[เกมที่ 2 เริ่มต้น]
เสียงพร้อมข้อความของระบบขึ้นมาตรงหน้าของเขา เป็การบอกว่าเกมที่ 2 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ไม่นานเซโน่ก็ถูกปกคลุมไปด้วยแสงสว่าง ก่อนจะหายไปภายใต้สายตาใของจิ้งจอกขาวน้อย
ซึ่งจ้องมองจุดที่เซโน่หายไปอย่างไม่เข้าใจ และเริ่มกินเนื้อตรงหน้าต่อโดยไม่สนอีก
เซโน่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้อยู่ในป่าเหมือนทุกที สถานที่ที่ระบบส่งเขามาคือ เมือง
เขาอยู่ลานกว้างงแห่งหนึ่ง ซึ่งจุคนได้นับพันคน
เขามองดูรอบๆ ด้วยความสนใจ ตรงหน้าของเขาคือประตูเมืองขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงหินสูง
สถาปัตยกรรมและบ้านเรือนราวกับอยู่ในยุคกลาง
ซึ่งไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก ขนาดไอเทมส่วนใหญ่ยังเป็ของในยุคกลางเกือบหมด
ที่น่าแปลกกว่าคือ เมืองแห่งนี้ไม่มีชาวเมืองให้เห็นแม้แต่คนเดียว
รอบตัวเขามีแต่ผู้เล่นเต็มไปหมด
“หืม? ทำไมคนมันน้อยแปลกๆ” เซโน่สงเกตได้ทันทีว่าจำนวนคนมันน้อยกว่าทุกครั้ง
จากสายตาเขา ผู้เล่นทั้งหมดในลานกว้างแห่งนี้คงมีราว 700-800 คนเท่านั้น
ด้วยความสงสัยเขาจึงหันมองดูบนท้องฟ้า ซึ่งจะมีหน้าจอขนาดใหญ่อยู่เสมอ
แต่คราวนี้บนหน้าจอแสดงเพียงจำนวนคนในพื้นที่เท่านั้น
[ผู้เล่นทั้งหมดในพื้นที่ 3,748 คน]
“มีคนน้อยจริงด้วย” มีเพียงสามพันกว่าคนเท่านั้น ทั้งที่ครั้งก่อนมีมากกว่าหมื่นคน
จำนวนผู้เล่นน้อยเป็ไปอย่างที่เขาคิด ซึ่งมันทำให้เขาเริ่มสงสัยมากยิ่งขึ้นว่าเกมที่ 2 นี้คืออะไร
ตอนนั้นเองที่เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับหน้าต่างระบบใหม่ตรงหน้า
[เกมที่ 2 ปกป้องเมือง!]
[คุณได้รับเควสหลัก ปกป้องเมือง]
<ปกป้องเมือง>
ระดับ : F - D
รายละเอียด : ปกป้องเมืองจากการรุกรานของศัตรูภายนอก อย่าให้ศัตรูทำลายศิลาแห่งเมืองได้เป็อันขาด
รางวัล : เลเวล +1, คริสตัลเคลื่อนย้าย 1 ก้อน
หน้าต่างของภารกิจขึ้นมาตรงหน้าของทุกคน
“ภารกิจประเภทป้องกันฐาน?”
“กว่าฉันจะรอดมาจากเกมนรกนี้ได้ เืตาแทบกระเด็น แต่นี้กะจะให้พวกเราสู้อย่างเดียวหรือไงกัน!”
“ใช่ พวกเราใช่ว่าจะเก่งการต่อสู้ไปหมดซะที่ไหนกัน แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเกินไปแล้ว”
มีหลายคนที่รอดมาได้แบบฟลุ๊คๆ อาศัยดวงในการเอาตัวรอด แต่ตอนนี้พวกเขาต้องมาต่อสู้เพื่อปกป้องเมืองที่พวกเขาไม่รู้จักด้วยซ้ำไป แบบนี้ใครบ้างจะมีกำลังใจในการต่อสู้?
