6
ความรู้ท่วมหัวต้องเอาตัวให้รอด
กลับออกมาจากป่าในตอนบ่าย เฟยิและเฟยเหมียนช่วยกันทำปลา โดยผ่ากลางลำตัว ล้างทำความสะอาด หมักด้วยเกลือและเครื่องเทศ ก่อนจะนำเชือกป่านจากต้นไม้ชนิดหนึ่งมาร้อยและนำไปตากแดด
เฉินหงอี้นั่งอยู่บนแคร่มองเด็กๆทั้งสองทำอย่างคล่องแคล่ว เธอมาอยู่ที่นี้ได้สามวันแล้ว สองวันแรกกังวลกับที่อยู่แล้วก็จะทำยังไงกับชีวิตดี
ตอนนี้มีที่อยู่แล้ว มีสถานะเป็ภรรยาปลอมๆของเ้าของบ้าน สิ่งสำคัญนอกจากปากท้อง ยังมีความเป็อยู่ของชีวิต แปรงฟันก็คือใช้เกลือ ซักผ้าก็ซักด้วยน้ำเปล่าไม่มีตัวช่วยให้ผ้าสะอาดได้เลย การทำความสะอาดร่างกายก็มีแค่น้ำเท่านั้น
เฉินหงอี้เป็นักวิจัยอาวุธและพัฒนาเทคโนโลยี แต่ก่อนจะมาถึงจุดนี้ก็ต้องเรียนรู้ทั้งคณิตศาสตร์ขั้นสูง วิทยาศาสตร์ทุกแขนง
หากอยากจะล่าสัตว์เอาเนื้อไปขาย สิ่งที่ต้องมีคือห้องเย็น แต่ยุคนี้ลืมเื่นี้ไปได้เลย สิ่งเดียวที่ช่วยถนอมเนื้อให้สดใหม่นั้นคือน้ำแข็ง
ในหัวกำลังขบคิดวิธีการทำน้ำแข็งที่พอจะทำได้ในยุคนี้ น้ำแข็งแห้ง สารตั้งต้นคือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีสถานะเป็ก๊าซ มาเปลี่ยนให้เป็ของเหลว โดยใช้แรงบีบอัดและความดัน จากนั้นเปลี่ยนของเหลวให้เป็ของแข็ง ก็จะได้น้ำแข็งแห้ง แต่อุปกรณ์ที่ใช้บีบอัดและเปลี่ยนสถานะของก๊าซให้เป็ของเหลว ต้องใช้ถังโลหะอย่างดี ยุคนี้ไม่มีของแบบนี้
ของที่มีติดตัวมาน่าจะพอประยุกต์และดัดแปลงได้ไม่ยาก
แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่ง่ายกว่านั้นมากก็คือใช้โพแทสเซียมไนเตรท(ดินประสิว) เกลือ แล้วก็น้ำ สารตั้งต้นสามอย่างนี้สามารถสร้างน้ำแข็งได้ ง่ายกว่าการทำน้ำแข็งแห้งเยอะเลย
คิดได้แบบนั้นก็รีบเข้าห้องมาสำรวจของในเป้ตัวเองอีกรอบ โลหะสังเคราะห์ที่มีสามารถขยายเป็ถังโลหะได้ โดยเครื่องขยายอนุภาคนาโน การขึ้นรูปไม่น่าจะยาก
พอดูของทั้งหมดที่มีแล้วก็พบว่าเธอพกมีดมาเยอะมาก เกือบ 200 เล่ม มีดสั้นอีกเป็จำนวนพอกันๆ เป็อาวุธที่เอาไว้ใช้ฆ่าพวกซอมบี้ แค่ปาโดนหัวก็จัดการกับพวกมันได้แล้ว มีดสำหรับแล่เนื้อสัตว์กลายพันธุ์อีก 50 เล่ม มีดาบอีก 50 เล่มเป็ดาบที่ทำจากเหล็กกล้าบริสุทธิ์ที่ได้จากการสังเคราะห์ขึ้นมาในห้องแลป เปลี่ยนการจัดเรียงโมเลกุลให้เป็แบบนาโนเทคโนโลยี คุณสมบัติดีกว่าเหล็กทั่วๆไป 100 เท่า
เครื่องขยายอนุภาคนาโนสามเครื่อง พร้อมแก่นพลังงานจากไอโซโทปสังเคราะห์ ที่เหลือก็จะเป็เชือก ชุดสำรอง ถุงนอน แว่นกันรังสีและตรวจจับความร้อน กล้องส่องทางไกลมองเห็นโดยรอบนระยะ 30 กิโลเมตร แถมยังซูมได้ไกลกว่านั้น
