ตอนที่ 7
เมิ่งสือรู้สึกงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อพบกันครั้งก่อนหวงหนี่บอกกับมันว่านางเคยแต่งงานแล้วแต่เหตุใดในการเข้าสู่สมรภูมิครั้งนี้ยังคงมีเืพรหมจรรย์อาบติดปลายอาวุธสังหารของตน
หลังจากหลั่งเหงื่อโทรมกายเมื่อครู่หวงหนี่เอาแต่มุดหน้าลงในแขนเสื้อสีเหลือง ลมหายใจหนักอึ้งค่อย ๆ ผ่อนระบายทีละน้อยพร้อมกับสะโพกที่สั่นสะท้านจากการเสร็จสมจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยมีน้ำเจิ่งนองทั่วเบื้องล่างของนาง
เมิ่งสือค่อย ๆ โน้มตัวลงแกะมือออกจากการปิดบังใบหน้าที่ขวยเขินของหวงหนี่จากนั้นเอ่ยขึ้น “ท่านเคยบอกว่าผ่านการแต่งงานแล้ว เหตุใดจึงมีเืพรหมจรรย์”
ด้านหวงหนี่เอาแต่หลบหน้าเมิ่งสือแม้จะถูกเค้นถาม ถึงกระนั้นนางยังคงเม้มปากเป็เส้นยาวมิเอ่ยสิ่งใดออกมา
บัณฑิตหนุ่มทิ้งตัวลงนอนข้างหวงหนี่แล้วโอบกอดร่างขาวผ่องเข้ามาในอ้อมแขนก่อนลูบศีรษะจัดเรือนผมยุ่งเหยิงให้เข้าที่กล่าว “มีเื่ใดมิต้องปิดบัง มิใช่ว่าคืนก่อนนี้ท่านบอกเราว่า้าให้เราเป็สามีหรอกหรือ”
“เราเป็สามีของท่านเรียบร้อย เหตุใดจึงยังปิดบัง” พูดจบเมิ่งสือสูดดมแก้มที่แดงเปล่งปลั่งของหวงหนี่
หวงหนี่ขยับตัวหวังออกจากการกอดรัด แต่ภายใต้วงแขนของบุรุษที่มิทราบว่ามันได้รับพลังกายแข็งแกร่งเต็มเปี่ยมจากที่ใดนางจึงคล้ายมุสิกน้อยในอุ้งเท้าราชสีห์ร้ายกาจ เห็นดังนั้นจึงหยุดดิ้นรนและปล่อยให้ชายหนุ่มโอบกอดอย่างตามใจ
เมิ่งสือเห็นนางนิ่งเงียบทั้งยังหลบตาจึงเอ่ยขึ้น “เช่นนี้ต้องลงโทษตามกฎบ้านข้อหาปกปิดอำพราง”
ฝ่ามือใหญ่พลันตะปบเข้าที่สะโพกกลมกลึง หวงหนี่สูดลมหายใจเฮือกใหญ่พลุ่งร่างลุกขึ้นอีกครั้งแต่มิอาจสู้แรงของเมิ่งสือได้ เมื่อชายหนุ่มเห็นอีกฝ่ายคิดหลบหนีจึงจับหว่างเอวของนางเอาไว้พร้อมทั้งกล่าวสำทับ “บอกเรามาก่อนที่จะถูกอาวุธทิ่มแทงอีก”
เมิ่งสือรับบทผู้คุมโฉดชั่วกำลังลงมือรีดเร้นความลับจากหวงหนี่ที่เป็ผู้ร้ายปากแข็งด้วยทัณฑ์ทรมานจากความกำหนัด มือของมันเริ่มลูบไล้ไปทั่วก้อนเนื้อผลท้ออย่างแ่เบาจนนางต้องสยิวกายขึ้นอีกครั้งแม้เพิ่งผ่านศึกแรก
