ณ ตอนนั้น ทั้งห้องเต็มไปด้วยกลุ่มควัน จากแรงะเิคลื่นลมปราณเงากระบี่ที่เตียววูได้สร้างขึ้นมา เตียววู มองไปเห็นหน้าต่าง ที่ถูกเปิดออก คาดว่ามันสามารถหลบหนีออกไปได้
“ มันหนีไปได้อย่างนั้นรึ ”
เตียว วูไม่สามารถรู้สึกได้ถึงลมปราณของชายคนนั้นได้จึงคาดว่ามันน่าจะหลบหนีไปเขาจึงหันไปบอกฟงหยวนด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว
“ ฟงหยวน จัดหน่วยลาดตระเวนให้รอบสำนัก มันคงหนีไปได้ไม่ไกลนักหรอก ! ”
“ ขอรับ ! ”
ฟงหยวนรีบวิ่งออกจากห้องประมุข เพื่อที่จะไปสั่งให้เหล่าลูกศิษย์ช่วยกันจับตาดู นักฆ่าที่หลบหนีไปได้ ก่อนที่จะหันมาสั่งการกับเด็กทั้งห้าคน
“ กงเหยิน อี้หยุน พวกเ้า สองคน อยู่เฝ้าท่านเตียว วูเอาไว้ ที่เหลือ ตามข้ามา ! ”
“ ขอรับ ! ” กงเหยินและอี้หยุนขานรับ
“ กระบวนท่าที่ข้าใช้เมื่อกี้ ถ้าเป็สมัยข้าหนุ่ม ๆ ก็คงจะทำได้สอง ถึงสามรอบติดต่อกัน แต่ตอนนี้นี่สิ เห้อ ต้องใช้เวลาพักฟื้นเสียหน่อย ฝากพวกเ้า ช่วยป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาขัดขวางระหว่างที่ข้าโคจรลมปราณใหม่ให้กระแสลมปราณข้ากลับเข้าที่นะ ” เตียววูกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูเหน็ดเหนื่อย
เขาไม่รอช้าะโขึ้นนั่งบนโต้ะกลางห้อง แล้วเริ่มจัดแจงกระจายลมปราณไปทั่วร่างเพื่อเริ่มโคจรลมปราณ ใหม่อีกครั้ง เหตุที่ไม่ให้ใครเข้ามาขัดขวางระหว่างที่มันกำลังโคจรลมปราณใหม่นั้น ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการธาตุไฟเข้าแทรกในระหว่างนั้น นั่นเอง
ในตอนนั้น กงเหยิน และอี้หยุน ได้เห็นถึงวงโคจรที่อัศจรรย์ ของผู้ที่เป็เซียนเฉกเช่นเตียววู อี้หยุนถึงกับต้องสบถออกมาในทันที
“ ช่างเป็ลมปราณ ที่งดงาม คลื่นพลังที่ถูกควบแน่น อันแสดงถึง ประสบการณ์ และการฝึกฝนที่เกินความเป็มนุษย์ไปแล้ว ”
.
.
.
“ ตู้มมม !!! ”
.
.
.
เสียงะเิดังสนั่นหวันไหว จนทำให้หน้าต่างของห้องประมุขเป็รูโหว่ขนาดใหญ่ ทันใดนั้นปรากฏร่างของกลุ่มชายปริศนา 5 คน พวกมันสวมชุดดำ คลุมหน้าตา เหลือไว้แต่เพียงส่วนของตาทั้งสองข้าง แน่นอนว่านั่นไม่ใช่การมาดีแน่นอน
“ อี้หยุน จัดกระบวนท่าตั้งรับ ! ต้านไว้จนกว่าอาจารย์ฟงหยวนจะกลับมา ” กงเหยินรีบสั่งให้อี้หยุนรีบจัดตั้งกระบวนท่าตั้งรับ
“ าอาจจะไม่ใช่จุดจบของบางเื่ แต่มันก็เป็จุดเริ่มต้นของหลายๆ เื่นะ เ้าว่าอย่างนั้นไหม เตียว วู ?!? ” ชายคนหนึ่งเดินขึ้นนำหน้าออกมาจากกลุ่มชายทั้ง 5 คน คงจะคาดเดาไม่ยากที่ชายคนนี้คือหัวหน้า
