[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้แสดงถึงพร์ด้านการปรุงยาโดยการสร้างโอสถระดับตำนาน รายชื่อโฮสต์เลื่อนเข้าสู่การจัดอันดับนักปรุงยารุ่นเยาว์อัจฉริยะเป็อันดับที่ 45 จาก 100 ลำดับ สร้างความตกตะลึงให้กับบรรดานักปรุงยา ค่าชื่อเสียงของโฮสต์พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รางวัล: ช่องทรัพยากร + 10]
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้ลงมือสังหารอัจฉริยะในรอบ 100 ปีของราชวงศ์ด้วยวิธีการยืมมีดฆ่าคนอย่างโเี้ ส่งผลให้เกิดความร้าวฉานระหว่างเมืองสิงห์คารนและราชวงศ์จาเรทไปอยู่ในจุดสูงสุด รางวัล: ช่องทรัพยากร + 20]
“ซูด! อ้า”
บรรยากาศยามเย็นที่สะพานโกลเด้นเกต ณ ทางเชื่อมของเมืองท่ามกลางอาทิตย์ตกดิน เมื่อมีสายลมอ่อนๆ พัดมามันช่างทำให้รู้สึกสราญรมณ์เป็อย่างยิ่ง
ขณะนี้สายตาของนพเก้ามองทอดผ่านไปยังแม่น้ำที่กั้นระหว่างฟากของสองเมือง มันทำให้เขารู้สึกสดชื่นยิ่งนัก แต่ความสดชื่นนี้ไม่ได้มาจากบรรยากาศยามเย็น แต่เป็ยาสงบใจที่เขากำลังใช้มือซ้ายบดเป็ผงและสูดดมอย่างช้าๆ
“แม่ พี่ชายคนนั้นกำลังทำอะไร”
สาวน้อยที่เดินผ่านตลาดสดและกำลังจูงมือของแม่กำลังมองมาที่นพเก้าด้วยดวงตาสงสัยใคร่รู้
“ชู่ว อย่ามองไปทางนั้น รีบไปเร็วเข้า”
เด็กสาวถูกแม่อุ้มขึ้นมาและเดินจากไปอย่างรวดเร็วก่อนจะหายไป ณ อีกฝั่งของตลาดสดที่มีคนพลุกพล่าน นางไม่้าให้บุตรสาวเห็นตัวอย่างที่มีไม่ดีในสังคม
...
นพเก้ามองดูสองแม่ลูกจากไปอย่างเงียบงัน ดูเหมือนสภาพของเขาจะไม่ต่างจากคนติดยาอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถทำอะไรกับผลของ “บรรดาโทสะ” ได้มากนัก และเขาเบื่อที่จะกินมันตลอดเวลา ต่อให้เขาจะปิดกั้นต่อมรับรสไปบางส่วนก็ตาม แต่ด้วยกายาจักรพรรดิที่มีประสาทััมากกว่ามนุษย์ทั่วไปมากกว่า 100 เท่า เขาก็ไม่สามารถหลบััของรสชาติแปลกประหลาดนี้ได้
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีโฮสต์ได้สร้างความเข้าใจผิดให้กับคนทั้งเมืองสิงห์คารน ข่าวลือเื่กายาเทพโอสถแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ขุมกำลังจาก 3 แดนศักดิ์สิทธิ์้าทาบทามตัวโฮสต์ รางวัล: ช่องทรัพยากร + 50]
“ซู๊ด แค่กก- อะไร!”
