…….……
โชวิ่งไปหาป้าเพ็ญอย่างไม่คิดชีวิต เขามาถึงที่ด้านหน้าร้านขายของชำของป้าเพ็ญ ก่อนที่ชายแปลกหน้าคนนั้นจะมาถึงก่อนเสียอีก โชวิ่งไปแอบตรงที่ด้านข้างตรงหน้าร้านเพื่อแอบดูสถานการณ์ก่อน ชายแปลกหน้าคนนั้นเดินหันซ้ายและขวามาโดยตลอด เหมือนกับว่าเขากำลังหาใครสักคน หรือหาบ้านคนที่กำลังตามหาอยู่ และพลันสายตาของชายแปลกหน้าคนนั้นก็เหลือบไปเห็นลุงพุธที่กำลังนั่งคุยอยู่กับป้าเพ็ญภายในร้านพอดี ชายคนนั้นก็ะโเรียกลุงพุธด้วยเสียงอันดัง
“อ้อ…อยู่นี่เอง ว่ายังไง? แกจะเอายังไงกับน้องสาวของฉัน” ชายแปลกหน้าไม่สนใจใคร เขาะโอย่างเสียงดังต่อเนื่อง
“แกจะรับผิดชอบเื่ที่แกทำกับน้องของฉันไหม?” เขายังคงโวยวายไม่ยอมหยุด
“เื่อะไรของแก แล้วน้องของแกมันเป็ใคร?” ลุงพุธไม่รู้จักกับชายคนนั้นอย่างแน่นอน
“ก็…อ้อยไง!? อ้อยเป็น้องสาวของฉัน นี่แกลืมอ้อยไปยังงั้นรึ!!” ชายคนนั้นดูโมโหเพิ่มขึ้นไปอีก
“อ๋อ…อ้อยนี่เอง แล้วอ้อยเป็อะไรไป? เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” ลุงพุธเพิ่งจะรู้ว่าที่แท้ชายแปลกหน้าคนนี้ก็คือพี่ชายของคนรู้จักนั่นเอง
“เป็อะไรน่ะเหรอ? อ้อยมันก็ท้องกับแกไง ไอ้เวร!!” ชายคนนั้นบอกกับลุงด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความโมโหอยู่
“ท้อง!! ท้องได้ยังไง!? เอาอะไรมาพูด? บ้าบอคอแตกสิ้นดี” ลุงพุธทำท่าไม่สนใจพี่ชายของอ้อย มันยิ่งทำให้ชายคนนั้นเกิดความโกรธและโมโหยิ่งขึ้น
“แกจะไม่รับผิดชอบอย่างนั้นหรือ? ไอ้ชั่ว!!” ชายคนนั้นตะคอกอย่างรุนแรงพร้อมกับถลึงตาใส่ลุงพุธแทบจะกินเืกินเนื้อของลุงพุธไปเสียแล้ว
“โอ๊ย!! แล้วจะให้ฉันไปรับผิดชอบกันได้ยังไง? ใคร ๆ เขาก็รู้ว่าอ้อย? น้องสาวของเอ็งน่ะ มันเที่ยวไปเอากับใครต่อใครมานักต่อนักแล้ว และฉันก็ไม่คิดหรอกนะว่าลูกในท้องของหล่อนน่ะมันจะเป็ลูกของฉัน เพราะขนาดเมียที่บ้านของฉันน่ะอยู่กันมาตั้งนานแล้วยังไม่เห็นว่าจะท้องอะไรเลย ไป ๆ รีบไปเสียเถอะ เดี๋ยวแกจะอายคนไปเปล่า ๆ” ลุงพุธโบกไม้โบกมือไล่ชายผู้นั้นอย่างไม่แยแส
คนแปลกหน้าที่อ้างตัวว่าเป็พี่ชายของคนที่ชื่อว่า อ้อย นั้นโมโหอย่างที่สุด เขาเอื้อมมือหยิบสิ่งของบางอย่างจากในกระเป๋าสะพายข้างของเขา สิ่งนั้นที่โชสงสัยและคิดมาโดยตลอด…มันคือปืนพกนั่นเอง!!
