงิน อย่าคิดมาก เื่เงินไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือห้ามมีใครมาดูถูกแก เข้าใจไหม”ชนะพลเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของเพื่อน
พฤกษาพยักหน้าพร้อมยิ้มรับอ่อนๆอย่างเหนื่อยใจกับรายจ่ายที่เขาต้องผ่อนเพื่อนลำพังกินอยู่ให้พ้นแต่ละเดือนก็แย่แล้ว นี่ยังมีหนี้เพิ่มมาอีกแต่จะให้ปฏิเสธน้ำใจเพื่อน เขาก็ไม่กล้าปฏิเสธความหวังดีเ่าั้ ชนะพลมาส่งที่หอพักเป็เวลาสามทุ่มครึ่งวันนี้เขาเหนื่อยมาก เป็วันที่เหนื่อยทั้งกายและใจจริงๆจึงหลับไปหลังจากวางข้าวของเต็มห้อง
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าช่วยทำให้จิตใจพฤกษาดีขึ้นเขาเงยหน้าสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ เพื่อกลืนความเจ็บช้ำและเริ่มรีสตาร์ทตัวเองใหม่วันนี้เขาเป็คนใหม่ ทุกอย่างต้องดีขึ้น เขาจะเจออะไรใหม่ๆพฤกษาได้แต่บอกตัวเองแบบนั้นแล้วสองเท้าก็ก้าวไปข้างหน้าเพื่อไปโรงอาหารและขึ้นตึกเรียน ชนะพลช่วยเขานัดหมอทำเลสิกดวงตาไว้แล้วโดยเขายังคงต้องผ่อนเพื่อนไปเรื่อยๆแต่เขาคิดว่าจะลองขอเงินพ่อแม่ดูเป็ค่าทำเลสิก ทีแรกเขาไม่อยากทำแต่เขารำคาญที่ต้องใส่คอนแทคเลนท์ทุกวัน
เท้าที่กำลังก้าวย่างไปทีละก้าว เหยียบพื้นซีเมนต์ตรงทางเชื่อมต่อระหว่างตึกเพื่อเดินไปให้ถึงตึกเรียนของตัวเองรองเท้าที่ขัดมันเงาอย่างดี เสื้อผ้าเนื้อดีถูกรีดมาอย่างเรียบร้อยกางเกงสแล็คสีดำตัวใหม่เอี่ยมรีดเป็ทรงผมเส้นตรงสีดำขลับที่บรรจงแต่งทรงให้ดูเท่ห์ด้วยการปัดขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเรียว ดวงตากลมโตขนตายาวช่วยขับให้ใบหน้าเ้าของร่างบางดูหวานขึ้นผิวขาวสะอาดตา
“หล่อจัง ใครนะเธอ”
“แต่ฉันว่าน่ารักมากกว่านะ”
“ฉันว่าทั้งสองอย่างแหละ”
“อยากขอไลน์จัง”
“แกกล้าเหรอ”
“กล้าสิ คอยดูนะ”
เสียงพูดคุยของเหล่าสาวๆ ที่พฤกษาเดินผ่านมาคำพูดเหล่านี้เขาได้ยินมาตลอดทางแต่ก็ไม่ได้สนใจด้วยไม่คิดว่าพวกเธอพูดถึงเขาด้วยซ้ำ แค่เขาถอดแว่นหนาเตอะ ทำผมทรงใหม่แต่งตัวใหม่ ปรับปรุงบุคลิกใหม่จะทำให้เขาเปลี่ยนเป็ที่สนใจได้เลยเหรอเขาไม่อยากคิดว่าคำพูดชื่นชมเ่าั้เป็ของเขาหรอก เขารู้ดี
“ขอโทษนะคะขอไอดีไลน์ได้ไหมคะ พอดีว่าเพื่อนขอนะค่ะ”
สองเท้าที่กำลังเดินอย่างเหม่อลอยชะงักกึกหันหน้ามามองเ้าของเสียง พร้อมยิ้มแห้งตอบเธอไป สมองของพฤกษาฉายภาพซ้ำตอนที่สามสาวมาขอไอดีไลน์ เขายังเข็ดขยาดไม่หายไม่กล้าเริ่มใหม่หรือแม้แต่คิดจะคุยกับใครจริงๆ ความเ็ปที่ผ่านมามันบาดลึกลงไปจนร้าวรานไปหมดความรักทำให้เขาหวาดกลัวและระแวงว่าคนที่กำลังขอไอดีไลน์เขาอยู่นี้มีจุดประสงค์จริงๆคืออะไรกันแน่
