ค่ำคืนอันเงียบสงบ ลมพัดเบาผ่านช่องหน้าต่าง ซือซือนอนคดตัวบนเตียง หลับไม่ลง ั้แ่มาถึงคฤหาสน์ตระกูลเว่ย นางก็พบว่าตัวเองหมกมุ่นอยู่กับความคิดถึงพี่เขยมากกว่าที่คิด
คหบดีเว่ย... ชายที่อ่อนโยน สุภาพ แต่แฝงไปด้วยความเศร้าที่นางััได้ นางเห็นเขาอยู่กับพี่สาว แต่ดวงตาของเขากลับเหมือนจ้องมองไปยังสิ่งที่อยู่ไกลเกินเอื้อม
ซือซือลุกจากเตียง สวมผ้าคลุมบางเบาทับชุดนอน เดินออกไปที่ระเบียงห้อง แสงจันทร์สาดส่องลงมาทำให้สวนหลังดูเหมือนทะเลสาบเงิน
และแล้ว นางเห็นแสงสว่างจางๆ จากห้องพักของคหบดีเว่ยที่อยู่อีกฝั่งของสวน ม่านรั้วไม่ได้ปิดสนิท แสงเทียนลอดออกมาเป็ชั้นๆ
นางควรจะกลับเข้าห้อง ควรจะแกล้งไม่เห็น แต่เท้าของนางกลับเดินไปเอง ค่อยๆ ย่องลงบันได ผ่านทางเดินที่คลุมด้วยร่มเงาต้นไม้ มุ่งหน้าไปยังบริเวณที่มองเห็นห้องของพี่เขยได้ชัดเจนที่สุด
ลู่เฟิงในคราบตาเฒ่าหลี่ นั่งอยู่ในมุมมืดของศาลาร้าง ตำแหน่งที่เขาสามารถมองเห็นทั้งห้องของคหบดีเว่ยและทางเดินที่ซือซือกำลังย่องมาได้พอดี
เขาไม่ได้วางแผนให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่เมื่อเห็นซือซือเดินออกจากเรือนในเวลานี้ เขาก็รู้ทันทีว่าโอกาสมาถึงแล้ว
'นางมาเอง' เขาคิดในใจ 'ความปรารถนาของนางแรงกล้ากว่าที่ข้าคิด ข้าเพียงแค่ต้อง... ดูจากข้างนอก และรอจังหวะ'
เขาหดตัวให้ลึกเข้าไปในเงามืด ทำตัวเป็ส่วนหนึ่งของกองไม้และหิน ไม่ขยับ ไม่หายใจดัง เป็เพียงผู้สังเกตการณ์ที่ไม่มีตัวตน
ซือซือหยุดอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ ระยะห่างจากห้องของคหบดีเว่ยราวสิบก้าว นางสามารถเห็นเข้าไปข้างในได้ชัดเจน แต่เชื่อว่าที่นี่มืดพอที่เขาจะไม่เห็นนาง
แต่นางคิดผิด
คหบดีเว่ยนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ริมหน้าต่าง ชุดนอนสีครีมเปิดกว้างเผยให้เห็นร่างกายที่เริ่มทรุดโทรมแต่ยังคงมีเสน่ห์ในวัยทอง หน้าอกกว้างที่ปกคลุมด้วยขนอ่อนๆ กล้ามเนื้อที่แม้จะไม่แข็งแรงเหมือนสมัยหนุ่ม แต่ยังคงมีรูปร่างที่ดูดี ดวงตาของเขาหลับสนิท สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความพยายามอย่างหนัก
และมือขวาของเขา... กำลังเคลื่อนไหวอยู่บริเวณอวัยวะเพศที่แข็งตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ แต่แน่นอน
ซือซืออ้าปากค้าง หน้าแดงระเรื่อจนร้อนผ่าว นางควรจะหันหลังกลับ ควรจะวิ่งหนีไป แต่สายตากลับเหมือนถูกแม่เหล็กดูด มองไมถอน
มือของคหบดีเว่ยเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างช้าๆ นิ้วยาวของเขาโอบรอบด้ามที่แข็งตัว ใบหน้าเอียงไปข้างหนึ่ง ริมฝีปากเปิดออกเล็กน้อย หายใจหอบๆ เขาดูเหมือนกำลังจมอยู่ในโลกของความสุขส่วนตัว โลกที่ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น
