“เร็วเข้า ซ่อนของพวกนี้ไว้เร็ว”
“ตอนเดินกลับมา มีใครเห็นหรือไม่?” หลินซื่อรีบผุดลุกขึ้น ทว่าซุ่ยซุ่ยดึงชายเสื้อนางไว้ไม่ยอมให้ขยับ เหยียนหลางช่วยกันขนเสบียงเข้าไปในบ้าน ตอนนี้พี่ใหญ่ซ่อมแซมหลังคาและกำแพงเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เงินทั้งหมดถูกส่งมอบให้หลินซื่อเก็บรักษา นางคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงหยิบเศษเงินตำลึงออกมาสามเฉียน ให้เด็ก ๆ ทั้งสามคนคนละหนึ่งเฉียน ซุ่ยซุ่ยเลียนแบบพี่ชาย รีบซุกเงินเก็บใส่กระเป๋าเสื้อของตัวเอง
หลังจากหลินซื่อซ่อนเงินเรียบร้อยแล้ว นางก็นำเงินออกมาเพิ่มอีกห้าตำลึง เนื่องจากเมื่อวานเพิ่งถูกขับไล่ออกจากบ้านโดยไม่ให้ทรัพย์สินติดตัว มีป้า ๆ หลายคนแอบยัดเงินช่วยเหลือมาให้บ้าง วันนี้จึงพอมีเงินสำหรับซ่อมแซมหลังคาบ้าน
“ไม่มีใครเห็นเลย วันนี้ในหมู่บ้านดูเงียบสงบผิดปกติด้วยซ้ำไป” เหยียนหลางเอ่ยด้วยความประหลาดใจ ซุ่ยซุ่ยอุ้มลูกแมวน้อยไว้ในอ้อมแขน พลาดยื้อหางไก่สามตัวไปวางไว้ที่มุมห้อง จากนั้นนางก็จ้องมองพวกมันตาไม่กระพริบ
“ซุ่ยซุ่ย ลูกทำอะไรอยู่?” หลินซื่อเห็นใบเล็ก ๆ ของลูกสาวทำหน้าเคร่งขรึมจริงจัง จึงอดเอ่ยถามไม่ได้
“รอมันออกไข่ อยากกินไข่…” ไก่ที่ไม่ยอมออกไข่ ไม่ใช่ไก่ที่ดี!
เมื่ออารมณ์ดีขึ้น หลินซื่อก็รู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง “เด็กโง่ การออกไข่จะง่ายดายขนาดนั้นได้…” นางยังพูดไม่ทันขาดคำไก่ทั้งสองตัวนั้นก็ พรึ่บ… อยู่ภายใต้สายตาที่จ้องเขม็งราวกับเสือจะกินเหยื่อของซุ่ยซุ่ย
หลินซื่อ ???
ไข่สองฟองตกลงมาทันทีแบบทันควัน! เด็กน้อยตัวจิ๋วหยิบไข่สองฟองขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ “พวกมันเป็ไก่ที่มีเหตุผลนะ”
เหยียนหลางหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ เมื่อคืนนี้น้องสาวเพิ่งจะไปคุยมีเหตุผลกับต้นข้าวมาหมาด ๆ หลินซื่ออ้าปากค้าง ก่อนจะนึกย้อนไปถึงคำพูดของนักพรตเฒ่าเมื่อครึ่งปีก่อน
ในวันที่ซุ่ยซุ่ยหายตัวไป กว่าจะตามหาพบกลับมาได้นางก็หมดสติไปเสียแล้ว ระหว่างทางบังเอิญเจอนักพรตเฒ่าคนหนึ่ง รั้งตัวซุ่ยซุ่ยที่ยังหลับใหลอยู่เพื่อดูดวง พร้อมกับฟันธงว่าเด็กน้อยมีดวงชะตาเป็ดาวนำโชค คอยปกป้องคุ้มครองใต้หล้า
จนทำให้เหยียนฮั่นเซิงไล่นักพรตคนนั้นตะเพิดไปทันที คำพูดเ่าั้ไม่ใช่เื่ที่จะนำมาพูดเล่นได้ ทว่าตอนนี้ หลินซื่อกลับเริ่มมีความเชื่อขึ้นมาบ้างแล้ว
