“ คุณชายคะ ”นางร้องเรียกหานายจ้างเบาๆ
“ อยู่นี่ ริมสระ ”
“ ได้..ได้..เข้ามาเลย ”
“ เกิดอะไรขึ้น นี่คุณชายให้คุณผู้หญิงดื่มสาเกหรือคะ”
“ ฮื่อ..ก็คุณเขาขอลองเองนี่ ฉันก็เลยให้ลอง คนไม่เคยดื่มก็เลยคอพับคออ่อนอย่างที่เห็นนี่แหละ” เขาว่า
“ คุณแม่บ้านช่วยประคองเธอลุกขึ้นก่อน เธอนั่งทับฉัน ฉันลุกไม่ได้ เหน็บกินด้วย โอ๊ย.ย.ย” คุณแม่บ้านมาฉุดประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล หล่อนเปลี่ยนจากโอบรอบคอกึนซองมาโอบคุณแม่บ้านแทน
“ แม่จ๋า..แม่ใช่มั๊ย..แม่กลับมาหาหนูแล้วเหรอ ฮื่อๆๆๆหนูคิดถึงแม่ที่สุดเลย ”
“ เอ๊า..หลงแม่เข้าไปอีก เฮ้อ..ม่ะ ให้เธอขี่หลังฉัน ”
“ ไหวนะคะ ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวดิฉันไปตามแทฮันมาช่วย ”
“ ไม่ต้องหรอกตัวนิดเดียวไม่ได้หนักอะไร เพียงแต่ผมเป็เหน็บเท่านั้น ” พอขึ้นหลังชายหนุ่มได้ ทีนี้บทบาทของเธอเปลี่ยนไป
กึนซองขำก็ขำ โมโหก็โมโห หญิงแม่บ้านกลั้นหัวเราะกึกๆช่วยประคองอยู่ข้างหลัง
“ ไอ้หล่อ ไอ้เพื่อนฏ หนอยแน่..เพื่อนให้ของขวัญ..เค้าให้แหวนเพชรกันเหรอมึง..ห๊า.า.า เอาของมึงคืนไป อย่างกูเนี่ย..เป็เมียมึงไม่ได้หรอก กูต้อง..เป็แม่มึงอย่างเดียว..เข้าใจ๋ ? ขณะที่ออกเสียงคำว่าเข้าใจ๊นั้นเธอก็บีบคอกึนซองพร้อมทั้งขย่มตัว จนชายหนุ่มต้องร้องบอกว่า
“ เข้าใจ..เข้าใจแล้วครับผม ” นั่นแหละเธอจึงคลายมือที่บีบอยู่แล้วซบบนหลังชายหนุ่ม
“ หมดฤทธิ์ไปซะที..เฮ้อ.อ.อ” เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกไปก็สงสารผู้ชายที่ชื่อนายหล่อนะ หลงรักเธอไปได้ยังไงโหดซ๊ะขนาดนี้ เออ..นั่นสินะ หลงรักเธอไปได้ยังไง ครั้งนี้เขาถามตัวเอง
ทุลักทุเลกับคุณแม่บ้านสองคนจนแบกมนต์ตราขึ้นมาถึงห้องของหล่อน หลังจากวางหญิงสาวลงบนเตียงเรียบร้อนแล้ว เขาจึงบอกคุณแม่บ้านว่า
“ เฝ้าไว้ก่อนนะ ฉันจะไปอาบน้ำ เดี๋ยวจะมาเปลี่ยน ”
“ ค่ะ..คุณชาย ”
กึนซองกลับเข้ามาในห้องหญิงสาวอีกครั้งด้วยชุดนอนเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวเนื้อตัวหอมกรุ่น แต่พบว่าที่เตียงว่างเปล่ายังไม่ทันร้องเรียกก็ได้ยินเสียงอาเจียนดังลั่นห้องน้ำ
“ เป็ยังไงบ้าง ”เขาชะโงกหน้าเข้ามาดู
“ สาเกทำพิษซะแล้วล่ะค่ะ คุณชายไม่น่าให้เธอดื่มมากเลย ”หญิงกลางคนตำหนิ
“ ฉันขอโทษคาดไม่ถึงจริงๆ เธอจะแพ้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ”
“ พรุ่งนี้ก็รู้เองแหละค่ะ ถ้ามีไข้แล้วผื่นขึ้นเต็มตัวละก็ หมอก็หมอเถอะ จะรักษาตัวเองยังไง?
