ซ่อนกลิ่น
Ep4
“พี่ซ่อน ปีบขอโทษ” เสียงหวานเอ่ยบอกพร้อมใบหน้ารู้สึกผิด
“ไม่เป็ไร รีบไปนอนเถอะ”ผมเอ่ยบอกพร้อมยกยิ้มให้ปีบบางๆ แล้วบอกให้ไปนอนส่วนตัวผมขอเดินเล่นอยู่ด้านล่างพักหนึ่ง
วิ้ว สายลมเย็นๆพัดผ่านร่างกาย ผมเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยความรู้สึกที่หลากหลายภาพสมัยเด็กที่เราสามคนวิ่งเล่นด้วยกันฉายเข้ามาในหัว ถึงมันจะขาดหายไปบ้างก็เถอะ ผมรักเ้าขุนและปีบเหมือนเป็น้องชายแท้ๆแต่พอทุกคนเริ่มโตขึ้น ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมทุกครั้งที่ผมเจอหน้าเ้าขุน จะรู้สึกว่าผมไม่เคยรู้จักเด็กตรงหน้าเลย
“เฮ้อ คิดไปก็ปวดหัว”เสียงนุ่มพึมพำกับตัวเอง พลันเอามือถือขึ้นมาส่งข้อความหาน้ำหวานรออยู่พักหนึ่งข้อความของผมก็ถูกตอบกลับมา
หวานหวาน :(“น้ำหวานกำลังทำงานอยู่ค่ะ คงถึงเช้าเลย ซ่อนไม่ต้องรอนะนอนก่อนได้เลย”) อ่านแล้ว
ผมหลับตาลงช้าๆพลันถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนการเป็อาจารย์ของน้ำหวานดูจะหนักจริงๆ แต่งงานด้วยกันเพียงเดือนเดียว หลังจากนั้นน้ำหวานก็กลับบ้านดึกประจำหรือไม่ก็เป็อีกวันถึงจะกลับ แถมใบหน้าของน้ำหวานยังดูอ่อนล้ามากด้วยผมเคยบอกว่าให้น้ำหวานลาออกแล้วมาอยู่บ้าน ผมจะเป็คนดูแลเองแต่น้ำหวานก็ยืนยันจะสอนต่อ ผมเลยได้แต่ทำใจปล่อยให้น้ำหวานทำงานที่เธอรักต่อไป
ผมยืนมองท้องฟ้าต่ออีกนิดทำท่าจะหันเดินกลับเข้าบ้าน ก็เจอกับเ้าขุนแต่งตัวกำลังจะออกไปจากบ้านพอดี
“เ้าขุนพึ่งมาถึงจะออกไปไหน” ผมเอ่ยถามเด็กตรงหน้าเ้าขุนปรายตามองหน้าผมด้วยสายตานิ่งเรียบ พลันเดินผ่านตัวผมไปโดยไม่สนใจ แต่ครั้งนี้ผมคงยอมให้เดินจากไปง่ายๆไม่ได้
หมับ ผมคว้าข้อมือหนาไว้เ้าขุนหยุดชะงักนิ่งท่าทางไม่สบอารมณ์กับการกระทำของผม
“จะไปไหน นี่มันดึกแล้วนะ”สายตาเรียวมองคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจเ้าขุนดันลิ้นกับกระพุ้งแก้ม พลันหันมามองหน้าผมช้าๆ ด้วยสายตาดุกดดันและแรงข่มของอัลฟ่าที่ปล่อยออกมา
“อึก...” ถึงผมจะเป็เบต้าไม่รู้สึกอะไรกับกลิ่นของอัลฟ่าหรือโอเมก้าที่ปล่อยออกมาแต่กับเ้าขุนมันต่างกัน ผมได้กลิ่นดอกไม้ราตรีรุนแรงออกมาจากตัวเ้าขุนความเข้มข้นของกลิ่นทำให้ผมรับรู้ว่าเด็กตรงหน้าอยู่ในอารมณ์ไหน
“ปล่อย” เสียงเข้มกดต่ำในลำคอ มือเรียวสั่นเท้าด้วยความกลัว เืในกายเย็นเฉียบขึ้นมากะทันหันก่อนจะค่อยๆปล่อยมือจากข้อมือหนาของเ้าขุนพลันหอบหายใจเหนื่อยเหมือนนักกีฬาที่ออกแรงมากๆ แต่มันกลับหายใจไม่เต็มปอด
ผมยืนดูเ้าขุนเรารถมอเตอร์ไซค์คู่ใจขับออกไปจากบ้านเงียบๆ มือเรียวกำแน่นพร้อมกัดริมฝีปากล่าง
ตุ้บ! ร่างกายของผมก็พลันทรุดตัวนั่งลงอย่างหมดสภาพกับพื้นเนื้อตัวสั่นไหวไม่ยอมหยุดเพราะท่าทางน่ากลัวเมื่อครู่ของเ้าขุนก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อคำพูดของDadลอยเข้ามาในหัว
“ซ่อน Dadฝากเ้าขุนด้วยนะ” ผมกัดฟันข่มความกลัวทิ้งไว้ด้านหลัง แล้วลุกขึ้นเดินไปที่รถของตัวเอง
ผมขับรถหาเ้าขุนไปตามผับต่างๆที่คิดว่าอีกคนน่าจะไปด้วยชุดนอนสีขาวกับกางเกงนอน พอเดินเข้ามาในผับทุกสายตาต่างก็หันมามองด้วยความสนใจพร้อมสายตาแปลกๆที่จ้องผมไม่ละสายตามันเป็สายตาหื่นกระหาย ซึ่งผมที่เป็ผู้ชายด้วยกันนั้นมองออก
“ไม่มี” ผมเอ่ยพึมพำเบาๆท่ามกลางเสียงเพลงดังกระหึ่มแสงสีในผับเป็อะไรที่ผมไม่ชอบ เพราะมันทำให้มัวเมากับแสงไฟมากมายหลายสีบวกกับกลิ่นหอมหวานๆและกลิ่นควันมากมากมายที่อัดแน่นภายใน ทำให้ผมรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก
หมับ! ต้นแขนขวาถูกมือหนาของใครบางคนดึงให้หันไปมองใบหน้าหล่อคมฉายแววเกรี้ยวกราดดุดัน
“มาทำอะไรที่นี่!” เสียงเข้มเอ่ยกดต่ำในลำคอแต่ผมตอนนี้มึนหัวมากเพราะกลิ่นมากมายภายในผับ ไหนจะเสียงเพลงดังๆนี้อีก ทำให้ต้องยกหลังมือเรียวขึ้นมาปิดจมูกตัวเองไว้พลันขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น
“เ้า...”
“กลับบ้าน!” เ้าขุนตวาดเสียงใส่เต็มแรง พลางดึงต้นแขนผมให้เดินตามกายแกร่งออกมาในจังหวะที่ผมกำลังหันไปอีกทางสายตาก็พลันเห็นน้ำหวานกำลังวิ่งหลบอะไรบางอย่างท่ามกลางผู้คนแล้วก็หายไปในความมืด