“น้องสาว คงมีโชคลาภติดตัวสินะ” เหยียนิเอ่ยพึมพำ น้องสาวอยากได้อะไรก็มักจะได้สิ่งนั้นเสมอ หลินซื่อลูบท้องเดินเข้าห้องครัว เหลือบมองยาขับลูกที่กำลังส่งควันกรุ่น แล้วหลบสายตาไปเบา ๆ
“ไก่ตากแห้งเก็บไว้ได้นาน วันนี้ตอนกลางวันเราจะทำไก่ป่าต้มเห็ดกัน ถือว่าเอาฤกษ์เอาชัยฉลองขึ้นบ้านใหม่ด้วย” เด็ก ๆ หิวจนตาสว่างวาบ หลินซื่อไหนเลยจะไม่เข้าใจ
หลินซื่อจัดการจัดการเชือดและทำความสะอาดไก่ป่าอย่างคล่องแคล่ว แล้วสับเป็ชิ้นพอดีคำ เมื่อวานแม่เฒ่าหลิวเพิ่งให้ธัญพืชมาหนึ่งถุง ในนั้นมีเห็ดแห้งอยู่ส่วนหนึ่งด้วย นางจึงนำเห็ดไปล้างและแช่น้ำ หั่นขิงเป็แผ่นโยนลงไปในหม้อพร้อมกัน
เนื้อไก่ป่าอ้วนพีและมีมันมาก หลินซื่อเจียวเอาน้ำมันไก่ ออกมาส่วนหนึ่งแล้วเก็บใส่ไหเก็บน้ำมันไว้บางส่วน เทเนื้อไก่ลงไปในน้ำมันร้อนที่เดือดพล่าน เสียงน้ำมันกระเด็น กลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง เด็ก ๆ น้ำลายสอไหลย้อยลงมา
“รีบปิดประตูเร็ว เดี๋ยวคนอื่นได้กลิ่นเข้า” ความอดอยากหิวโหยได้ทำลายคุณธรรมในจิตใจของผู้คนไปนานแล้ว ไม่มีใครทนทานต่อการทดสอบจิตใจได้ ่นี้บ้านในหมู่บ้านเพิ่งจะมีคนโดนขโมยขึ้นบ้านไป
“โชคดีที่พี่ใหญ่ซ่อมประตูหน้าต่างไว้แล้ว” เหยียนิสูดหายใจเข้าลึก ๆ มีเสบียงอยู่ในบ้าน จิตใจย่อมไม่หวาดหวั่น
“ท่านแม่เก่งที่สุดเลย ข้าจะช่วยท่านแม่ทำอาหาร…” ซุ่ยซุ่ยเขย่งปลายเท้า สองมือประคองกระบวยน้ำเต้าใบเล็กไว้
“ได้ วันนี้พวกเราจะกินมื้ออร่อยกัน กินข้าวสวยร้อน ๆ ถือเป็การฉลองที่ซุ่ยซุ่ยหายดี และฉลองย้ายบ้านใหม่ด้วย ดีไหม?” หลินซื่อก้มตัวลงมองลูกสาวตัวน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ในใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
เด็กคนนี้เลี้ยงดูมาสามปีว่า ปีกลายมีนิสัยถือตัวเย่อหยิ่งและไม่ค่อยสนิทสนมกับนาง จนกระทั่งป่วยเสียสติรอบนี้ หลินซื่อกลับรู้สึกว่าสนิทกับเด็กน้อยมากกว่าเดิม ราวกับเป็ลูกในไส้ของตัวเอง รักฝังลึกถึงกระดูกดำ
“ลูกเอาท่อไม้ไผ่จิ๋วอันนี้ตักข้าวพอนะ ท่านพี่ตักหนึ่งกระบอก ลูกตักหนึ่งกระบอก ต้มแบบนี้แหละ” กระบอกไม้ไผ่ใบจิ๋วนั้นเล็กมาก ใหญ่กว่ากำปั้นของซุ่ยซุ่ยเพียงนิดเดียว หลินซื่อสั่งความเสร็จก็เดินออกนอกบ้าน
“แม่จะไปเด็ดต้นหอมสักหน่อย เหยียนิ เหยียนหลาง พวกเ้าช่วยกันตัดปีกไก่ป่าไว้ด้วยนะ ระวังมันบินหนี” หลินซื่อเอ่ยบอกขณะยืนอยู่ด้านนอกประตู
ซุ่ยซุ่ยหมอบอยู่หน้าถังข้าว เอียงคอมอง ท่านพี่หนึ่งส่วน ซุ่ยซุ่ยหนึ่งส่วน? นางพยักหน้ารัว ๆ ทันที ใช่แล้วแบบนี้แหละ ถูกต้องที่สุด!