นพเก้าสำลักออกมาขณะที่กำลังสูดผงเม็ดยาสงบใจเข้าไป นี่มันเื่บ้าอะไร เหตุใดข่าวลือไม่มีมูลเช่นนี้ถึงได้เกิดขึ้นได้
“เฮ้อ”
นพเก้าถอนหายใจออกมา เมื่อเขาถามระบบก็ได้รู้ที่มาของเื่นี้ ดูเหมือนการที่เขาแสดงทักษะการกลั่นโอสถอัตโนมัติ จะส่งผลให้ผู้คนบางส่วนเกิดความเข้าใจผิด และมโนไปต่างๆ นานา จนถึงหูของพวก 3 แดนศักดิ์สิทธิ์
“ไม่ได้การ ข้าต้องรีบภารกิจให้สำเร็จโดยเร็ว”
เดิมทีเขาไม่อยากจะทำตัวโดดเด่นให้ 3 แดนศักดิ์สิทธิ์รับรู้มากนัก เพราะตอนนี้ด้วยกำลังของเขา หากถูกบีบบังคับด้วยขุมกำลังที่มีขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์ซุ่มซ่อนอยู่นับไม่ถ้วน เขาไม่อาจต่อกรด้วยได้ หรือต่อให้เขาจะมีจิตตาภาคอยช่วยเหลือแต่ก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางในความแข็งแกร่งของนาง นอกจากนี้เขายังถูกจับตามองจากแดนศักดิ์สิทธิ์เทพจันทราอยู่แล้วด้วย เรียกได้ว่าตอนนี้เขากำลังใกล้เผชิญกับ่เวลาวิกฤตอย่างแท้จริง
นพเก้ามองไปที่หน้าจออินเตอร์เฟสของระบบ เขายังมีเวลาเหลืออีก 27 วันก่อนที่ภารกิจจำกัดเวลา รับสาวกที่เป็บุตรแห่งโชคชะตา 5 คนสิ้นสุดลง ด้วยรางวัลเป็ดินแดนมิติเอกลักษณ์ที่แม้แต่ขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่สามารถทะลวงผ่านได้ อุปสรรคต่างๆ ในโลกมนุษย์แทบจะคลี่คลายลงจนหมดสิ้น
นพเก้าเริ่มเดินเรียบบนทางเดินฝั่งขวาของสะพานไปตามจุดที่ระบบระบุไว้ ไม่นานเขาเดินมาถึงจุดกึ่งกลางของสะพานที่มีคนล้อมวงกันมากมายดูเหมือนกำลังดูการแสดงบางอย่าง นพเก้าปิดกั้นประสาทััทั้งหมดแล้วเริ่มรับฟังการพูดคุยต่างๆ ของบรรดาผู้คนแถวนั้น
“นี่เ้าหนู อย่าคิดสั้นเช่นนี้เลย ชีวิตของเ้ายังอีกยาวไกล เหตุใดต้องะโน้ำตายเพราะผู้หญิงคนเดียว เ้าไม่คิดถึงความลำบากของพ่อแม่ที่เลี้ยวเ้ามาบ้างหรือ”
ลุงตำรวจคนหนึ่งเดินเข้าไปหาชายหนุ่มผิวดำเ้าของเหตุการณ์แล้วเริ่มพูดปลอบใจ เขากำลังหาจังหวะกระชากชายหนุ่มผิวดำที่กำลังนั่งอยู่บนขอบสะพาน อย่างไรก็ตามแทนที่คำพูดเมื่อครู่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น มันกลับทำให้สถานการณ์แย่ลง
“ฮื้อ พวกลื้อมันจะปายรู้อะไร ปล่อยให้อั๊วะตายเงียบๆ เถอะ”
ชายหนุ่มผิวดำเริ่มร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม ขณะเดียวกันก็เริ่มจะปล่อยมือออกจากสะพาน
“ช้าก่อน”
ลุงตำรวจเริ่มกระวนกระวาย เท่าที่เขาได้ยินจากบรรดามนุษย์ป้าแถวนี้ เขาพอจะทราบได้ว่าชายหนุ่มผู้นี้มาจากอีกฟากของเมืองและพยายามจะฆ่าตัวตายเพราะถูกแฟนสาวหักอกมา
“นี่เ้าช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยถึงได้พูดถึงแม่ที่ตายไปแล้วของเด็กหนุ่มคนนั้น” ป้าอ้วนคนหนึ่งที่รู้จักเด็กหนุ่มคนนี้เริ่มเล่าประวัติของอีกฝ่ายออกมาด้วยความเห็นใจ
“อะไรนะ!”
แม่ทำงานที่ร้านอ่างอบนวด แล้วมีสัมพันธ์กับลูกค้าแปลกหน้าจนตั้งท้องอย่างนั้นรึ หนำซ้ำยังมีลูกถึง 6 คน บางคนอดที่จะมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความเห็นใจไม่ได้ ขณะที่บางสายตาแฝงไปด้วยความดูถูก
“แล้วนี่อะไรอีก!”
