“เฮ้อ เหนื่อยสุด ๆ เลยวันนี้”องุ่นพึมพำออกมา พลางยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อสายตากวาดมองไปยังเบื้องหน้าด้วยความอ้างว้างดวงตาหวานปนหม่นฉ่ำคลอไปด้วยหยาดน้ำตากี่ปีแล้วนะที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวคนเดียว ณ ที่แห่งนี้ไม่มีเพื่อนหรือครอบครัวให้อบอุ่นหัวใจ แม้มีญาติพี่น้องแต่ก็เหมือนไม่มี
หลังจากเธอเสียพ่อและแม่ไปในอุบัติเหตุครั้งนั้นทุกคนที่เคยรู้จักต่างเริ่มห่างหายไปทีละคนสองคนราวกับว่าไม่มีเคยมีตัวตนอยู่ในชีวิต ทรัพย์สินเงินทองอย่าได้ถามหาทุกอย่างล้วนถูกลุงและป้า ๆ เอาไปจนหมดสิ้นเหลือทิ้งไว้ให้เพียงแค่กระท่อมหลังหนึ่งติดริมคลองพร้อมกับเรือพายคู่ใจของเธอและจักรยานคันเก่าที่พอจะช่วยให้ทำมาหากินได้ในตอนนี้
แต่จะไปโทษพวกเขาทั้งหมดก็ไม่ได้ถ้าหากเธอไม่โง่เอง ทั้งยังไว้ใจลุงกับป้าจนเกินไปสุดท้ายกลับกลายเป็ว่าเธอโดนหลอกจนแทบหมดตัว เพียงแค่นึกถึงวันนั้นความเ็ปในใจก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาราวกับตอกย้ำอยู่ซ้ำ ๆ ว่าอย่าได้ไว้ใจใครจนเกินไปแต่ก็นะคิดมากไปก็เสียเวลาชีวิตเสียเปล่า ๆเื่มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วทำงานต่อดีกว่าก่อนจะก้มหน้าก้มตาล้างจานชามอย่างขะมักเขม้นจนเหลือไม่กี่ใบก็มีเสียงเรียกเธอดังออกมา
"องุ่นล้างจานเสร็จรึยังลูก มาช่วยน้าเก็บโต๊ะหน่อยจ๊ะ"น้ำเสียงอ่อนโยนเต็มไปด้วยความเอ็นดูของสตรีคนหนึ่งะโถามจากหน้าร้านองุ่นไม่รอช้าเมื่อล้างจานใบสุดท้ายเสร็จแล้วก็รีบเดินออกไปทันทีเมื่อเดินมาถึงหน้าก็พบว่าสตรีที่เอ่ยเรียกนั้นกำลังยืนเก็บถ้วยชามอยู่เธอจึงได้เข้าไปหาพร้อมเอ่ยเสียงหวาน
"น้าพิมพ์ไปทำก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้าเถอะจ้ะเดี๋ยวองุ่นเก็บกวาดทำความสะอาดทั้งหมดเอง"เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของเด็กสาวตรงหน้า ก็ทำได้แค่ถอนหายใจออกมาด้วยความจนใจได้แต่มององุ่นอย่างเอ็นดู
"ถ้าอย่างนั้นน้าก็ขอฝากด้วยละกันนะ"
"ได้เลยค่ะ"องุ่นตอบรับด้วยรอยยิ้มเธอก็วางใจจึงหันหลังเดินออกไปทิ้งให้เด็กสาวทำหน้าที่ของตัวเองต่อ
ทว่าไม่นานกลับมีคนกลุ่มหนึ่งเดินตรงมาหาเธอพร้อมกับน้ำเสียงเย้ยหยันของคนบางคน ได้พ่นวาจาไม่น่าฟังออกมาจนเธอรำคาญ