ชายแปลกหน้าหยิบเอาปืนขึ้นมาขู่ลุงพุธในตอนนี้
“แก!! มันสมควรตาย แกมาทำให้น้องของฉันท้องแล้วยังไม่รับผิดชอบ แถมมาต่อว่าน้องของฉันให้ต้องอับอาย แกมันเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก” ชายคนนั้นเล็งปืนไปที่ลุงพุธอย่างน่ากลัว
“อย่าอยู่เลยแก…ตายไปซะ!!” ผู้ชายคนนั้นเหนี่ยวไกปืนหมายจะยิงลุงพุธในเวลานี้อย่างแน่นอน
ด้วยความใที่ชายผู้นั้นมีปืน ลุงพุธจึงลนลานหลบหนีโดยแอบมุดและหลบปืนที่ชายผู้นั้นกำลังเล็งปากกระบอกปืนมาทางลุงพุธ แถมในเวลานั้นก็ได้คว้าข้อมือของป้าเพ็ญที่ได้อยู่ใกล้ตัวของลุงพุธเอาไว้อีก!! แล้วดึงตัวของป้าเพ็ญเข้ามาเพื่อกันตัวเองเอาไว้ เพราะว่าความกลัวตายของลุงในตอนนั้น พูดง่าย ๆ คือเอาตัวป้าเพ็ญมาเป็เกราะกำบังกันะุให้แก่ตัวเองนั่นเอง
โชเห็นท่าไม่ดี เขาะโออกจากสถานที่ที่เขาซ่อนตัวอยู่ และกระโจนเข้าใส่ชายคนนั้นอย่างแรงเพื่อผลักเขาให้กระเด็นล้มลงพื้นไป
“เปรี้ยง!!” เสียงปืนดังสนั่น
โชตกตะลึงกับภาพที่อยู่ตรงหน้า ป้าเพ็ญของเขาล้มลง มีเืไหลเป็ทางนอนร้องโอดโอยอยู่ที่พื้นในขณะนั้น!! กับลุงพุธที่นั่งเอามือกุมหัวตัวสั่นงันงกอยู่ใกล้ ๆ ด้วยความกลัว กับชายคนนั้นที่ยังคงล้มอยู่ใกล้ ๆ กันกับโช
โชเห็นปืนที่กระเด็นตกลงสู่พื้น เขาจึงรีบลุกขึ้นเพื่อวิ่งไปที่ปืนกระบอกนั้นอย่างรวดเร็ว ด้วยความที่เขายังเป็เด็กความไวจึงเป็เลิศ โชถึงปืนกระบอกนั้นก่อนและเขาจึงหยิบปืนนั้นมาถือเอาไว้ ก่อนที่จะะโร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านแถวนั้น
ทันทีที่เสียงปืนดังลั่นขึ้น พวกชาวบ้านในชุมชนต่างก็ใพร้อมกับกรูกันออกมาดูเหตุการณ์ว่าเกิดเื่อะไรกันขึ้น ด้วยความที่อยากจะรู้เื่ อันที่จริงพวกเขาทั้งหลายก็ได้ยินเสียงของลุงพุธกับชายผู้นั้นทะเลาะกันอยู่แล้วใน่แรก แต่พวกเขากลับคิดไปว่าแค่คนทะเลาะกันเฉย ๆ เลยไม่ได้มีใครเอะใจอะไรนัก จนกระทั่งมีเสียงปืนดังขึ้น ทุกคนในชุมชนออกมาช่วยกันจัผู้ชายคนนั้นส่งตำรวจ
ป้าเพ็ญได้รับาเ็โดนยิงแทนลุงพุธสามีของตนเอง แต่โชคยังดีที่โชช่วยผลักผู้ชายคนนั้นที่ถือปืนเอาไว้ได้จึงทำให้วิถีของลูกะุมันหักเหไป ไม่โดนจุดสำคัญแค่ถาก ๆ เฉียดแขนของป้าเพ็ญไปเท่านั้น แต่ถึงยังไงป้าเพ็ญก็ได้รับาเ็จึงต้องพาไปส่งที่โรงพยาบาลก่อน
เหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นนั้นโชยังตื่นเต้นไม่หาย แต่เขาก็ดีใจด้วยเช่นกัน ที่ตัวเองในครั้งนี้มีประโยชน์แล้วยังสามารถช่วยแก้ไขสถานการณ์จากเหตุร้ายแรงให้คลี่คลายและเบาบางลงได้ อย่างเช่นในครั้งนี้
‘ฉันขอขอบใจในตัวเองครั้งนี้จริง ๆ นายโช!! นายเก่งมาก!! ที่ทำให้ป้าเพ็ญของนายปลอดภัยและไม่ต้องกลายเป็คนพิการอย่างทารุณ ฉันภูมิใจในตัวของฉันเองจริง ๆ เลยนะนี่ ถึงจะไม่มีใครรู้? แต่…ฉันรู้!! ใช่ไหมโช?’
