
ในวันที่ข่าวการสิ้นพระชนม์ขององค์าาไคสันถูกประกาศอย่างเป็ทางการ เหตุการณ์ในเมืองหลวงแองเจิลไซส์เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ประชาชนส่วนใหญ่ต่างสงสัยว่าใครกันที่เป็ผู้บงการการลอบปลงพระชนม์ แต่แทนที่จะรู้สึกเศร้าโศก หลายคนกลับโห่ร้องยินดี เพราะพวกเขาเชื่อว่ายุคสมัยใหม่กำลังจะมาถึง ยุคที่เกล็น พ่อมดขาวผู้เมตตา อาจนำพาความเป็อยู่ที่ดีกว่ามาสู่ประชาชน อย่างไรก็ตาม เ้าหน้าที่ของรัฐกลับมองต่างออกไป การขึ้นครองราชย์ของเกล็นอาจหมายถึงการเสียผลประโยชน์มหาศาลของพวกเขา เ้านครรัฐจากต่างรัฐต่างก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะทำให้ตนเองเสียอำนาจไปด้วยเช่นกัน
งานพระศพถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติในพระราชวัง เ้านครรัฐจากรัฐต่างๆ เดินทางมาร่วมงาน ท่ามกลางผู้คนเ่าั้ เซอร์ ไซคัส ชายวัยกลางคนผู้สูงใหญ่ ผมยาวดำสนิท มาพร้อมกับบุหรี่ซิก้าในปาก เสื้อโค้ทหนังสัตว์สีดำที่เขาสวมแสดงถึงความเป็ชนชั้นสูง เขาคือผู้ที่สนิทสนมและรักใคร่กลมเกลียวกับาาไคสันมากที่สุด อีกทั้งยังเป็ขุนนางระดับสูงที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับาาไคสันในสมัยหนุ่ม
เมื่อไซคัสมาถึง เขาเดินเข้ามาหาอเล็กซ์ ผู้ที่มีตำแหน่งรักษาการาาในขณะนี้ เสียงเ็าของไซคัสที่เอ่ยถามออกไป “ใครเป็คนทำ..!” ทำเอาอเล็กซ์ถึงกับหลบตาและตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“เรากำลังสืบหาอยู่ อีกไม่นานเราจะได้ตัวคนร้ายแน่นอน”
แม้ไซคัสจะทำหน้าไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพิ่มเติม
ทันใดนั้น เกล็นปรากฏตัวขึ้นด้วยเวทมนตร์วาร์ป แต่ในวันนี้เขาสวมชุดสีดำทั้งตัว เพื่อไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ขององค์าา เขาเดินเข้ามาหาอเล็กซ์พร้อมกับถามด้วยความจริงจัง
“ข้าได้ยินว่า ท่านส่งฝาแฝดโรบินและร็อบไปช่วยสืบสวนคดีนี้ใช่หรือไม่?”
“ใช่ พวกเขาเป็นักเวทย์สืบสวนที่เก่งที่สุดในอาณาจักรดรัมแล้ว ข้าเชื่อว่าเราจะได้ตัวคนร้ายในเร็วๆ นี้” อเล็กซ์ตอบ
เกล็นพยักหน้าเบาๆ งานพระศพดำเนินไปด้วยความเงียบสงบ มีเพียงบทสวดตามพิธีศาสนาของอาณาจักรดรัมที่ดังก้องไปทั่ว
หลังจากนั้นไม่นาน ชายสองคนรูปร่างหน้าตาคล้ายกัน เดินเข้ามาภายในงาน พวกเขาสวมชุดเกราะสีขาว พกดาบคนละเล่ม สวมหมวกทหาร ท่าทางของทั้งสองดูฉลาดและมุ่งมั่น พวกเขาคือ โรบินและร็อบ ฝาแฝดผู้เป็นักเวทย์สืบสวนมือหนึ่งของอาณาจักร
โรบินและร็อบรีบวิ่งเข้ามาคุยกับอเล็กซ์
“ท่านอเล็กซ์ เราพบคนร้ายแล้ว ท่านต้องมาดูด้วยตัวเองด่วน!” โรบินเอ่ย
อเล็กซ์รีบตามฝาแฝดไปทันที ทั้งสามคนคุยกันในมุมหนึ่งของงานอย่างเงียบๆ
“ท่านเกล็น...เป็คนฆ่าองค์าา..!” ร็อบกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า
หลังจากที่ร็อบพูดความจริงอันน่าตกตะลึงออกมา อเล็กซ์รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวขึ้น ทว่าเขายังคงต้องรักษาท่าทีเยือกเย็น มือของเขากำเข้าหากันแน่นจนเหงื่อซึม ก่อนจะหันไปมองเกล็นที่ยังคงยืนอยู่กลางห้องโถง พระราชวังเต็มไปด้วยแสงเทียนสลัวๆ ที่ปลุกความเงียบสงบซึ่งกลับกลายเป็ความอึดอัดอย่างประหลาด
“ทะ..ทำไม ในเมื่อเขาก็จะได้เป็ผู้สืบทอดอยู่แล้วนี่ ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย..”
โรบินกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มีหลักฐานบางอย่างที่เราพบที่บ้านของท่านเกล็น มันคือมีดพลังเวทย์ที่ถูกใช้ในคืนนั้น และ่เวลาที่องค์าาถูกสังหาร ท่านเกล็นอ้างเพียงว่าอยู่กับลูกและภรรยา แต่เราทราบดีว่าด้วยพลังเวทย์วาร์ป ท่านเกล็นสามารถไปไหนมาไหนได้ในพริบตา”
ร็อบพยักหน้าแล้วเสริมด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “และที่สำคัญ ตอนเช้าที่มีการประชุมครั้งสำคัญ คนที่มีพลังการเดินทางแบบนั้นกลับมาสาย ข้าว่าหลักฐานที่เรามีนั้นค่อนข้างมัดตัวท่านเกล็นอย่างแน่นอนครับผม”
อเล็กซ์เงียบไปชั่วครู่ ความคิดมากมายประดังเข้ามาในหัวเขา หากข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยออกไป ความเชื่อมั่นในตัวเกล็นจะพังทลายลงอย่างรวดเร็ว มันจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หลังจากงานศพ อเล็กซ์จึงสั่ง แม่ทัพคนหนึ่งในกองกำลังทหาร แม่ทัพ
เมื่อคำสั่งจากอเล็กซ์ถูกส่งออกไป มาราไคล์แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งแองเจิลไซส์ถึงกับชะงัก แม้เขาจะคุ้นเคยกับคำสั่งที่หนักหน่วง แต่ครั้งนี้มันเป็การบุกจับตัวพ่อมดขาวที่เคยเป็ความหวังของประชาชน
มาราไคล์ก้มหน้ารับคำสั่ง “รับบัญชา!!”
แต่สายตาเขาแฝงไปด้วยความลังเล เขารู้ดีว่าเกล็นไม่ใช่คนธรรมดา
“แต่ข้ามีข้อกังวล” มาราไคล์เสริม “ท่านเกล็นมีพลังเวทย์มหาศาล และยังหนึ่งในอาวุธวิเศษที่ทรงพลัง ข้าไม่รู้ว่าอาวุธชิ้นนั้นทำอะไรได้บ้าง ข้าว่าเราควรต้องพึ่งพลังของขุนนางชั้นสูงมาช่วยเสริมทัพด้วย”
อเล็กซ์พยักหน้าเบาๆ “ข้าจะพาไดคีนและมีคไปด้วย พวกเขาน่าจะหยุดเกล็นได้หากจำเป็”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นดังขึ้นจากประตู เซอร์ไซคัสปรากฏตัวขึ้นในห้องประชุมอย่างไม่ทันตั้งตัว ความเ็าที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที
“ข้าจะไปจัดการมันด้วย!” ไซคัสประกาศด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
อเล็กซ์ถึงกับใ เพราะการประชุมนี้เป็เื่ลับในวัง ไม่ใช่ที่ที่คนอื่นจะเข้ามาได้ง่ายๆ แต่เขารู้ดีว่าพลังของไซคัสนั้นไม่ธรรมดา พลังเวทย์ทรายของเขาสามารถแกะรอยและดักฟังได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังมีพลังโจมตีที่รุนแรงเกินกว่าจะมองข้าม
“ทะ..ท่านน ที่นี่ไม่ได้อนุญาติให้คนนอกเข้ามานะ” อเล็กซ์พยายามรักษาท่าที แต่น้ำเสียงกลับสั่นไหว
ไซคัสมองอเล็กซ์ด้วยสีหน้าเหยียดหยาม “แล้วแกจะทำไม?”
คำพูดนั้นทำให้มาราไคล์โกรธจัด เขาะโออกมาเสียงดัง “ทำไมเ้าทำกิริยาแบบนี้ต่อองค์รักษาการาา เ้าสมควรตาย!”
ไซคัสไม่รอช้า พุ่งเข้าหามาราไคล์อย่างรวดเร็ว มือของเขาแตะลงบนชุดเกราะสีทองของแม่ทัพใหญ่ ทันใดนั้น ชุดเกราะที่เคยดูสง่างามก็สลายกลายเป็ผุยผง มาราไคล์ถึงกับทำหน้าแปลกใจอย่างสิ้นหวัง กำหมัดแน่นด้วยความแค้น เขารู้ว่าพลังของไซคัสนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะรับมือได้
“หากข้า้าจัดการคนในห้องนี้ทั้งหมด ข้าก็ทำได้ในไม่กี่วิ และหากเ้าอยากทำากับรัฐของข้า ข้าก็จะบดขยี้แองเจิลไซส์ได้อย่างง่ายดาย” ไซคัสพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจและการเย้ยหยัน
อเล็กซ์รีบพูดด้วยน้ำเสียงประนีประนอม “ใจเย็นก่อนท่านไซคัส ข้าขออภัย หากท่าน้ามีส่วนร่วมในการจับกุมเกล็น ท่านก็เข้าร่วมได้เลย”
ไซคัสหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “แกมันก็แค่คนรักษาการาา อย่ามาสะเออะอะไรมากนัก และไม่ใช่ ‘จับ’ แต่เป็ ‘ฆ่า’ เข้าใจไหม?”