ปืนลูกะุอีกจำนวนมาก คิดว่าที่นี้ไม่จำเป็ได้ใช้ แต่มีไรเฟิลอยู่ 10 กระบอกเอาไว้ล่าสัตว์ระยะไกลก็ดีเหมือนกัน ส่วนปืนสั้นก็มีอยู่ 20 กระบอกพร้อมะุอีกนับหมื่นนัด อันนี้เก็บเอาไว้ก่อน
ธนูอีก 20 คัน พร้อมกับฟังก์ชันครอบเครื่อง ลูกธนูมีทั้งแบบธรรมดา เลเซอร์ ะเิ แล้วอันนี้เธอลืมไปได้ยังไง ลูกธนูศระเิน้ำแข็ง พวกนี้จะใช้ในการล่าสัตว์กลายพันธุ์ ลูกธนูที่ถูกยิงออกไปจะะเิอนุภาคนาโนเมื่อเจอกับอากาศก็จะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ จับตัวเป็ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่
โป๊ะแชะ!! เื่น้ำแข็งไม่ต้องคิดให้ยุ่งยาก นับดูแล้วลูกศรธนูมีอยู่จำนวน 225 อัน นับว่าไม่เยอะเท่าไหร่แต่ยังดีที่มีมัน
ขณะที่แก้ปัญหาเื่ของน้ำแข็งได้แล้ว เฉินหงอี้ยกมือขึ้นมาเกาศีรษะ
“นี้สินะเื่เร่งด่วนกว่า” สามวันผมไม่ได้สระเลย มันรู้สึกไม่ดีมากจริงๆ เธอคือสาวในปี 3xxxสระผมทุกครั้งที่อาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายด้วยเครื่องอาบน้ำที่ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่เปลือยตัวเปล่า เดินเข้าไป สั่งการด้วยเสียง แค่ สิบนาทีทุกอย่างเรียบร้อย เดินออกมาตัวแห้งพร้อมใส่เสื้อผ้าทันที
ครีมทำความสะอาดร่างกายเป็เื่เร่งด่วนและจำเป็ที่สุดสำหรับตอนนี้ จากความรู้ที่มีอยู่ในหัว การทำครีมทำความสะอาดร่างกายที่ง่ายที่สุด
ไตรกรีนเซอไรด์ทำปฏิกิริยากับเบส จะได้กรีนเซอรอลกับสบู่
เป็ปฏิกิริยาพื้นฐานไม่ซับซ้อน ทำง่ายๆ สารตั้งต้นก็หาได้ง่าย จำได้ว่าเฟยิและเฟยเหมียนเจียวน้ำมันหมูเอาไว้สามไหเต็มๆ ที่มาของเบสก็ง่ายมากขี้เถ้านำมาละลายน้ำ กรองสักสามรอบ ปล่อยให้ตกตะกอน ตักเอาส่วนใสมาใช้ แค่นี้ก็น่าจะได้แล้ว
แต่จะทำแค่นี้มันง่ายไป สำหรับเธอแล้วจะต้องทำให้มันดีกว่านั้น จำได้ว่าในป่ามีต้นมะขามอยู่หลายต้นเลย พวกมันมีรสเปรียว มีคุณสมบัติเฉพาะตัว
จำได้ว่าตอนที่เธอเด็กๆ ก่อนพ่อแม่จะเสียไป แม่เธอชวนเธอทำวิจัยสังเคราะห์ความเปรี้ยวที่มาจากมะขาม เอาไว้ใช้ปรุงอาหารแล้วก็ทำครีมบำรุงผิว
ตอนนั้นเธอมองว่าสิ่งที่แม่ทำค่อนข้างไร้สาระ มาตอนนี้ต้องขอบคุณที่แม่ใช้เวลาว่างทำวิจัยเื่นี้ เคมีกับความงาม มันของคู่กันอยู่แล้ว
คิดได้แบบนั้นก็ไม่รอช้า รีบไปเก็บสิค่ะรออะไร ผมของเธอเหนียวมาก้าที่จะสระมันเต็มแก่แล้ว แต่ก่อนจะทำมันเสร็จเธอคงรอไม่ไหว
ระหว่างที่ไปเก็บมะขาม เธอเก็บผลไม้ที่มีรสเปรียวมาด้วย มันคล้ายกับมะนาวที่ให้รสเปรี้ยว แต่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวเฟยเหมียนบอกว่ามันเรียกว่า ขู่เฉิง (มะกรูด) ขึ้นอยู่ที่หลังบ้านนี้เอง