ชายหนุ่มเดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าห้องน้ำ กลุ้มใจจริงไม่เคยดูแลผู้หญิงเมาเหล้าสักที มีแต่เขาเมาแล้วผู้หญิงดูแล
“ คุณชายคะ ” เสียงคุณแม่บ้านเรียกเบาๆ
“ ครับ..ว่าไงครับ ”
“ คงต้องอาบน้ำให้เธอแล้วล่ะค่ะ อาเจียนเลอะหัวหูไปหมด จะถอดเสื้อเธอยังไงดีคะ”คุณแม่บ้านปรึกษา
“ ก็ถอดให้เหลือแต่ชั้นใน อ้อๆ ทำอย่างที่เธอล้างตัวเมื่อตอนที่เปื้อนเืมาสิ..นะ..ไม่ได้โป๊อะไรมีชั้นในอยู่นี่ ” เขารีบแนะนำ
“ ถ้างั้นคุณชายคงต้องมายืนจับตัวเธอไม่ให้โงนเงนหน่อยล่ะ”
“ ได้ๆ ฉันจับเอง ”วิธีการของกึนซองก็คือ จับตัวมนต์ตราหันหน้าเข้าหาเขา เอาสองมือเธอมาโอบเอวเขาไว้ แล้วเขาก็โอบเธอไว้ หญิงสาวบ่นเพ้องึมงำ ซุกหน้าอยู่กับอกเขา
“ ร้อนจัง ทำไมมันร้อนในท้องยังงี๊ ” เธอคงรู้สึกถึงการถูกถอดเสื้อผ้า แทนที่จะขัดขืนกลับช่วยดึงทึ้งเสื้อผ้าตัวเองออกให้หมด ”
“ พอแล้วๆ เดี๋ยวโป๋ ” เขากระซิบบอก
“ โป๊หรอ..อ่ะพอๆ ”เธอให้ความร่วมมือทั้งที่ไม่ยอมลืมหูลืมตา
“ มนต์จ๋ามนต์ นี่ผม..กึนซองนะ เรากำลังจะช่วนอาบน้ำให้ เพื่อให้มนต์สบายตัวไม่ร้อนทุรนทุราย อย่าดิ้นนะจ๊ะ ยืนนิ่งๆ ผมกอดไว้ไม่ล้มหรอก ” เขากระซิบบอกเบาๆที่ข้างหู ชะรอยว่าจะเป็เสียงผู้ชายทุ้มๆนุ่มๆเหมือนเสียงพ่อ มนต์ตราหยุดดิ้นรนโอบเอวชายหนุ่มแน่นขึ้น ตอนนี้ร่างกายเธอเหลือเฟอร์นิเจอร์อยู่สองชิ้น
“ เฮ้อ.อ.อ กูจะบ้า ” เขาสบถในใจ
“ คุณชายจับหน้าเธอแหงนหน่อยค่ะ ดิฉันจะสระผมให้ ”
มนต์ตราโอบกอดชายหนุ่มไว้แน่นอยู่แล้ว เขาจึงปล่อยมือที่กอดเธอไว้มาประคองใบหน้าน้อยๆให้แหงนเงยเพื่อสระผม พอน้ำอุ่นๆรดลงที่ศรีษะเธอเท่านั้นหญิงสาวสะดุ้งโหยง
“ สระผมนะคนดี อ้วกใส่หัวตัวเองก็ได้นะเราน่ะ แหงนหน้าไว้ก่อนเดี๋ยวน้ำเข้าตา
“ มนต์เก่งอ้วกใสหัวตัวเองก็ด้าย.ย.ย มนต์เก่ง ”ยังไม่หยุดเพ้อ
“ จ้าเก่ง..เก่งเหลือเกิน ทุบให้สักบั้กดีมั๊ยคุณแม่บ้าน ”เขาชวนคุย หญิงแม่บ้านหัวเราะเบาๆ..ท่ากอดทะนุถนอมอย่างนี้มีรึจะทุบลง..นางแอบคิดในใจ
“ เราสองคนคงจะต้องเปียกปอนกันหมดแน่ๆ รู้งี๊ยังไม่อาบซะก็ดีอ่ะ ”
“ เราไม่รู้ว่าเธอจะอาเจียนนี่คะ ”
ถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วคือ ขั้นตอนการถอดชุดชั้นใน ชายหนุ่มหน้าแดง หูแดง