แล้วทำไมพวกเขาต้องมาปกป้องเมืองที่ไม่รู้จักด้วย?
ก่อนหน้านี้โลกของพวกเขาก็พึ่งได้รับการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล
สัตว์มากมายกลายพันธุ์จากการััพลังเวทย์อย่างรุนแรง
จนพวกมันแข็งแกร่งขึ้นและอันตรายมากกว่าหลายเท่าตัว
พวกเขาต้องรับมือกับสัตว์กลายพันธุ์เ่าั้แทบทุกวัน
เหนื่อยจนจะตายกันอยู่แล้ว
แต่ระบบยังจะให้พวกเขามาสู้อีก? นี้ทำให้หลายคนเหนื่อยและเริ่มท้อใจ
พวกเขาย่อมรู้ว่าที่โลกเปลี่ยนไปเพราะระบบ และตอนนี้ระบบก็ยังให้พวกเขามาสู้
บางคนไม่ได้ถนัดต่อสู้เหมือนคนอื่นๆ ด้วยซ้ำ ต้องพยายามแทบตายกว่าจะฆ่ามอนสเตอร์ได้สักตัว
แต่ระบบไม่ได้สนเสียงเรียกร้องของคนเ่าั้เลยแม้แต่นิด
เซโน่เองก็ไม่ได้สนใจเสียงของคนเ่าั้เช่นกัน เพราะมันเป็เพียงคนไม่กี่สิบคนเท่านั้น เขาตรงไปยังประตูเมืองพลางใช้มือััมัน
เขารู้สึกเหมือนัักับกำแพงล่องหนอีกครั้ง ไม่ว่าเขาจะออกแรงมาแค่ไหนประตูเมืองตรงหน้าก็ไม่ขยับเลย
“ดูเหมือนระบบจะจงใจขังพวกเขาไว้ในเมืองเพื่อรับมือกับศัตรูที่บุกเข้ามาสินะ” นั้นเป็ไปมากทีเดียว
จากนั้นเซโน่ก็มองดูรอบๆ อีกครั้ง ผู้คนส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะสบสนและไม่มีกำลังใจในการสู้ เนื่องจากคำพูดของคนไม่กี่สิบคนก่อนหน้านี้
เซโน่ไม่คิดมาก ก่อนจะปลีกตัวออกมาอย่างช้าๆ และหาที่สงบอยู่
เขาไม่ห่วงว่าคนพวกนี้จะปกป้องประตูเมืองได้ไหม ไม่สนด้วยซ้ำว่าพวกนี้จะหายหรือไม่ เขาแค่ต้องหาสถานที่ที่ไม่ค่อยมีคน
เขาจะได้สู้ได้อย่างสะดวก ต่อให้กลุ่มคนตรงประตูเมืองถูกตีแตกเขาก็แค่รับมือกับพวกที่ตามมาหลังจากนั้นก็พอ
เขามีความมั่นใจในตัวเองสูง เนื่องจากค่าสถานะของเขาเอง
ถ้าเป็ไปตามที่เขาคาดศัตรูที่บุกมาไม่น่าจะมีเลเวลเกิน 15 เพราะเลเวลของผู้เล่นส่วนใหญ่ต่ำกว่า 10 ด้วยซ้ำไป
ดังนั้นเซโน่จึงมั่นใจว่าจะรับมือกับศัตรูได้แน่นอน
การปลีกตัวออกไปของเซโน่ไม่มีใครสังเกตเห็น เพราะผ้าคลุมยมทูตของเขา
เซโน่เดินสำรวจพื้นที่โดยกำแพงอีกเล็กน้อย ระบบก็ไม่ได้รีบและให้พวกเขาปรับตัว สำรวจพื้นที่ที่ผู้เล่นต้องปกป้องให้ทั่ว
เซโน่เดินมาเรื่อยๆ กระทั่งเขาพบจุดหนึ่งที่แปลกไป
เขาเดินไปยังจุดนั้นทันที ตรงกำแพงเมืองมีประตูบานหนึ่งอยู่ แน่นอนมันเปิดไม่ได้