เมื่อเห็นปฏิกิริยาดังนั้นปากของบัณฑิตหนุ่มพลันพุ่งดูดลงยอดปลายถันสีแดงอ่อนชี้ชูชันของนางด้วยท่าทางมูมมามราวพยัคฆ์กัดคอกวางน้อยโชคร้ายพร้อมกับใช้นิ้วเรียวยาวเลื้อยผ่านหน้าท้องลงไปยังเนินยุทธศาสตร์ก่อนจะหยุดลงที่เม็ดกระสัน ทันทีที่จุดอ่อนไหวของนางถูกกระตุ้นสองทางพร้อมกันร่างเนียนนุ่มพลันเกร็งโก่งขึ้นมาราวคันธนู
“อา... เรามอง.. มองท่านผิดไป” หวงหนี่ส่งเสียงครวญครางออกมาขณะช่องทางเบื้องล่างเริ่มเปียกชื้นด้วยวารีทิพย์เหนียวลื่นอีกครั้ง
เมิ่งสือปล่อยปากจากเต้าเต่งตึงพร้อมใช้มือบีบแก้มของนางให้จ้องมองหน้าตน พูดขึ้น “ขออภัย เรามิเคยเป็เช่นนี้”
เมื่อสายตาของคนทั้งสองประสานกัน มือที่อยู่ว่างของหวงหนี่เริ่มลูบไล้ไปตามท่อนขาเมิ่งสือปลุกอารมณ์ให้มันต้องจูบปากนางอย่างหิวกระหายอีกครั้ง เสียงครางในลำคอพร้อมลมหายใจถูกระบายอย่างดุดันพลันเกิดขึ้นแข่งกับสายฝนที่ยังคงไม่มีทีท่าจะหยุด
มืออ่อนนุ่มของหวงหนี่ลูบไล้ไปทั่วโคนขาของเมิ่งสือแล้วลากขึ้นบนหน้าท้องของมันจนต้องถูกแท่งทวนอสรพิษ หญิงสาวรับรู้ได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ถูกกักเก็บภายในจึงกำลำทวนไว้แน่นแม้จะรู้สึกร้อนลวกก็ยังไม่คิดปล่อย หญิงชายนอนเคียงคู่กันบนกองฟางต่างเกาะกุมกระตุ้นจุดอ่อนไหวของอีกฝ่ายอย่างแข็งขันหาได้รับรู้ถึงความระคายเพราะเมื่ออยู่ห้วงอารมณ์สุขสันต์มิว่าสถานที่เช่นไรล้วนสามารถแปรเปลี่ยนเป็ตำหนักเซียนบนปุยเมฆขาว
ร่างทั้งสองยังคงปรนเปรออีกฝ่ายจนเบื้องล่างต่างชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำกลั่นบริสุทธิ์ กระทั่งเมิ่งสือเป็ฝ่ายหมดความอดทนลงก่อน ชายหนุ่มวางมือจากการกระทำแล้วจับร่างบอบบางของหวงหนี่ขึ้นทับบนตัวมัน พูดว่า “สานต่อสิ่งที่ท่านยังค้างคา”
ยังมิทันที่หวงหนี่จะขยับตัวกลับถูกมือใหญ่จับสะโพกผายของนางเลื่อนต่ำลงไปยังเอ็นร้อนฉ่า นางหวนคิดถึงเหตุการณ์ในคืนก่อนที่อยู่ในท่วงท่านั่งจ่อปากถ้ำเซียนกับแท่งหมุดตรึง์ของเมิ่งสือ เมื่อทุกอย่างกลับสู่สภาพเช่นคราวก่อนนางจึงจับลำทวนของชายหนุ่มเบื้องล่างแล้วค่อย ๆ นั่งทิ้งน้ำหนักตัวกดทับลงไป
“อา.. มันแน่น แน่นข้างใน” หวงหนี่พูดพร้อมจับจ้องมายังเมิ่งสือขณะกลีบบุปผาค่อย ๆ กลืนกินอสรพิษสีแดง
เมิ่งสือสบตากับนางแล้วกัดฟันพูด “แน่นยิ่ง อืม... แล้วก็อุ่นนัก”