หลังจากกู้หนี้นอกระบบมาเพราะส่งเสียลูกทั้ง 6 คนไม่ไหว แล้วไม่มีเงินใช้หนี้ ด้วยความสิ้นหวังจึงหนีไปเข้ากับนิกายพุทธเพื่อหาที่พึ่งทางจิตใจสุดท้ายบริจาคทรัพย์สินทั้งหมดให้กับวัดแม้แต่บ้านก็ไม่มีเหลือก่อนที่จะป่วยตายเพราะติดโรค HIV หนำซ้ำยังเหลือภาระหนี้สินให้บรรดาลูกๆ ใช้หนี้อีก 10 กว่าล้านบาท หญิงม่ายบางคนเช็ดน้ำตาด้วยความเห็นใจ ขณะมองไปที่ชายหนุ่มผิวดำด้วยแววตาหิวกระหาย บางที่นี่อาจเป็โอกาสทำบุญสร้างกุศลช่วยใช้ลดอัตราฆ่าตัวตายของประชากรหนุ่มและโยนมะเขือยาวแก้เหงาออกไปจากชีวิต
“แล้วนี่”
อายุเพียง 19 ปีแต่บรรลุถึงขอบเขตขัดเกลาศิลาขั้นที่ 7 สำหรับเมืองสิงห์คำรนนับว่าเป็อัจฉริยะในทศวรรษก็ว่าได้ แต่กลับคิดฆ่าตัวตาย เพราะแฟนสาวบอกเลิกโดยการบอกว่าเกลียดของดำและควงแขนชายหนุ่มฝรั่งเดินจากไปอย่างนั้นรึ
“นี่มันบ้าอะไรวะ!”
หลังจากนพเก้าฟังจนจบ เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไร เอาเป็ว่าควรช่วยชีวิตอีกฝ่ายก่อน บุตรแห่ง์ไม่ควรมีชะตากรรมตายน่าอนาถเช่นนี้
“ฮื้อ พอแล้ว ลื้อไม่ต้องพูดแล้ว อั๊วะจะไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว”
จะให้เขาทนไหวได้อย่างไร ในเมื่อป้าอ้วนบรรยายออกมาต่อหน้าธารกำนัลเสียขนาดนั้น หนำซ้ำยังพูดออกมาเสียงดังด้วยความเห็นใจขณะเช็ดน้ำตา ช่างเป็การเรียกร้องความสนใจที่น่ารังเกียจ
ฟรึบ
ชายหนุ่มปล่อยทั้งสองมือที่จับราวเหล็กและกำลังร่วงหล่นไปในแม่น้ำ เขาอายเกินกว่าจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
“เฮ้ย”
คุณลุงตำรวจรีบพุ่งเข้าไปคว้าตัวชายหนุ่มผิวดำทันที แต่ไม่ทันการณ์เขาหยิบได้เพียงวิกผมปลอมของอีกฝ่ายก็เท่านั้น ขณะเดียวกันก็ทำได้เพียงมองลงไปที่แม่น้ำใต้สะพานเนื่องจากเข้าว่ายน้ำไม่เป็ จึงไม่ได้ะโตามลงไป
หืม
หลายๆ คนก็เดินมาที่ราวสะพานและมองลงไป อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่เห็นสิ่งใด แม้แต่เสียงตกลงไปในน้ำหรือเงาคน
“หรือว่า ผ-ผี”
บางคนพูดมาด้วยความหวาดกลัว เป็ไปได้หรือไม่ว่าพวกเขากำลังถูกหลอก เมื่อทุกคนได้ยินประโยคนี้ก็เสียวสันหลังวาบทันที บางทีชายหนุ่มคนนั้นอาจจะเป็ิญญาอาฆาตที่ยังไม่ไปปรโลกก็เป็ได้ เหตุการณ์เช่นนี้ก็มีเกิดขึ้นในบางครั้งเช่นกัน ไม่นานทุกคนก็รีบแยกย้ายกันไปเหลือไว้เพียงลุงตำรวจที่ถือวิกผมอยู่ด้วยความอื้ออึง
“ฮื้อ ลื้อเป็ใคร แล้วช่วยอ๊ะทำไม”
ชายหนุ่มลอยอยู่กลางอากาศและดิ้นรนไปมา
นพเก้าพาตัวชายหนุ่มมาที่อีกฟากของเมืองร้าง และกำลังตรวจสอบสถานะด้วยเนตรหมื่นพิภพ
[ค่าสถานะของชิกก้า]
อายุ: 19 (อายุขัย 154 ปี)
เขตแดน: ขัดเกลาศิลาขั้นที่ 7 ขั้นสูง (ค่าพลังปราณ : 3,807 เมตร)
ทักษะการต่อสู้: หมัดพิทักษ์ธรรม (วิชาปฐีขั้นกลาง) , ก้าววายุ (วิชาปฐีขั้นต้น)
พร์: กายา ??? (กายาระดับ ??? – สามารถพัฒนาได้)
พลังเทพ: 0
โชคชะตา: บุตรแห่งโชคชะตา
ประวัติย่อ : นักศึกษาทุนทั่วไปผู้สู้ชีวิตของสถาบันภาครัฐ ชีวิตยากจนและขัดสน หลังเลิกเรียนต้องทำงานกะกลางคืนเพื่อหาเงินมาเลี้ยงปากท้องครอบครัวทั้ง 6 ชีวิต ชีวิตพลิกผันเมื่อมารดาผู้เป็เสาหลักของครอบครัวเขาสู่วิถีธรรม ผลาญทรัพย์สินจนหมดสิ้น ด้วยความสิ้นหวังจึงคิดฆ่าตัวตายเพื่อหลุดจากชีวิตเลวร้าย อย่างไรก็ตามหากยังอดทนต่อไป [e!##ve&44] ด้วยพลังแห่งซูเปอร์กิ๊กก้าชิกก้า เ้าจะอยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง
“ระบบ นี่มันอะไรวะ?”
