หน้าห้องสอบ ณ สมาคมหลอมโอสถสาขาเมืองหฤทัย
เมื่อจักพรรดิสรรค์ฉีิตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียภาพที่เค้าเห็นคือ หญิงสาวที่เป็คนยื่นตราหมายเลขสอบให้กับเค้าตอนนี้นั้นกำลังยืนทำหน้าโกรธแล้วเอะอะโวยวายอะไรไม่รู้ออกมามากนัก จากการที่จับใจความได้เหมือนหญิงสาวคนนี้จะไม่พอใจที่เค้านั้นนอนหลับน้ำลายยืดอย่างนี้เข้า
จักพรรดิสรรค์ฉีิไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนี้เท่าไหร่นักแต่เค้ากลับสนใจคนที่มาด้วยอยู่บ้าง คนผู้นี้พลังการฝึกตนอยู่ที่ขั้นเสริมสร้างปราณแล้ว ตราหน้าอกติดอย่างชัดเจนว่าเป็นักหลอมโอสถ 1 ดาวขั้นสูง จากส่วนสูง 150 CM และหน้าตาที่ดูดุร้ายตามที่ถังเก๋อนั้นได้แนะนำไปก่อนหน้า คนผู้นี้นั้นคือหัวหน้าสมาคมนักหลอมโอสถสาขานี้เป็แน่ แต่เค้าสนใจได้เพียงแค่ชั่วครู่ เมื่อเค้ารู้ว่าตอนนี้นั้นยังไม่ถึงเวลาเข้าสอบ ตัวของจักพรรดิสรรค์ฉีิจึงได้ไม่สนใจทั้งคู่ก่อนจะหลับตาเพื่อนอนหลับอีกครั้ง
“ เ้า!!!! เ้า!!!! เ้ายัง !!! ” ซูเหมยลี่ที่เห็นท่าทีเช่นนี้เข้านั้นตัวของนางไม่สามารถกล่าวคำพูดออกมาได้จนจบประโยคเลยด้วยซ้ำ รวมทั้งผู้ที่รอเข้ารับการสอบตอนนี้สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“ ไอบ้านี้มันง่วงขนาดไหนถึงขั้นไม่สนใจใครเลยเช่นนี้ ข้าละเคารพความกล้าของมันเสียจริง ”เสียงของผู้เข้าสอบคนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ นั้นทำให้สติของทุกคนในที่นี้กลับมาพร้อมกันนั้นทุกคนได้หันหน้าเพื่อมองดูปฎิกิริยาของหัวหน้าสมาคมซูโยวผู้นี้ว่าจะจัดการกับบุคคลตรงหน้าอย่างไร
“ เ้าหนูเ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้เ้าอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรอยู่ ” ซูโยวพูดขึ้นมาแม้น้ำเสียงจะดูราบเรียบแต่สีหน้าที่แดงเหมือนผลแอปเปิลที่เกิดจากความโกรธนั้นมันไม่สามารถปกปิดได้นี้เป็ครั้งแรกที่เค้าเคยเจอสถานการณ์แบบนี้
“ ข้านั้นมารอรับการทดสอบการเข้ารับการเป็นักหลอมโอสถขั้น 1 ดาวพื้นฐาน ตอนนี้นั้นมานั่งรออยู่หน้าห้องสอบของสมาคมนักหลอมโอสถสาขาหฤทัย ถ้าข้าพูดขาดตกบกพร่องตรงไหนไปล่ะก็ท่านสามารถช่วยชี้แจงให้กับข้าได้ ” จักพรรดิสรรค์ฉีินั้นแม้ยังหลับตาอยู่แต่ก็ได้เอ๋ยปากพูดออกมาแบบส่งๆ โดยที่ไม่ได้สนใจคนตรงหน้าเลยว่าเป็ใคร
“ เ้ากล่าวถูกต้องแล้ว ”