ในที่สุดงูตัวยาวได้มุดกลับถ้ำอีกครั้งด้วยท่วงท่าที่หวงหนี่นั่งทับ้า เสื้อแพรต่วนสีเหลืองถูกแหวกกลางอกเผยเต้าถันขาวจนเห็นเส้นเืเขียวประดับด้วยผลอิงเถา (เชอร์รี่) แดงชี้ชันเบื้องหน้าเมิ่งสือ เมื่อจัดท่าทางได้เรียบร้อยนางเริ่มขยับตัวโยกสะโพกบดลงทีละน้อยพร้อมส่งเสียงแห่งความหฤหรรษ์ออกมา
“อันธพาลน้อยของท่านเข้ามาจน... จนสุดแล้ว” หวงหนี่พูดขึ้นพร้อมใช้สองมือค้ำยันหน้าท้องเมิ่งสือเอาไว้ขณะที่แท่งหยกเคลือบด้วยน้ำแร่เปล่งประกายผลุบโพล่ออกจากซอกถ้ำลึกลับ
ดวงตาเรียวยาวหรี่ลงของหวงหนี่คล้ายคนตกอยู่ในอาการง่วงนอน กระนั้นเสียงสูดปากหายใจตามแรงขยับบ่งบอกว่านางกำลังตื่นตัวอย่างถึงที่สุด หน้าอกขนาดใหญ่เด้งขึ้นลงตามจังหวะสะกดสายตาของเมิ่งสือให้จับจ้องมิวอกแวก พร้อมกันนั้นเบื้องล่างที่ถูกร่องสมุทรดูดกลืนสร้างความรู้สึกอุ่นละมุนโอบรัดสมุนของมันจนหมดสิ้นลำเหลือเพียงป่าน้อยทั้งสองกระทบและพลิ้วแ่กับแรงโยก
“อา... ค่อย ๆ ขยับ อย่าได้.. อย่าได้รวดเร็วเกินไปนัก” เมิ่งสือบอกหน่วงหนี่ที่เริ่มเคลื่อนไหวเร็วขึ้นจนมันเริ่มขยับตาม
“เอวเราหยุดไม่ได้”
หวงหนี่ตอบกลับมาพร้อมแอ่นตัวไปด้านหลัง การขยับเอวขึ้นลงได้เพิ่มระยะชักเข้าออกด้วยการยกสะโพกขึ้นสูง แท่งน้อยของเมิ่งสือถูกคายจากซอกสวาทจนถึงส่วนหัวสีแดงจากนั้นนางจึงทิ้งท่อนล่างด้วยความเร็วซ้ำ ๆ จนชายหญิงทั้งสองต้องประสานเสียงแห่งความรัญจวนพร้อมกัน
“อา... ช่างเสียวเหลือเกิน”
“อย่าหยุดขยับ เรา.. เรา้าอีก”
ได้ยินเมิ่งสือกล่าวหวงหนี่จึงลุกขึ้นนั่งยองคร่อมร่างของมันทั้งยังมีหอกปักชำแรกเข้าไปในส่วนลึก นางค่อย ๆ โน้มตัวลงพร้อมใช้สองมือกดลงบนหน้าอกของชายหนุ่มเพื่อค้ำยันตัว เมิ่งสือเห็นดังนั้นรีบใช้มือช้อนสะโพกช่วยเสริมแรงอีกทาง เมื่อนางขยับตัวขึ้นไปจนสุดจึงทิ้งตัวลงมาอีกครั้งเกิดความรู้สึกเสียววาบในท้องน้อยคล้ายตกจากต้นไม้สูงจนต้องกรีดร้องออกมา
“เป็ไร...เป็ไรไปหวงหนี่” เมิ่งสือถามหญิงด้านหน้า แม้มันจะรู้สึกซ่านเสียวไม่แพ้กัน
“มันเข้ามาลึก.... ลึกเหลือเกิน” หวงหนี่ตอบกลับพร้อมสองขาสั่นระริก สายตายังคงปิดปรือในหมอกขาวล่องลอยอบอวล