นพเก้างุนงงอีกครั้ง คำอธิบายเช่นนี้มันหมายความว่าอย่างไร โดยเฉพาะประวัติย่อนั่นเหตุใดถึงมีบางส่วนที่ขาดหายไป
[ติ๊ง เป็เพราะโฮสต์ได้ไปขัดขวางวาสนาของบุตรแห่งโชคชะตา ส่งผลให้เส้นทางชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่เป็ไปตามในอดีต]
“โอ้วเป็เช่นนั้นรึ”
นพเก้าลูบคางพรางครุ่นคิด จากประสบการณ์อ่านนิยายของเขา หากไม่ขัดขวางอีกฝ่ายจะต้องพบกับวาสนา เช่นสมบัติโบราณใต้น้ำ หรือปลุกพลังหลังความตายอย่างแน่นอน
[โฮสต์คาดคะเนได้แม่นยำมาก]
ระบบชื่นชมในจินตนาการไร้สาระของนพเก้า เ้านายของมันผู้นี้เดาถูกเพียงครึ่งเดียว
“แล้วพร์ของเด็กคนนี้มันคืออะไร?”
นี่คือสิ่งที่นพเก้าอยากรู้มากที่สุด เหตุใดจึงเป็เครื่องหมายคำถามด้านหลังสถานะพร์
[ติ๊ง เพราะพร์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นในสารระบบมาก่อน แม้ว่าจะเป็การย้อนเวลาของโลกมนุษย์ แต่ผลกระทบที่เกิดจากโฮสต์และผู้ฝึกยุทธ์ภายนอกมันนำมาซึ่งผลกระทบบัตเตอร์ไฟร์เอฟเฟคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้]
ผลกระทบที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ระบบก็คาดเดาไม่ถึงเช่นกัน มันต้องใช้เวลาสักพักเพื่อวิเคราะห์พร์บุตรแห่งโชคชะตาผู้นี้ เป็ไปได้ว่าจเป็กายาใหม่ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์
“เอาล่ะ ชิกก้า เมื่ออยู่ต่อหน้าข้าแล้วปัญหาของเ้ามันช่างเล็กน้อย หากเ้ากราบข้าเป็อาจารย์ ข้าก็พร้อมจะสนับสนุนเ้าทันที”
นพเก้าเดินเข้าหาชายหนุ่มขณะที่สองมือไพล่หลัง ขณะเดียวกันก็ปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ล้อมรอบตัวเอง ในสถานการณ์เช่นนี้เขาเชื่อว่าการปรากฏตัวเป็บุคคลลึกลับที่ทรงพลังนั้นน่าจะง่ายที่สุด
“ล-ลื้อรู้ชื่ออั๊วได้อย่างไร ไม่สิ อั๊วไม่ได้ชื่อชิกก้าเสียหน่อย”
“ไม่จำเป็ต้องปิดบัง ข้าไม่ได้มาร้าย มิเช่นนั้นข้าจะช่วยชีวิตเ้าไว้ทำไม”
นพเก้ารู้สึกขบขัน ดูเหมือนลูกศิษย์คนนี้จะเป็พวกขี้ระแวง
“อั๊วะไม่ได้ชื่อชิกก้า อั๊วะชื่อไอโชว์นาว ท-ทุกคนเรียกอั๊วะแบบนั้น”
ชิกก้าพูดออกมาด้วยใบหน้าแดงก่ำ เขาไม่ชอบชื่อที่คุณยายของเขาตั้งให้เพียงเพราะแม่ของเขาเป็คนจีนและพ่อเป็ชาวแอฟริกา
หืม
นพเก้ามองไปทางบนฟากฟ้าเขาััได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย
“นี่ อ-อั๊วะยอมรับแล้วอั๊วะชื่อชิกก้าก็ได้ ฮือ”
ชิกก้าเริ่มหวาดกลัวเมื่อััได้จิตสังหารของนพเก้า บางทีรอบนี้เขาอาจจะตายจริงๆ หากโกหกต่อไป
“เหตุใดเ้าถึงชอบร้องไห้นัก”
นพเก้ารู้สึกเบื่อหน่าย บางทีเขาอาจจะได้เลี้ยงเด็กเด็กขี้แยอีกคน
“ช่างเถอะ เ้ามาอยู่ในนี้ก่อน”
ขวับ
นพเก้ารีบดึงอีกฝ่ายเข้าไปในตันเถียนผ่านสะพานไบรฟรอซ เพราะบนฟากฟ้าเขาเห็นแล้วว่าใครกำลังพุ่งเข้ามา
“ท่านผู้าุโ นี่มันที่ไหนกัน?”