โชยิ้มให้กับเหตุการณ์ในครั้งนี้อย่างเบาใจ เขารู้สึกว่าตัวตนของเขาในเวลานี้ได้กลายเป็คนที่มีคุณค่ามากมายอย่างมหาศาลเสียจริง ๆ เพราะว่าเขาสามารถช่วยคลี่คลายและแก้ปัญหาให้กับป้าเพ็ญของเขาได้ โดยที่ไม่เกิดเื่เลวร้ายมากไปกว่านี้ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครรู้เลยก็ตามที ผู้คนที่นั่นจะรู้เพียงแค่ว่าเด็กชายโชหลานยายเก่ง!! เป็เด็กที่กล้าหาญ และเป็ฮีโร่มาช่วยป้ากับลุงของเขาแต่เพียงเท่านั้น!!
แต่ในความเป็จริงแล้ว เื่เดิมของเหตุการณ์ในครั้งนี้คือ ป้าเพ็ญจะโดนยิงแบบลูกหลงเพราะลุงพุธดึงเอาตัวของป้าเพ็ญมาบังตัวของลุงพุธเอาไว้ และะุจะถูกยิงเข้าที่ลูกตาข้างขวาของป้าเพ็ญ จึงทำให้ป้าเพ็ญต้องเป็คนพิการตาบอดไปหนึ่งข้าง และหลังจากนั้นลุงพุธก็จะทิ้งป้าเพ็ญโดยที่ป้าเพ็ญไม่ได้ทำอะไรผิด เพียงแค่ป้าเพ็ญพิการเสียตาไปข้างหนึ่งก็เพราะลุงพุธเองนั่นแหละที่เป็ตัวต้นเหตุ แถมพอลุงพุธเลิกกับป้าเพ็ญไปแล้วก็ไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นเลยทันที!! ด้วยความกลัวว่าพี่ชายของคนชื่ออ้อยจะตามมาฆ่าตนนั่นเอง
ที่จริงลุงพุธของโชต่างหากล่ะที่ไม่ดีแอบไปเที่ยวซุกซนจนได้เื่ได้ราวมา และผลกรรมกลับมาตอบแทนที่ป้าเพ็ญไปเสียได้ ช่างไม่ยุติธรรมกับป้าเพ็ญเอาเสียเลย ถึงในตอนนี้าแของป้าเพ็ญจะยังคงไม่เป็อะไรมากก็ตามที แต่คิดว่าาแที่จิตใจของป้าเพ็ญนั้นอาจจะรักษาได้ยากยิ่งนัก แถมทางฝ่ายผู้หญิงคนนั้นก็อายุน้อยกว่าป้าเพ็ญอยู่มาก เธอคนนั้นยังสาวกว่าแถมยังท้องลูกของลุงพุธอยู่อีกด้วย ซึ่งในตอนนี้โชเองก็ยังไม่รู้ว่าป้าเพ็ญจะมีความรู้สึกเป็เช่นไร?
…………
ค่ำวันนั้นหลังจากที่เกิดเื่ที่บ้านของยาย
ยายได้รับรู้เื่ราวของลูกชายแล้ว ตอนนี้ที่บ้านก็มีทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา โดยที่ป้าเพ็ญจะคงยังมีผ้าพันแผลพันโดยรอบาแที่ต้นแขนข้างขวา ในตอนนี้ที่บ้านยายบรรยากาศมาคุมาก จนโชรู้สึกได้ถึงความน่าอึดอัดในครั้งนี้
แม่ที่นั่งจ้องหน้าลูกชายตัวก่อปัญหาปานประหนึ่งว่ากำลังเล่นเกมจ้องตากันอยู่ และป้าเพ็ญที่นั่งนิ่งเงียบเหมือนกับคนเป็ใบ้ ส่วนโชกับน้าศุกร์ทนเห็นความน่าอึดอัดแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วจึงขอตัวหลบขึ้นไปอยู่ข้างบนในห้องของน้าศุกร์ที่ชั้นสองของบ้าน
……………..