"อื้อ..." เสียงครางเบาๆ ลอยออกมาจากริมฝีปากของเขา เสียงที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและความเศร้าโศกปนเปื้อนกันไป
ซือซือรู้สึกหัวใจเต้นแรงจนเกือบจะหยุดหายใจ นางไม่เคยเห็นผู้ชายในสภาพเช่นนี้มาก่อน ไม่เคยรู้ว่าผู้ชายจะมี่เวลาที่อ่อนแอและเปราะบางเช่นนี้
มือของคหบดีเว่ยเร่งจังหวะขึ้นเล็กน้อย ร่างกายสั่นเทาเบาๆ เขาโน้มตัวไปข้างหน้า หน้าอกขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หอบๆ ดวงตาหลับสนิทแต่คิ้วขมวดเข้าหากันราวกับกำลังทุกข์ทรมานจากความสุขที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
"ซือ..." เสียงพึมพำเบาๆ ลอยออกมาจากริมฝีปากของเขา
ซือซือสะดุ้ง หัวใจเต้นระรัวจนเกือบจะหยุดหายใจ เขาเอ่ยชื่อของนางหรือ หรือนางแค่อยากได้ยินเช่นนั้น
มือของเขาเคลื่อนไหวเร็วขึ้น ร่างกายโค้งงอไปมา เหงื่อเริ่มซึมออกมาที่หน้าผาก ใบหน้าแดงก่ำด้วยความพยายาม เขาหอบหายใจหนักขึ้น เสียงครางที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
"อ๊าห์... ซือซือ..." เขาครางชื่อของนางอย่างชัดเจน เสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความเ็ป
ซือซือรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ร่างกายสั่นเทาไปทั้งตัว เขาคิดถึงนางจริงๆ เขาปรารถนานางจริงๆ ใน่เวลาที่เป็ส่วนตัวที่สุด เขากลับคิดถึงนาง
และแล้ว... เขาถึงจุดสุดยอด
ร่างกายของคหบดีเว่ยเกร็งแข็ง หลังโค้งขึ้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสุขสมที่รุนแรง น้ำอสุจิพุ่งออกมาเปื้อนท้องและมือของเขา บางส่วนหยดลงบนพื้นไม้ เขาหอบหายใจหนักๆ ร่างกายค่อยๆ ทรุดลงบนเก้าอี้ ใบหน้าซีดลงแต่ยังคงมีรอยยิ้มที่ดูเศร้า
"ขอโทษ..." เขาพึมพำเสียงแหบพร่า "ข้าขอโทษ... ซือซือ"
ซือซือไม่เข้าใจว่าเขาขอโทษทำไม แต่ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวจนหายใจไม่ออก
นางเห็นพี่เขยใน่เวลาที่อ่อนแอที่สุด ใน่เวลาที่ไม่มีใครเห็น ความลับอันเปราะบางที่นางไม่ควรรู้ แต่กลับทำให้นางรู้สึก... พิเศษ
'ข้าเห็นเขาแล้ว' นางคิดในใจ 'ข้าเห็นสิ่งที่ไม่มีใครเห็น ข้าเห็นว่าเขา้าอะไร และเขา... เขา้าข้า'
ภาพมือของเขาที่เคลื่อนไหว ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความพยายาม ร่างกายที่สั่นเทาและหอบหายใจ เสียงครางที่เอ่ยชื่อของนาง... มันตราตรึงอยู่ในหัวใจของนาง
แต่สิ่งที่ทำให้นางหวั่นไหวที่สุดคือ—ความโดดเดี่ยวของเขา
เขาไม่มีใคร เขาต้องทำเช่นนี้คนเดียวในความมืด ไม่มีภรรยามาปลอบโยน ไม่มีใครมาเติมเต็มความ้าของเขา แต่เขากลับคิดถึงนาง ปรารถนานาง