"อุ้ย!ดูสิฉันเจอใครอยู่ตรงนี้ด้วย แกว่าหน้าตาดูคุ้น ๆ มั้ยเชอรี่"แค่ได้ยินเสียงองุ่นก็รู้เลยว่าเป็ใคร โดยที่เธอไม่ต้องเงยหน้าขึ้นไปมองแต่เธอก็ไม่ได้สนใจ ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปเรื่อย ๆ ก่อนจะพึมพำออกมาเล็กน้อย'เหอะ ใครจะสนกัน ทำงานหาเงินยังจะดีกว่าอีก ปล่อยให้เห่าหอนไปเถอะโนสนโนแคร์ค่ะ' แต่ทว่ายังมีเสียงตอบโต้ไปมาชวนปวดหูอยู่ใกล้ๆ
"จะว่าคุ้นก็คุ้นอยู่นะยัยแพร" ก่อนจะจีบปากคอพูดต่อด้วยท่างทางจริตจะก้าน "เอ๊ะ!หรือว่า...." อีกคนไม่รอช้ารีบต่อคำถามเพื่อนสาวอย่างไว
"ว่าอะไรเหรอแก"
"ก็ที่ว่า หมาหัวเน่าโดนทิ้งไงแก อีกอย่างก็คลับคล้ายคลับคลาว่าไม่มีพ่อแม่ เพราะตายหมดแล้ว แถมยังจนไม่มีใครคบ" พูดจบเชอรี่และแพรก็ะเิเสียงหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ยินสองสาวตรงหน้าพูดออกมา สองมือก็หยุดชะงักทั้งที่องุ่นพยายามอดทนและจะไม่ใส่ใจยอมปล่อยผ่านไป แต่มันก็อดไม่ได้ จะว่าเธอยังไงก็ได้แต่ในเมื่อลากพ่อแม่ที่เสียแล้วของเธอมาเอี่ยวด้วย บอกตรง ๆ ว่ารับไม่ได้อย่างแรงองุ่นทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะโต้กลับด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือนโดยไม่หันไปมองหน้าของทั้งคู่เลยสักนิด
"หมาที่ไหนมันมาเห่ามาหอนอยู่แถวนี้กันวัดวาใกล้ ๆ ก็ไม่มี อ่า สงสัยจะเป็พวกสัมภเวสีขอส่วนบุญไม่มีที่ไปนี่เองเดี๋ยวกรวดน้ำไปให้ละกัน ชิ้ว ชิ้ว ไปที่ชอบ ๆ เถอะ"ว่าจบก็สาดน้ำใส่คนตรงหน้า แล้วหันหลังเดินกลับไปทางหลังร้านนำจานชามไปเก็บปล่อยให้สองสาวยืนกระทืบเท้ากรีดร้องอยู่หน้าร้านราวกับคนบ้า แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจจนเวลาล่วงเลยไปถึงสามทุ่ม
"องุ่นเก็บร้านได้เลยลูก"
"ค่ะ"
"นี่จ๊ะค่าจ้างของวันนี้" องุ่นยื่นมือออกไปรับค่าจ้างอย่างมีความสุขพอมองเงินในมือแล้วต้องใ ทำไมมันถึงเกินมาล่ะ จึงได้เอ่ยถามผู้ใหญ่ตรงหน้า
"เอ๊ะ!ปกติได้สองร้อยห้าสิบไม่ใช่เหรอคะ ทำไมเงินถึงได้เกินมาร้อยนึง"จึงหยิบเงินส่งคืนไปให้น้าพิมพ์ทันที ทว่ากลับโดนมือของอีกคนดันกลับมาหาตัวเองเธอมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยเพื่อคลายความสงสัยให้กับเด็กสาวจึงเอ่ยบอกไปด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
"วันนี้ลูกค้าเยอะเอาไปเถอะจ้ะน้าให้พิเศษ"
"ขอบคุณมาก ๆ ค่ะงั้นองุ่นกลับบ้านก่อนนะคะ" เมื่อได้ฟังเหตุผลแล้วก็รีบยกมือไหว้ขอบคุณน้าพิมพ์เป็การใหญ่ จึงหันไปปั่นจักรยานกลับบ้าน