“ทำไมพ่อพุธถึงได้มักง่ายนักล่ะ? แม่เพ็ญก็ยังอยู่ทั้งคน เมียก็ดีแสนดีแบบนี้ยังไปทำตัวมักง่ายอย่างกับหมาข้างถนนไม่มีผิดเพี้ยน แล้วนี่อะไรกัน? ความเป็ลูกผู้ชายของพ่อพุธนั้นหายไปไหนหมด ถึงได้เอาเมียมาเป็โล่กำบังตัวเองแทน ไม่รู้จักอายเด็กมันบ้างหรือยังไง? ดูสิ…ถ้าไม่ได้เ้าโชมันช่วยผลักคนร้ายให้ล้มลงไปนะ ป่านนี้แม่เพ็ญคงได้ตายไปแล้วจริง ๆ แน่!! ฉันล่ะขายขี้หน้าที่สุดที่มีลูกชายแบบนี้”
ลุงพุธไม่โต้ตอบอะไรเลย และป้าเพ็ญก็นั่งน้ำตาหยดอยู่ข้าง ๆ กัน ยายรู้สึกสงสารป้าเพ็ญมากแต่แกก็ไม่รู้จะช่วยปลอบใจป้าเพ็ญให้คลายความเศร้าโศกได้อย่างไร เพราะอีกใจของยายก็ยังเป็ห่วงลูกชายตน ทั้งที่ลุงพุธนั้นเป็คนผิดอยู่เต็ม ๆ
“แล้วทีนี้จะทำอย่างไร? เห็นเขาว่าฝ่ายนั้นมันท้องลูกของพ่อพุธอย่างนั้นหรือ?” ยายถามลุงพุธอีกครั้ง
“ท้องจริงรึเปล่าก็ไม่รู้?” ลุงพุธตอบแบบไม่แน่ใจ
“อ่าว…แล้วถ้ามันไม่จริง พี่ชายของเขาจะตามมายิงแกถึงที่นี่อย่างนั้นทำไม!?” ยายตวาดแหว
“โธ่…แม่ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็แบบนี้หรอก และอีกอย่างผู้หญิงคนนั้นมันก็ง่าย ๆ กับทุกคน ผมก็แค่ไปเที่ยวมันก็แค่นักร้องคาเฟ่ ไม่ได้ชงไม่ได้ชอบอะไรนักหนาขนาดนั้น!! ผมก็แค่ทำผิดพลาดไปแค่สองสามครั้งเอง แม่ก็ให้อภัยผมเถอะนะ” ลุงพุธยังคงอ้างและแก้ตัวไปอย่างน้ำขุ่น ๆ
“ฉันล่ะอับอายขายขี้หน้าจริง!! ลูกแต่ละคนของฉัน มันจะมีแต่คนไม่เอาไหนอย่างนั้นเลยรึยังไงกันนะ!? คงจะมีดีกับเขาอยู่คน!! ก็คงจะเป็แม่ศุกร์ของฉันแค่คนเดียวเสียกระมัง?” ยายเอามือบีบขมับและนวดไปมาเพื่อคลายความเครียดจากการที่ได้รับรู้ว่าลูกชายของตน มันไม่เอาไหนนี่ล่ะ
“แม่อย่าพูดแบบนี้สิ ยังไง ๆ ฉันก็เป็คนทำงานหาเงินมาดูแลครอบครัวนะแม่…ถึงจะว่างงานอยู่บ้างใน่นี้ก็เหอะ” ลุงยังคงดื้อแพ่งเถียงยายอีก
“โอ๊ย!! นี่!! ยังจะเถียงข้าง ๆ คู ๆ อยู่อีกเหรอ? แล้วทุกวันนี้แม่เพ็ญไม่ได้ทำอะไรเลยรึยังไง?”