“ เห เห แล้วเ้าเด็กใหม่สองคนนี้เป็ใครอย่างนั้นล่ะ ” ชายคนนั้นหันหน้ามามอง กงเหยินและอี้หยุนด้วยความประหลาดใจ
“ คนนึงดูร่างกายกำยำแต่ลมปราณของเขาช่างอ่อนแอ แต่อีกคนนึงร่างกายดูบอบบางแต่เปี่ยมไปด้วยพลังลมปราณที่แข็งแกร่งราวกับเง็กเซียนส่งมาเกิด ” มันพูดอย่างนุ่มนวล แต่น้ำเสียงของมันดูเป็เอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือนแสดงให้เห็นว่ามันเป็คนเืเย็นถึงเพียงใด
“น่าสนใจดีนี่…." มันพูดราวกับกำลังเย้ยหยันฝีมือทั้งสองคน
" สงสัยต้องลองดูหน่อยสิว่าเตียววู สั่งสอนพวกเ้ามาดีแค่ไหน !!!” มันพูดพลางพุ่งไปหาเด็กหนุ่มทั้งสองอย่างรวดเร็ว
“ ฟึบ !!! ”
“ ผ่างง !! ”
เตียว วูได้ปล่อยคลื่นลมปราณ ทันเวลาพอดีก่อนที่มันจะมาถึงตัวพวกเขาทั้งสามคน ทำให้ชายคนนั้นกระเด็นกลับไปอยู่ที่เดิม
“ ข้าเดินลมปราณ เสร็จแล้ว พวกเ้าถอยมาอยู่ข้างหลังข้า ” เตียว วูะโเข้ามายืนป้องกันทั้งสองคนให้อยู่ในรนะยะปลอดภัย
“ ขอรับ ” ทั้งสองคนตอบรับพร้อมวิ่งไปหลบอยู่ข้างหลังเตียววู
“ เอ่ยนามของเ้ามา ้าสิ่งใด ! ” เตียววูกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว
ชายในชุดคลุมก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมกับเปิดผ้าคลุมหน้าของมัน !
“ จะ..เ้า…!?! ทะ..ทำไมถึง.. !?! ”
เมื่อชายในชุดคลุมได้เปิดเผยตัวตนออกมา นั่นก็ทำให้เตียววู ถึงกับอ้าปากหวอ เพราะ เขาคือผู้ที่ถูกเตียววูสังหารในา 7 สำนัก และที่พิเศษไปกว่านั้นเขาคือผู้นำทัพฝ่าย อธรรม นามว่า เทียน ิ
เทียน ิ ชายรูปร่างกำยำ มันมีใบ้หน้าที่ดูคล้ายเด็กหนุ่ม แลดูไร้ซึ่งพลังลมปราณ แต่หารู้ไม่ว่าพลังลมปราณของมันมหาศาลมากพอที่จะทำใหู้เาลูกหนึ่งหายไปในพริบตา ผู้ที่ถูกมันสบตาเข้า ก็มิอาจจะก้าวเท้าได้เพียงเพราะจิตสังหารที่มันปล่อยออกมา ราวกับอสรพิษที่กำลังจ้องเหยื่อของมันอยู่ก็ไม่ปาน
“ ปะ..เป็ ไปไม่ได้ !! ขะ..ข้าเป็คน.. สังหารเ้าและถีบเ้าลงสู่ก้นเหว อสรพิษด้วยตัวข้าเอง !!! ” เตียววูกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ใราวกับมันกำลังเจอผี
“ แล้วเ้าแน่ใจอย่างนั้นรึว่า ข้าตายจริง ๆ ” มันก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันเ็าเพื่อเป็การตอกย้ำให้เตียววูตระหนักรู้ถึงอะไรบางอย่าง
“ปะ..ปะ…เป็ไปไม่ได้ ! ”
า 7 สำนัก ได้เกิดขึ้นโดยการยุยงปลุกปั่นขึ้นด้วย สำนักชั่วร้ายทั้ง 3 สำนัก นั่นก็คือ สำนักอสรพิษ สำนักุ์ สำนักดาบวายุ พวกมันหวังจะรวบรวมวิชาเซียนของทุกสำนักมาไว้ที่พวกมัน พวกมันเข่นฆ่า เหล่าลูกศิษย์ และเ้าสำนักที่ขัดขวางการรวบรวมคัมภีร์เซียนของพวกมันเสียสิ้น และเทียนิคือ 1 ในแม่ทัพของาครั้งนั้น การกลับมาครั้งนี้ของมันคงจะไม่ใช่เื่ดีแน่นอน
