ชายหนุ่มหันกลับมามองมารดาเป็เชิงขอร้อง “คุณแม่ครับ ผมขอคุยเป็การส่วนตัวกับเธอหน่อยนะครับ”
“จ้ะ” นางวรากุลรีบเดินออกไป หลังจากที่บานประตูถูกปิดลงอีกครั้ง ชายหนุ่มก็หันกลับมาสบตาหญิงสาวนิ่ง ย้ำทีละประโยคอย่างชัดเจน
“นั่นมันเป็ข้อตกลงระหว่างคุณกับคุณแม่ ซึ่งไม่ใช่เ้าของสเปิร์มอย่างผม จากสัญญาที่เราตกลงกันเอาไว้ ผมมีสิทธิ์ในตัวเด็กสองคนนี้ทุกอย่างเพียงคนเดียว”
หญิงสาวอ้าปากหวอ เบิกตากว้างมองหน้าเขาอย่างคาดไม่ถึง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าชายหนุ่มจะมาไม้นี้ เพราะเขาแสดงออกั้แ่ต้นว่าไม่้าลูก และที่ทำทั้งหมดก็เพราะความ้าของมารดาเท่านั้น แต่เมื่อเขาอ้างสิทธิ์และ ไม่ยินยอมที่จะให้ลูกคนหนึ่งกับเธอ หญิงสาวก็ยกข้อกฎหมายขึ้นมาอ้างบ้าง
“ลูกนอกสมรส มารดามีสิทธิ์โดยชอบธรรม คุณอาจจะไม่รู้กฎหมายข้อนี้” หญิงสาวบอกเสียงแข็งอย่างเป็ต่อเพราะเธอคิดเอาไว้ั้แ่ต้น ถ้าหากว่าเขา ไม่ยอม เธอก็จะไม่ยอมให้ลูกทั้งคู่
ชายหนุ่มยิ้มขำ “คิดอยู่แล้วว่าต้องใช้กฎหมายมาขู่ คุณลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าเรามีสัญญาระหว่างกันอยู่ แล้วลืมหรือยังว่าในนั้นมีเบอร์ติดต่อสำนักงานทนายความด้วย จะให้ผมเรียกทนายความตอนนี้เลยไหม”
หญิงสาวพูดไม่ออก เพราะในสัญญาระบุเอาไว้อย่างชัดเจนอย่างที่เขาบอก และเธอก็เซ็นยินยอมรับข้อเสนอทุกอย่างเอาไว้ แต่เหมือนมีช่องเล็กๆ ให้เธอซิกแซ็กได้
“ในนั้นระบุทายาทเพียงคนเดียว คุณให้นาราอยู่กับฉันเถอะนะ”
“แต่นาราก็ขึ้นชื่อว่าเป็ลูกของผมไม่ใช่เหรอ เธอก็ใช้สเปิร์มของผมเหมือนกัน เธอก็ย่อมมีสิทธิ์ในกองมรดกเหมือนพี่ชาย”
“ฉันไม่เคยอยากได้ทรัพย์สมบัติของคุณ”
“ผมรู้ว่าคุณไม่อยากได้ แต่ในความเป็พ่อ ผมก็ต้องมีความยุติธรรมกับลูก ถ้าเื่ง่ายๆ ในครอบครัวผมยังให้ความยุติธรรมไม่ได้ แล้วผมจะมีหน้าไปปกครองใครได้อีกล่ะ” ชายหนุ่มยกแม่น้ำทั้งห้ามาอ้างเพื่อให้ดูสมเหตุสมผล ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกันสักนิด
หญิงสาวปรายตามองชายหนุ่มด้วยสายตาอ้อนวอน “ได้โปรดเห็นใจฉันด้วยนะคะ ฉันอุ้มท้องพวกเขามาตั้งเก้าเดือน อย่าตัดรอนความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกขนาดนี้เลย” หญิงสาวบอกเสียงแ่เจือสะอื้น น้ำตาของเธอไหลอาบนองสะท้านในอก เหมือนหัวใจจะขาดรอนๆ
แรกเริ่มเมื่อรู้ว่าต้องพรากจากลูกชาย เธอก็ยังมีลูกสาวเป็ที่ยึดเหนี่ยวอยู่กับเธออีกคน แต่เมื่อได้รู้เหตุผลแบบนี้เธอแทบจะไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ผู้ชายตรงหน้าจะใจร้ายกับเธออีกแค่ไหนกัน