ซือซือรู้สึกถึงความชื้นที่ไหลซึมออกมาจากร่องรักของตนเอง โดยไม่รู้ตัว ร่างกายของนางตอบสนองต่อภาพที่เห็น ไม่ใช่ด้วยความรังเกียจ แต่ด้วยความ... ปรารถนา
นางอยากเข้าไปหาเขา อยากปลอบโยนเขา อยากเป็อีกคนที่ทำให้เขาไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป อยากเป็คนที่ทำให้เขาไม่ต้องช่วยตัวเองอีก
แต่นางกลัว กลัวว่าเขาจะเกลียดนาง กลัวว่าความสัมพันธ์จะพังทลาย กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็คนชั่วในสายตาของเขา
ซือซือค่อยๆ ถอยหลัง กลับไปยังเรือนของตน แต่ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง ภาพที่เห็นวนเวียนอยู่ในหัวไม่หายไป
คืนนั้น ซือซือนอนไม่หลับ นางปิดตาแน่น แต่กลับเห็นภาพชัดเจนยิ่งกว่าตอนลืมตา
คหบดีเว่ยในท่าทางนั้น มือที่เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ แล้วเร็วขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายที่สั่นเทา ความสุขที่ปนเปื้อนด้วยความเศร้า และเสียงครางที่เอ่ยชื่อของนาง...
"ซือซือ..." นางพึมพำเลียนแบบเสียงของเขา หัวใจเต้นแรงจนเกือบจะกระแทกออกมาจากอก
นางไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกหรือไม่ แต่มันฟังดูเหมือนเขาเรียกชื่อนางจริงๆ ใน่เวลาที่เป็ส่วนตัวที่สุด ใน่เวลาที่เขาปล่อยให้ความปรารถนาที่แท้จริงแสดงออกมา
ซือซือรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว ร่างกายของนางเริ่มตอบสนองต่อความทรงจำนั้น เหมือนกับว่าเพียงแค่นึกถึงภาพของเขา ร่างกายของนางก็เริ่มปรารถนาสิ่งที่ไม่เคยปรารถนามาก่อน
นางลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นที่แปลกใหม่ แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างทำให้ห้องมีแสงสลัวๆ พอที่จะเห็นเงาร่างของตนเองได้
ซือซือมองลงมาที่ร่างกายของตนเอง ร่างกายเล็กกระชับในชุดนอนผ้าไหมสีขาว ผ้าบางเบาที่เผยให้เห็นรูปร่างที่อ่อนหวานแต่เซ็กซี่ หน้าอกที่ไม่ใหญ่มากแต่กลมกรึง เอวเล็กที่โค้งลงมาเป็สะโพกที่มีสัดส่วนดี ขาที่ยาวเรียวงาม
นางสงสัยว่าเขามองนางเช่นนี้หรือไม่ เขาจินตนาการถึงร่างกายของนางหรือไม่ เมื่อเขาเอ่ยชื่อนางใน่เวลานั้น
มือของนางเริ่มลูบไล้ไปตามร่างกายของตนเองโดยไม่รู้ตัว เริ่มจากใบหน้า ลื่นลงมาที่คอ แล้วลงมาที่หน้าอก จินตนาการว่าเป็มือของพี่เขย จินตนาการว่านางอยู่ในห้องนั้นด้วยกันกับเขา จินตนาการว่าเขากำลังมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
"พี่เขย..." นางครางเบาๆ ในความมืด น้ำตาไหลรินลงมาพร้อมกับความรู้สึกผิดที่ไม่อาจหยุดยั้ง
นางเดินกลับไปที่เตียงอย่างช้าๆ ร่างกายสั่นเทาด้วยความปรารถนาที่เริ่มลุกโชนขึ้นมา นางค่อยๆ คลายเชือกผูกหน้าอกของชุดนอน ปล่อยให้ผ้าไหมลื่นลงมาเผยให้เห็นหน้าอกที่เปลือยเปล่า หัวนมสีชมพูอ่อนที่แข็งตัวขึ้นมาในอากาศเย็น
