ด้วยสองมือ

    บทที่ 15-1 หนึ่งอีแปะ

    บทที่ 15-1 หนึ่งอีแปะ        

            เมื่อหวังหมิงเยว่ไปถึงบ้านท่านลุงไห่พ่อบ้านหวงได้มาแจ้งว่า ท่านลุงไห่ต้องการพบหวังหมิงเยว่นางกับท่านพ่อจึงไปเข้าพบท่านลุงไห่ส่วนชงไฉ่ให้ดูแลการขนย้ายเต้าเจี้ยวอยู่ข้างนอกทั้งสองคนเดินเข้าไปถึงห้องโถงรับแขก พบว่าท่านลุงไห่นั่งอยู่กับเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง

            “คารวะท่านลุงไห่เจ้าค่ะ ท่านนี้คือท่านพ่อของข้า มีนามว่าหวังหลินข่ายเจ้าค่ะ”หวังหมิงเยว่ผายมือไปที่บิดาที่ยืนอยู่ด้านข้างตนเอง

            “คารวะท่านเศรษฐีเฟิ่งของรับ” หวังหลินข่ายเอ่ยคารวะ

            “ตามสบายเถอะน้องหลินข่าย เรียกข้าว่าพี่ไห่ก็พอ”ท่านเศรษฐีเฟิ่งเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

            “ขอรับพี่ไห่ ท่านเรียกข้าว่าอาข่ายก็พอขอรับ”หวังหลินข่ายตอบรับคำ

             

            เศรษฐีเฟิ่งสังเกตเห็นว่า ชายหนุ่มดูดีมีสง่าราศี กิริยามารยาทดีท่าทางสง่างาม จึงรู้สึกพึงพอใจมาก จากนั้นได้แนะนำเด็กหนุ่มที่นั่งข้าง ๆ ตนเองว่า

            “แม่หนูหมิงเยว่และอาข่าย นี่คือลูกชายข้า มีนามว่าเฟิ่งหย่งฟูปีนี้อายุสิบหกปี”

            “คารวะท่านอาหลินข่ายขอรับ ยินดีที่ได้รู้จักน้องหมิงเยว่”เฟิ่งหย่งฟูเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายก่อน

            “ยินดีที่ได้รู้จักหลานหย่งฟู”หวังหลินข่ายเอ่ยกับเฟิ่งหย่งฟู

            “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันเจ้าค่ะ”หวังหมิงเยว่ยอบกายคารวะชายหนุ่ม

            “ที่ข้าเรียกแม่หนูหมิงเยว่ให้เข้ามาพบเนื่องจากผักดองชนิดใหม่ของเจ้า ข้าอยากนำไปขายด้วย จะได้หรือไม่”ท่านเศรษฐีเฟิ่งเอ่ยถามหวังหมิงเยว่

            “ข้าไม่แนะนำให้ท่านลุงไห่ นำผักดองไปขายเจ้าค่ะ”หวังหมิงเยว่เอ่ยปฏิเสธ

            “ทำไมรึ” ท่านเศรษฐีเฟิ่งเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเพราะปกติทุกคนย่อมอยากขายสินค้า

            “ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าหนาว ผักดองจึงคงรสชาติได้นานแต่ถ้าเป็นหน้าร้อนหลังจากผักดองหมักได้ที่แล้ว จะเก็บได้ไม่เกินสี่สิบวันเจ้าค่ะถ้าขายเฉพาะในตำบลนี้คงไม่มีปัญหา แต่ถ้านำไปขายที่อื่นแค่เวลาขนส่งก็กินเวลานานแล้วเจ้าค่ะ” หวังหมิงเยว่เอ่ยตอบ

            “อืม เป็นเช่นนี้เอง” ท่านเศรษฐีเฟิ่งพยักหน้ารับรู้

            “แต่ว่าเดือนหน้าข้าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกวางขาย นั่นคือซอสถั่วเหลืองเจ้าค่ะซอสถั่วเหลืองเก็บได้นาน ท่านลุงไห่สามารถนำไปขายได้ทุกสาขาเจ้าค่ะ”หวังหมิงเยว่กล่าวกับท่านเศรษฐีเฟิ่ง

            “อืม ดี งั้นข้าจะรอซอสถั่วเหลืองของเจ้า ต้องอร่อยแน่”ท่านเศรษฐีเฟิ่งกล่าวด้วยความมั่นใจ ก่อนจะหันไปกล่าวกับหวังหลินข่ายว่า

            “น้องข่าย เจ้าช่างโชคดีที่มีบุตรสาวประเสริฐเยี่ยงนี้”

