“ก็เขามารังแกข้าก่อนนี่” หนิงเอ๋อฟ้องกลับคืนบ้าง
“ข้าขอโทษแทนลูกสาวข้าด้วย” ฟางเจียวซินก้มคำนับขอโทษ
“ท่านแม่!! ท่านจะไปขอโทษเขาทำไม เขาทำข้าก่อนนะ!!” หนิงเอ๋อแสดงกิริยาก้าวร้าว จนหลี่จางหย่งแปลกใจ
“เอาเถอะ...ไม่เป็ไรหรอก พวกเด็ก ๆ น่าจะพากันเล่นแรงไปหน่อย ข้าไม่ถือสาหรอก” แม้หลี่จางหย่งจะพูดเช่นนั้น แต่น้ำเสียงก็ยังแฝงความไม่พอใจ ที่เห็นลูกชายต้องเจ็บตัว
ฟางเจียวซินกึ่งลากกึ่งจูงลูกสาวเข้ามาในห้องด้วยความโมโห
“เ้าทำอะไรลงไป!!!”
“ก็เขามาแกล้งข้าก่อน!!” หนิงเอ๋อตอบด้วยท่าทีแข็งกร้าว จนผู้เป็แม่เกิดความกลัว
“วันนี้ลูกห้ามออกจากห้องนี้เด็ดขาด!!” ฟางเจียวซิน ปิดประตูลงกลอนจากภายนอกด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อสักครู่ข้าไม่ได้ตาฝาดแน่ ๆ ดวงตานางเป็สีแดง!!!
แสงจันทร์จากคืนวันเพ็ญสาดส่องเข้ามาในห้องนอน ฟางเจียวซินจ้องมองลูกสาวที่นั่งนิ่งอยู่มุมห้อง
“เ้าเป็ใคร...” ฟางเจียวซินรวบรวมความกล้าถามสิ่งที่ค้างคาใจออกไป
“หึ...เ้าก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ”
“หนิงเอ๋อยังไม่ครบยี่สิบปี เ้า...เ้าจะมาทำไม” ฟางเจียวซินถามเสียงสั่น
“ก็เคยบอกแล้วนี่...ข้าจะมาหาเ้าทุกคืนวันเพ็ญ ยังไงก็หนีข้าไม่พ้นหรอก เพราะข้าทำสัญลักษณ์ไว้บนตัวนางแล้ว” น้ำเสียงเยือกเย็น รอยยิ้มชวนขนลุก ทำให้ฟางเจียวซินภาพตัดไปทันที
ในวันรุ่งขึ้น หนิงเอ๋อกลับมาเป็เด็กน้อยน่ารักร่าเริงตามปกติ ฟางเจียวซินขออนุญาตซิ่วอิงออกไปตลาด โดยอ้างเหตุผลว่า ข้าวสารและอาหารอื่น ๆ ใกล้จะหมดแล้ว
เมื่อออกมาจากบ้านได้ นางรีบไปที่วัดแห่งหนึ่ง ปรึกษาเ้าอาวาสเพื่อหาทางช่วยลูกของตน
“มีเื่แบบนี้ด้วยรึ” เ้าอาวาสถามด้วยความแปลกใจ
“ที่ข้าเล่ามาเป็เื่จริงทั้งสิ้นเ้าค่ะ ได้โปรดช่วยลูกข้าด้วย” ฟางเจียวซินก้มคำนับศีรษะแทบติดพื้น
เ้าอาวาสมองด้วยความเวทนา หญิงชาวบ้านดูไม่มีพิษไม่มีภัย คงไม่ถ่อมาไกลเพื่อมาโกหกหรอก
“เช่นนั้น...วันเพ็ญที่จะมาถึงนี้ ให้ลูกเ้ามาอยู่กับแม่ชี มาถือศีลที่นี่ วันรุ่งขึ้นก็ค่อยกลับบ้าน ดีหรือไม่” เ้าอาวาสเสนอความคิดเห็น ด้วยความที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงอยากจะเห็นด้วยตาตนเอง
“ขอบพระคุณท่านมากเ้าค่ะ...ขอบพระคุณ” ฟางเจียวซิน โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
ก่อนวันเพ็ญมาจะถึงอีกครั้ง ฟางเจียวซินพาหนิงเอ๋อมาส่งที่วัด
“เ้าอยู่ที่นี่นะ มะรืนนี้แม่จะมารับกลับ” ฟางเจียวซินกอดลูกสาว รู้สึกสงสารจับใจ
“ท่านแม่...ข้าเป็ปีศาจหรือ ข้าจึงได้มาอยู่ที่นี่” หนิงเอ๋อถามแม่น้ำตานองหน้า นางรับรู้มาตั้งนานแล้วว่าในตัวนางมีความผิดปกติบางอย่าง เมื่อมาถึงวันเพ็ญทีไร นางจะจำเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ได้เลย ยิ่งวันเวลาผ่านไปรอยปานแดงกลางหว่างอกยิ่งปรากฏเด่นชัด
ฟางเจียวซินปล่อยโฮ เมื่อได้ยินคำพูดนั้น
“ไม่...ไม่ใช่...เ้าไม่ได้เป็ปีศาจ เ้าเป็ลูกของแม่”
“ท่านแม่...ข้ารักท่านนะ..ข้าจะไม่ทำให้ท่านแม่เดือดร้อน”
สองแม่ลูกกอดร่ำลากัน แล้วแม่ชีก็มารับหนิงเอ๋อไป
เมื่อฟางเจียวซินกลับมาถึงบ้านผู้ช่วยหมอหลวง ก็เข้าไปในครัวทำงานของตัวเองต่อไป
“ทำไมกลับมาคนเดียว เอานางปีศาจไว้ไหนล่ะ” ซีห่าวยืนถามอยู่ห่าง ๆ ั้แ่เกิดเหตุเขาก็ไม่กล้าเข้าไปสองแม่ลูกนี้เลย
“หนิงเอ๋อไม่ค่อยสบาย ข้าเลยเอาไปฝากบ้านญาติ มะรืนนี้ถึงจะกลับ” นางตอบห้วน ไม่หันไปมองหน้า
“ลูกเป็ปีศาจ แม่ก็ต้องเป็ปีศาจด้วยแน่ ๆ ไปดีกว่า” ซีห่าวทำท่าหวาดกลัวแล้วเดินจากไป
เมื่อคืนวันเพ็ญมาถึง เ้าอาวาสให้แม่ชีพาหนิงเอ๋อมาสวดมนต์ต่อหน้าพระพุทธรูปั้แ่เช้า เป็ที่น่าแปลกสำหรับผู้พบเห็น เด็กวัยหกขวบไม่น่าจะนั่งนิ่งสวดมนต์ได้ั้แ่เช้าจดค่ำเช่นนี้