บทที่ 6 วิชาชักกระบี่สุดขั้ว (รีไรต์)
เมิ่งฝานไม่รู้ว่าตนเองไปล่วงเกินสองคนนี้ตรงไหน
แต่ทั้งคู่กลับคิดจะเอาชีวิตเขา!
พูดตามตรง นี่ไม่ใช่เื่ขัดใจกันเล็กน้อยเสียแล้ว
สำหรับคนที่คิดปองร้ายตน เมิ่งฝานย่อมไม่ตอบแทนความแค้นด้วยความเมตตา
หากมีโอกาส เขาเต็มใจอย่างยิ่งที่จะกำจัดหยางเฟยและผู้คุมกฎหวังให้สิ้นซาก
ด้วยความสามารถของเขาไม่ช้าก็เร็วต้องมีโอกาสกำจัดเ้าสองคนนี้แน่นอน
ทว่าตอนนี้เขาสงสัยมากกว่าว่า เหตุใดสองคนนี้ถึงต้องคิดร้ายกับเขา?
เพราะอย่างไรเสีย เขากับพวกนั้นก็เรียกได้ว่าไม่มีความแค้นต่อกันเลยจริง ๆ
"เ้ามาทำอะไร?" เมิ่งฝานมองไปที่หยางเฟย
หยางเฟยแสยะยิ้มเยาะ "เ้าทำท่าทางอะไรแบบนี้? อาจารย์ของข้าชี้แนะโอกาสดี ๆ เช่นนี้ให้เ้า เ้าไม่ควรขอบคุณพวกข้าหรือ?"
"จะเป็งานดีหรือไม่ พวกเ้าเองย่อมรู้ดีที่สุด!! ข้าสงสัยนัก ข้ากับพวกเ้าไม่มีความแค้นต่อกัน ทำไมพวกเ้าถึงต้องคิดร้ายกับข้า?"
เมิ่งฝานเหลือบมองหยางเฟย แววตามีความโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัด
แม้ว่าการได้มาอยู่ที่หอคอยกระบี่ จะถือว่าเป็การพลิกวิกฤตให้เป็โอกาสในบางแง่มุม
แต่สำหรับหยางเฟยและผู้คุมกฎหวัง เมิ่งฝานไม่มีความรู้สึกดีต่อคนทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเกลียดชังเท่านั้น
"ทำไมงั้นหรือ? ก็เพราะเ้ามันเป็เพียงคางคกที่อยากจะกินเนื้อหงส์ ศิษย์พี่หลี่เสวี่ยโหรวผู้สูงส่งขนาดนั้น เป็คนที่คนอย่างเ้ามีสิทธิ์จะแตะต้องงั้นหรือ?" สายตาที่หยางเฟยมองเมิ่งฝานเต็มไปด้วยการดูิ่
คางคกอยากกินเนื้อหงส์?
หลี่เสวี่ยโหรว?
เมิ่งฝานขมวดคิ้ว
ศิษย์สายงานจิปาถะอย่างหยางเฟย ต่อให้จะมีผู้คุมกฎหวังเป็ที่พึ่งก็คงไม่กล้าฝันถึงหลี่เสวี่ยโหรว
"เฉียนเล่อฉือเป็คนสั่งให้พวกเ้าประสงค์ร้ายกับข้าใช่หรือไม่?" เมิ่งฝานขมวดคิ้วถาม
"คนอย่างเ้า คู่ควรให้ศิษย์พี่เฉียนลงมือเองด้วยหรือ?" หยางเฟยตอบด้วยความเหยียดหยาม
เมื่อเื่ดำเนินมาถึงจุดนี้ เมิ่งฝานก็พอจะเข้าใจสถานการณ์คร่าว ๆ แล้ว
หลี่เสวี่ยโหรวและเขาต่างเป็เด็กกำพร้าจากหมู่บ้านซิงมู่พึ่งพากันมาตลอด จึงมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด
เฉียนเล่อฉือเข้าใจผิดว่าเขากับหลี่เสวี่ยโหรวมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน จึงคิดจะกำจัดเขา
สำหรับหลี่เสวี่ยโหรว เมิ่งฝานมองนางเป็เพียงน้องสาวคนหนึ่ง ไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร่ในเชิงชู้สาวเลยแม้แต่น้อย
น่าเสียดายที่เื่นี้เขาไม่สามารถบอกเฉียนเล่อฉือได้ และต่อให้บอกอีกฝ่ายก็คงไม่เชื่อ!
เดิมทีไม่ว่าน้องเสวี่ยโหรวจะอยู่กับใคร เมิ่งฝานก็จะไม่เข้าไปยุ่งเื่ของคนอื่น
แต่ตอนนี้ดูท่าว่าเฉียนเล่อฉือผู้นี้จะมีจิตใจที่คับแคบและไม่เที่ยงธรรม ไม่คู่ควรกับน้องเสวี่ยโหรวเลยสักนิด
อีกทั้งเมิ่งฝานเป็พวกแค้นต้องชำระ ใครที่คิดจะทำร้ายเขา เขาไม่มีทางปล่อยไปเด็ดขาด!