“คุณรับเงินค่าจ้างไปแล้วไม่ใช่เหรอ รู้อยู่แล้วั้แ่ต้นว่าต้องพรากจากลูกหลังคลอดด้วย” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
หญิงสาวพยักหน้าเนือยๆ กัดริมฝีปากจนแทบห้อเื กอดลูกเอาไว้แนบอกเหมือน้าจะซึมซับความรักและมอบไออุ่นให้เธอ ปล่อยน้ำตาหยดลงบนผ้าอ้อมอย่างไม่อาจอดกลั้นเอาไว้
ชายหนุ่มเบือนสายตาหนีภาพหดหู่นั้น เขาเองไม่ใจร้ายมากพอที่จะทนมอง ปล่อยให้เธอร้องไห้สักพัก เขาก็พูดขึ้นมาอีกประโยค
“ผมมีทางเลือกให้คุณ” ประโยคสั้นๆ เหมือนสร้างความหวังให้เธอราวกับเปลวเทียนกลางพายุฝนที่กำลังมอดถูกไม้กระดานแผ่นเล็กปลิวมาปิดบังพายุฝนให้เกิดแสงสว่างอีกครั้ง
หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของชายหนุ่มด้วยความหวัง ดวงตายังคงฉ่ำชื้นไปด้วยรอยคราบน้ำตา
“ทางเลือกอะไรคะ” หญิงสาวถามพลางยกชายเสื้อบริเวณต้นแขนเช็ดน้ำตาที่เปรอะบนพวงแก้ม เพราะมือของเธอยังคงอุ้มลูกน้อยเอาไว้
ชายหนุ่มแอบซ่อนยิ้มอย่างเอ็นดู จากนั้นเขาก็ปรับใบหน้าเรียบนิ่งเหมือนเดิมแล้วหันไปมองเธอ ขยับตัวเข้ามาใกล้ ยกหลังมือเกลี่ยรอยคราบน้ำตาบนพวงแก้มของเธอ
“เป็แม่คนแล้วยังขี้แยอยู่อีก” ชายหนุ่มตำหนิเบาๆ อย่างไม่จริงจังนัก เขา้าจะเย้าแหย่เธอมากกว่า
“คุณก็ใจร้ายกับฉันเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ” หญิงสาวบ่นงึมงำ เหมือนรำพึงกับตัวเองมากกว่า
“ผมไม่เคยใจร้ายกับใคร ไม่คิดจะเอาเปรียบใคร และไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบด้วย ในเมื่อเราตกลงกันแล้ว คุณก็ควรจะทำตามสัญญาไม่ใช่เหรอ เราไม่ใช่เด็กอมมือที่จะพูดกลับไปกลับมา”
“ค่ะ” หญิงสาวยอมจำนน หันหน้าหลบสายตาของเขา
“คุณพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอหรือยัง”
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำสั้นๆ อีกครั้ง
เดิมทีชายหนุ่มไม่เคยคิดว่าอยากพาลูกไปอยู่ที่เยอรมนีด้วย การกลับมาครั้งนี้ของเขาเพียงเพราะต้องติดต่อเื่งานเป็หลัก แต่อยู่ใน่จังหวะที่ศกุนตลาคลอดลูกพอดี แม้เขาจะอัปเดตข่าวคราวจากเพื่อนรักที่เป็แพทย์เ้าของไข้เป็ระยะถึงพัฒนาการของเด็กและหญิงสาว แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะใส่ใจว่าเธอคือใคร
จนกระทั่งวันที่เขาได้มาเจอเธอในบ้าน ความสนิทสนมระหว่างนายแพทย์หนุ่มและแม่อุ้มบุญลูกของเขาทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดอย่างมาก เ้าของรอยยิ้มสวยได้เข้ามานั่งในหัวใจของเขาั้แ่ก่อนที่เขาจะเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ หากแต่เขาเพิ่งรู้ว่าเธอคือคนคนเดียวกันกับแม่ของลูก