“ เอางี๊..คุณชายหลับตา สัญญาว่าจะไม่ลืมตาจนกว่าดิฉันจะห่อตัวคุณผู้หญิงเสร็จ สัญญามั๊ยค่ะ ”
“ ครับ..สัญญา ”
“ เอ้า..หลับตา ”
เมื่อถอดบราเซียร์ออก เนื้อนุ่มสองก้อนแบบเนื้อเพรียวๆไม่มีอะไรมาขวางกั้นก็ปะทะเข้ากับตัวเขา ชายหนุ่มร้อนวูบวาบไปทั้งตัว แค่กอดเธออย่างเดียวสติก็จะหลุดอยู่แล้ว ยัยตัวน้อยฉันอยากจะฆ่าเธอนักโทษฐานทรมานฉันอย่างเืเย็นที่สุด กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยชายหนุ่มและคุณแม่บ้านก็เปียกซกไปด้วยกันทั้งคู่ มนต์ตราสงบไปั้แ่สระผมคิดว่าเธอคงสบายตัวขึ้น สาเกก็อ้วกออกไปหมดแล้ว เธอพริ้มหลับไปอย่างสบายที่สุดด้วยแก้มที่แดงปลั่งและปากน้อยๆที่แดงระเรื่อ
ชายหญิงต่างวัย ต่างหอบแฮกกว่าจะจัดการทุกอย่างจนเรียบร้อย
“ คุณแม่บ้านไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะดูแลเธอเอง”
“ ค่ะ..คุณชาย ”
หญิงแม่บ้านออกจากห้องไปแล้ว ชายหนุ่มยืนมองเพื่อความแน่ใจว่าเธอหลับแน่ จึงค่อยๆย่องกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องตัวเอง โดยเปิดประตูห้องของมนต์ตราและประตูห้องของตัวเองไว้เพื่อฟังเสียงหากเธอเกิดลุกขึ้นมาอีก
คราวนี้กึนซองหอบหมอน เบาะปูนอนไฟฟ้าและผ้านวมมาด้วย เขาปูข้างๆเตียงเธอ ปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอนเหนื่อยเหลือเกินแล้วสำหรับคืนนี้ เขาหลับสนิททันทีที่หัวถึงหมอน
คาดว่าตัวเองคงหลับสนิทไปไม่ต่ำกว่าสองหรือสามชั่วโมง ตอนแรกคิดว่าตัวเองหูแว่ว เขาได้ยินเสียงคราง บางครั้งดังมาก บางครั้งก็แ่เบา..ฝันไปมั๊ง..เอามือคลำๆรอบๆที่นอน..เอ? ทำไมมันแข็งๆไม่นิ่มเหมือนที่เคยนอนนะ เอ๊ะ! เรานอนอยู่ห้องมนต์ตรานี่นะ รึเธอเป็อะไร? ชายหนุ่มสปริงตัวลุกขึ้นนั่ง มองฝ่าความมืดมาที่เตียง เสียงครางมาจากร่างนี้แน่แล้ว เปิดไฟ..ต้องเปิดไฟก่อน..ทันทีที่ไฟฟ้าสว่างขึ้น เขาค่อยๆย่องไปที่เตียง เสียงครางฮือๆยังดังมาเป็ระยะ
“ มนต์..มนต์ตรานี่ผมเอง กึนซองนะ ”เขาจับที่ต้นแขนเธอเขย่าเบาๆ โอ๊ะ! ตัวร้อนจี๋เลย วินาทีแห่งการตกตลึงชายหนุ่มทำอะไรไม่ถูก ทำไงดี..ทำไงดี..แม่บ้าน..คุณแม่บ้าน เขาเตรียมวิ่งออกจากห้องไปตามคนมาช่วย ก็สะดุดเข้ากับผ้าห่มของตัวเองที่ลากเข้ามาล้มดังตึง แค่นั้นแหละสติก็มา คือ เจ็บ
