เมื่อเห็นแล้วว่าปลอดภัยดีจึงเดินทางกลับพร้ะกร้าสมุนไพรในมือ แม้เดินสวนกันกับชาวบ้านบางคนแต่ก็ไม่มีใครสนใจจะเข้ามาพูดคุยหรอก นอกจากสุมหัวแล้วยังส่งสายตาประหนึ่งว่าได้ไปเผาบ้านของพวกเขาเอาไว้
..ไม่สนใจเดินมาเรื่อย ๆ จนถึงบ้าน
" ทำอะไรกินเหรอพี่? " น้องชายวิ่งออกมารับหน้าบ้าน พร้อมกับเอาตะกร้าไปถือ
พี่สาวยิ้มแล้วตอบ" ผัดกระต่าย กับกระต่ายย่างเป็อย่างไร "
เด็กทั้งสองที่ได้ยินชื่ออาหารต่างยิ้มกว้างตาพราวเพราะดีใจเป็อย่างมาก ไม่ใช่ว่าดีใจที่จะได้กินเมนูที่บอกแต่ดีใจเพราะตอนนี้มันเป็เมนูเนื้อนั่นเอง
ก็พอเข้าใจได้ละนะพวกเขาเอาแต่ทานซุปกับขนมปัง แถมซุปก็เป็ซุปผัก ทำให้รู้สึกว่าไม่ค่อยอิ่มเท่าใดแม้จะหิวมากแต่ก็กินได้ไม่เยอะ
เทียบกับการกินเนื้อแล้วน้องแฝดดูจะดีใจเป็อย่างมาก
บิดาเดินออกมาจากห้องครัวเจอกับเธอพอดีจึงเอ่ยขึ้นมา " แม่พลอย กระต่ายพ่อทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วนะลูกวางอยู่ในครัว "
พลอยไพลินเผยยิ้มกว้างแสดงท่าทางโอ้อวดต่อหน้าบิดา " เดี๋ยวฉันจะแสดงฝีมือเอง รับรองว่าอร่อยสุด ๆ"
" ... " ก็ปกติ..
นายชิดเห็นว่าลูกสาวดูตื่นเต้นมากกว่าทุกครั้งจึงได้กลืนคำทุกอย่างลงไป
..อืม
แต่จะพูดออกไปไม่ได้เด็ดขาด
นายชิดมองเื้ับุตรสาวคนโตเดินหายเข้าไปในครัวอย่างเอ็นดูเขาชอบที่แม่พลอยดูร่าเริงมากขึ้น เทียบกับแต่ก่อนแล้วนั้นดูเหมือนว่าหลังจากป่วยดูเปลี่ยนไปมากทีเดียว..
ในตอนนี้มีหลายอย่างเกิดขึ้นในฐานะเป็บิดาไม่ได้นิ่งนอนใจอย่างที่เห็นภายนอก แต่ความรู้ที่มีความสามารถที่ช่างจำกัดจนไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร เพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีได้
ภายในครัวเล็ก
พลอยไพลินนำกระต่ายหนึ่งตัวใช้มีดสับออกเป็ชิ้นแล้วใส่จานเอาไว้จากนั้นก็ค่อย ๆ หยิบชิ้นเนื้อเ่าั้มาสับละเอียด เมื่อได้ตามความ้าแล้วจึงแยกพักไว้ใช้สำหรับเมนูผัด
ส่วนอีกสองตัวปล่อยไว้เช่นนั้นเพียงนำมีดจิ้มให้ทั่วเพื่อให้ซึมซับเครื่องปรุงและสมุนไพรได้ง่าย
จากนั้นนำกระต่ายสองตัวไปหมักกับเครื่องปรุงที่มีอยู่อย่าง..เกลือ พริกไทย น้ำตาล แต่ที่เพิ่มขึ้นมานั่นก็คือกระเทียม ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดเพื่อดับกลิ่นคาว
ตั้งใจว่าจะหมักไว้นานหน่อยราวสี่ถึงห้าชั่วโมงดังนั้นเมนูย่างจึงเก็บไว้กินเป็อาหารเย็น กลางวันนี้จึงเป็ข้าวต้มกับผัดกระต่าย
..เท่านี้น่าจะพอกินกันสี่คน
แต่ใครจะกินผัดกระต่ายกับขนมปังถ้าคิดว่ากินได้เธอก็จะไม่ห้าม
..เพียงแค่คิดว่าไม่น่าจะเข้ากันก็เท่านั้น
หลังจากจัดการหมักกระต่ายแล้วเก็บเรียบร้อยอย่างดีพลอยไพลินจึงเตรียมสมุนไพรเอาไว้ เพื่อผัดเนื้อที่สับละเอียดรอเอาไว้
นำสมุนไพรมาทำความสะอาดด้วยการล้างน้ำเอาข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด กระชาย มาหั่นเป็ชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปโขลกในครกจากนั้นค่อยตามด้วยพริกสด กระเทียม หอมแดง ตำทุกอย่างให้เข้ากันแล้วจึงได้พริกแกงแบบหยาบแบบง่าย ๆ เพื่อเอาไว้สำหรับผัดเนื้อดับคาว
มือเรียวยกถ้วยเล็กขึ้นมาแล้ววนเบาๆ จนของเหลวสีเหลืองเอียงไหลในถ้วยเล็กไปมา " เหลือนิดเดียวเอง "
สงสัยต้องขอให้พ่อชิดหามาเพิ่มติดครัวสักไหก็ยังดี..
หลังจากเตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่อไปคือขั้นตอนการทำ ไฟที่ใช้เป็ไฟกลาง ไม่แรงเกินไป หรือเบาเกินไปถ้าใช้ไฟแรงมาก จะทำให้พริกที่นำลงไปผัดไหม้เสียก่อนแล้วน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในสมุนไพรจะออกมาไม่ทันทำให้มันจะไม่หอมแต่จะเหม็นไหม้แทน
ซู่
เสียงพริกแกงหยาบลงไปผัดในหม้อที่น้ำมันร้อนจนเกิดเสียงซู่ซ่าผัดไปสักพักจึงนำกระต่ายลงไปพร้อมโรยเกลือหนึ่งหยิบมือเล็กเนื่องจากว่าเป็กระต่ายทั้งตัว จึงใส่ไปปริมาณหนึ่งให้เกลือซึมเข้าเนื้อเพื่อดับกลิ่นคาว
ตอนนำลงไปผัดจะต้องรีบผัดให้เนื้อและเครื่องพริกแกงทั้งหมดผสมเข้ากันโดยเร็วแล้วจึงทิ้งเอาไว้ เพื่อให้ความร้อนทั่วถึงลดกลิ่นคาวของเนื้อ ไม่ควรคนเนื้อกระต่ายตลอดเวลาก่อนที่มันจะสุกเพียงคนเป็ระยะเท่านั้น
พอเห็นว่าเนื้อกระต่ายเริ่มจะสุกดีประมาณหนึ่งเทน้ำเปล่าหรือน้ำสต๊อกลงไป ให้ท่วมเนื้อเล็กน้อย ดึงฟืนออกจากเตาเพื่อหรี่ไฟลงตุ๋นเนื้อต่อซักสามสิบนาที พยายามอย่าให้น้ำแห้งเกินไป หมั่นดูตลอด เพราะจะทำให้เนื้อกระต่ายไหม้ได้
..วิธีการนี้ก็ได้แต่หวังว่ามันจะช่วย เพราะถ้าให้พูดกันตามจริงเกิดมาเธอไม่เคยกินเนื้อกระต่าย ส่วนใครที่คิดว่าเพียงแค่ทาเกลือ ย่าง แล้วกิน
ก็เชิญอร่อยไปคนเดียวเลย..
แค่คิดก็ติดคอแล้ว!
ฮัดเช่ยยยย!(บิดา)
ฮัดเช่ย!(เพชร)
ฮัดชิ่ววว!(ทับทิม)
ส่วนคนที่อยู่ข้างนอกครัวทั้งสามคนนั้นต่างก็เริ่มจามกลิั้แ่แรกที่นำสมุนไพรลงไปผัด กลิ่นฉุนลอยออกมาจากครัวทำให้พวกเขาทั้งสามคนแสดงสีหน้าที่แตกต่างกัน
คนเป็บิดาทั้งแปลกใจและกังวล
..ส่วนแฝดทั้งสองนั้นกลับทำหน้าหวาดผวา
มั่นใจว่าพี่พลอยต้องกำลังแสดงความโกรธต่อพวกตนเป็แน่รอบนี้ถึงได้นำพืชชนิดนั้นมาทำอาหาร แม้กระทั่งบิดาพี่สาวก็ไม่เว้นแต่ความผิดของทั้งสองจะให้บิดามาร่วมรับความโกรธของพี่สาวด้วยได้อย่างไร
ดังนั้นเพชรและทับทิมจึงตั้งใจไว้ว่าพอพี่สาวออกมาจากครัวเมื่อใด จะพูดขอยกโทษให้กับบิดา อย่าให้เจอการระบายความโกรธเหมือนที่พวกตนเจอ
เด็กทั้งสองคนตั้งใจจะขอรับมันไว้เอง
พลอยไพลินเพียงเตรียมอาหารเผื่อไว้เท่านั้นเพราะปกติแล้วที่บ้านพวกเขาไม่กินข้าวเที่ยง แต่บิดายังไม่ได้กินข้าวเช้าจึงทำเยอะเผื่อไว้สองแฝดอาจจะหิว ส่วนตัวเองนั้น..หิวอย่างแน่นอน กลิ่นหอมฟุ้งทั่วครัวขนาดนี้ย่อมหิวเป็ธรรมดา
เสียงเดือดปุดๆ อยู่ในหม้อ กลิ่นพริกแกงโชยออกมารวมกับกลิ่นเนื้อกระต่ายผัดฟุ้งไปทั่วทำให้ท้องของหญิงสาวส่งเสียงร้อง และแสบขึ้นมาด้วยความหิว
" ... " เปลี่ยนชื่อเื่กันเถอะ
จากชื่อนิยายหวนรักคืนบัลลังก์เป็ตัวประกอบยากจนดิ้นรนฉิบหาย
..น่าจะเหมาะกว่า
ทำไมไม่ส่งมาเป็คนรวยๆจะให้สู้ชีวิตไปถึงไหน บ่นไปก็เท่านั้น มาถึงนี่แล้วอะนะ
เฮ้อ...
กุมท้องด้วยความหิวเพราะตอนเช้ากินแค่ข้าวต้มแล้วก็ผัดผักบุ้ง