ตอนนี้เขายังไม่มีกำลังพอจะต่อกรกับเฉียนเล่อฉือ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
หลังจากเข้าใจเื่นี้แล้ว เมิ่งฝานก็ี้เีจะเสียเวลาพูดไร้สาระกับหยางเฟย
เขาเอ่ยกับหยางเฟยด้วยน้ำเสียงเ็า "หอคอยกระบี่ไม่ใช่ที่ที่ศิษย์สายงานจิปาถะอย่างเ้าจะเข้ามาได้ รีบไสหัวไปซะ!"
หยางเฟยได้ยินดังนั้นก็แสดงสีหน้าดูแคลนทันที
"เ้าขยะตัวหนึ่งกล้าสามหาวถึงขนาดนี้เชียวหรือ? ถ้าข้าเป็เ้า ข้าจะรีบไปหาที่ทางดี ๆ ขุดหลุมฝังศพเตรียมรอไว้เลย!"
เมิ่งฝานี้เีจะต่อปากต่อคำ พ่นคำพูดออกมาเพียงคำเดียว
"ไสหัวไป!"
เมื่อเห็นว่าขยะอย่างเมิ่งฝานกล้าโอหังต่อหน้าตน หยางเฟยก็ะเิโทสะทันที
"เ้าหาที่ตาย!" หยางเฟยถือกระบี่หักเล่มหนึ่ง ฟันเข้าใส่เมิ่งฝาน
ความจริงเมิ่งฝานสังเกตเห็นกระบี่หักในมือหยางเฟยตั้งนานแล้ว เ้าหมอนี่คงมาเปลี่ยนกระบี่ที่หอคอยกระบี่
ทว่าหยางเฟยในฐานะศิษย์สายงานจิปาถะ ไม่มีสิทธิ์มาเบิกกระบี่ที่หอคอยกระบี่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่การเปลี่ยนกระบี่
ดังนั้นเขาคงมาจัดการเื่นี้แทนผู้อื่น
เป็แค่สุนัขรับใช้ตัวหนึ่ง!
เมื่อเห็นหยางเฟยลงมือ เมิ่งฝานไม่ได้รีบร้อน เขาหยิบกระบี่ธรรมดาเล่มหนึ่งจากชั้นวางไม้ข้างกายขึ้นมา
"เคร้ง..."
เสียงกระบี่ร่ำร้อง
กระบี่ธรรมดาถูกชักออกจากฝัก
แสงกระบี่วิถีสายหนึ่งสว่างวาบขึ้นภายในโถงของหอคอยกระบี่
วิชาชักกระบี่สุดขั้ว!
เมิ่งฝานนำสิ่งที่เพิ่งเรียนรู้มาใช้ทันที
วินาทีต่อมา กระบี่หักในมือหยางเฟยหลุดกระเด็น
รอยเืสีแดงจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่ลำคอของเขา
เขาเอามือกุมคอ มองเมิ่งฝานด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
ชั่วพริบตาเมื่อครู่ เขาคิดว่าตนเองตายไปแล้ว!
ความกลัวต่อความตายไม่เคยปรากฏชัดเจนเช่นนี้มาก่อน
เมิ่งฝานมองหยางเฟยด้วยสายตาเ็า เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เ้าควรดีใจที่ที่นี่คือสำนักกระบี่สู่ซานและเป็หอคอยกระบี่ มิเช่นนั้นเ้าคงกลายเป็ศพไปแล้ว!"
หยางเฟยได้ยินคำพูดของเมิ่งฝาน ก็ลองคลำที่ลำคอโดยสัญชาตญาณ พบว่าิัเพียงแค่ถลอกเล็กน้อย
ในวินาทีนั้น เขาถึงกับเหงื่อเย็นไหลซึมทั่วแผ่นหลังด้วยความหวาดกลัว
หากเมื่อครู่เมิ่งฝานออกแรงมากกว่านี้อีกนิด เขาคงถูกกระบี่ปาดคอจนตายสนิทไปแล้ว
น่ากลัวเกินไป!
เมิ่งฝานคนนี้ กลายเป็คนที่น่ากลัวขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่?
สามารถควบคุมปลายกระบี่ให้กรีดิัที่ลำคอได้อย่างแม่นยำ โดยไม่โดนจุดสำคัญ
นี่มันยากกว่าการฟันให้ตายในดาบเดียวเสียอีก!
ขณะนี้หยางเฟยงุนงงอย่างถึงที่สุด เมิ่งฝานไม่ใช่ศิษย์สายงานจิปาถะที่สอบได้อันดับรองสุดท้าย... ไม่สิ ตอนนี้เป็อันดับสุดท้ายแล้ว
ทำไมจู่ ๆ ถึงได้น่าสยดสยองเช่นนี้?