“ขอโทษนะครับเอาไอดีไลน์พี่แทนได้ไหม” พฤกษาหันขวับไปมองคนพูดที่กำลังจะเดินมาทางเขาผู้ชายใบหน้าคมคาย หล่อเหลา แววตาคมกริบั์ตาสีดำยาวรีแฝงไว้ด้วยความมีเสน่ห์เส้นผมสีดำขลับยาวระต้นคอ จมูกโด่งได้รูป ปากสีชมพูอ่อนรูปกระจับ คิ้วของเขาเข้ม ผิวขาวเนียน เขาช่างหล่อเหลาเหมือนถูกพระเ้าปั้นแต่งมาอยากรักใคร่ โลกช่างไม่ยุติธรรมเลยสักนิด คนบางคนท่านก็สร้างให้ดูดีจนไม่มีที่ติ แต่คนบางคนท่านก็สร้างมาแบบหาที่ดีไม่ได้เลยอย่างเขา แบบนี้จะเรียกว่าพระเ้ายุติธรรมได้อย่างไร พฤกษาคิดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ เสียงกระแอมในลำคอเรียกให้พฤกษาตื่นจากภวังค์ร่างบางหันไปมองเ้าของเสียงกระแอมที่เพิ่งเรียกร้องความสนใจจากเขาเมื่อครู่ ตอนนี้หนุ่มร่างสูงที่แสนเฟอร์เฟคกำลังจ้องมองเขาอยู่สายตาคมที่มองมาอ่านไม่ออก พฤกษาไม่รู้ว่าเขาเป็ใครแต่สิ่งที่ทำให้คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันวุ่นคือกลิ่นน้ำหอมที่เขามักได้กลิ่นอยู่บ่อยๆ่นี้ ไม่ว่าจะเป็วันที่โดนลูกฟุตบอลอัดเต็มหน้า คนที่กดลิฟต์ให้ คนที่เก็บกุญแจเปิดห้องให้ และเป็คนที่เห็นเขาในสภาพที่ไม่น่ามองที่สุดในวันนั้นวันที่เขาร้องไห้อย่างหนัก นอกจากเหตุการณ์เหล่านี้เขาก็ไม่ได้กลิ่นน้ำหอมนี้อีกเลย หรือว่าทั้งหมดนั้นคือคนคนเดียวกัน พฤกษามองหน้าอีกฝ่ายอย่างกังวลและวิเคราะห์ หากทุกเหตุการณ์คือเขาคนนี้ แสดงว่า คนคนนี้อยู่ในเหตุการณ์น่าละอายของเขาทั้งหมดพฤกษามองอีกฝ่ายด้วยสายตาระแวง
“กรี๊ดพี่ภัทร หนูขอไลน์ของพี่ได้จริงๆ เหรอค่ะ” สาวน้อยตรงหน้าที่ขอไอดีไลน์จากพฤกษาเมื่อสักครู่เปลี่ยนใจทันทีเมื่อมีเป้าหมายใหม่ ‘นี่แหละหนาความรักมันมีที่ไหนในโลกนี้’ พฤกษาแสยอะยิ้มสมเพชตัวเองอีกคราก่อนจะเบนหน้าไปทางอื่น
“แต่ว่าหากเรามีบุพเพร่วมกัน ต้องเจอกันอีกสามครั้งพี่ถึงจะให้ไอดีไลน์นะ นี่เป็กฎของพี่โอเคไหมน้อง”ณภัทรตั้งเงื่อนไขกับสาวตรงหน้าอย่างน้อยก็ทำให้เขาหลีกเลี่ยงพวกเธอได้ เพราะหากคนที่เขาไม่อยากเจอเขาไม่มีทางเจอครบสามครั้งแน่นอน
“โอเคค่ะพี่ภัทร” สาวน้อยร่างบางยิ้มอย่างดีอกดีใจไปหาเพื่อนของเธอ พฤกษามองตามก่อนจะหันกลับมามองคนที่เพิ่งมาใหม่และตัดสินใจเดินเลี่ยงไปอีกทางแต่ถึงอย่างนั้น พฤกษาก็รู้สึกได้ว่า อีกฝ่ายยังเดินตามเขาอยู่ เพราะเขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่มาจากข้างหลังร่างบางเดินไปเรื่อยๆ เมื่อใกล้ถึงตึกเรียน เขาตัดสินใจจะหันไปต่อว่าอีกฝ่ายเสียหน่อยที่เดินตามเขาอยู่ได้ ไม่รู้้าอะไร