ขณะนี้เขากำลังล่องลอยอยู่ในจักรวาลที่มีดาวขนาดั์สีแดงโดยมีสัตว์ประหลาดสีแดงล้อมรอบอย่างมืดฟ้ามัวดิน เขาไม่ได้ถูกส่งมาให้เป็อาหารใช่หรือไม่
“อย่าห่วงไป เมื่ออยู่ในนั้นเ้าจะปลอดภัย”
นพเก้าพูดกับชิกก้าขณะเดียวกันก็ฉายภาพเหตุการณ์ด้านนอกให้รับชม ถึงเวลาแสดงพลังของเขาแล้ว
“นพเก้า!!”
ดาวหางสีทองพุ่งลงมาจากฟากฟ้าพร้อมเสียงะโ
ตู้ม
เกิดหลุมเส้นผ่านศูนย์กลางรัศมี 100 เมตรบนพื้น ตึงบางส่วนที่ผู้รับเหมายังสร้างไม่เสร็จพังทลายกลายเป็ฝุ่นผง
หลังจากฝุ่นควันเริ่มจากลงเผยให้เห็นอัศวินผู้หนึ่งเดินเข้ามาทางนพเก้าอย่างช้าๆ นพเก้าจ้องมองไปที่ดาฟเนียร์ อีกฝ่ายก็จ้องมองกลับมาที่นพเก้าด้วยความอาฆาตเช่นกัน อีกฝ่ายเดินมาโดยมีดาบขนาดั์พาดที่บ่าซ้าย เพียงแค่มองก็ััได้ถึงออร่าศักดิ์สิทธิ์ที่พร้อมจะปะทุออกมาตลอดเวลา ขณะเดียวกันแขนขวาก็มีอาการาเ็จนเห็นกระดูกและชื้นเนื้อหลุดจากผลการต่อสู้ ดูสยดสยองเป็อย่างมาก มือขวาก็กำลังถือบางสิ่งขณะเดินเข้ามาเช่นกัน
“เ้ายังไม่ตายอีกรึ”
นพเก้ามองดาฟเนียร์ราวกับมองเหยื่อ ถึงเวลาปล่อยสัตว์ร้ายแล้ว ขณะนี้ั์แดงเดือดจะคลุ้มคลั่งเป็อย่างมาก เป็่เวลาที่ดีหากให้มันปลดปล่อยโทสะออกมาบ้าง
ฟรึบ! ตุบ! ตุบ!
มีศีรษะชายชราสองหัวกลิ้งมาที่ปลายเท้าของนพเก้า กลิ่นอายผู้ตายเป็ถึงขอบเขตครึ่งก้าวจ้าว์ หลังจากใช้เนตรหมื่นตรวจสอบระดับพลังของอีกฝ่ายก็ลดเหลือเพียงขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ขึ้นสูงสุดเท่านั้น สิ่งนี้หมายความว่าดาฟเนียร์ได้เผาผลาญพลังขอบเขตครึ่งก้าวจ้าว์ไปจดหมดเพื่อสร้างโอกาศสังหารชายชราอีกสองคน
แน่นอนว่าการทำเช่นนี้ดาฟเนียร์ได้สูญเสียกฎเกณฑ์ของ์ไปไม่สามารถทะลวงฝ่าด่านไปยังขอบเขตที่สูงกว่าจักรพรรดิยุทธิ์ขั้นสูงสุดได้ เหมือนกับเขา
กรอด
นพเก้ากำหมัดแน่น พลังอำนาจคือทุกสิ่ง คงจะดีถ้าขาทะลวงกลับไปยังขอบเขตสูงสุดที่เคยบรรลุโดยเร็ว
“ข้าจะตายก็ต่อเมื่อสังหารเ้าได้แล้วเท่านั้น”
ฟุบ! ตู้ม!