“ โทรสิ..โทร..ห้องนี้มีโทรศัพท์ภายในนี่นะ ”เขาพึมพำบอกกับตัวเอง ก้าวเดียวถึงโทรศัพท์ สองกรี๊ง..สามกรี๊ง
“ ขี้เซาจริงยัยแม่บ้าน ” ถ้าเขาไม่ใจร้อนเกินไป เขาก็จะเข้าใจการโทรปลุกคนหลับอยู่ จะให้ทันใจตัวเองนั้น..แย่มากๆ
“ ฮัลโหลค่า ”
“ คุณแม่บ้านขึ้นมาที่ห้องมนต์ตราด่วนเลย ”เขาพูดเร็วปรื๋อ
“ คะ ?..ค่ะ..ค่ะ ”
กึนซองแทบจะลงไปลากนางขึ้นมาเองด้วยความตื่นตระหนก พูดง่ายๆก็คือเขาห่วงมนต์ตรามากเกินไป พอนางมาถึงหน้าประตูเขาก็ลากมาที่เตียงทันที
“ ตัวร้อนจี๊ดเลย ทำไงดี ”เขาละล่ำละลักบอก
“ ใจเย็นๆค่ะ ดิฉันบอกั้แ่เมื่อหัวค่ำแล้วว่า ถ้าเธอแพ้สาเก เธอจะมีไข้และจะขึ้นผื่น ก่อนอื่นต้องเช็ดตัวลดไข้ก่อน เดี๋ยวดิฉันจะไปเตรียมน้ำกับผ้าขนหนูนะคะ ” หลังจากเช็ดหน้า แขน ลำคอ บริเวณท้องและหลังแล้ว หญิงสาวคงสบายตัวขึ้นหยุดครางไม่กระสับกระส่ายเหมือนครั้งแรก
“ คุณชายลองถามเธอสิว่า เธอมียาลดไข้ติดอยู่บ้างไหม ”
“ มนต์ตรา..มนต์..ได้ยินผมมั๊ย? เขาจับมือเธอบีบ มนต์..มนต์จ๋า มนต์ตราตื่นสิ ตื่นเถอะ เธอบีบมือเขาตอบ ตาปรือ พยายามลืมตาขึ้น
“ รู้สึกตัวแล้วค่ะ ”คุณแม่บ้านพูดอย่างดีใจ หญิงสาวพึมพำอะไรเขาไม่ได้ยินจึงช้อนตัวเธอขึ้น ให้กึ่งนั่งกึ่งนอนซ้อนพิงอยู่กับอกเขา
“ พูดภาษาเกาหลีสิคนดี ผมฟังไม่รู้เื่ ”เขากระซิบข้างหู
“ คุณมียาลดไข้มั๊ย คุณตัวร้อนมากต้องกินยานะ ”
“ คะ ?..อะไร ? ” เธอพึมพำปรือตาถาม
“ ยาน่ะ ยาลดไข้ คุณมีมั๊ย คุณต้องกินยา ได้ยินรึยัง ?ชายหนุ่มพูดดังขึ้น
“ ยา..ยาเหรอ..อยู่นั่น..เธอพยายามชี้มือไปที่ชั้นวางของเล็กๆน้อยๆมีของโชว์สวยงามจุกจิกวางอยู่ มีกล่องพลาสติกใบโตขนาดกระดาษเอสี่วางอยู่หนึ่งกล่อง หญิงแม่บ้านมองตามแล้วลุกไปหยิบมา เมื่อนำมาเปิดที่เตียงมียาอยู่หลายขนานวางเรียงเป็ระเบียบเรียบร้อยสมกับที่เธอเป็แพทย์
“ อันไหนลดไข้ครับ ”หญิงสาวผงกศรีษะขึ้นดูแล้วหยิบมาหนึ่งกระปุกเป็ยาสีขาวเม็ดใหญ่ และอีกหนึ่งกระปุกเป็ยาสีเหลืองเม็ดเล็กๆ แล้วหมดแรงเอนพิงเขาต่อ ซุกหน้าเข้าหาอกเขาเพื่อหาไออุ่น
“ หนาว..หนาวเหลือเกิน..”เธอเริ่มคราง กึนซองคว้าผ้านวมดึงขึ้นมาห่มให้ หญิงแม่บ้านตรงเข้าช่วยเหน็บชายผ้าให้รอบตัว เพื่อจะกันความเย็นจากภายนอกไม่ให้เข้าถึงตัวสาวน้อยของนางได้
“ แข็งใจอีกนิดนะมนต์ตรา ยาสองกระปุกนี้กินยังไง ?