เขามองอเล็กซ์ด้วยสายตาที่เ็าและเสริม “และเกล็นนั่นมีหนึ่งในอาวุธวิเศษไม่ใช่หรือ? คนระดับข้าไปด้วยคงทำให้งานของพวกเ้าง่ายขึ้นเยอะ”
อเล็กซ์รู้สึกกดดันอย่างมาก แต่พยายามรักษาสีหน้าไม่ให้แสดงความกังวลออกมา เขาพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ “ได้ ท่านไซคัส กำหนดการคือพรุ่งนี้เวลา 11 โมง เราจะบุกบ้านของเกล็น แต่ข้ามีข้อร้อง ขอเพียงอย่าเพิ่งสังหารเกล็นได้หรือไม่? เพราะหากเราบุกไปสังหารเขาถึงที่บ้าน บ้านเมืองจะระส่ำระสายแน่ๆ ประชาชนจะไม่พอใจ เราควรตัดสินโทษต่อหน้าประชาชนจะดีกว่า”
ไซคัสทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “อืม เพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองสินะ หากจับมันได้แล้ว ข้าขอตัวมันไปทรมานก่อน แล้วค่อยตัดสินปะาทีหลัง”
“ข้าจะไปรอที่บ้านของมันพร้อมกำลังทหารของข้า” ไซคัสพูดจบแล้วก็หันหลังออกจากห้องไป ทิ้งให้มาราไคล์และอเล็กซ์ทำสีหน้ากระอักกระอ่วนกับสถานการณ์ที่พวกเขาต้องเผชิญ
เมื่อไซคัสจากไป อเล็กซ์หันไปมองมาราไคล์ที่ยังคงกำหมัดแน่นด้วยความแค้น เขารู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และสิ่งที่พวกเขาทำในวันพรุ่งนี้จะเป็การตัดสินชะตาของอาณาจักรทั้งหมด
บ้านของเกล็นที่เคยสงบสุขมาตลอด ถูกเปลี่ยนเป็สนามรบเมื่อกองกำลังจำนวนมากพร้อมด้วยขุนนางและทหารระดับสูงปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน หน้าบ้านของเกล็นถูกปิดล้อมอย่างแ่า อากาศรอบตัวเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นเมื่อความตึงเครียดเพิ่มขึ้น
เกล็นไม่ใช่คนธรรมดา ความสามารถในการวางแผนและการป้องกันตัวของเขาเป็ที่รู้กันดี เขาได้วางวงเวทย์ป้องกันไว้ทั่วทั้งบ้าน ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่ามีกองกำลังจำนวนมากกำลังเข้ามาคุกคาม
มีค ขุนนางที่เต็มไปด้วยความโเี้ เดินนำหน้าไปที่ทางเข้าบ้านของเกล็น ทหารของเกล็นผู้โชคร้ายคนหนึ่งเดินออกมาถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ “พวกท่าน้าเข้าพบท่านเกล็นหรือขอรับ?”
โดยไม่มีคำตอบหรือคำพูดใดๆ มีคหยิบดาบออกมาและฟันทหารคนนั้นตัวขาดสะพายแล่ง เืกระฉูดออกมาเป็ทาง สร้างความใให้กับอเล็กซ์อย่างมาก เขารีบะโออกไป “ท่านมีค ช้าก่อน! เรายังไม่ได้คุยอะไรกับท่านเกล็นเลย!”
แต่มีคกลับไม่สนใจและตอบด้วยน้ำเสียงเ็า “ไม่เห็นต้องเจรจากับฆาตกรฆ่าองค์าาเลยนี่”
ในขณะที่มีคกำลังจะโจมตีทหารคนต่อไป ไดคีนเข้ามาหยุดเขาไว้ทันเวลา “เฮ้ย เ้าหนุ่ม ใจเย็นๆ เราไม่ได้มาก่อา เรามาจับตัวแค่เกล็นคนเดียว เป็บ้าอะไรวะ?”
มีคมองไดคีนด้วยสายตาหงุดหงิด แต่ยอมถอยออกมาอย่างไม่เต็มใจ
ทันใดนั้น เกล็นวาร์ปออกมาหน้าบ้าน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเครียดแค้นและความสงสัย “พวกแกกำลังทำบ้าอะไรกัน?!” เสียงของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณ ความโกรธในน้ำเสียงของเขาชัดเจน