แต่เซโน่พอคาดเดาได้ว่าตรงนี้น่าจะเป็ประตูหลังของบางคนในเมืองที่ใช้สำหรับการลักลอบเข้าเมือง
เพราะประตูนี้ถูกซ่อนเอาไว้หลังต้นไม้และพุ่มไม้หลายต้น ถ้าเซโน่ไม่สำรวจรอบกำแพงเขาก็คงไม่เห็นมัน
“ดีละ ศัตรูด้านนอกคงจะสังเกตเห็นประตูนี้เหมือนกัน พวกมันก็น่าจะบุกมาทางนี้ได้ด้วย” เซโน่ตัดสินใจเลือกตรงนี้เป็พื้นที่รับมือกับศัตรูที่จะบุกเข้ามา
เขาไม่อยากไปแย่งศัตรูกับคนตรงหน้าประตู เพราะที่หน้าประตูมีคนเยอะเกินไป
ถึงเขาจะไม่ผ้าคลุมยมทูตที่ช่วยลบตัวตนของเขา แต่มันก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบขนาดนั้น
ถ้าเขาเริ่มโจมตีใคร ตัวตนของเขาจะโผล่ออกมาทันที ดังนั้นคนอื่นก็จะเห็นเขาได้
เนื่องจากผ้าคลุมของเขายังเป็ระดับแรร์อยู่นั้นแหละ ทำให้ความสามารถในการลบตัวตนไม่ได้สูงถึงขั้นล่องหนให้หายไปจากสายตาคนอื่นอย่างสิ้นเชิง
เซโน่ไม่ได้กลัวคนอื่น แต่เขาไม่ชอบความวุ่นวายเท่านั้น อย่างเช่นในรอบบททดสอบตอนนั้นมีหลายคนขวางทางเขา จนมีก็อบลินบางตัวลอบโจมตีเขาได้
ดังนั้นถ้าหลีกเลี่ยงคนจำนวนมากได้เขาก็จะหลีกเลี่ยง
เมื่อได้ที่ทำเลแล้วเซโน่ก็ตรงไปยังกลางเมือง ซึ่งที่นั้นมีศิลาแห่งเมืองตั้งอยู่
พวกเขาต้องปกป้องสิ่งนั้นจากศัตรูภายนอก
ถ้ามันถูกทำลายขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นเขาจึงไปสำรวจดูลาดเลาก่อน
ไม่นานเขาก็เดินมาถึงศิลาแห่งเมือง ศิลาดังกล่าวเป็หินสีฟ้าหกเหลี่ยมลอยได้ ตั้งอยู่ตรงกลางลานกว้างขนาดใหญ่ รอบข้างมันถูกประดับประดาและตกแต่งอย่างดี ตัวศิลามีขนาดค่อนข้างใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางราว 3 เมตรเห็นจะได้
รอบศิลาแห่งเมืองยังมีคนพันกว่าคนเดินไปมาอยู่แถวนั้น
ในหมู่คนนับพันเขาสังเกตเห็นบางคนค่อนข้างแข็งแกร่ง พร้อมกับอุปกรณ์ที่ดูดีกว่าคนอื่นมาก
แสดงให้เห็นว่าพวกเขาได้รับคลาสเป็ที่เรียบร้อย
เท่าที่เซโน่เห็นมีอยู่ราว 100-200 คน ที่ได้รับการเปลี่ยนคลาส
เห็นอย่างนั้นเซโน่ก็หายกังวล ด้วยจำนวนคนขนาดนี้น่าจะปกป้องศิลาจากศัตรูภายนอกได้
ดังนั้นเขาจึงกลับไปจุดเดิมและรอเวลาให้เกมที่สองเริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการ
เวลาผ่านไปนานกว่า 1 ชั่วโมงเต็ม
ในที่สุดเสียงระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[เกมที่ 2 เริ่ม!]