“กลีบแคมท่านก็ดูดกลืนเราไปเสียจนมิด” เมิ่งสือบอกขณะเอวนางกำลังเคลื่อนไหวขึ้นลงด้วยความเร็วและเผยให้เห็นถึงร่องสีแดงสดตรงหน้า
แรงกระแทกจากหนั่นเนื้อที่กระทบกันดังสนั่นในห้องพร้อมกับเหงื่อของหนุ่มสาวเปียกชุ่มเนื้อตัวอีกฝ่าย แม้จะมีฝนตกด้านนอกแต่มิอาจคลายความร้อนของแรงไฟสวาทจากเรือนกายอันร้อนรุ่มได้
เมิ่งสือถูกกลีบกุหลาบแดงลื่นอ่อนโยนโอบรัดท่อนลำทวนรู้สึกคล้ายถูกแรงดึงดูดเข้าไปให้ห้วงน้ำที่ไร้ก้นบึง ทันใดนั้นมันพลันลุกขึ้นนั่งโดยมีหวงหนี่อยู่ด้านหน้า นางยื่นขาที่ยาวเรียวเกี่ยวรัดเอวอีกฝ่ายและเริ่มขย่มขึ้นลงอีกครั้ง ูเาสองลูกของหญิงสาวสั่นไหวกระทบอกแบนราบของชายหนุ่มโดยมีใบหน้าที่งดงามเคลือบด้วยความกระสันในรสกามอยู่เบื้องหน้าปลุกเร้าอารมณ์อย่างไม่สิ้นสุด
“ท่านจะบอกได้หรือไม่... เหตุใดจึงบอกต่อเราว่าเคยผ่านการแต่งงานแล้ว”
“นั่น... อา.. นั่นมิอาจบอก”
“บอกมา ไม่เช่นนั้นเรา..เราจะทำโทษท่านเช่นนี้ไม่หยุด”
“เราสามารถรับไหว ให้ท่านจัดการตลอดราตรีนี้”
“ปากแข็งนัก ลิ้นทำจากเหล็กหรือถึงได้ยากกล่าว” พูดจบเมิ่งสือใช้สองมือช้อนรับสะโพกเต่งตึงของหวงหนี่ยกขึ้นและทิ้งกดลงท่อนลำของมันอีกครั้งพร้อมแรงเด้งสวนจากหว่างเอวซ้ำ ๆ ด้วยกระบวนท่าอำมหิตนี้ส่งผลให้ดวงตาของนางเบิกโพลงขึ้น้าน่าเวทนาจนต้องจิกเล็บลงบนแผ่นหลังมันทิ้งรอยแดงสายยาวเอาไว้
“ไม่.. ไม่บอก มิอาจบอก” หวงหนี่หลับตาแอ่นอกตูมตั้งคล้าย้าท้าทาย
เมิ่งสือเกิดความถือดีขึ้น นึกมิถึงนักโทษสาวรายนี้แม้จะถูกทัณฑ์กระบองทองแต่ยังไม่แม้แต่จะปริปากครึ่งคำ ด้วยฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัดปลุกเร้าให้ใจของมันเกิดความฮึกเหิมคล้ายขุนศึกกล้ากลางสมรภูมิ เห็นทีต้องหาวิธีจัดการนางให้จำนนยอมมิเช่นนั้นจะไม่ขอเลิกรา
เมิ่งสือระดมจูบที่แก้มเปล่งปลั่งหวงหนี่แล้วเคลื่อนไปยังด้านหลังหูจนนางต้องกอดศีรษะของมันเอาไว้แน่นด้วยความสั่นสะท้าน จากนั้นลิ้นใหญ่ของมันได้ทาบลงบนซอกคอ ก่อนจะไหลเลื่อนลงไปเนินอกแล้วคาบผลไม้แดงบนเนินขาวดูดเข้าปาก ไม่นานนักหลังจากที่สู้แรงอยู่ครู่ใหญ่หวงหนี่เริ่มจิกทึ้งผมเผ้าของเมิ่งสือจนหลุดลุ่ยแล้วส่งเสียงร้องออก
“เราจะเสร็จอีกครั้งแล้ว อา...”