“นี่จะ ตะ ตาม” จากปากที่กำลังจะด่าเขา กลายเป็ใแทน เมื่อหันกลับมาแล้วคนที่อยู่ข้างหลังกลับไม่ใช่เขาพฤกษากวาดสายตามองซ้ายมองขวาก็หาไม่เจอ
“น้องอยู่คณะไหนค่ะทำไมพวกพี่ไม่เคยเห็น”
“พวกพี่คือ”
“อ๋อพี่ชื่อแจ๊สซี่ ส่วนนี่เพื่อนพี่ชื่อออลลี่ พวกพี่เป็เ้าของเพจ Cuteboy พี่ขอถ่ายรูปน้องไปลงในเพจได้ไหมจ๊ะ นะ นะ นะนิดเดียวเอง” สองสาวข้ามเพศมองพฤกษาั้แ่หัวจรดเท้า สายตาชื่นชมจนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกวางหน้าไม่ถูก
“อ๋อ ไม่ละครับขอโทษนะครับ ผมขอตัวก่อน” พูดจบพฤกษาก็หันหลังกลับ
“คนนี้เขาไม่กล้าแสดงออกอะไรหรอกครับชอบอยู่เงียบๆ แล้วก็ร้อ” พฤกษารีบวิ่งไปปิดปากคนร่างใหญ่ที่ใช้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงคนเดิมเขาโผล่มาจากไหนไม่รู้ และทำท่าจะพูดเื่ไม่เป็เื่ว่าเขาชอบร้องไห้
“ยังไงกันคะเนี่ย”แจ๊สซี่หรือชื่อจริงว่าจำรัสและออลลี่หรือชื่อจริงว่าอำนวยทำสีหน้าแปลกใจ พฤกษาหันมาฝืนยิ้มให้พี่ทั้งสองและลากคนร่างสูงให้เดินตามไป
“้าอะไร”พฤกษาถามอีกฝ่ายเสียงห้วน นี่คิดจะทำให้เขาอับอาย ถามหน่อยว่า ‘เรารู้จักกันเหรอ’
“ไม่ได้้าอะไรแค่อยากให้ทำอะไรใหม่ๆบ้าง พี่เขาก็แค่อยากถ่ายรูป ติดท็อปขึ้นมา สาวๆมีแย่งตัวนร้า” ณภัทรเอ่ยเสียงล้อเลียน
“ผมไม่้า” พฤกษาบอกเขาเสียงแข็ง‘เพื่ออะไร เพื่อให้ใครดูกัน ในเมื่อทุกคนก็ดูถูกเขาอยู่แล้ว’พฤกษาคิดอย่างเ็ป
“เพื่อให้คนที่เคยดูถูกรู้สึกเสียดายไง”พฤกษาหันควับไปมองคนตรงหน้าทันที เพราะเขาพูดเหมือนรู้เื่ความเ็ปที่ผ่านมาซึ่งมันจะเป็ไปได้ยังไงในเมื่อเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หรือเขารู้จักสาวๆพวกนั้น แบบนั้นคนตรงหน้าไม่มองเห็นเขาเป็ตัวตลกเหรอ
“นายรู้อะไร บอกมา”
“ไม่ได้รู้อะไรแค่อ่านตามสถานการณ์แค่นั้น พี่พูดถูกเหรอ” ณภัทรมองหน้าอีกฝ่ายที่สายตากำลังหาเื่เขาเต็มที่ มุมปากหยักยกยิ้มอย่างเอ็นดูเขาเจอพฤกษาั้แ่วันที่ไปซ้อมเล่นฟุตบอลกับเพื่อน บังเอิญเตะบอลไปโดนหน้าใครคนหนึ่งดังปั๊กเขาใรีบวิ่งไปดู เห็นอีกฝ่ายกำลังควานหาแว่นอย่างทุลักทุเล มือหนารีบเก็บแว่นขึ้นมาเพื่อยื่นใส่มือให้มือเรียวแต่พอเห็นหน้าพฤกษาตรงๆแล้วเขาก็เปลี่ยนใจ ขอใส่ให้เลยดีกว่า ‘นี่มันเขานี่น่า’ คนที่ณภัทรเคยเจอหลายครั้งในสวนลับของเราสองคน ท่าทางงึกๆ งักของพฤกษาทำให้คนร่างสูงอมยิ้มอย่างเอ็นดู พฤกษายิ้มหวานให้เขามันเป็ยิ้มที่สดใสเหมือนท้องฟ้าหลังฝนตก