[ปกป้องเมืองจากศัตรูภายนอกเป็จำนวน 5 ระลอก]
[ระลอกที่ 1 ทำการอัญเชิญ ทหารมนุษย์จำนวน 8,000 คน]
เมื่อสินเสียงระบบ ด้าหน้าประตูเมืองทั้ง 4 มุมก็ปรากฎเป็ลำแสงจำนวนมากขึ้น ก่อนร่างของมนุษย์ที่สวมเกราะหนังจะปรากฎขึ้นหลายร้อยคนพร้อมกัน
เหล่าผู้เล่นจ้องมองทหารสวมเกราะตรงหน้าสลับกับการแจ้งเตือนของระบบ
“ให้พวกฉันสู้กับมนุษย์? ไหนล่ะมอนสเตอร์?”
“อย่าบอกนะว่า ศัตรูภายนอกว่าที่คือ…คนพวกนี้?”
“ให้พวกเราสู้กับมนุษย์ด้วยกันเองเนี่ยนะ บ้าหรือไงกัน”
หลายคนสับสนและไม่เข้าใจว่าระบบ้าอะไรกันแน่ถึงให้พวกเขาสู้กับเผ่าพันธุ์เดียวกัน
ทำให้พวกเขาหลายคนยังไม่กล้าลงมือทำอะไร พวกเขายังเป็คนในยุคสมัยใหม่ที่สอนว่าการฆ่าเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์เป็สิ่งที่ผิด และคนส่วนมากไม่เคยฆ่าอะไรแบบนี้มาก่อน
สำหรับก็อบลินหรือมอนสเตอร์อื่นๆ พวกเขาทำใจฆ่าได้ ถึงแม้พวกมันจะมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถฆ่าพวกมันได้โดยไม่สำนึกเสียใจทีหลัง
ไม่ใช่กับเผ่าพันธุ์เดียวกัน พวกเขาส่วนใหญ่ไม่มีใครกล้าพอจะฆ่ามนุษย์ด้วยกัน
แต่ไม่ใช่กับทหารที่พึ่งปรากฎ เมื่อพวกนั้นเห็นกลุ่มคนตรงหน้าพวกนั้นก็บุกเข้ามาทันที
อาวุธในมือเหวี่ยงฆ่าคนผู้เล่นตรงหน้าของตัวเองอย่างไร้ปรานี ไม่มีความลังเลเหมือนผู้เล่นแม้แต่น้อย
สถานการณ์กลับกลายเป็โกลาหลทันที
“อ๊ากก ยะ-อย่าเข้ามานะ”
“เดี๋ยว พวกเขามาคุยกันดีๆ เถอะ ทำไมพวกเขาต้องมาฆ่าแกงกันด้วย?”
“ใช่พวกเขามาเจรจากันดีกว่า ฉันเชื่อว่ามันจะต้องมีทางออกแน่นอน”
ผู้เล่นบางส่วนพยามโน้มนาวทหารเ่าั้ แต่ก็เหมือนกับเสียงที่ถูกพัดเข้าหูสายทะลุหูขวา
ทหารเ่าั้ไม่ได้สนใจคำพูดของผู้เล่นด้วยซ้ำไปและเริ่มไล่ฆ่าผู้เล่นอย่างต่อเนื่อง
“พวกมันไม่ยอมคุยเลย ทำไงดี?”
“ตอบโต้มันสิวะ อย่าให้พวกมันรังแกเราฝ่ายเดียว”
“ใช่ ในเมื่อพวกมันไม่คิดจะคุยก็จัดการพวกมันไปเลย!”