“ท่านพี่หนึ่งส่วนซุ่ยซุ่ยหนึ่งส่วน พี่รองหนึ่งส่วนซุ่ยซุ่ยหนึ่งส่วน พี่สามหนึ่งส่วนซุ่ยซุ่ยหนึ่งส่วน ท่านพ่อหนึ่งส่วนซุ่ยซุ่ยหนึ่งส่วน ท่านแม่หนึ่งส่วนซุ่ยซุ่ยหนึ่งส่วน…”
ไม่นานนัก กระบวยน้ำเต้าใบจิ๋วของนางก็เต็มเปี่ยม ซุ่ยซุ่ยเอียงคอมองด้วยความมั่นใจ จากนั้นก็พยักหน้ารับอย่างเด็ดเดี่ยว “ใช่แล้ว ที่ท่านแม่บอก พี่ชายหนึ่งส่วน ซุ่ยซุ่ยหนึ่งส่วนไงล่ะ” ไม่มีข้อผิดพลาด ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์
อาศัยจังหวะที่พวกพี่ชายไม่ทันสังเกต เ้าตัวเล็กใช้พลังน้ำวิเศษล้างข้าวสารจนสะอาด แล้วลากเก้าอี้มาปีนขึ้นไปเทใส่หม้อ คิดดูแล้วนางก็หยิบเนื้อไก่ใส่เพิ่มลงไปในหม้ออีกครึ่งตัว ในมิติของนางมีของพวกนี้เหลือเฟืออยู่แล้ว ถังข้าว ถังน้ำมัน และถังน้ำ ต่างก็ถูกเติมจนเต็มเอี๊ยด
“กินให้อ้วนกลมเติบโตแข็งแรงนะ…” เ้าตัวเล็กพึมพำงึมงำม ได้กลิ่นหอมของซุปไก่ลอยโชยตอบเข้าจมูก ก็กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่
ยามเที่ยง สองพ่อลูกตระกูลเหยียนยังไม่กลับมา หลินซื่อจึงตักซุปไก่ให้เด็ก ๆ ทานคนละชามก่อน ในชามอัดแน่นไปด้วยเนื้อไก่ เห็ด และหน่อไม้ ความหอมหวานกลมกล่อมทำเอาลิ้นแทบละลาย
“ว้าว หม้อข้าวใหญ่จังเลย…” เหยียนหลางเปิดฝาหม้อ ออกมาเจอข้าวสวยที่พูนล้นดันฝาหม้อขึ้นมาจนเผยอ ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ใกันทั้งบ้าน! ั้แ่เกิดมาเขาไม่เคยเห็นหม้อข้าวสวยที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
หลินซื่อกลั้นยิ้มพลางยกมือขึ้นกุมหน้าผาก เมื่อเห็นซุ่ยซุ่ยทำหน้ามึนงงไร้เดียงสา “ท่านแม่สอนลูกเอง ท่านพ่อหนึ่งส่วนลูกหนึ่งส่วน พี่ชายหนึ่งส่วนลูกหนึ่งส่วน…”
ทุกคนในบ้านตกตะลึงพรึงเพริด… ต่างยืนอ้าปากค้างมองนางตาปริบ ๆ เหยียนิเงียบไปครู่หนึ่ง คิดลังเลอยู่เนิ่นนานจึงเอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “ในเมื่อน้องสาวหายจากอาการไม่ปกติแล้ว… หรือว่าวันหน้าเรามาเริ่มหัดเรียนตัวหนังสือกันดีหรือไม่?”
“พี่ไม่ได้หมายความว่าน้องสาวโง่นะ น้องสาวฉลาดเฉลียวเป็ที่สุดต่างหากล่ะ!!” เหยียนิกลัวว่าน้องสาวจะโกรธ จึงรีบเอ่ยปลอบใจเป็การใหญ่
พอซุ่ยซุ่ยได้ยิน แก้มป่อง ๆ ของนางก็พองลมขึ้นทันที “ไม่เอา ไม่เอา ซุ่ยซุ่ยไม่เอาหัวล้าน ซุ่ยซุ่ยไม่อยากหัวล้านเหมือนท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้าน!!”