ยังพูดไม่ทันจบ ดาฟเนียร์ก็กระทืบเท้าแล้วพุ่งเข้าหานพเก้าทันทีจากระยะห่างมากกว่า 1 กิโลเมตรเข้ามาประชิดตัวนพเก้าในเสี้ยววินาที ขณะเดียวกันก็เหวี่ยงดาบด้วยมือซ้ายเพียงข้างเดียวมาที่นพเก้า
“วิชาดาบแห่งขุนเขา บาลัน!”
เกิดออร่าธาตุดินหลอมรวมไปที่ใบดาบของดาฟเนียร์การโจมตีครั้งนี้แฝงไปด้วยอำนาจกดทับของแรงโน้มถ่วงและการสะกดข่ม ราวกับว่า้าทับทำลายให้นพเก้าแหลกเละ
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้นพเก้าหาได้หลบไม่ แต่กลับแสยะยิ้มออกมาและแสดงแววตาที่ดูน่าขนลุก
“ั์แดงเดือด ออกมา!”
ตู้ม! แคร็ก!
สิ้นเสียงะโราวกับพันธนาการของบางสิ่งคลายออก เสียงโซ่ตรวนแตกกระจาย
โฮกกก
ราวกับ่เวลาได้หยุดลง บรรยากาศทั้งเมืองร้างในรัศมี 10 กิโลเมตร เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเืคละคลุ้งส่งผลให้บรรยากาศท้องฟ้ากลายเป็สีแดงฉาน ปีศาจร้ายโผล่ออกมาตรงหน้าดาฟเนียร์อย่างฉับพลัน แววตาแดงฉานที่เต็มไปด้วยความกระหายเืและโทสะที่ไม่อาจสะกดข่มได้อีกต่อไป
เพล้ง!!
กรงเล็บสีแดงฉานกระแทกเข้าไปที่ใบดาบโดยไม่สนใจผลกระทบของทักษะ
อึก
ดาฟเนียร์กระเด็นถอยหลังก่อนที่จะใช้ดาบครูดกับพื้นจนหยุดลงโดยห่างออกไปมากกว่า 100 เมตร
เหตุใดอีกฝ่ายถึงมีไพ่ตายเยอะนัก ดาฟเนียร์มองไปที่สิ่งมีชีวิตปริศนาตรงหน้าแล้วเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจ ด้วยอาการาเ็หลังเหตุการณ์ปะทะก่อนหน้าและสิ่งมีชีวิตที่อาจจะอยู่ในระดับขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุด บางทีเขาจะไม่สามารถต่อกรหากทั้งสองคนร่วมมือกัน
“ตรงนี้ข้าปล่อยให้จัดการก็แล้วกัน”
ฟรึบ!
นพเก้าตบไหล่ั์แดงเดือดก่อนที่จะหายไปในอากาศ เขาไม่อยากลงมือด้วยตนเองเพราะ้าให้ั์แดงเดือดเผาผลาญความกระหายเืเสียมากกว่า สำหรับเผ่าพันธุ์ที่ชอบาเช่นนี้ จะมีอะไรที่ลดความบ้าคลั่งได้ดีไปกว่าการต่อสู้
“เดิมทีการต่อสู้เช่นนี้ไม่มีความหมาย เราทั้งสองกลับไปทางใครทางมันเป็อย่างไร”
ดาฟเนียร์พูดขึ้น ครั้งนี้เขาไม่ได้ตามนพเก้าไป หรือต่อให้ไล่ตามไปก็ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะมีไพ่ตายอะไรอีกบ้าง
โฮกกกก!!
ั์แดงเดือดไม่สนใจตอนนี้ผลของ “บันดาลโทสะ” จากวิถีที่หนึ่ง เพลิงแห่งละโมบได้มาถึงระดับสูงสุดแล้ว แม้แต่สติปัญญาก็ไม่อาจประคองเอาไว้ได้
ฟรึบ!