เวลาสี่ทุ่ม ณ กระท่อมหลังน้อย
เมื่อย้อนนึกถึงคำว่าครอบครัวในความเป็จริงแล้วเธอนั้นโหยหามันมาตลอด ยิ่งไปกว่านั้นองุ่นสูญเสียบิดาและมารดาไปั้แ่อายุสิบเอ็ดปียอมรับตรง ๆ เลยว่า่เวลาสิบห้าปีมานี้เธอเหงาและโดดเดี่ยวมากใช้ชีวิตด้วยความเวิ้งว้าง พยายามหางานทำทุกอย่างเพื่อเลี้ยงปากท้องส่งเสียตนเองเรียนหนังสือ แม้ว่าจะเป็การศึกษานอกเรียนแต่อย่างน้อยก็ทำให้เธออ่านออกเขียนได้เหมือนกับคนอื่นจากใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มก่อนหน้านี้กลับกลายเป็หมองเศร้า ขมขื่น หยาดน้ำใสค่อย ๆเอ่อล้นออกมาจากดวงตาเรียวสวย ทำไมกันนะ ทำไมพ่อกับแม่ถึงทิ้งเธอเอาไว้คนเดียวทำไมถึงไม่เอาเธอไปด้วย ่หลายปีมานี้มันช่างเหนื่อยเหลือเกินไม่มีสิ่งใดเลยให้เธอได้ยึดเหนี่ยว คิดไปคิดมาเธอก็ทำได้แค่เพียงถอนหายใจทิ้งไปวันๆ ชั่งเถอะไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้ยังมีงานต้องทำอีกเยอะแต่ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญ เดินเข้ามาเอะอะโวยวายอยู่ด้านนอก‘วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย หรือว่าเธอก้าวเท้าออกจากบ้านผิดข้างกัน’
"อีองุ่น มึงออกมาเดี๋ยวนี้นะ" เสียงแหบแห้งของชายมีอายุวัยกลางคนะโด่าออกมาดังลั่น เห็นชัด ๆเลยว่าคนที่มาหานั้นจะเป็ใครไม่ได้นอกจากลุงเขยและป้าของเธอเกือบทุกครั้งที่องุ่นได้เงินจากการรับจ้าง ทั้งสองมักจะเอาไปทุกรอบแต่ครั้งนี้จะไม่ยอมให้มันเป็แบบนั้นแน่นอน เธอเองยังต้องกินต้องใช้จึงตัดสินใจเดินออกไปด้านนอก
"มีอะไร"องุ่นพูดออกไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง จ้องมองทั้งสองด้วยความเบื่อหน่ายหากให้เดาคงไม่พ้นเื่เงิน
"ได้ข่าวว่าวันนี้อีพิมพ์นายจ้างของมึงจ่ายเงินให้อยู่หลายร้อยไม่ใช่รึไง เอามาแบ่งใช้สักสองสามร้อยจะเป็อะไรไปยังไงกูก็เป็ป้าของมึง จริงไหม" นั่นไงเดาผิดซะที่ไหนคนพวกนี้ช่างน่าสะอิดสะเอียนจริง ๆ ทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเธอก็เอาไปจนหมดทิ้งให้เธอใช้ชีวิตอยู่คนเดียวั้แ่อายุสิบเอ็ด ยังไม่พอใจอีกหรือไง ไม่ยอมหรอกเงินตั้งสามสี่ร้อยมันเพียงพอให้เธอไม่อดตายไปเป็อาทิตย์เลยนะ
"ถึงมีแล้วยังไงฉันจำเป็ต้องให้ป้ากับลุงด้วยรึไง ฝันไปเถอะ อยากได้มากนักก็ไปทำงานเอาสิ"