“ไปก่อนเราแล้วหรือ” พูดจบเมิ่งสือคว้าศีรษะนางจากด้านหลังก่อนกดริมฝีปากลงจูบจนมีเสียงครวญจากลำคอพร้อมลมหายใจที่พ่นแรง
หวงหนี่ขยับกระแทกขึ้นลงอย่างสุดแรงได้ยินเสียงต้นขากระทบกันพร้อมน้ำแฉะเหนียวสาดกระเซ็นไปทั่วหน้าขาของคนเบื้องล่าง ความรู้สึกเสียวพุ่งทะยานขึ้นสูงปานยืนยอดเขาเทียนซานทำให้ร่างของนางเกิดสั่นกระตุกอย่างแรงอีกครั้งก่อนจะกอดร่างเมิ่งสือเอาไว้แน่นราวคนผวาขวัญหนีดีฝ่อ
“อือ.. เสียวเหลือเกิน” นางครางหอบหายใจด้วยใบหน้าที่แดงซ่านเพิ่มความน่าลุ่มหลงขึ้นมาอีกหลายส่วน
“หากเรียบร้อยแล้วช่วยส่งเสริมเราด้วย” พูดจบเมิ่งสือพลันแอ่นตัวไปด้านหลังราวสะพานโค้งข้ามลำน้ำก่อนใช้มือข้างหนึ่งขยี้ไปยังเม็ดอ่อนไหวบนซอกกระสันของหวงหนี่ซ้ำ ๆ ราวจักรผันแล้วกระทุ้งจากล่างขึ้นบนด้วยความดุดัน
“เราก็จะเสร็จแล้ว”
เมิ่งสือกัดฟันร้องออกมาขณะตาสองข้างหลับแน่นจากการรัดบีบของพูผลไม้สดอ่อนละมุน พร้อมกันนั้นเอวที่กระแทกราวเครื่องตีเมืองยกหวงหนี่ลอยขึ้นตามแรงจนปลายทวนกระทบเข้ากับประตูชั้นสองของนางต้องอ้าปากตาเหลือกค้างส่งเสียงกรีดร้องก่อนท่อนเนื้อหยาบจะพ่นน้ำร้อนข้นขลักสายหนึ่งเข้าไปในช่องทางรัก
ร่างเมิ่งสือค่อย ๆ เอนหลังลงกับพื้นโดยกอดหวงหนี่เอาไว้แน่น ขาสี่ข้างของคนทั้งสองสั่นพึบพับราวผ่านการแบกยกของหนักมาตลอดทั้งวันจนอ่อนล้าสร้างความทุกข์ทรมาน ทว่าแตกต่างกับหนุ่มสาวคู่นี้ที่เพิ่งเดินทางสู่สรวง์อย่างยากที่จะหาสุขใดเปรียบ
เมิ่งสือขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่าทางให้นอนสบายยิ่งขึ้น มันเอ่ยถามกับหวงหนี่พร้อมลูบคลำริมฝีปากแดงของนาง “ถึงตอนนี้จะบอกได้หรือไม่”
หวงหนี่หลับตาฟุบบนอกกว้างของเมิ่งสือตอบกลับด้วยเสียงคล้ายลูกแมวน้อย “บอกมิได้ จะอย่างไรก็บอกมิได้”
ทันใดนั้นเมิ่งสือพลันลุกขึ้นแล้วคว้าหว่างเอวนางกดหมอบกับพื้นจนน้ำขาวขุ่นไหลลงจากร่องสีแดงเปื้อมง่ามขา ร้องว่า “อย่าหาว่าเราใจร้าย เป็ท่านบีบบังคับเรา”
หวงหนี่รู้สึกตื่นตระหนก เมื่อครู่เมิ่งสือเพิ่งเสร็จกิจไหนเลยจะยังกระทำต่อได้ พูดขึ้น “ท่านจะทำสิ่งใดอีก ยังมิพอใจหรือ ร่างเราทนทานไม่ไหวแล้ว”