แว่นของเขาแตกร้าวเป็ลายงา ณภัทรไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมองเห็นภาพเบื้องหน้าแค่ไหนเขา จึงตัดสินใจพยุงร่างบางขึ้นและพาเดินไปนั่งดูอาการตรงเก้าอี้หินอ่อน ร่างบางโดนบอลอัดเข้าเต็มหน้าตอนแรกหน้าแดงเหมือนตำลึงสุก แต่ตอนนี้หน้ากลับเริ่มปกติแล้ว ‘เป็อะไรมากรึปล่าวคะ’เสียงอรอุมาเพื่อนห้องเดียวกันกับณภัทรที่เดินมาดูเหตุการณ์ถามอาการพฤกษาอย่างเป็ห่วง ปากบางบอกว่าไม่เป็ไรและรีบเดินออกไปทันที แต่ณภัทรยังไม่วางใจ เขารู้สึกเป็ห่วงอาจเพราะเขาทำให้เกิดอุบัติเหตุจนเป็ต้นเหตุทำให้แว่นตาแตกและไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะมองเห็นมากน้อยแค่ไหนณภัทรจึงตัดสินใจเดินตามอีกฝ่ายไปเงียบๆ ร่างบางเดินช้ามากอาจด้วยมองไม่ค่อยเห็น ณภัทรเดินตามมาจนถึงหน้าหอพักนักศึกษา มือบางกดลิฟต์ขึ้นชั้น3 แต่กดไม่ถูกสักที เขาถึงถามไปว่า จะไปชั้นไหนเมื่อถึงหน้าห้อง อีกฝ่ายล้วงกุญแจในกระเป๋าและทำตก ณภัทรตัดสินใจเดินไปหยิบและส่งกุญแจให้เขารอดูจนอีกฝ่ายปิดประตู ณภัทรจึงเดินกลับห้องตัวเอง เขาพักอยู่ที่นี่เหมือนกันอยู่ชั้น 12 ชั้นบนสุด พ่อของเขาให้อยู่ดูแลหอพักที่นี่แทนท่านซึ่งณภัทรก็ชอบเพราะอิสระดี พ่อณภัทรเป็อธิการบดีของที่นี่ ทุกคนจะให้เกียรติเขามากเป็พิเศษ พี่สาวเขาก็เป็ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ แต่ณภัทรก็ไม่เคยไปวุ่นวายหรือทำตัวมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าคนอื่นถึงแม้อาจารย์และบุคลากรรวมถึงเพื่อนๆ นักศึกษาด้วยกันจะให้เกียรติและเกรงอกเกรงใจเขาแต่เขาก็ทำตัวธรรมดา อยากของบทำกิจกรรมอะไร ก็ทำตามระเบียบของมหาวิทยาลัย ไม่เคยฝืนกฎไม่เคยใช้อภิสิทธิ์ใดๆ พยายามทำตัวไม่ให้ใครดูถูกพ่อและพี่สาว ส่วนคุณแม่ก็เป็แม่บ้านอยู่บ้าน ว่างๆก็ไปฝึกคณิตคิดเร็วตามบ้านเพื่อน หรือชวนกันไปเที่ยว ทำตัวเหมือนสมัยสาวๆ ณภัทรจะกลับบ้านทุกวันเสาร์ อาทิตย์เพราะคุณพ่อวางกฎไว้ว่า เสาร์ อาทิตย์เป็วันครอบครัว ทุกคนต้องพร้อมหน้า นอกจากมีเหตุจำเป็แต่ต้องแจ้งล่วงหน้า
ณภัทรอยู่ปี 2 คณะทันตแทพยศาสตร์ พอขึ้นชั้นปีที่ 2 ก็จะเรียนเกี่ยวกับพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์และทันตแพทย์มากยิ่งขึ้นเช่น วิชากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาช่องปาก ทันตวัสดุ การส่งเสริมสุขภาพช่องปากรังสีวิทยาช่องปาก ทันตกรรมบดเคี้ยว พยาธิวิทยา จุลชีววิทยา เภสัชวิทยาและชีวเคมี วันนี้เลิกเรียนเร็ว