ยายเหนื่อยใจกับลุงพุธมาก แต่ลุงพุธกลับโทษแต่ผู้อื่นไม่ยอมสำนึกผิดส่วนป้าเพ็ญก็เอาแต่นั่งร้องไห้เพียงอย่างเดียว ทำไมป้าเพ็ญถึงต้องยอมให้กับลุงพุธแบบนี้ด้วยนะ ลุงพุธเห็นแก่ตัวมากไปจริง ๆ ขนาดมีเื่มีปัญหาแทนที่จะยอมรับผิดกลับไม่ยอมรับความผิดใด ๆ อีกและพอคนร้ายชักปืนออกมาขู่แทนที่จะแอบหรือหลบไปเองกลับดึงเอาผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรมาเป็ตัวกันะุให้ตนเองแบบนี้…
นี่หรือที่เขาเรียกกันว่าคนรักกัน? จริงอยู่ที่ว่าสามีและภรรยาต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน แต่มันไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำแบบนี้ไม่ใช่หรือ? ลุงพุธไม่มีแม้แต่ความเสียสละแต่แกเล่นไม่มีความรับผิดชอบชั่วดีอะไรเลยด้วยซ้ำ!? แถมยังกระทำการอันไร้หัวใจ เพื่อทำร้ายจิตใจของป้าเพ็ญในตอนนี้ไปอีก
……………
รุ่งเช้าอีกวัน หลังจากที่เกิดเหตุการณ์
โชตื่นเช้าและไปช่วยยายใส่บาตรเช่นเคย เช้านี้ในชุมชนผู้คนกลับดูคับคั่งกันเป็พิเศษ ยายทำธุระใส่บาตรเสร็จแล้วก็รีบตรงกลับเข้าบ้านทันที เพื่อหลีกหนีผู้คนที่กำลังรอถามคำถามและเื่ราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้กับยายอยู่ แต่ยายก็หนีไม่พ้นคนพวกนั้นจนได้
“เื่ราวมันเป็ยังไงหรือพี่? เขาว่ากันว่ามีคนมายิงพ่อพุธลูกชายของพี่ไม่ใช่หรอกหรือ? เมื่อวานนี้น่ะ” ผู้ที่อยากจะรู้เื่ของชาวบ้านคนที่หนึ่ง
“อ๋อเหรอ? ลูกของพี่คนนี้เองหรอกหรือ? เห็นเขาว่าไปทำให้ใครท้องนะคะ?” ผู้ที่คอยเสี้ยมให้คนเขาทะเลาะกันคนที่สอง
“แล้วพี่เพ็ญจะเปิดร้านอีกเมื่อไหร่คะป้า?” ผู้ที่สอดรู้ไปซะทุกเื่คนที่สาม
ยายไม่ได้ตอบคำถามของใครว่าอะไรทั้งนั้น แค่พยักหน้าหงึก ๆ แล้วเดินจากมา ปล่อยให้ผู้ที่สงสัยทั้งหลายยืนเดาเื่ราวเช่นนั้นกันต่อไป โชเห็นยายแล้วก็ให้มีความรู้สึกสงสารยาย จากที่ยายเคยมีความสุขในตอน่เช้าของทุกวัน เพียงเพราะเหตุการณ์เื่ของลุงพุธเพียงคนเดียวเท่านั้นก็ได้ทำลายความสงบสุขของยายไปโดยทันที ลุงพุธจะรู้ไหมว่ายายต้องเจอกับอะไรบ้าง? และต้องเครียดกับคำถามที่ไม่ยอมจบไม่ยอมสิ้นอย่างนี้ไปอีกกี่วันกัน!?
ป้าเพ็ญปิดร้านค้าไปเพียงแค่สองวัน แค่พอเธอขยับแขนได้ไม่เ็ป หล่อนก็ตัดสินใจเปิดร้านขายของชำของเธอต่อ ป้าเพ็ญทำตัวเป็ปรกติเช่นเดิมแต่ข้างในใจนั้นจะเป็เช่นไรคงไม่มีใครสามารถรับรู้ได้ ผู้คนในชุมชนที่้ารับรู้เื่ราวในวันนั้น ต่างก็ทำทีมาเยี่ยมเยียนป้าเพ็ญที่ร้านค้าขายของชำของเธอกัน
“เปิดร้านแล้ว…หายดีแล้วเหรอจ๊ะเพ็ญ?” ลูกค้าอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับป้าเพ็ญเอ่ยถาม