            “ขอบคุณขอรับพี่ไห่” หวังหลินข่ายตอบรับด้วยความภาคภูมิใจ

            “ใครได้นางเป็นภรรยา ช่างโชคดีนัก”ท่านเศรษฐีเฟิ่งกล่าวพร้อมกับสบตาของหวังหลินข่าย

            “เยว่เอ๋อร์ยังเด็กอยู่ พวกเรายังไม่คิดถึงเรื่องนี้ขอรับถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเราขอลานะขอรับ” หวังหลินข่ายรีบตัดบทสนทนา

            “อืม เดินทางปลอดภัย อาฟูเจ้าออกไปส่งท่านอาข่ายกับน้อง”ท่านเศรษฐีเฟิ่งหันไปกล่าวบอกบุตรชาย

            “ขอรับท่านพ่อ” เฟิ่งหย่งฟูตอบรับคำสั่งของบิดา

            “ขอลาเจ้าค่ะ ท่านลุงไห่”หวังหมิงเยว่เอ่ยลาท่านเศรษฐีเฟิ่ง

            “ขอให้ทั้งสองโชคดี” ท่านเศรษฐีเฟิ่งกล่าวอวยพร

            “ขอบคุณขอรับ / เจ้าค่ะ”

             

            หวังหมิงเยว่ตัดสินใจให้มีพิธีเปิดร้านน้ำเต้าหู้หลังวันเทศกาลโคมไฟเพราะในช่วงของเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ ผู้คนส่วนมากจะหยุดงานจนถึงวันเทศกาลโคมไฟพี่รองได้แต่ทำหน้ายู่แต่ไม่กล้ากล่าวปฏิเสธหวังหมิงเยว่วันนี้จึงเป็นวันสุดท้ายของครอบครัวหมิงเยว่ที่จะทำงานในปีนี้และยังเป็นวันสุดท้ายของการเรียนในปีนี้ของน้องสี่และชงจื้อด้วยโดยจะเปิดเรียนอีกครั้งหลังวันเทศกาลโคมไฟ

             

            เมื่อคืนที่ผ่านมามีหิมะตก หวังหมิงเยว่จึงพาพวกเด็กๆไปเล่นหิมะที่หน้าบ้าน และยังสอนการปั้นตุ๊กตาหิมะให้อีกด้วยวันนี้ทุกคนที่ผ่านไปมาหน้าบ้านของตระกูลหวังจะได้ยินเสียงหัวเราะสนุกสนานอย่างมีความสุขเบิกบานใจของพวกเด็ก ๆซึ่งทำให้รู้สึกได้ถึงบรรยากาศของวันเฉลิมฉลองปีใหม่ที่ใกล้เข้ามาแล้ว

             

            ในวันที่ยี่สิบเก้า เดือนสิบสอง ท่านแม่ ท่านป้าอิงและชงไฉ่ ไปซื้อของเตรียมไหว้เจ้าในวันพรุ่งนี้

             

            วันที่สามสิบ เดือนสิบสอง เป็นวันส่งท้ายปีเก่า ท่านแม่ป้าอิง น้าหลิง และชงเมิ่ง ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมของไหว้ พวกเด็ก ๆได้นำกระดาษสีแดงที่เขียนคำมงคลและคำอวยพรปีใหม่ติดทั่วบ้านอย่างสนุกสนานโดยมีชงไฉ่คอยช่วยอยู่ข้าง ๆ และเมื่อของไหว้เตรียมพร้อมแล้ว คนในครอบครัวของหวังหมิงเยว่ได้สวมชุดที่ท่านแม่ตัดให้จากนั้นท่านพ่อจึงเป็นผู้นำทุกคนทำพิธีไหว้เจ้า

             

            ช่วงเย็นทุกคนกินข้าวร่วมกันอย่างมีความสุขคืนนี้ทุกคนจะอยู่เฝ้าปีด้วยกัน แต่เมื่อถึงยามห้าย น้องสี่ น้องเล็ก ชงจื้อและเพ่ยเฟิน ก็ตาปรือและสัปหงก ท่านแม่จึงให้ทั้งหมดไปนอนพักเสียก่อน

             

            แลเมื่อใกล้ถึงกลางยามจื่อซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวันขึ้นปีใหม่ (ตรุษจีน) ท่านแม่จึงไปปลุกเด็กทั้งสี่คนให้ตื่นจากนั้นทุกคนในบ้านร่วมกันกินเกี๊ยวและจุดประทัดเพื่อเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ทุกคนต่างผลัดกันเอ่ยคำอวยพรซึ่งกันและกัน พอถึงยามโฉ่วจึงแยกย้ายกันไปเข้านอน

    คล้ายกับเรื่องด้วยสองมือ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185