"หน็อย อีเด็กนี่กูเป็ป้ามึงนะ"
"เป็ป้าแล้วไงฉันต้องแคร์ว่างั้น" เห็นท่าทีของผู้เป็หลานแล้ว คงต้องใช้กำลังสินะถึงจะยอมให้
“เป็แค่เด็กอย่าริมาต่อปากต่อคำถ้าไม่มีกูป่านนี้มึงตายไปนานแล้ว อกตัญญูเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆรู้งี้น่าจะปล่อยให้ตายไปพร้อมกับพ่อแม่ของแกนะ”
“มันจะเกินไปแล้วนะป้าพูดอย่างกับว่าป้าเคยเลี้ยงฉัน แล้วก็นะ ป้าไม่มีสิทธิ์มาพูดถึงพ่อแม่ฉันแบบนี้”องุ่นตะเบ็งเสียงใส่ผู้เป็ป้าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยโทสะกับอารมณ์ครุ่นโกธร
“ทำไมจะพูดไม่ได้ก็มันเป็น้องของฉัน ฉันมีสิทธิ์ที่จะพูด”
“เหอะอย่ามาพูดให้ตัวเองดูดีเลยป้า แล้วอย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าป้าเอาสมบัติทั้งหมดของพ่อแม่ฉันไปหมดแล้ว”เมื่อได้ยินหลานตัวดีพูดพลันก็หน้าซีดลงทันที “ไม่จริงนะมันรู้ได้ยังไงก็ตอนนั้นมันเพิ่งอายุไม่กี่ปีเอง ถึงรู้แล้วทำไมเด็กอย่างแกจะทำอะไรฉันได้” คิดได้แบบนั้นก็หันไปสั่งผู้เป็สามีทันที
"พี่ชัย จัดการมันฉันจะเข้าไปเอาเงินเอง" อีกฝ่ายพยักหน้ารับคำของผู้เป็ภรรยาจึงเดินเข้าไปกระชากแขนองุ่นที่กำลังจะเดินเข้าไปขัดขวางผู้เป็ป้ามันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกเธอไม่ยอมไม่รอช้าองุ่นจึงยกขาถีบลุงเขยไปที่หน้าท้องก่อนจะพาตนเองไปขวางหน้าผู้เป็ป้า
“หยุดนะป้าจันทร์ นี่มันบ้านฉันคนนอกไม่มีสิทธิ์”องุ่นวิ่งไปกระชากป้าที่พยายามเข้าห้องเธออย่างสุดแรง จนอีกฝ่ายล้มลงไปกับพื้น
“หน็อย!! อีเด็กเวรนี่กล้าทำกูเหรอ” นางจันทร์ตวาดออกมาเสียงดังพยายามลุกขึ้นยืนแล้วพุ่งเข้าไปดึงกระชากผู้เป็หลานในไส้มาตบด้วยความโกรธแค้นเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ก็ผลัดกันตบผลัดกันตีตะลุมบอนกันจนบริเวณรอบข้างเกิดฝุ่นคลุ้งจากการที่ทั้งสองลงไปเกลือกกลิ้งอยู่บนดินใบหน้าของหญิงสาวตอนนี้ได้ปูดบวมและเขียวคล้ำทั่วหน้า ผมเผ้าชี้ฟูกระเซอะกระเซิงไม่เหลือเค้าความงาม แต่ว่าทั้งคู่ก็ไม่ได้สนใจ
ทางด้านนายชัยเมื่อเห็นว่าภรรยาเพลี้ยงพล้ำให้หลานสาวก็รีบเดินเข้าไปกระชากองุ่นออกมา แล้วเหวี่ยงร่างของเด็กสาวไปด้านหลังแต่หารู้ไม่ว่าในระหว่างที่ร่างเล็กกระเด็นออกไปศีรษะขององุ่นได้กระแทกเข้ากับขอนไม้ท่อนใหญ่ตรงหน้ากระท่อมอย่างแรง จนร่างเด็กสาวแน่นิ่งพร้อมกับลมหายใจที่ค่อยๆ หายไปอย่างช้า ๆ