น้ำเสียงหวาดกลัวของหวงหนี่มีขาสองข้างสั่นระริกเป็หลักฐานว่านางมิอาจถูกจัดการได้อีก สำหรับสตรีเพิ่งเสียความบริสุทธิ์แต่กลับโดนโหมกระหน่ำด้วยชายที่ได้รับการส่งเสริมจากยาปลุกกำหนัดนับเป็เื่ยากรับมือ
เมิ่งสือได้ยินดังนั้นพูดว่า “ไม่ เราจะจัดการท่านจนกว่าจะได้รับคำตอบ” พลางมองไปยังเบื้องล่างของนางที่ฉ่ำชื้นจากสารแห่งชีวิตไหลเยิ้ม ขณะเดียวกันแท่งหยกของมันก็ยังไม่มีทีท่าจะอ่อนกำลังลง
หวงหนี่เกิดสำนึกเสียใจ นางใช้ยาปลุกกำหนัดในปริมาณที่มากหวังปลุกให้บุรุษเหนียมอายเช่นเมิ่งสือได้ปลดปล่อยสัญชาตญาณจู่โจม แต่หาได้ทราบว่าเมื่อกลางวันนี้บัณฑิตหนุ่มถูกหลินซุ่นเหอจับกรอกสุราที่หมักกลั่นจากสมุนไพรนานาชนิด โดยบังเอิญหนึ่งในสมุนไพรนั้นเกิดปฏิกิริยากับตัวยากระตุ้นให้มันเข้าสู่่เวลาของการทะลวงเส้นชีพจรจนเืลมปราณโคจรทั่วร่างพร้อมกับกำลังที่มากขึ้นอย่างผิดหูผิดตา
หวงหนี่จัดแจงเสื้อผ้าเข้าที่ก่อนร้องวิงวอน “โปรดละเว้นเราเถอะ มากกว่านี้เห็นทีคงเดินไม่ได้แล้ว” นางกล่าวพร้อมคลานสี่ขาราวทารกน้อยพยายามดิ้นรนหนีออกจากอุ้งมือมารของเมิ่งสือจนชายเสื้อขาดติดมือมัน
ทันใดนั้นประตูด้านนอกพลันเกิดเสียงหัวร่อคิกคักแหลมเล็ก การเคลื่อนไหวนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับเมิ่งสือจนมันเกิดขนลุกชี้ชันแข่งขันกับเสาสักการะฟ้า ขณะชายหญิงกำลังร่วมแลกความสุขกันด้านในอย่างสุดเหวี่ยงจนลืมตัวด้วยทั้งมีลมฟ้าฝนช่วยโหมกระหน่ำกลบสรรพเสียงรอบข้างหาได้รับรู้ว่ามีคนแอบมองดูกิจกรรมั้แ่ต้นจนจบ
หวงหนี่ได้ยินเสียงนั้นจึงรีบลุกขึ้นวิ่งโซเซไปทางต้นเสียงด้วยความยินดีแม้ขาจะยังสั่นปานคนเพิ่งฟื้นไข้ พูดขึ้น “ซือเจี่ย (ศิษย์พี่หญิง) ช่วยด้วย คนผู้นี้ดุร้ายนัก”
“ยาโถว (คำเรียกสตรีอายุน้อย) โง่เขลา เราบอกเ้าแล้วว่าให้รีบจัดการมันเสียแต่เนิ่น ๆ คิกคิก”
สิ้นเสียงปริศนาปรากฏร่างลึกลับก้าวนวยนาดออกมา อาภรณ์สีทมิฬแม้จะกลืนไปกับห้วงราตรีทว่าความเปียกชุ่มของน้ำได้แนบผ้าติดกับเรือนร่างเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่สร้างความหวั่นไหวแก่บุรุษ