เฉินหงอี้รู้สึกสบายหัวมาก เมื่อใช้ขู่เฉิงประมาณ 5-6 ลูกในการทำความสะอาดผมของเธอ การอาบน้ำตอนค่ำวันนี้ทำให้รู้สึกสดชื่น
พรุ่งนี้เบสที่ทำจากขี้เถ้าของเธอก็จะตกตะตอนจนได้ส่วนที่ใส พรุ่งนี้เธอจะเริ่มทำสบู่จะได้มีของเอาไว้ใช้ทำความสะอาดร่างกาย นอกจากนี้ก็ยังใช้ซักผ้าได้ด้วย
ถ้าเื่ปลูกผัก ทำสวน ทำอาหารเธออาจจะไม่ถนัดและไม่ค่อยมีความรู้ แต่เื่การผลิตสิ่งของที่อาศัยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ละก็เธอทำได้อย่างแน่นอน
คืนนี้เฉินหงอีก็ทำกับแบบเดิมกับหลงเฟยอวี้อีกครั้ง พลังรักษาของเธอทำให้เขาหมดสติไปเป็ครั้งที่สามแล้ว ดูเหมือนว่าอาการของเขาจะยังคงเหมือนเดิม ร่างกายไม่ตอบสนองต่อพลังรักษาของเธอ
คงต้องใช้เวลาอย่างที่คิดเอาไว้
“คุณทำอะไรกับผมกันแน่” น้ำเสียงเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย ทุกครั้งที่หญิงสาวบอกว่าจะขอดูอาการของเขา เขาหมดสติไปทุกครั้งเลย
พอตื่นมาก็พบว่าเธออยู่ในห้องของเขาอีกครั้ง
“คุณรู้สึกยังไงบ้าง”
“เพลียมาก คุณทำอะไรกับผมกันแน่คุณเฉินหงอี้”
“ไม่รู้สึกปวดหัว ปวดเบ้าตาหรือเปล่า? หรือปวดตรงไหนบอกมาได้เลย” หากร่างกายเขามีความผิดปกติแสดงว่ามันไม่ได้ผล
“ไม่ แค่เพลียเท่านั้น คุณยังไม่ตอบผมเลยว่าคุณกำลังทำอะไรกับผมกันแน่” ทำไมต้องทำเสียงดุด้วยว่ะ จะให้บอกยังไง บอกว่ากำลังใช้พลังรักษาเขาอยู่งี้หรอ เขาได้ไล่เธออกจากบ้านแน่ๆ
“คุณไม่เป็อะไรหรอกน่า ฉันแค่ดูอาการให้เท่านั้นเอง ต่อจากนี้ฉันจะมาดูอาการของคุณทุกวันก่อนนอน” ไม่รู้แหละ ยังไงก็จะต้องลองพยายามให้ถึงที่สุด
“นี้ก็จะเช้าแล้ว คุณพักผ่อนต่อเถอะ ฉันจะกลับห้องแล้ว” พูดจบก็ก้มลงเก็บถุงนอนที่เอามานอนเฝ้าอีกฝ่าย แล้วออกจากห้องไป
หลงเฟยอวี้ได้แต่ถอนหายใจออกมา จนตอนนี้เขาก็ไม่ได้คำตอบว่าผู้หญิงคนนี้กำลังจะทำอะไร เขารู้สึกแปลกๆตอนที่เธอจับแขนของเขา จากนั้นก็หมดสติไปทุกครั้งเลย ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตื่นมาก็รู้สึกเพลีย แต่ไม่ปวดหัวเหมือนครั้งก่อน
ส่วนการมองเห็นก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่สิต้องบอกว่าแย่กว่าเดิม เขามองไม่เห็นเลย เมื่อก่อนยังพอเห็นลางๆ เบลอๆ ตอนนี้มองไม่เห็นแล้ว มืดสนิทเลย
“พี่หงอี้ครับ พี่หงอี้กำลังทำอะไรครับ?” เฟยเหมียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย ตอนเช้าก็ให้ช่วยปอกเปลือกมะขาม พี่หงอี้เอามาคั้นเอาเฉพาะส่วนเนื้อ แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางเอาเนื้อส่วนที่ละเอียดที่สุด