“สีขาวสอง สีเหลืองหนึ่ง ”หญิงสาวตอบกระท่อนกระแท่น ชายหนุ่มต้องก้มตัวเอาหูไปแนบกับปากของเธอ
กว่าจะปะเหลาะให้หมอกินยาจนครบสามเม็ด หืดแทบขึ้นคอทั้งนายทั้งบ่าว
“ คนอะไรกินยายากชะมัด ” เขาบ่น
เลยกลายเป็ว่าเขาต้องนั่งพิงหัวเตียงให้เธอซุกซบจนม่อยหลับไปทั้งคู่ คุณแม่บ้านเห็นหลับกันไปด้วยความอ่อนเพลีย นี่ก็ใกล้สว่างเต็มทีแล้ว ลงไปเตรียมข้าวต้มสำหรับคนป่วยดีกว่า คิดว่ายังไงวันนี้คุณหมอคงไปโรงพยาบาลไม่ไหวแน่
หลังจากยาลดไข้กับยาแก้แพ้ออกฤทธิ์แล้ว มนต์ตราเริ่มตัวเย็น ฤทธิ์ยาเริ่มขับเหงื่อออกมา เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดตามหน้าผาก
หญิงสาวเริ่มปัดผ้านวมออกจากตัว รู้สึกอึดอัดที่ถูกกอดจึงดิ้น เมื่อเห็นว่าใครกอดอยู่จึงถองเข้าให้ที่ชายโครงของชายหนุ่ม
“ โอ๊ย.ย.ย.อะไรกันเนี่ยยัยคนนี้พอไข้ลดก็เริ่มออกฤทธิ์เลยนะ”หล่อนหลุดจากอ้อมกอดเขามาได้ก็กระพริบตาถี่ๆ มองเขาอย่าง..งงๆ
“ งง..เอ้า..งง เรารึช่วยตัวจะเป็จะตาย พอฟื้นคืนชีพจะฆ่าเราซะนี่ ”ซุปตาร์ตัวพ่อโวยวาย
“ ก็คุณมากอดฉันทำไม ”
“ แหม! รู้งี๊ถ่ายคลิปไว้ให้ดูซะก็ดีหรอก ว่าตัวเองโคม่าแค่ไหน ”
“ ฮึ!! ฉันเหรอโคม่า? ”
“ ค่ะ..คุณผู้หญิง ”คุณแม่บ้านถือชามข้าวต้มเข้ามาพอดีช่วยยืนยัน
“ มั๊ยล่ะ..มั๊ยล่ะ..ไง หาย..งง..ละสิ ”
“ คุณผูหญิงแพ้สาเกน่ะค่ะ ”
“ สาเกเหรอ? ”..หญิงสาวยกมือทาบอก
“ อะไรกันเนี่ย เป็ไปได้ยังไง ? ”
“ เป็ไปแล้ว เป็ไปมากๆด้วย ”กึนซองได้ทีช่วยสำทับ
“ ทานข้าวต้มเถอะค่ะ ไหวไหมคะ หรือจะให้ป้อน ”
“ ไม่ต้องหรอกค่ะป้าหนูอยากเข้าห้องน้ำ ”
“เอาสิคะดิฉันจะประคองไป ”
“ ผมเอง เดี๋ยวล้มป้าคอนไม่ไหวหรอก ยัยคนนี้เวลาจะล้มนางทิ้งทั้งตัวเลยล่ะ ”หญิงแม่บ้านปิดปากหัวเราะเบาๆ ..นี่ฉันไปแสดงวีรกรรมอะไรเอาไว้เนี่ยดูสองคนนี่เขาเห็นฉันเป็ตัวตลกยังไงก็ไม่รู้
เธอคิดในใจ แต่ก็ยอมให้ชายหนุ่มโอบ ประคองไปห้องน้ำเพราะเหมือนบ้านจะหมุนติ้วๆ
“ ไม่ต้องล็อคประตูนะ แล้วอย่าเพิ่งอาบน้ำเดี๋ยวไข้กลับ ”เขากำชับ
“ ฮื่อ..” หญิงสาวรับคำเบาๆ ออกจากห้องน้ำมาได้ กึนซองหิ้วปีกกลับมาที่เตียงเกิดอาการเวียนหมุนจนไม่อยากลืมตา ทำให้ทิ้งตัวลงบนเตียงในท่าที่เรียกว่า..พังพาบ..ซบหน้านิ่งกับที่นอน