แต่ในกลุ่มคนที่ไม่กล้าย่อมมีเหล่าคนที่กล้าอยู่ คนเ่าั้เริ่มตอบโต้ทหารทันที
พวกเขาใช้อาวุธในเมื่อฟาดฟันใส่ทหารพวกนั้นอย่างไร้ปรานีเช่นกัน
เกิดเป็การต่อสู้อันรุนแรงแลดุเดือดขึ้นทันที
ทว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ก็ยังไม่กล้าฆ่าทหารเล่านั้น เพียงแค่รับมือไม่ให้ตัวเองถูกฆ่า
คนประเภทนี้ไม่นานก็จะถูกรุมล้อมโดยทหารและถูกฆ่าในที่สุด
กระทั่งในที่สุดผู้เล่นบางส่วนก็ไม่อาจทนไหวอีกต่อไปและพลั้งมือฆ่าในที่สุด
บางคนทนไม่ไหวและอ้วกออกมา แต่ก็มีคนทดได้และกัดฟันสู้ต่อไป
เพราะถ้าพวกเขาไม่สู้พวกเขาก็จะเป็ฝ่ายถูกฆ่า ซึ่งไม่มีใครอยากตายหรอก
ก็เป็อย่างที่พูดมนุษย์เป็สิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเร็ว ขอแค่ให้เวลาพวกเขามากเพียงพอพวกเขาก็จะปรับตัวได้ในที่สุด โดยเฉพาะสถานการณ์เป็ตายแบบนี้
อีกด้านหนึ่ง เซโน่ยืนอยู่ตรงหน้าของกลุ่มคน 30-40 คน ซึ่งปรากฎตรงหน้าเขาเหมือนกับที่ระบบดึงตัวเขามายังโลกใบนี้
นั้นทำให้เขาสงสัยว่าทหารมนุษย์ตรงหน้าเขามาจากที่ไหนกันแน่ เพราะคนเหล่านี้ไม่น่าใช่ผู้เล่นเหมือนกับเขา มั้ง?
เคียวมรณะขนาดใหญ่ปรากฎในมือของเขา ก่อนที่เขาจะเริ่มผิวปากเป็ท่วงทำนอง “london bridge is falling down” อีกครั้ง ั้แ่เขาเผลอทำครั้งนั้น เขาก็เผลอผิวปากตลอดจนตอนนี้ติดกลายเป็นิสัยไปแล้ว ท่วงทำนองมันฟังดูน่าขนลุกราวกับเขาเป็ยมทูตจริงๆ
ดังนั้นเขาตัดสินใจผิวปากเป็่ทำนองนี้เวลาเขาจะสังหารใครบางคน!
นั้นจะทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูน่าเกรงขามและน่าหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น
แต่เซโน่ลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้เขาอยู่คนเดียว……
ไม่มีผู้เล่นโดยรอบสักคน แล้วแบบนี้จะมีใครมาเห็นและฟังความน่าเกรงขามของเขากัน?
ด้านทหารที่โผล่ออกมารู้สึกขนลุกเพราะอยู่ๆ พวกเขาก็ได้ยินเสีบงผิวบางที่ฟังดูน่าขนลุกชอบกลขึ้น
ทั้งที่รอบตัวพวกเขาไม่มีคนอยู่แม้แต่คนเดียว ในขณะที่มีคนเผลอหัวของทหารคนหนึ่งก็กระเด็นหลุดขึ้นบนท้องฟ้า
เืกระฉุดออกมาจากาแ ทำให้ทหารหลายคนมองไปยังจุนนั้นทันที
ตอนนั้นเองที่พวกเขาเห็นต้นตอของเสียง มันคือบุคคลในชุมคลุมสีดำขาดวิ่นพร้อมกับถือเคียวขนาดใหญ่ในมือ
เืจำนวนหนึ่งยังคงไหลตามเคียว คนนั้นยืนอยู่ตรงนั้นั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีพวกพ้องของพวกเขาก็ตายไปแล้วคนหนึ่ง นั้นทำให้ทหารกลุ่มนี้รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
พวกเขารู้สึกราวกับมีลมเย็นหายใจรดต้นคอพวกเขาตลอดเวลา
อย่างกับว่าความตายกำลังยืนอยู่เบื้องหน้า!!!