“นั้นสิครับ ไปตัดไม้ไผ่มาทำไมตั้งเยอะแยะครับ” เฟยิเองก็สงสัยเหมือนกัน ั้แ่กินข้าวเช้าเสร็จ พี่หงอี้ก็ไปตัดไม้ไผ่มานับสิบต้น
“มีดพี่หงอี้คมมากครับ สามารถตัดไม้ไผ่ให้ขาดในครั้งเดียวได้” แทบไม่ต้องออกแรง พี่หงอี้ก็ตัดไม้ไผ่ได้อย่างง่ายดาย
“พี่หงอี้จะทำธนูให้พวกเราสองคนใช้ไหมครับ พี่หงอี้บอกว่าจะทำให้แล้วก็สอนพวกผมยิงธนู” เฟยิที่เฝ้ารอธนูจากหญิงสาวเอ่ยถาม
“ก็ใช่ อีกส่วนพี่จะเอามาทำแม่พิมพ์ มาช่วยพี่จับหน่อย” ยังไม่ลืมหรอกว่ารับปากอะไรกับเฟยิเอาไว้ แต่ตอนนี้กำลังทำสบู่อยู่ แล้วก็ยังไม่มีพิมพ์ใส่ เลยจะตัดไม้ไผ่มาเป็พิมพ์
โดนตัดออกเป็ท่อน ให้มีข้อไม้ไผ่ทั้งสองด้าน แล้วผ่ากลางออก จากนั้นเก็บงานให้เรียบร้อย แค่นี้ก็ได้พิมพ์อย่างง่ายแล้ว ไม่เน้นความสวยงาม แค่ให้มันใช้งานได้ก็พอ
หลังจากทำมาทั้งวันในที่สุด สบู่ก้อนอย่างง่ายสูตรของเฉินหงอี้ก็เป็รูปเป็ร่างขึ้นมา สบู่มะขาม มีกลิ่นเฉพาะตัว เมื่อแกะออกจากพิมพ์ไม้ไผ่จะเป็รูปครึ่งวงกลม จากนั้นก็นำมาหั่นเป็ชิ้นๆ แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย
“เฟยิ เฟยเหมียน มาเอานี้ไป”
“อะไรครับพี่หงอี้” เฟยเหมียนรับมาก่อนจะมองมัน
“กินได้หรือเปล่า?” ก้อนสีน้ำตาลดูน่ากิน
“กินไม่ได้ มันคือสบู่เอาไว้ทำความสะอาดร่างกาย ซักผ้าก็ได้นะ” ครั้งนี้ทำได้ประมาณ 20 ก้อน แต่ละก้อนหนาสามนิ้ว เธอหั่นหนาหน่อย ก้อนหนึ่งจะได้ใช้ได้นานๆ
“พี่หงอี้เก่งจังเลยครับ สบู่ก้อนใหญ่กว่าในสหกรณ์อีกนะ มีกลิ่นของมะขามด้วย” เฟยิเอาขึ้นมาดมแล้วก็มองด้วยความตื่นเต้น
“ในสหกรณ์มีขายด้วยหรอ? พี่เดินดูจนทั่วไม่เห็นมีเลย” จำได้ว่าเธอดูจนทั่วแล้วไม่เห็นมีสบู่วางขายในสหกรณ์เลย
“คงหมดไปแล้วครับ เมื่อก่อนพ่อเคยไปสั่งจองเอาไว้ถึงจะได้มา ั้แ่สายตาพ่อเริ่มแย่ลงก็ไม่ได้ใช้สบู่อีกเลย” เฟยเหมียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
“ตอนนี้ก็ได้ใช้แล้วไง มีตั้งหลายก้อน”
ปั่ก ปั่ก เฟยิได้ยินก็รีบเดินเข้าไปหาพ่อ แล้วจูงมือพ่อมานั่งลงบนแคร่
“พ่อครับ พ่อเป็ยังไงบ้าง” เฟยิเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“พ่อไม่เป็ไร อาการป่วยไข้ก็หายแล้ว” ส่วนการมองเห็นก็ยังคงมองไม่เห็นเหมือนเดิม แต่รู้สึกเหมือนว่าร่างกายจะมีเรี่ยวแรงมากขึ้น
“พ่อครับพี่หงอี้ทำสบู่มะขามให้พวกเราใช้ด้วยครับพ่อ ก้อนใหญ่มากเลย” เฟยเหมียนเอาสบู่วางบนมือของคนเป็พ่อ
“คุณทำสบู่?” เขารับมันก่อนจะใช้มือลูบัั จากนั้นก็ยกมันขึ้นมาดมกลิ่น มีกลิ่นมะขามจริงๆด้วย
“ใช่ คนที่นี้เขาไม่ทำหรือไง ทำง่ายมากเลย ฉันทำไว้ตั้ง 25 ก้อน” แค่นี้กรดไขมัน มีเบส แล้วก็สวนผสมที่มีอยู่ในธรรมชาติก็ทำได้แล้ว
“...”