“ เอ๊า..ชายหนุ่มร้องด้วยความใยกมือขึ้นท้าวสะเอวส่ายหน้า
“ นี่แกล้งรึเป็จริงเนี่ย? ”
“ จับพลิกหน้าขึ้นมาเถอะค่ะคุณชายเดี๋ยวหายใจไม่ออก” คุณแม่บ้านรีบบอก เคป็อบสุดหล่อถอนหายใจดังเฮือก ให้คำสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงคนไหนกินสาเกต่อหน้าเขาอีกเด็ดขาด เขาจับหล่อนพลิกตัว เป็่ที่มนต์ตรากำลังสูญเสียการทรงตัวพอดี เธอจึงเอามือโอบรอบคอเค้าไว้แน่น แต่เธอรู้สึกตัวดี จึงกระซิบบอกกับเขาที่ริมหูว่า
“ ฉันลืมตาไม่ได้เป็หลักให้ฉันแป๊บนึง มันเวียนหมุนเฉียบพลัน ไม่อย่างนั้นฉันจะรู้สึกว่าบ้านหมุนและจะอาเจียน ถ้าฉันมีที่เกาะฉันจะรู้สึกดีขึ้น ” ชายหนุ่มจึงนิ่งไม่ขัดขืนให้เธอโอบรอบคอไว้แน่น สักพักใหญ่ๆสองมือนั่นเริ่มคลายออกและตกแผละลงข้างตัว
“ เธอเป็อะไรหรือคะคุณชาย” คุณแม่บ้านค่อนข้างใเพราะไม่ได้ยินเสียงพูดของมนต์ตรา และมองดูผาดๆเหมือนเขาทั้งสองกำลังกอดจูบกัน ชายผู้เป็เ้าของบ้านจึงต้องอธิบายให้ฟังอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการเสื่อมเสียให้แก่คุณหมอของเขา
หลังจากมนต์ตราดีขึ้น ไข้ลดลงเกือบเป็ปกติ กึนซองออกไปจากห้องของเธอแล้ว แต่อาการเวียนหัวบ้านหมุนยังมาเป็พักๆ อย่างนี้ไปเรียนไม่ไหวแน่ คุณแม่บ้านนั่งถักไหมพรมอยู่ข้างเตียง
“ ต้องฉีดยาสักเข็มแล้วล่ะ ไม่งั้นไม่ดีขึ้นแน่ ”เธอคิดในใจ
“ คุณป้าขา ”
“ คะ..คุณผู้หญิง ้าอะไรเหรอคะ ”
“ กล่องยาเมื่อกี๊อยู่ไหนคะหนู้ายาค่ะ ”
“ ได้ค่ะเดี๋ยวไปหยิบให้ ” นางนำกล่องยามาวางไว้ให้ข้างๆตัวหญิงสาวแล้วเอื้อมมือไปแตะหน้าผาก
“ ตัวเย็น ไม่มีไข้แล้วนี่คะ ”
“ หนูเวียนหัวบ้านหมุน ทรมานจังเลยลุกไปไหนก็ไม่ได้ ป้าดอร์ยาเป็มั๊ยคะ? ”
“ ห่ะ..ห๊ะ..อะไรนะคะ ป้าไม่เข้าใจ เดี๋ยวป้าไปเรียกคุณชายดีกว่า”
“ เขาอยู่ไหนเหรอคะ ”
“ เมื่อคืนคุณชายไม่ได้นอนเลยค่ะ เฝ้าคุณผู้หญิงทั้งคืน เลยขอไปงีบสักพัก ”นางบอก
“ ถ้างั้นไม่รบกวนเขาหรอกค่ะ ป้ามาใกล้ๆสิคะหนูจะสอนให้ ”
“ ไม่เป็ไรค่ะ เธอสั่งไว้มีอะไรให้เรียก ” ว่าแล้วนางก็ผลุนผันลุกไป
“ โธ่! ป้า ”ห้ามไม่ทันซะละ