นางจินตนาการว่าคหบดีเว่ยกำลังมองนาง กำลังชื่นชมความงามของร่างกายที่นางไม่เคยให้ใครเห็นมาก่อน นางจินตนาการว่าเขากำลังเอื้อมมือมาัันาง
นางนอนลงบนเตียงอย่างช้าๆ ร่างกายโค้งเป็เส้นสวยงามบนผ้าปูที่นอนสีขาว มือของนางลูบไล้หน้าอกของตนเอง นิ้วเล่นกับหัวนมที่แข็งตัว ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยััมาก่อนทำให้นางครางเสียงเบา
"อื้อ..." เสียงครางหลุดออกมาจากริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว เสียงที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและความปรารถนา
นางจินตนาการถึง่เวลาที่เขาจะหันมามองนาง จะเห็นนางในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่น้องสะใภ้ จะััร่างกายของนางด้วยมือที่เคยััแต่ตัวเอง
มือข้างหนึ่งของนางยังคงลูบไล้หน้าอก ขณะที่อีกข้างหนึ่งเลื่นลงไปยังท้องที่เรียบเนียน แล้วลงไปยังสะโพกที่โค้งมน นางค่อยๆ ยกชายชุดนอนขึ้น เผยให้เห็นขาที่ขาวเนียนและบริเวณลับที่ปกคลุมด้วยขนอ่อนๆ สีดำ
"พี่เขย... ข้าอยากให้ท่านเห็น" นางกระซิบกับตัวเองในความมืด "ข้าอยากให้ท่านัั"
ขาของนางเปิดออกเล็กน้อย มือเลื่นลงไปยังบริเวณลับที่เริ่มชื้นด้วยความปรารถนา นิ้วของนางััที่ไม่เคยมีใครทำให้มาก่อน ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ทำให้ร่างกายสั่นเทา
นางครางเสียงหลง จินตนาการว่าคหบดีเว่ยกำลังร่วมรักกับนาง ไม่ใช่การช่วยตัวเองที่โดดเดี่ยว นางจินตนาการว่าเขาอยู่เหนือนาง มองลงมาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
"อื้อ... พี่เขย..." นางกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียง แต่ร่างกายโค้งงอไปมาบนเตียงอย่างเร่าร้อน
นางจินตนาการว่าเขาอยู่เหนือนาง มองลงมาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา มือของเขาััร่างกายของนางทุกตารางนิ้ว ริมฝีปากของเขาจูบนางอย่างหลงใหล
นิ้วของนางเคลื่อนไหวเร็วขึ้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความสุขที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น นางบิดกายไปมาบนเตียง ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ไปด้วยการเคลื่อนไหวของนาง หลังโค้งขึ้นจากเตียงด้วยความรู้สึกที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
"พี่เขย... ข้ารักท่าน" นางครางด้วยเสียงที่แหบพร่า "ข้า้าท่าน"
นางจินตนาการว่าอยู่ในอ้อมแขนของเขา จินตนาการว่าเขากำลังกระซิบรักให้นางฟัง จินตนาการว่าความรักต้องห้ามนี้สามารถเป็จริงได้