ทะลุมิติมาอยู่ในยุคนี้วันแรกๆ คิดแต่เื่จะเอายังไงกับชีวิตดี แต่ตอนนี้มีที่อยู่แล้ว สเต็ปต่อไปก็คือการทำยังไงใช้ชีวิตสุขสบายมากขึ้น มีอาหารกินอิ่มท้อง มีความเป็อยู่ที่ดีขึ้น
“พวกลูกๆ ไปอาบน้ำกันก่อนไป เล่นซนมาทั้งวันแล้ว”
“ครับพ่อ” เด็กๆทำตามอย่างว่าง่าย
“คุณรู้ไหม ชาวบ้านแถวนี้ไม่มีใครเขาทำสบู่”
“แล้วเขาทำอะไร ทำครีมอาบน้ำแบบเหลวหรอ แบบนั้นฉันก็ทำได้” แค่เปลี่ยนจากสบู่ก้อนเป็สบู่เหลวมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ
“ผมหมายความว่าชาวบ้านที่นี้เขาไม่ใช้ของแบบนี้กัน” หญิงสาวคนนี้เป็ใครมาจากไหนกันแน่ แม้แต่สบู่เธอก็ยังทำมันออกมาได้
“ยังไงนะคุณ ถ้าๆไม่ใช้แล้วพวกเขาอาบน้ำกันยังไง ไหนจะซักผ้าอีก เฟยิบอกว่ามีสบู่ขายด้วยในสหกรณ์” ถ้ามีขายก็ต้องมีคนซื้อมาใช้อย่างแน่นอน อาจจะไม่มีเวลาทำ ซื้อใช้สะดวกกว่า
“คุณไม่รู้หรอว่าสบู่มันราคาเท่าไหร่?”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง?” ที่สหกรณ์ไม่เห็นจะมีวางขายสักก้อนเดียว มีแต่ข้าว ข้าวฟาง เกลือ น้ำตาล นมผง ผ้าพับ ลูกอมอะไรสักอย่าง เครื่องปรุงอีกสองสามอย่างแค่นั้นเอง
“เห้ออ...ก้อนละ 2 หยวน ในสหกรณ์มีมาขายปีละไม่เกิน 20 ก้อนเท่านั้น” ที่สหกรณ์ในหมู่บ้านมีมาแค่ปีละ 20 ก้อนเท่านั้น ส่วนในตัวอำเภอและตัวเมืองก็ได้จำนวนที่มากกว่าหลายเท่า
“ก้อนละ 2 หยวน มีขายไม่เกินปีละ 20 ก้อน!!! ราคาเท่าเนื้อเลย คุณบอกว่าเนื้อก็ราคาจินละ 2 หยวน สบู่ก้อนหนึ่งทำไมแพงขนาดนี้” งงสิค่ะรออะไร ใครไม่งงสาวปี 3xxx งง
ราคาไม่สมเหตุสมผลเลย
“สบู่จัดเป็สินค้าฟุ่มเฟือย ราคาถึงแพง ชาวบ้านธรรมดาๆไม่มีทางซื้อมาใช้ จะมีก็แต่คนที่มีฐานะ ข้าราชการระดับสูงเท่านั้นที่ซื้อของพวกนี้”
“....” !!!
“แต่มันทำง่ายมากนะ ทำไมชาวบ้านไม่ทำใช้เอง” ทำง่ายมาก แถมใช้ของไม่กี่อย่างเท่านั้น ปฏิกิริยาเคมีขั้นพื้นฐานเลย ใช้สารตั้งต้นสองตัว
“คุณนี้ก็แปลก ถ้ามันทำกันง่ายๆมันจะมีราคาแพง แล้วก็มีขายแค่ปีละ 20 ก้อนไหม? อีกอย่างชาวบ้านไมมีใครรู้วิธีทำสบู่ คนที่แปลกก็คือคุณต่างหากเฉินหงอี้ คุณทำมันได้ยังไง?”
“ชาวบ้านที่นี้ไม่มีใครรู้วิธีการทำสบู่ พวกเขารู้แค่การเพาะปลูก หาของป่า เพื่อเอาชีวิตรอด ของพวกนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ไม่รู้จัก”
“สรุปก็คือชาวบ้านไม่รู้วิธีการทำสบู่ แล้วก็มันมีราคาแพงชาวบ้านเลยไม่ซื้อมาใช้กัน ฉันเข้าใจถูกไหม?” ในยุคนี้ยังมีเื่ที่ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจอีกมาก
“พรุ่งนี้ฉันเข้าไปในตัวอำเภอได้ไหม?” ไม่รู้ทำไมว่าต้องขออนุญาตจากเขาก่อน แต่ก็เอ่ยปากขอไปแล้ว
“อืม”