ั์แดงเดือดย่อตัวลงแล้วพุ่งเข้าไปหาดาฟเนียร์โดยวิ่งเข้ามาแบบสัตว์ร้าย ยิ่งจ้องมองยิ่งกระหายเื ปากของมันเริ่มฉีกออกเผยให้เห็นฟันไปแหลมคมราวกับเรื่อยก็ไม่ปาน
“ฮึม ไอปีศาจ”
ดูเหมือนการต่อสู้จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดาฟเนียร์ก้มตัวลงและเตรียมตั้งรับเพื่อหาจุดอ่อนอีกฝ่าย
เพล้ง เพล้ง เพล้ง
เสียงกรงเล็บและโลหะกระทบกัน ดาฟเนียร์รับมือกับอีกฝ่ายมากกว่า 100 กระบวนท่าในเสี้ยววินาที อย่างไรก็ตามการโจมตีของอีกฝ่ายไม่มีรูปแบบตายตัวหรือกลยุทธ์ใดๆ มีเพียงการโจมตีอย่างบ้าคลั่งก็เท่านั้น
“น่ารำคาญ”
ครั้งนี้ั์แดงเดือดพูดออกมาก่อนที่จะอ้าปากออกมาแล้วกัดไปที่ใบดาบของดาฟเนียร์
แกร็ก
ใบดาบเริ่มเกิดรอยแตกร้าวรามไปเรื่อยๆ จนถึงกึ่งกลางของดาบ
“อย่าให้มันมากนัก”
ดาฟเนียร์เริ่มโกรธเคืองเช่นกัน ดาบถือเป็หัวใจของอัศวิน การกระทำต่ำทรามเช่นนี้มันไม่อาจให้อภัยได้
ฟึบ! ตู้ม!
ดาบเนียร์ะโขึ้นฟ้าสูงขึ้นไปมากกว่า 200 เมตรก่อนที่จะรวบรวมกำลังแขนจากแขนซ้ายทั้งหมดเหวี่ยงสลัดอีกฝ่ายออกไป
ฟิ้ว!
ั์แดงเดือดกระเด็นลอดผ่านใต้สะพานก่อนที่จะกลิ้งไปบนผิวน้ำ แต่ไม่รอให้เขาได้ทันตั้งตัว เพราะการโจมตีถัดไปได้มาถึงแล้ว
“ดาวตก์!!”
ตู้ม
ตรงกลางแม่น้ำเกิดะเิขึ้นรัศมีมากกว่า 100 เมตรและพุ่งสูงขึ้นไปบนฟ้าจนแม้แต่อีกฟากของเมืองก็สามารถมองเห็นได้
ฟิ้ว ตู้ม!
การโจมตีนี้ส่งั์แดงเดือดปลิวออกไปในอากาศก่อนที่จะกระเด็นไปชนตึกสำนักงานแห่งหนึ่งจนถล่มลงมา
“ฉุกเฉิน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เตรียมการอพยพ”
เสียงไซเรนและสัญญาณเตือนภัยพิบัติดังขึ้น เพราะอาณาเขตที่ั์แดงเดือดตกลงมาดันเป็เขตการขนส่งและการคมนาคม
“เวรเอ๊ย”
นพเก้าที่มองดูสถานการณ์ทั้งหมดจากบนสะพานข้ามแม่น้ำด้วยความลำบากใจ เขาหวังว่ามาตรการอพยพจะจัดการได้ทันท่วงที เพราะหากไม่ถูกผลกระทบจากการต่อสู้จนเสียชีวิตก็ไม่พ้นกลายเป็อาหารของั์แดงเดือด
“หึ สุดท้ายเ้ามันก็แค่นั้น”
ดาฟเนียร์ลอยลงมาที่พื้นดั่งขนนกขณะจ้องมองผลงานตรงหน้า เขาััได้ชัดเจนว่าั์แดงเดือดอยู่เพียงขอบเขตจักรพรรดิขั้นสูงเท่านั้น เมื่อเห็นเช่นนี้ก็ทำให้ความมั่นใจของเขาเริ่มกลับมา
“นายท่าน ข้าขอพลังมากกว่านี้ ข้า ้า ทำลาย”
เสียงของั์แดงเดือดะโออกมาจากในซากตึก หากเ้านายของมันไม่แบ่งพลังให้ก็ไม่เป็ไร เพราะมันััได้ว่าบริเวณนี้มีสิ่งมีชีวิตมากกว่าหมื่นชีวิต
“เฮ้อ สมองของเ้าได้โยนมันทิ้งไปแล้วยังงั้นรึ ถึงได้เอาแต่สู้ด้วยมือเปล่า”
นพเก้าอดที่จะตำหนิมันไม่ได้
“อ่า จริงด้วย ข้า ยังมี สิ่งนี้”
ั์แดงเดือดล้วงเข้าไปในอกที่มีเชื่อมต่อด้วยมิติสีดำมืดก่อนที่จะหยิบจี้หยกออกมา
“รูปแบบที่ 3 ผ่าโลกันตร์”
หลังจากดาฟเนียร์รวบรวมออร่าเสร็จ ดาฟเนียร์ฟันดาบออกไปจนเกิดออร่าควบแน่นรูปจันทร์เสี้ยวสีฟ้าเหลืองนอกจากพลังแฝงที่สะกดข่มจากธาตุดินแล้วยังมีพลังจากการเผาผลาญสายเืด้วย ส่งผลให้การโจมตีนี้มีพลังทำลายล้างเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า
ตู้ม!