“ เ้ามารอรับการเข้าสอบเป็นักหลอมโอสถขั้น 1 ดาวพื้นฐาน แม้เ้าจะนอนหลับน้ำลายยืด ข้านั้นก็จะไม่ว่าอะไร แต่หากว่าเ้านั้นไม่สามารถผ่านการทดสอบได้แม้เพียงบททดสอบเดียวนั้นเท่ากับว่าเ้านั้นไม่ให้เกียรติสมาคมนักหลอมโอสถ และเห็นว่าสมาคมนักหลอมโอสถนั้นเป็เพียงแค่สนามเด็กเล่นคิดจะมาสอบก็มาสอบได้เพียงแค่จ่ายตังค์ค่าเข้าสอบเ้าคิดเห็นเช่นนั้นหรือไม่ ” ซูโยวกล่าวพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“ แค่เพียงข้าเข้ามาสอบทำไมถึงเป็การไม่ให้เกียรติสมาคมนักหลอมโอสถไปได้ ” จักพรรดิสรรค์ฉีิยังคงหลับตาแต่ปากขยับกล่าวถามกลับไป
“ เ้านั้นดูยังไงก็อายุเท่าข้า ขนาดข้าที่ติดตามท่านลุงมาั้แ่เด็กๆ ตอนนี้ยังไม่สามารถ เป็นักหลอมโอสถขั้น 1 ดาวพื้นฐานได้แล้วอย่างเ้านะหรือจะสามารถเป็ได้ ถ้าอย่างนี้ไม่ได้เรียกว่ามาสอบเล่นซึ่งเป็การไม่ให้เกียรติแล้วให้เรียกว่าอะไร ” ไม่ต้องรอให้ซูโยวตอบตอนนี้ ซูเหมยลี่ที่เงียบอยู่พลันพูดกล่าวขึ้นมา
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“ แค่เพียงเพราะเ้าไม่สามารถทำได้คนอื่นก็จึงไม่สามารถทำได้เช่นนั้นหรือ เ้าว่ามันไม่ตลกไปหน่อยหรือ ” หลังจากจัพรรดิสรรค์ฉีิได้หัวเราะออกมา คราวนี้ตัวเค้านั้นได้ลืมตาออกมาแล้วมองไปยังซูเหมยลี่คนนั้น สายตาที่มองไปล้วนมีแต่ความดูถูก พอซูเหมยลี่พูดถึงท่านลุงขึ้นมาเค้าจึงนึกออกแล้วนางผู้นี้ก็คือซูเหมยลี่ซึ่งเป็หลานของผู้าุโหัวหน้าสมาคมนักหลอมโอสถซูโยว แถมอีกสถานะนึงของนางนั้นสำคัญยิ่งกว่าอีก เพราะนางนั้นคือบุตรสาวเพียงคนเดียวของเ้าเมืองหฤทัยแห่งนี้ แต่แล้วยังไงมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเค้าอยู่แล้ว
“ เ้า !!!! เ้า !!!! เ้า !!!! ” ซูเหมยลี่กำลังจะด่าว่ากลับอีกครั้ง
“ ซูเหมยลี่พอ !!! เ้านั้นจะบอกว่าเ้าเก่งกว่าหลานของข้างั้นหรือ ” หลังจากซูโยวหยุดซูเหมยลี่ เค้าก็ได้หันหน้าไปกล่าวถามจักพรรดิสรรค์ฉีิต่อ
“ สำหรับซูเหมยลี่อื่นนั้นข้าไม่รู้แต่ถ้าเป็หลานสาวซูเหมยลี่คนนี้ของเ้านั้นข้าใช้เพียงมือข้างเดียวก็เก่งกว่านางไปไม่รู้กี่ 10 เท่าแล้ว ” จักพรรดิสรรค์ฉีิพูดขึ้นมา
“ งั้นเ้ากล้าเดิมพันกับข้าหรือไม่ ” ซูโยวพูดขึ้นมา
“ เดิมพันกับอะไรหรือ ” จักพรรดิสรรค์ฉีิกล่าวกลับมาโดยไม่คิดอะไร
“ ง่ายมาก เดิมพันด้วยใชีวิตยังไงล่ะในเมื่อเ้ากล้าิ่เกีรติของหลานสาวข้าเ้านั้นก็คงกล้าที่จะรับผลของการกระทำอยู่แล้วสินะ หรือไม่หากเ้าไม่กล้าเดิมพันเ้าก็ควรจะโขกหัวคารวะแทบเท้าหลานสาวของข้า ณ ตอนนี้ก่อนที่จะใสหัวออกไปใหนก็ไปและห้ามกลับมาเหยียบที่แห่งนี้อีกครั้ง ” ซูโยวพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเ้าเล่