เมิ่งสือเห็นความวิบวับของสตรีผู้มาใหม่แม้ใบหน้าจะถูกผ้าดำห่อหุ้ม เบื้องล่างของมันพลันดีดผึงขึ้นมากกว่าเดิม ร้องถามขึ้น “ขออภัยกูเหนียง มิทราบท่านเป็ใคร”
สตรีชุดดำจับจ้องมายังร่างเปลือยเปล่าของเมิ่งสือ ร้องอุทานขึ้นเมื่อได้พบกันแท่งยืดหดที่แข็งกระตุกทักทาย “เสี่ยวหวง (หวงน้อย) เป็เ้าหวังรับประทานมันเพียงคนเดียวมิแบ่งปันผู้อื่น” พลางชี้นิ้วจ่อใส่หน้าหวงหนี่แล้วกล่าวต่อ
“แต่น่าเสียดาย ซือฝู่ (อาจารย์) เพียงบอกให้เรามาแอบดู ท่านคาดการณ์มิผิดว่าเ้าไม่มีปัญญาทำอะไรมัน” พูดจบหันมามองเมิ่งสือคล้ายนึกอาวรณ์ก่อนฟาดฝ่ามือใส่ทรวงอกมันอย่างอำมหิตหวังปลิดชีพ
เมิ่งสือพลันยกแขนไขว้ขึ้นป้องตามสัญชาตญาณ เมื่อพลังฝ่ามือฟาดโดนท่อนแขนเกิดเป็เสียงดังฉาดใหญ่พร้อมร่างทั้งสองที่ดีดกระเด็นออกห่างจากกันหลายวา
สตรีชุดดำรู้สึกประหลาดใจบอกกับหวงหนี่ “รีบวิ่งไป เราจะรับมือมันเอง”
เมิ่งสือเห็นดังนั้นจึงวิ่งตามส่งเสียงะโ “เราไม่ให้ท่านไป” พร้อมพุ่งทะยานกายปานสายฟ้า
สตรีชุดดำเห็นดังนั้นจึงรีบแบกร่างของหวงหนี่ขึ้นบ่าแล้วกระโจนออกหน้าประตูด้วยความรวดเร็ว นางมิคาดว่าต้องพบเจอคู่ต่อสู้ที่ตึงมือยากตัดสินผลแพ้ชนะซ้ำยังต้องวิ่งไล่กวดกันท่ามกลางสายฝนสร้างความลำบากแก่การหลบหนี
สตรีชุดดำเห็นเมิ่งสือวิ่งใกล้เข้ามากล่าวกับหวงหนี่อย่างร้อนรน “เ้าบอกว่ามันไม่มีวรยุทธมิใช่หรือ”
“เรามิทราบ ก่อนนี้เราเห็นมันเป็เพียงบัณฑิตอ่อนแอ” หวงหนี่กล่าวขณะลมเย็นพัดผ่านหูดังหวีดหวิว
สตรีชุดดำนึกได้ว่าหากสู้พลางถอยคงยากเอาชนะจึงคิดหนีหลบเอาตัวรอดก่อนประเสริฐสุด พริบตานางพลันขว้างวัตถุประหลาดทรงกลมเล็กออกมา
ก้อนกลมเมื่อตกกระทบพื้นพลันะเิแตกส่งเสียงดังกึกก้องพ่นควันขาวฟุ้งกระจาย สตรีชุดดำหวังใช้เพื่ออำพรางร่องรอยหลบหนี พร้อมกันนั้นเมิ่งสือที่แตกตื่นจากเสียงะเิลมปราณของมันซึ่งโคจรอย่างไร้ระเบียบด้วยความเร่งร้อนใจพลันขาดห้วงส่งผลให้ร่างที่ย่อตัวเตรียมะโของบัณฑิตหนุ่มหงายหลังล้มสลบสิ้นสติลงกลางลานศาล
แม้คนจะล้มแต่เสาหยกยังคงชี้ตั้งตรงขึ้นฟ้าท่ามกลางสายวิชชุแปลบปลาบ
และในมือมันยังกำเศษผ้าสีเหลืองจากชายเสื้อหวงหนี่ที่ขาดเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย