บทที่ 31 ข้อความจากเฉียวอวี้เหอ (รีไรต์)
ตอนนี้โทรศัพท์ของเสิ่นชิงดังไม่หยุด ทั้งบริษัทและสปอนเซอร์ต่างโทรหาเธออย่างบ้าคลั่ง
เสิ่นชิงแอบยิ้มเยาะอย่างสะใจ ก่อนจะกดปิดโทรศัพท์
เธอไม่ได้กลับไปที่โรงแรม แต่เลือกจ่ายเงิน 39.9 หยวน เพื่อเข้าพักในโรงแรมแคปซูลแทน
โรงแรมแคปซูลจะมีลักษณะเป็นห้องนอนเล็ก ๆ พอดีสำหรับผู้ใหญ่หนึ่งคน ภายในห้องจะมีโต๊ะขนาดเล็กเท่าที่จับประตู หูฟัง ทีวีแบบฝัง และแผงควบคุมบนผนังสำหรับควบคุมแสง อุณหภูมิ และเสียงภายในห้อง
เมื่อปิดประตูลง เธอก็มีพื้นที่ส่วนตัวเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง
เสิ่นชิงปิดไฟนอนแต่หัวค่ำ เพราะพรุ่งนี้มีสอบ เธอจึงต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
แต่แล้ว... ตอนตีสอง เสิ่นชิงก็ถูกปลุกให้ตื่น
โรงแรมแคปซูลนี้ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวตรงที่เก็บเสียงไม่ค่อยดี
แคปซูลห้องข้าง ๆ ของเสิ่นชิง ส่งเสียงน่าอายออกมาเป็นระยะ ช่วงแรกก็เบา ๆ ต่อมาก็เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จนแคปซูลของเสิ่นชิงสั่นสะเทือนไปด้วย
“อ๊าาา... เร็วอีก...”
“อื้อ... ไม่ไหวแล้ว... ที่รัก… ขอแรงกว่านี้อีก...”
เหมือนว่า จุกอุดหูของเสิ่นชิงจะไร้ประโยชน์ เสียงร้องครวญครางที่แสนน่าอายดังเข้ามาในโสตประสาทของเธอโดยตรง
เสิ่นชิงเปิดประตูแคปซูลด้วยสีหน้าเรียบเฉย เคาะแคปซูลข้าง ๆ “ส่งเสียงดังขนาดนี้ ไม่กลัวตำรวจมาตรวจห้องเหรอ?”
ภายในห้องเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงผู้ชายตะคอกกลับมา “อยู่ในห้องของฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้ เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย”
จากนั้นก็มีเสียงหญิงสาวเสียงแหบพร่าดังมาตามหลัง “ที่รัก ไม่ต้องไปสนใจป้าแก่ ๆ ไม่มีใครเอาหรอก เรามาต่อกันเถอะ”
เสิ่นชิงหรี่ตาลง สองคนนี้ช่างไร้ยางอายจริง ๆ
เสิ่นชิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ตั้งเวลา หลังจากคู่รักข้างห้องเสร็จศึกยกที่สอง เธอก็แกล้งทำเป็นตกใจ “โอ้โห อะไรกัน แค่สามนาทีเองเหรอเนี่ย?”
จากนั้น เธอก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ห้องนั้น แล้วเปิดโฆษณาซ้ำไปซ้ำมา
“เร็วไปจะไม่มั่นใจ นุ่มไปจะอับอาย อักเสบบ่อยจะทรมาน สั้นไปจะโดนดูถูก โรงพยาบาลโรคสำหรับบุรุษ XXX เปิดให้บริการแบบส่วนตัว บอกความกังวลของคุณมาได้เลย”
ห้องข้าง ๆ “...”
หลังจากนั้น ห้องข้าง ๆ ก็เงียบสนิท ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ จนน่าสงสาร
แท้จริง แขกในแคปซูลนอนห้องอื่น ๆ ก็ตื่นเหมือนกัน แต่ด้วยความกลัวที่จะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัด พวกเขาจึงได้แต่ทนฟังต่อไป
แต่เสิ่นชิงไม่สนใจเรื่องแบบนั้น ตราบใดที่เธอไม่อาย คนที่ต้องอับอายก็คือคนอื่น
แขกคนอื่น ๆ ได้ยินเสิ่นชิงระบายความอึดอัดใจแทนพวกเขา ต่างก็ชื่นชมในใจ
แต่พอกลับเข้าไปในห้อง เสิ่นชิงก็นอนไม่หลับอีกเลย
ตีห้า เสิ่นชิงออกเดินทางพร้อมกับรอยคล้ำใต้ตา ใบหน้าอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
ตอนนี้ สมองของเธอรู้สึกมึนงงไปหมด ราวกับเปลือกตาและสมองต่างฝ่ายต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเอง
เปลือกตากระซิบว่า “ง่วงจังเลย ขอพักสายตาสักหน่อยได้ไหม?”
สมองสั่งว่า “ตั้งสติหน่อย! วันนี้ต้องสอบนะ ลุกขึ้นมาได้แล้ว!”
กว่าเสิ่นชิงจะลากสังขารมาถึงห้องสอบได้ เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีสอบ
เมื่อได้รับกระดาษข้อสอบ เสิ่นชิงอ่านผ่านตาหนึ่งครั้ง ในใจกระจ่างแจ้ง ก่อนจะตั้งสติแล้วลงมือทำข้อสอบอย่างตั้งใจ
เพียงแค่เห็นโจทย์ สมองของเธอก็นึกออกทันทีว่าข้อนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมายมาตราใดบ้าง และกฎหมายมาตราเหล่านั้นอยู่ในหนังสือเล่มไหน หน้าไหน และบรรทัดไหน
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เสิ่นชิงก็ทำข้อสอบเสร็จ
จากนั้นเธอก็ฟุบหลับบนโต๊ะ ห้องสอบเงียบมาก ได้ยินเพียงเสียงขีดเขียน เสียงใบไม้ไหวตามสายลม
กรรมการคุมสอบเห็นเสิ่นชิงหลับสนิท ก็ส่ายหน้า
ในสายตาของเขา เสิ่นชิงคงรู้ตัวว่าสอบไม่ผ่าน จึงล้มเลิกความตั้งใจ
นักเรียนแบบนี้ ต่อให้มองไปก็เสียเวลาเปล่า ๆ
อาจารย์คุมสอบขี้เกียจเตือนเสิ่นชิง คนสอบส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ใหญ่แล้วทั้งนั้น ผู้ใหญ่ควรต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง
มีผู้เข้าสอบหลายคนที่เคยดูไลฟ์ของเสิ่นชิงและจำเธอได้ หลังสอบเสร็จ พวกเขาก็รีบโพสต์เรื่องที่เสิ่นชิงหลับในห้องสอบลงอินเตอร์เน็ตทันที
ช่วงนี้เสิ่นชิงเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ เรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเธอ สื่อต่าง ๆ ก็จะรายงานข่าวอย่างครึกโครม
ดังนั้น ชื่อของเสิ่นชิงจึงติดเทรนด์เทรนด์อีกครั้ง
#เจอ ‘เจ้าหญิงนิทรา’ เสิ่นชิงในห้องสอบ ทำข้อสอบหนึ่งชั่วโมง นอนหลับสองชั่วโมง!#
#เสิ่นชิงหลับสนิทในห้องสอบ ดูเหมือนการอำลาวงการจะเป็นจริง!#
#หวังว่าเสิ่นชิงจะรักษาสัญญา หลังลาวงการแล้วจะไม่หวนกลับมาอีก#
ในกลุ่มวีแชต ‘แปดเทพแห่งหางโจว’ กลุ่มลูกเศรษฐีที่เคยมีเรื่องบาดหมางกับเสิ่นชิงต่างพากันเยาะเย้ยเธอ
[ฮ่าฮ่าฮ่า ตลกฉิบหาย เสิ่นชิงหลับในห้องสอบจริง ๆ ด้วยว่ะ ฉันบอกแล้วไง ว่ายัยนั่นไม่มีทางทำได้หรอก]
[แล้วพวกเราจะไปดักรอยัยนั่นในวันสุดท้ายที่สอบอีกเหรอ? ดูท่าว่าต่อให้เราไม่ไปดัก ยัยนั่นก็สอบไม่ผ่านอยู่ดี]
[ไปสิ ทำไมจะไม่ไปล่ะ ฉันยังแค้นไม่หายเลย ฮ่าฮ่าฮ่า]
ชั้นบนสุดของบริษัทเจียอี้ เฉียวอวี้เหอสวมสูทสีขาวสะอาดตา ดูสง่างามและเฉียบคม นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานราวกับราชินี ปล่อยออร่าความน่าเกรงขามออกมา
มือบางประสานกันบนโต๊ะ ใบหน้าสวยคมดูเย็นชา เฉียวอวี้เหอมองหยางคังราวกับกำลังมองสิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่า
ร่างกายของหยางคังโค้ง 90 องศา ไม่กล้าแม้แต่เงยหน้าขึ้นมอง
“ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว การสืบหาสาเหตุก็ไม่มีประโยชน์ หยางคัง ฉันอยากฟังวิธีแก้ปัญหาของนาย” เฉียวอวี้เหอเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ คาดเดาอารมณ์ได้ยาก
หยางคังโค้งต่ำลงกว่าเดิม พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ผมจะเลือกนางแบบสองคน ตามความชอบของสปอนเซอร์แต่ละคน แล้วส่งไปให้พวกเขา นอกจากนี้ ผมจะมอบวีไอพีตลอดชีพของสถานบันเทิงทั้งหมดของเจียอี้ให้พวกเขาด้วยครับ”
เฉียวอวี้เหอไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ กับคำตอบของหยางคัง เธอเพียงแค่พูดว่า “คืนนั้นพวกเขาตั้งใจไปหาเสิ่นชิง สิ่งของพวกนี้ที่นายมอบให้ พวกเขาไม่ต้องการหรอก”
หยางคังเช็ดเหงื่อที่ผุดตามกรอบหน้าก่อนจะพูดต่อ “ผมจะใช้ทุกวิถีทางพาตัวเสิ่นชิงไปให้พวกเขา เพื่อระงับความโกรธของเขาครับ”
เฉียวอวี้เหอแค่นเสียงหัวเราะ “แล้วนายรู้ไหมว่าตอนนี้เสิ่นชิงอยู่ที่ไหน?”
หยางคังถูมือ “ผมให้ปาปารัสซี่ออกตามหาแล้ว เดี๋ยวก็คงเจอครับ”
เฉียวอวี้เหอปรายตามองเขาอย่างดูแคลน “ไม่ต้อง ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง ส่วนนายโดนหักโบนัสหนึ่งปี กลับไปดูแลเด็กใหม่ได้แล้ว”
“ครับ! ขอบคุณครับประธานเฉียว” หยางคังโค้งคำนับเฉียวอวี้เหอด้วยท่าทางสั่นกลัว
หลังจากหยางคังจากไป เฉียวอวี้เหอมองตามแผ่นหลังเขาพลางพูดอย่างเหยียดหยาม “ถ้าบริษัทไม่ได้ขาดคน ต่อให้ขยะแบบนี้มากวาดห้องน้ำ ฉันยังไม่อยากได้ด้วยซ้ำ”
หลังจากเสิ่นชิงเดินออกจากห้องสอบ เธอก็ไปที่ร้านอาหารริมทางเจ้าประจำ สั่งผัดหมี่เส้นใหญ่ใส่ไข่ แต่ครั้งนี้เธอเลือกที่จะนั่งกินที่ข้างทาง
เจ้าของร้านที่เป็นนักเรียน กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด “โธ่ พี่สาว ไม่ต้องโอนเงินมาให้ผมหรอก ผมมีพอใช้แล้ว”
เสิ่นชิงได้ยินบทสนทนานั้น เธอรู้สึกคุ้นเคยกับเสียงผู้หญิงที่ดังมาจากปลายสายอย่างน่าประหลาด
แต่ไม่ทันที่จะนึกออก โทรศัพท์ก็ดังขึ้น มีข้อความจากหมายเลขที่ไม่รู้จักส่งมา ในนั้นเขียนว่า
[เสิ่นชิง คุณปู่ของเธอได้ทิ้งบางอย่างไว้ให้ คืนนี้หกโมงเย็น เจอกันที่ห้อง 802 โรงแรมนานาชาติหางโจว]