“ แล้วข้าจะได้อะไรล่ะถ้ารับเดิมพัน ”
“ อะไรก็ได้ที่ขอบเขตของข้าซูโยวผู้นี้จะสามารถให้ได้ ”
“ ได้ข้ายอมรับคำท้าเดิมพันด้วยชีวิตของเ้า ข้านั้นขอเพียงเงิน 100 เหรียญเงิน และก็ขอสิทธิใช้เตาหลอมของสมาคมนักหลอมโอสถสาขาของเ้าฟรีทุกครั้งเมื่อข้าสามารเป็นักหลอมโอสถ 1 ดาวขั้นพื้นฐานได้แล้ว แล้วอย่างสุดท้ายหลานสาวของเ้าต้องโขกหัวคำนับแทบเท้าข้า 3 ครั้ง ” จักพรรดิสรรค์ฉีิพูดโดยไม่ต้องคิด สีหน้าไม่เผยความกังวลออกมาเลยสักนิดมีแต่แฝงไว้ด้วยเลศนัยต่างๆ ตัวเค้าก็อยากขอเงินมากกว่านี้แต่ 100 เหรียญเงินก็เท่ากับเงินเดือนของหัวหน้าสมาคมนักหลอมโอสถ 3 เดือนแล้ว ถ้ามากไปกว่านี้ด้วยระดับพลังของเค้าคงไม่สามารถห้ามคนที่คิดเกิดความโลภต่อตัวเค้าได้หรอก
“ อย่างอื่นข้าสามารถยอมรับได้ยกเว้นการให้หลานสาวของข้านั้นคำนับเ้า ” ซูโยวพูดออกมาโดยไม่ต้องคิด ถ้าหากมันเกิดอุบัติเหตุขึ้นละ เ้าเมืองไม่มาเล่นงานเค้าแย่เลยหรือ
“ ลุงซูโยวเ้าคะ ลุงไม่ต้องกลัวข้านั้นยอมรับข้อตกลงเองเ้าคะ ” ซูเหมยลี่พูดขึ้นมานางนั้นมั่นใจในฝีมือนางมาก นางคิดว่าขนาดอัจฉริยะอย่างนางยังไม่สามารถผ่านการทดสอบได้แล้ว ชายตรงหน้านี้จะนับเป็ตัวอะไร
“ เห้อ !!! เ้านั้นยังเด็กนัก ” ลุงซูโยวไม่สามารถทำอะไรได้ในเมื่อหลานของเค้าได้เลือกแล้วด้วยนิสัยของนางต่อให้เ้าเมืองมาห้ามเองก็ยังคงห้ามไม่ได้เลย
เวลานั้นเอง
“ ถึงเวลาทำข้อสอบแล้ว ให้ผู้เข้าสอบเข้ามาในห้องผู้ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้า ” เสียงได้ดังะโดังออกมาจากภายในห้องสอบ ต้องรู้ก่อนว่าทุกการสอบผู้ที่มารับหน้าที่ควบคุมห้องสอบนั้นคือส่วนกลางที่ถูกส่งมาจากสาขาที่ใหญ่กว่าเพื่อไม่ให้สามารถเกิดการทุจริตในการทดสอบได้
เมื่อเสียงนี้ได้ดังขึ้นทุกคนที่อยู่หน้าห้องสอบต่างได้ทะยอยเข้าไปภายในห้องสอบทีละคน
“ เ้าอย่าได้ลืมการเดิมพันของพวกเราละ ” จักพรรดิสรรค์ฉีิกล่าวคำออกมาเพื่อบอกต่อคู่ลุงหลานก่อนจะเดินเข้าไปภายในห้องสอบ
10 นาทีต่อมา จักพรรดิสรรค์ได้เดินออกมาจากห้องสอบเค้าเป็คนแรกที่ออกมา
*นี้คือระยะเวลาที่เร็วที่สุดในรอบ 1 แสนปีที่ใครสักคนจะออกมาเร็วถึงเพียงนี้ แม้จะเดาข้อสอบแต่ก็ควรนานกว่านี้หน่อยปกติจะอยู่ที่ 30-120 นาที