การโจมตีเมื่อมองจากระยะไกลพลังจันทร์เสี้ยวมันขยายออกไปจนมีความสูง 50 เมตร มันพุ่งทะลุตึกออกมามากกว่า 10 หลังก่อนที่จะหยุดลง แน่นอนว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากประชาชนทั่วไปนั้นไม่สามารถนับได้
แต่ดาฟเนียร์หาได้สนใจไม่ เพราะผู้ที่ไม่ใช่ผู้บ่มเพาะในสายตาของเขาล้วนเป็มดปลวกทั้งสิ้น เขามองไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็สะพานที่นพเก้ายืนอยู่
ฟุบ!
โดยไม่ทันตั้งตัว มีวัตถุประหลาดสีแดงพุ่งเข้าหาศีรษะของดาฟเนียร์
ฟรึบ!
ดาฟเนียร์รีบหลบไปทางซ้ายแต่การโจมตีนี้ยังถึงรอยแผลไว้ที่แก้มของเขา
เร็วมาก นี่คือความรู้สึกของดาฟเนียร์
เคร้ง!
เสียงโซ่ตรวนที่ยึดกับวัตถุลากมันกลับเข้าไปในกลุ่มควันสีแดงที่เกิดจากจิตสังหาร เผยให้เห็นเพียงมือหนึ่งที่จับอาวุธนั้นเอาไว้
“หึหึหึ เสร็จโจ๋”
ไม่นานกลุ่มควันก็สลายหายไป เผยให้เห็นั์แดงเดือดในสภาวะปกติ ทั้งสองมือของมันถืออาวุธที่มีเคียวยมทูตที่ด้ามจับสั้นโดยทั้งสองด้านของปลายด้ามอาวุธมีโซ่สีดำเชื่อมต่อกันอยู่คล้ายกับคุซาริกามิหรือเคียวโซ่ของญี่ปุ่น แต่ตัวใบดาบเป็สีดำโดยมีอักษรรูนสีแดงสลักอยู่นับไม่ถ้วนไร้ระเบียบ อีกทั้งยังแฝงไปด้วยความกระหายเื
หลังจากที่ั์แดงเดือดอัญเชิญอาวุธคู่กาย “เคียวมรณะ” ของมันออกมา ทำให้มันกลับมามีสติขึ้นมาประมาณสามส่วนเนื่องจากเคียวมรณะช่วยซึมซับความกระหายเืของมันได้บางส่วน
“บัดซบ!”
ดาฟเนียร์รู้สึกโกรธเคืองั์แดงเดือด นี่ตลอดมาอีกฝ่ายแค่กำลังเล่นกับเขาอย่างนั้นหรือ นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาเผาผลาญพลังสายเืไปอย่างสูญเปล่าหรือ
นพเก้ามองไปที่ดาฟเนียร์อย่างเงียบๆ แม้รอยแผลที่ั์แดงเดือดทิ้งไว้ที่แก้มซ้ายของดาฟเนียร์จะดูเล็กน้อย แต่ความจริงแล้วมันแฝงไปด้วยผลกระทบที่ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ด้านลบ โดยเฉพาะจอมยุทธ์ที่มีจิติญญาอ่อนแอ นอกจากนี้เคียวมรณะมันยังมีอีกหนึ่งผลลัพธ์
หืม
ดาฟเนียร์เอามือแตะที่แก้มซ้าย รูม่านตาของเขาหดเล็กลงทันทีเมื่อรู้ว่าพลังชีวิตของเขากำลังลดลงและไหลเข้าไปในอาวุธของศัตรู ราวกับว่าอาวุธนั้นมีชีวิตมันกลืนกินพลังชีวิตอย่างมีความสุข
นี่มันอะไรกัน! ดาฟเนียร์รู้สึกตกตะลึง อีกฝ่ายเป็ใครกันแน่ ทำไมถึงมีอาวุธที่คุณสมบัติกลืนกินคล้ายกับของนิกายฝ่ายมาร
หรือว่า
เขาลอบมองไปที่นพเก้า แต่คำตอบที่เขาได้รับมีเพียงรอยยิ้มของอีกฝ่ายก็เท่านั้น