ฉลาดต้องหัวล้าน ซุ่ยซุ่ยไม่เอา!!
เหยียนิ "???"
เหยียนหลาง "??"
หลินซื่อหัวเราะจนน้ำตาเล็ด “ได้ ๆ ๆ ไม่หัวล้านนะ มากินเนื้อไก่เร็ว… ฮ่า ๆ …”
นางหัวเราะไปพูดไปจนกลั้นไม่อยู่ ลูกสาวคนนี้ของนางทำไมถึงได้น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้นะ
คำว่าฉลาดเฉลียว นางคงเข้าใจเพี้ยนไปคิดว่าเป็หัวล้านแบบไม่มีเส้นผมสินะ?
ซุ่ยซุ่ยเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาสายตาดะงงงวย ถือชามข้าวทำหน้าตาน่ารักไร้เดียงสา
ผ่านเื่ราววุ่นวายระทึกขวัญไปเปลาะหนึ่ง ความหม่นหมองในใจของหลินซื่อพลันมลายหายสิ้น รู้สึกโล่งอกโล่งใจขึ้นมาจริง ๆ วันนี้ครอบครัวของพวกเขาจะได้กินอิ่มนอนอุ่นกันเสียที
“บ้านเหยียนฮั่นเซิง บ้านเหยียนฮั่นเซิงอยู่ไหม?” เสียงป้าหลิวรัวมือทุบประตูเรียกดังลั่นอยู่ด้านนอก หลินซื่อกำลังถือปิ่นโตเตรียมจะเดินออกไปพอดี จึงเห็นป้าหลิวพุ่งพรวดเข้ามาด้วยความร้อนรน
“เ้ารีบไปดูที่บ้านเดิมของตระกูลเหยียนเร็ว ทางโน้นกำลังอาละวาดกันใหญ่แล้ว เดี๋ยวถ้าเ้าไม่รู้เื่อะไรขึ้นมา จะเสียเปรียบเอาได้ง่าย ๆ ” ป้าหลิวเป็หม้าย และเมื่อวานนางเพิ่งแอบยัดธัญพืชให้หลินซื่อถุงหนึ่ง
“ได้ข่าวว่าน้องสาวสามีเ้าพอรู้ว่าแม่เฒ่าาเ็ ก็รีบดิ่งกลับมาทันที ตอนนี้กำลังสร้างเื่โวยวายอยู่ที่บ้านโน้น ฮั่นเซิงกับเหยียนชวนถูกเรียกตัวไปกันหมดแล้ว”
น้องสาวคนเล็กของบ้านตระกูลเหยียนคือบุตรสาวคนสุดท้องของแม่เฒ่าเหยียน แต่งงานออกไปอยู่ในตัวอำเภอเมื่อหลายปีก่อน สีหน้าของหลินซื่อเ็าลงเล็กน้อย นางยื่นปิ่นโตและธัญพืชส่งให้ป้าหลิว
“ขอบคุณพี่หลิวสำหรับเื่เมื่อวานนะ เดี๋ยวฉันรีบวิ่งไปดูทางโน้นก่อน” พูดจบก็รีบวิ่งออกไปทันที
“ท่านพี่ อุ้มซุ่ยซุ่ยหน่อย ไปจัดการคนชั่วกันเถอะ ไปตีคนชั่วกัน!” ซุ่ยซุ่ยกำหมัดเล็ก ๆ แน่น รีบปีนป่ายขึ้นขาพี่ชาย เหยียนหลางเอื้อมมืออุ้มนางขึ้นมาตามความเคยชิน มือข้างหนึ่งจูงมือน้องชายสาม
“อ้าว ซุ่ยซุ่ยหายดีแล้ว!” ป้าหลิวอุทานด้วยความใ ซุ่ยซุ่ยส่งยิ้มหวานเรียกป้าหลิวเสียงใส ป้าหลิวรีบขานรับเสียงหลง เด็ก ๆ พา กันวิ่งโร่ตรงดิ่งไปยังบ้านเก่าตระกูลเหยียนทันที