หยางเฟยรีบตะเกียกตะกายวิ่งหนีออกจากหอคอยกระบี่ราวกับหนีตาย
แม้แต่กระบี่หักที่ตกอยู่บนพื้น เขาก็ไม่ได้ก้มลงเก็บ
เมิ่งฝานมองตามแผ่นหลังของหยางเฟยด้วยความเหยียดหยาม
จากนั้นเขาก็เช็ดกระบี่ธรรมดาในมือจนสะอาด แล้ววางกลับคืนบนชั้นไม้
ต่อมา เขาก็หยิบกระบี่หักที่หยางเฟยทำตกไว้ขึ้นมา
ทันทีที่ัักระบี่เล่มนี้
'กระบี่นาม เฮยเหยียน'
'น้ำหนักเจ็ดจินแปดเหลี่ยง ตัวกระบี่ยาวสองฉื่อสามชุ่น'
...
เมิ่งฝานขมวดคิ้ว กระบี่เล่มนี้ไม่เพียงแต่ไม่มีจิตอาฆาตพุ่งเข้าใส่เขา แต่ไม่เหมือนกับกระบี่ธรรมดาเล่มก่อน ๆ ที่มีกลิ่นอายพิเศษไหลเข้าสู่ร่างกาย
"อาจเป็เพราะมันเป็กระบี่หัก ถือว่าพังไปแล้ว จึงไม่มีผลอะไร"
เขานำกระบี่เฮยเหยียนเล่มนี้ไปเก็บคืนในห้องเก็บของ จากนั้นจึงหยิบสมุดลงทะเบียนกระบี่ออกมา
ไม่นาน เขาก็พบข้อมูลของกระบี่เล่มนี้ในสมุดลงทะเบียน
'วันที่สาม เดือนหก หยางสือ ศิษย์สายนอกอันดับที่สี่สิบ มาเบิกกระบี่ที่หอคอยกระบี่และเลือกกระบี่เฮยเหยียน'
ศิษย์สายนอกของสำนักกระบี่สู่ซานมีนับพันคน มีเพียงศิษย์สายนอกห้าสิบอันดับแรกเท่านั้นที่มีสิทธิ์มาเบิกกระบี่หนึ่งเล่มจากหอคอยกระบี่ ซึ่งเป็รางวัลสำหรับศิษย์ที่ยอดเยี่ยมของสำนักกระบี่สู่ซาน
ส่วนศิษย์สายใน ทุกคนสามารถเบิกกระบี่ได้ทั้งหมด
"ดูท่าว่าหยางเฟยคนนี้ จะมาเปลี่ยนกระบี่แทนหยางสือ"
"หยางเฟย หยางสือ ทั้งคู่แซ่หยาง คงจะเป็ญาติกัน"
เมิ่งฝานส่ายหัว ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
แต่การที่หยางเฟยทำเช่นนี้ เท่ากับเป็การขุดหลุมฝังศิษย์สายนอกที่ชื่อหยางสือเข้าให้แล้ว
หากอาวุธกระบี่ชำรุดเพียงแค่มาที่หอคอยกระบี่และส่งหินิญญาสามก้อนก็สามารถเปลี่ยนกระบี่ได้
แต่หากอาวุธกระบี่สูญหายจะต้องใช้หินิญญาถึงสิบก้อน จึงจะสามารถเบิกกระบี่เล่มใหม่ได้!
ส่วนต่างเจ็ดก้อนหินิญญา สำหรับศิษย์สายนอกแล้วถือเป็จำนวนที่น่าเ็ปใจยิ่งนัก
ในเมื่อเกลียดหนูย่อมเกลียดไปถึงรู เมิ่งฝานย่อมไม่เหลือความรู้สึกดีใด ๆ ให้หยางสือ ดังนั้นย่อมไม่มีทางคืนกระบี่เฮยเหยียนหักเล่มนี้ให้หยางสือแน่นอน
ส่วนเื่ที่ว่าหากหยางสือมาหาเื่เขา...
หึหึ เชิญมาได้เลย!
หลังจากได้พักจนหายเหนื่อย เมิ่งฝานจึงเริ่มเช็ดกระบี่ธรรมดาต่อ ไม่นานเขาก็เช็ดกระบี่ธรรมดาทั้งยี่สิบเล่มจนเสร็จสิ้น
กระบี่ไม่กี่เล่มหลังไม่มีจิตอาฆาตกระบี่ แต่กระบี่ทุกเล่มยังมีกลิ่นอายบางเบาไหลเข้าสู่ร่างกายของเมิ่งฝาน ซึ่งจุดนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป
จนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ศิษย์พี่หลัวจึงค่อย ๆ เดินกลับมา
ไหนบอกว่าออกไปหาซื้อของบางอย่าง แต่ผลลัพธ์คือกลับมามือเปล่า
ที่สำคัญคือ กลิ่นเหล้าหึ่งไปทั้งตัว!