ร่างกายของนางเกร็งแข็ง หลังโค้งขึ้นจากเตียงอย่างรุนแรง ความสุขสมที่รุนแรงพุ่งผ่านร่างกายของนาง น้ำรักไหลซึมออกมาเปื้อนผ้าปูที่นอน ซือซือนอนหอบหายใจ ดวงตาพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาและความพึงพอใจที่ผิดปกติ
แต่หลังจากความสุขสมนั้นผ่านไป ความรู้สึกผิดก็ทะลักเข้ามาอย่างท่วมท้น นางร้องไห้อย่างไม่อาจหยุดยั้ง รู้ดีว่าสิ่งที่ทำไปนั้นชั่วช้าเพียงใด
แต่แม้จะร้องไห้ นางก็รู้ดีว่าจะทำอีก จะคิดถึงเขาอีก จะฝันถึงเขาอีก เพราะความปรารถนาที่ถูกปลุกขึ้นมาแล้วไม่อาจกลับไปเป็เหมือนเดิมได้
เช้าวันรุ่งขึ้น ซือซือตื่นขึ้นมาด้วยดวงตาบวมช้ำ ร่างกายเมื่อยล้าจากคืนที่ผ่านมา นางไม่กล้าออกจากห้อง กลัวว่าจะเผลอสบตากับพี่เขย กลัวว่าเขาจะรู้ว่านางเห็นเขาใน่เวลาอันอับอายนั้น
แต่แล้ว นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่หน้าประตู ตามด้วยเสียงแหบพร่าที่คุ้นเคย
"คุณหนูซือซือ... ข้านำชาดอกไม้มาให้"
ซือซือสะดุ้ง นางรู้จักเสียงนี้—ท่านตาหลี่ คนสวนผู้ใจดีที่นางเคยพูดคุยด้วย
นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็เปิดประตูออกเล็กน้อย รับถ้วยชาที่ยื่นเข้ามา
"ท่านตา..." นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ท่าน... ท่านเห็นอะไรเมื่อคืนรึ"
ลู่เฟิงยืนอยู่ในเงามืดของระเบียง ท่าทางเหมือนคนแก่ที่มาส่งชาตามปกติ เขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เขาไม่ได้ทำอะไรผิด เขาเป็เพียงคนที่ "บังเอิญ" ตื่นมาเช้ากว่าปกติ
"ข้าไม่เห็นอะไรขอรับคุณหนู" เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย "แต่ข้าเห็นคุณหนูเดินกลับมาจากทางสวนหลัง ดูท่าทางไม่สบาย จึงนำชามาให้"
ซือซือกัดริมฝีปาก ไม่รู้ว่าควรเชื่อหรือไม่
"คุณหนูดูเหนื่อยล้า" ลู่เฟิงเสริม "หากมีอะไรกังวลใจ ข้าอยู่ที่สวนสมุนไพรเสมอ ข้าแก่แล้ว ฟังอะไรก็ลืมหมด เป็ที่ปรึกษาที่ปลอดภัยที่สุด"
ซือซือมองเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน แต่แล้วก็พยักหน้าเบาๆ รับถ้วยชาเข้าไป แล้วปิดประตู
ลู่เฟิงหันหลังเดินกลับ รอยยิ้มเล็กน้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้า
'เมล็ดพันธุ์ถูกหว่านแล้ว' เขาคิด 'นางเห็นภาพที่้าให้เห็น นางมีอารมณ์ตามที่้า ตอนนี้... ข้าเพียงแค่ต้องรอ รอให้นางมาหาข้าเอง'
เขาเดินกลับไปยังสวนสมุนไพร ทำตัวเป็ชายชราธรรมดาตามปกติ ไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่มีอะไรน่าสงสัย
แต่ในใจ เขารู้ดีว่า ซือซือจะต้องกลับมาหาเขา ด้วยความสับสน ด้วยความรู้สึกผิด และด้วยความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
และเมื่อนั้น... เขาจะเป็ผู้ให้คำปรึกษาที่ "เข้าใจ" นางที่สุด