“ คัมภีร์นั่น…เ้าคงเก็บรักษาไว้อย่างดีสินะ เตียว วู เอาล่ะ ข้าขอมันคืนได้ไหม ” มันยังกล่าวออกด้วยน้ำเสียงที่เ็า
“ เหลวไหล !! ” เตียววูตอบกลับทันที
** ฟึ้บ !! **
** เคร้งงงงง !! **
เทียนิไม่รอช้ามันพุ่งเข้าหาเตียว วู ภายในพริบตา ดั่งหมายจะฟันหัวเตียววูเสียให้ขาดสะบั้นภายในกระบวนท่าเดียว แต่กระนั้นเตียว วู ก็ยังคงสามารถรับกระบี่ของมันได้ทันท่วงที ทั้งสองคนเข้าจู่โจมด้วยกระบวนท่าที่หมายจะปลิดเอาชีวิต
ในตอนนั้นฟงหยวนได้รีบวิ่งกลับมาที่ห้องที่เกิดการต่อสู้ มันเองก็ไม่อยากจะเชื้อสายตาตัวมันเองเช่นกันที่อดีตแม่ทัพอย่างเทียนิมายืนอยู่ตรงหน้ามันอีกครั้ง
“ นี่มันเื่อะไรกัน…”ฟงหยวนกล่าวด้วยความสั่นกลัวเพราะมันก็เคยเป็หนึ่งคนที่ได้เห็นการออกกระบวนท่าสังหารของเทียนิซึ่งมันยอมรับเลยว่าตัวมันไม่สามารถต่อกรกับชายคนนี้ได้แน่นอน
"เพลงกระบี่ของมันช่าง…ดุดันเหลือเกิน…ข้า..มองไม่ทันจริงๆ...'' ฟงหยวนกล่าวพร้อมกับกลืนน้ำลายลูกใหญ่
“ กระบวนท่าเต็มเปี่ยมไปด้วยเล่ห์กลแห่งเพลงกระบี่ เปรียบดั่ง งูพิษ ที่คอยหลอกล่อเป้าหมายของมันให้ตายใจแล้วพุ่งเข้าหาเหยื่อทันทีเมื่อเหยื่อของมันเผลอ นี่แหละอสูรร้ายแห่งสำนักอสรพิษ ! ” เขายังคงไม่หยุดสาธยายความร้ายกาจของปีศาจตนนี้
เทียนิตวัดกระบี่ไปด้านขวาพร้อมกับหมุนตัวขึ้นกลางอากาศ เตียววู ไม่รอช้ามันหมุนตัวเพื่อที่จะหลบการโจมตีของเทียนิเพื่อที่จะได้ตอบโต้อย่างทันท่วงที
“ ช้าไปแล้ว ไอแก่ ” เทียนิแสยะยิ้มพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันราวกับมันกำลังได้โอกาส
ฉึก!!
เสียงคำพูดอันนุ่มนวลแต่บาดลึกชวนให้ยั่วโทสะเป็อย่างยิ่ง ปลายกระบี่ของมันเสียบเข้าที่หัวไหล่ขวาของ เตียว วู เข้าอย่างแม่นยำ !!! ราวกับมันได้คาดการณ์เอาไว้ทั้งหมดและรอจังหวะที่เตียววูเตรียมตัวที่จะตั้งรับการโจมตีของมัน
“ ท่านเ้าสำนัก !! ” ฟงหยวน อี้หยุน กงเหยินถึงกับโพล่งออกมา พร้อมๆกัน
ทั้งหกคนได้แต่ยืนดูการต่อสู้ชั้นเซียน ที่ทั้งหกคนไม่สามารถก้าวเข้าไปล่วงเลยได้แม้แต่ก้าวเดียว พวกมันได้แต่คิดว่าถ้าหากเตียว วู ได้ถูกสังหารลงที่นี้ ตาต่อไปก็คงจะเป็พวกมัน
“ มันอยู่ที่ใด !! ” เทียนิเริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวขึ้น
“ เ้าจะไม่มีวันได้แตะต้องมันอีก !!! ” เตียววูก็ยังคงสามารถตอบโต้มันกลับได้
ย๊ะ !!!
เตียว วู ะเิลมปราณอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะผลักให้เทียนิกระเด็นออกห่างจากตัวมัน เทียนิ ะโหมุนตัวกลับหลัง แต่ก็ดั่งที่มันได้คาดการณ์การต่อสู้ครั้งนี้เอาไว้หมดแล้ว มันรีบหมุนตัวหันปลายกระบี่เฉกเช่นเดียวกับกระบวนท่าัย้อน์ของสำนักหมัดั
ด้วยความที่ เตียว วู พึ่งจะโดนแทงเข้าที่จุดสำคัญทำให้การเคลื่อนไหวของมันทำได้ช้าลงเข้าไปอีก มันจึงตัดสินใจ ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างประกบดาบเอาไว้ที่อก
ตู้ม !!
เป็การะเิลมปราณอีกครั้งของทั้งสองเซียนกระบี่ ทำให้ ห้องประมุขนั้นถูกะเิออก คละคลุ้งตลบไปด้วยฝุ่นแต่นั่นก็ยังไม่ใช่จุดที่ตัดสินแพ้ชนะ
“ เคล็ดสังหาร เงากระบี่หมื่นทิศ ! ”
เทียนิ สร้างกระบี่เงาขึ้นมารอบตัวมันเต็มไปหมดนับหมื่นเล่มทั่วทุกสารทิศจนปกคลุมตัวมันทั้งหมด
ทุกคนต่างประหลาดใจเนื่องจากนี่เป็เคล็ดเงากระบี่โบราณที่มีแต่เซียนเท่านั้นที่ได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาโบราณเช่นนี้ ลมปราณจำนวนมากถูกปล่อยออกมาพร้อมๆกับเงากระบี่นับหมื่นที่ดูทรงพลังหาผู้ใดเทียบ
“ เคล็ดสังหาร เงากระบี่ทะลวง์ ! ”
เตียว วู ไม่รอช้าเช่นกันมันโคจรพลังปราณทั้งหมด มาไว้ที่มือของมันขณะที่มันใช้มือทั้งสองข้างประกบกระบี่ของเทียนิไว้อย่างแน่น จนเงากระบี่เกิดที่มือของมันแม้มันจะไม่ได้ถือกระบี่อยู่ก็ตาม
เงาที่เกิดขึ้นไม่สามารถมองได้ทันด้วยตาเปล่ารวมถึงบริเวณโดยรอบกลับมืดลงเพราะแสงรอบตัวนั้นได้ถูกดูดเข้าไปอยู่ใน มือของมันจนสิ้น เกิดกระแสไฟฟ้ามากมายพร้อมๆกับการเรืองแสงของเงากระบี่จนน่าอัศจจรย์ใจ ราวกับนี่คือกระบวนท่าสุดท้ายที่จะใช้ตัดสินกับเทียนิ
“ วันนี้แหละคือ วันตายของเ้าเทียนิ ” มันกล่าวกับเทียนิราวกับว่านี่คือท่าพิฆาตรสุดท้ายของมันก่อนที่จะหันมากล่าวกับฟงหยวน
“ ฟงหยวน พาทุกคนหนีไปเดี๋ยวนี้ !!! ”
“ แต่…ว่า ” ฟงหยวนได้แต่ยืนอ้ำอึ้ง
“ ไป !!! ” เตียววูะโอย่างสุดเสียงอีกครั้งเพราะมันกำลังจะต้านพลังของเทียนิไม่ไหว
ด้วยสังขารร่างกายของมันถ้าเทียบกับตอนหนุ่มแล้วพลังของมันตกลงกว่าเดิมหลายสิบเท่านัก คงจะต้านเอาไว้ได้อีกไม่กี่กระบวนท่า สิ่งที่มันพอจะทำได้ตอนนี้คือจะต้องมีคนสืบทอดเพลงกระบี่ของสำนักกระบี่หมื่นเงาต่อไป
ฟงหยวนได้แต่กัดฟันก้มหน้ายอมทำตามคำสั่งถึงแม้ใจมันอยากจะอยู่ช่วยเ้าสำนักของมันก็ตาม มันก็รู้ตัวดีว่ามันไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย นี่เป็ศึกที่แม้แต่ตัวมันก็ไม่อาจเอื้อมได้ถึง
ก่อนที่ฟงหยวนจะหันหลังแล้วรีบพาเหล่าเด็กหนุ่มทั้ง 5 ออกไปเตียว วู ได้ะโขึ้นมาอีกครั้ง
“ ฟงหยวน…ข้าขอบใจเ้ามากนะ ”
โปรดติดตามตอนต่อไปและอย่าลืมกดติดตามให้กำลังใจด้วยนะครับ