เพื่อนๆจึงชวนกันไปเที่ยวต่อ แต่เขาี้เีไป ระหว่างที่กำลังจะขึ้นรถบิ๊กไบค์เพื่อขับรถกลับหอพัก เขาเห็นพฤกษาวิ่งเหมือนหนีอะไรมา หน้าตาเหมือนจะร้องไห้วิ่งไปทางสวนหลังอาคารเรียนณภัทรรีบวางหมวกกันน็อคและวิ่งตามไปทันที เขารับรู้ได้ทันทีว่าเกิดเื่แล้ว สองเท้าหยุดวิ่งเมื่อใกล้ถึงจุดหมายเห็นอีกฝ่ายนั่งก้มหน้างุดกอดเข่าตัวเองร้องไห้อย่างหนักจนกางเกงสแล็คสีดำเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตามีเื่อะไระเืใจขนาดที่ทำให้หนุ่มน้อยร่างบางคนนี้ร้องไห้จะเป็จะตายได้แทบจะขาดใจอยู่ตรงนี้ร่างบางร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหนัก ณภัทรยืนมองอย่างคนทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนดูเขาอยู่ตรงนั้นเมื่ออีกฝ่ายเสียงเงียบลง จึงตัดสินใจว่าจะเดินไปปลอบโยนเขา แต่
‘มีอะไรให้ช่วยไหม’ ณภัทรถามอีกฝ่ายไปด้วยความรู้สึกเป็ห่วงรู้สึกว่าทิ้งร่างบางไว้ไม่ได้อยากไปปลอบแต่พอพฤกษารู้ว่ามีคนอยู่ก็รีบวิ่งหนีไปทันที ไม่ทันพูดให้รู้เื่ณภัทรยืนอึ้งอยู่สักพักจึงตัดสินใจเดินไปขับรถเพื่อกลับหอพักด้วยใจที่เป็ห่วง
จริงๆ แล้ว ณภัทรได้เจอพฤกษาที่สวนหลังอาคารเรียนแห่งนี้เป็ครั้งแรกในวันที่เดินตามแมวตัวหนึ่งก็มาเจอกับสวนแห่งนี้เข้า และเห็นพฤกษากำลังตั้งอกตั้งใจวาดภาพสีน้ำมันอยู่เมื่ออีกฝ่ายเห็นแมวก็วางมือและลงมาเล่นกับแมวแทน แต่แมวน้อยก็ขู่เขาฟ่อ ฟ่อแต่เขาก็ยังพยายามเล่นกับมันอย่างไม่ยอมแพ้ ภาพนั้นยังติดตาเขาอยู่ณภัทรเห็นพฤกษามาหลายครั้งแต่ไม่คิดจะปรากฎตัวหรือพูดคุยด้วยเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมมาที่นี่อีกที่นี่เหมือนเป็ที่ลับของพวกเขาสองคน เพียงแต่ต่างคนต่างไม่เคยคุยกันเท่านั้นเองณภัทรมาที่นี่บ่อย เวลาที่คิดถึงอีกฝ่าย เพราะเวลาเห็นอีกฝ่ายทำอะไรเปิ่นๆ เช่นเล่นกับแมวแต่แมวกลับหันมาขู่ แต่เขาก็ยังพยายามจะเล่นกับมันดูแล้วมันตลกและน่ารักดี เวลาเขาอ่านนิยายเล่มโปรดที่มักถือติดมือประจำบางตอนเศร้าก็เห็นเขาน้ำตาไหล บางตอนตลกก็หัวเราะจนตัวงอ บางทีเห็นเขามุ่งมั่นกับการวาดรูป ท่าทางต่างๆแบบนั้น ณภัทรคิดว่า มีเพียงเขาที่เห็น พอคิดแบบนี้ก็ทำให้ณภัทรมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เขาแอบมองอยู่แบบนี้มาห้าเดือนเป็่หลังรับน้อง อาทิตย์นึงจะเจอพฤกษามาที่นี่สักสามวัน ณภัทร พยายามจะมาให้ตรงกับอีกฝ่ายแต่บางทีก็ตรงกันบ้าง เจอบ้าง ไม่เจอบ้าง จนกลายเป็ความเคยชิน อาทิตย์ไหนไม่เจอพฤกษาเลยก็มีคิดถึงเขาบ้างเหมือนกัน