ถึงตอนนี้คงยังไม่สายเกินไปหากเขาจะใช้ความเ้าเล่ห์แบบมีชั้นเชิงชิงตัดหน้าเพื่อนรัก เพราะเขาเองก็เป็ต่ออยู่มาก เชื่อว่าสายสัมพันธ์ทางสายเืที่ต่อเชื่อมจะเป็ตัวเหนี่ยวรั้งผูกมัดระหว่างเขากับเธอเอาไว้ด้วยกัน
เขาจะใช้ระยะเวลาหนึ่งเดือนของการทำงานในเมืองไทยครั้งนี้ให้เกิดประโยชน์ จะจัดการทุกอย่างให้แยบยล ทั้งเื่เอกสารและการเดินทางของเธอและลูก ถึงตอนนี้ชายหนุ่มยังนึกเสียดาย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดจะกลับบ้านสักครั้ง
ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวเต็มตา เมื่อเห็นแววตาเศร้าสร้อยของเธอเขาก็อยากโอบกอดและปลอบโยน แต่คงทำไม่ได้มากไปกว่าทำใบหน้าเรียบนิ่งและไม่ใจร้ายกับเธอมากไปกว่านี้
“สองปีสำหรับเวลาที่เหลือของโพสต์ที่เยอรมนี ถ้าคุณยินยอมที่จะไปเลี้ยงลูกให้ผมที่นั่น หลังจากหมดโพสต์กลับมาคุณจะมีสิทธิ์โดยชอบธรรมในตัวหนูนารา”
ข้อเสนอของเขาทำให้หัวใจของหญิงสาวหนักอึ้งกว่าเดิม ไม่ใช่ว่าเธอไม่้าลูก แต่เธอยังมีภาระอีกมากมาย ทั้งร้านที่ต้องดูแล แม่ที่เริ่มแก่ชราลง รวมไปถึงน้องๆ ในร้านที่ยังฝากชีวิตไว้กับเธอ พวกเขาเ่าั้ยังมีภาระที่ต้องดูแลครอบครัวอีก
หญิงสาวนั่งนิ่งๆ โดยไม่พูดไม่จา ในใจก็คิดทบทวนวนไปวนมาหลายรอบ แต่เธอก็ยังให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้อยู่ดี
ชายหนุ่มขยับตัวเตรียมจะลุกขึ้น เขาทิ้งท้ายประโยคให้หญิงสาว
“ผมให้เวลาคุณคิดและตัดสินใจ พรุ่งนี้เราจะไปที่อำเภอเพื่อทำเื่แจ้งเกิดและรับรองบุตรของลูก ถ้าหากว่าคุณเลือกที่จะไม่ไป เด็กทั้งสองคนจะเป็บุตรของผมโดยชอบธรรมตามสัญญาเดิม”
หญิงสาวเพียงพยักหน้าโดยไม่มีเสียงเล็ดลอดออกจากปากของเธอ ชายหนุ่มเดินเลี่ยงออกไปจากตรงนั้น ปล่อยเวลาให้เธอได้คิดทบทวน
หลังจากที่ป้องเขตเดินออกไป ศกุนตลาก็ซบหน้าลงบนผ้าอ้อมของลูก ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้นเอาไว้ ข้อกำหนดทุกอย่างบีบคั้นหัวใจของเธอเหลือเกิน เธอไม่สามารถตัดสินใจเลือกทางใดได้เลย
ชายหนุ่มยืนมองผ่านกระจกด้านนอกก็เข้าใจว่าเธอคงไม่อยากเดินทางไปกับเขา เธออาจจะเริ่มต้นปลูกต้นรักกับหมอนนท์เพื่อนรักของเขาไปแล้วก็เป็ได้
อ่านฉบับเต็มๆ แบบไม่ค้างคา
มีรูปเล่มนะคะ
อีบุ๊กจิ้มที่ลิงค์ได้เลยค่ะ
สำหรับนักอ่านที่ไม่มีเวลาอ่าน ฝากติดตามเสียงอ่านในช่องนิยายเสียงด้วยนะคะ
บันทึกเสียงจบเล่มแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการตัดต่อ กด Sub รอได้เลยค่ะ
ประเดิมเื่แรก คุณแม่ฝากรัก คุณพ่อรับฝากและเชตสลัดคานค่ะ
ช่อง BaanRarisa Story คลิกที่รูปภาพได้เลยค่ะ