“เปิดแล้วจ้า…แผลก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ แค่ล้างแผลและกินยาตามที่หมอสั่งก็พอน่ะ” ป้าเพ็ญตอบพร้อมกับยิ้มเพื่อเรียกลูกค้าให้เข้าร้าน
“แล้ว…หลานชายไม่มาช่วยหรอกเหรอ? คนที่เก่ง ๆ คนนั้นน่ะที่มาช่วยกันจับคนร้ายในวันนั้น!! วันที่แม่เพ็ญโดนทำร้ายน่ะ” มนุษย์ป้าอีกคนถามพร้อมทั้งหันมองซ้ายขวาเพื่อสำรวจข้างในร้านดูอีกที
“อ๋อ…โชน่ะเหรอ? เดี๋ยวเขาก็คงมาค่ะ คงกำลังทำงานบ้านช่วยยายอยู่ล่ะมั้ง” ป้าเพ็ญพูดไปพยายามฝืนยิ้มไป
“แล้วสามีเธอล่ะ? เขาว่าอย่างไรบ้าง? เื่ที่ตาคนนั้นมาหาเื่น่ะ สรุปว่ามันเป็เื่จริงรึเปล่า? ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ว่าตาพุธจะไปทำเื่อะไรแบบนั้นได้ แม่เพ็ญออกจะแสนดีขนาดนี้ ไอ้คนนั้นมันมาหลอกเอาเงินใช่ไหมล่ะ? ฉันว่าแล้ว!! ไอ้คนพวกนี้น่ะ มันเป็พวกสิบแปดมงกุฎ!! ใช่ไหมแม่เพ็ญ?” มนุษย์ป้าคนนั้นพูดเองเออเองโดยไม่ได้รับฟังความคิดเห็นหรือคำตอบจากป้าเพ็ญเลยสักนิด
“ฉันเองก็ยังไม่รู้อะไรเลยจ้ะ เอาไว้ให้เป็หน้าที่ของตำรวจไปเถอะนะพี่” ป้าเพ็ญถอดใจพูดด้วยใบหน้าที่หลบเลี่ยงสายตาของผู้ที่กำลังสอดส่องอยากจะรู้ในเื่ราวของตน
“อุ๊ย!! แหม…อะไรกัน? สามีไปทำอะไรก็ไม่รู้เื่กับเขาไปด้วยยังงั้นรึ? น่าสงสารแม่เพ็ญจริง ๆ เลย งั้นตาพุธนี่ก็เป็คนร้ายลึกจริง ๆ น่ะสิ เห็นเมียโง่แบบนี้ยิ่งเอาใหญ่!!” พวกมนุษย์ป้าที่ตามมาอีกคนคงเป็เพราะอยากที่จะสอดแนมเื่ของชาวบ้าน ตอนนี้ยืนรุมล้อมกันอยู่ที่หน้าร้านของป้าเพ็ญกันเต็มไปหมดแล้ว
“โอ้โห!! ป้าเพ็ญลูกค้าเยอะจังครับ พวกคุณป้าคุณยายทั้งหลาย้าอะไรบอกผมได้นะครับ พอดีว่าป้าเพ็ญของผมเนี่ยแขนยังเจ็บอยู่เลย และยังไม่ค่อยจะหายดีสักเท่าไหร่นะครับ อย่าเพิ่งไปรบกวนให้เธอหยิบจับอะไรเลย มา ๆ ผมหยิบของให้เอง ใครจะเอาอะไรบอกมาได้เลยครับ?” โชเดินมาพอดีเขาช่วยป้าเพ็ญของเขาในทางอ้อมเพราะเขารู้ดีว่าคนพวกนี้ไม่ได้้าอยากจะมาซื้อของอะไรแบบนั้นหรอก แต่แค่อยากจะมาสอดแนมเื่เหตุการณ์ในวันนั้นเสียมากกว่า
“โอ๊ย…ยังไม่เอาอะไรหรอกจ้ะพ่อหลานชาย พอดีเป็ห่วงแม่เพ็ญเขาน่ะ ก็เลยแวะมาหา”
“อ๋อ…ถ้าอย่างนั้นพวกป้า ๆ ช่วยเขยิบไปทางนั้นหน่อยนะครับ ผมจะเก็บกวาดตรงหน้าร้านนี้เสียหน่อย ฝุ่นผงมันเยอะมากครับช่วยหลีกทางด้วยครับ!!” โชทำทีไปหยิบไม้กวาดกับถังโกยผงและแกล้งกวาดไม่เป็ เขากวาดสะบัดไปมาทำให้มีฝุ่นคลุ้งเต็มหน้าร้านไปหมด ก็เพื่อที่จะไล่คนที่ไม่คิดจะซื้อของั้แ่แรกให้ออกไป
“อ๋อ…จ้า ๆ งั้นพวกฉันไปก่อนก็แล้วกันนะแม่เพ็ญ”
พวกมนุษย์ป้าทั้งหลายต่างทยอยเดินหนีและหลบโชที่กำลังกวัดแกว่งไม้กวาด และแกล้งกวาดพื้นอย่างตั้งใจโดยไม่สนใจยัยพวกป้า ๆ มหาภัยทั้งหลายเลย