จื่อซางพาฉางหลิวหลีมาถึง
“เจ้าคงเป็นคุณหนูรองฉางหลิวหลี” ฮองเฮาถาม
“หม่อมฉันฉางหลิวหลี บุตรสาวคนรองของแม่ทัพฉางกงเพคะ” นางทำความเคารพ เมื่อฮองเฮามองดูหน้าฉางหลิวหลีชัดๆกลับพบว่าตัวจริงของคุณหนูรองผู้นี้ งดงามกว่าในภาพวาดเมื่อหลายปีก่อนนัก แต่ในตาคู่นั้นยังเศร้าหมองเหมือนเดิม มีเพียงเวลานางมองลูกน้อยเท่านั้นแววตาของนางถึงฉายความสุขออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
“นี่คงเป็นบุตรชายของเจ้า”
“ใช่เพคะชื่อฉางผิงอัน ผิงอันเจ้าทำความเคารพฮองเฮาเสียสิ” ผิงอันทำตามอย่างว่าง่าย
“ไหนคุณชายน้อยเจ้ามาใกล้ๆข้า ข้าจะให้ของขวัญแก่เจ้า” นางมองดูหน้าผิงอันใกล้ๆ แก้มป่องกลมขาวเหมือนซาลาเปา
ปากเล็กรูปกระจับแดงเหมือนลูกท้อ จมูกแหลมโด่งรั้นเล็กน้อย ท่าทางองอาจสง่าผ่าเผย นี่มันเฉินเอ๋อของนางตอนเป็นเด็กชัดๆ เด็กคนนี้ทั้งหน้าตาและท่าทางช่างเหมือนองค์ชายใหญ่นัก
ลั่วชิงหยางที่นั่งคิดจริงจังอยู่นั้นเผลอพูดออกมาเสียงดัง
“องค์ชายใหญ่”
ดีที่นางเอามือปืดปากตัวเองทัน ถ้านางบอกว่าเด็กคนหนึ่งหน้าเหมือนองค์ชายใหญ่ หากเขารู้นางคงโดนขังลืมแน่ ต่อให้เป็นฟ่านเสียนก็คงช่วยนางไม่ได้ คิดแล้วนางก็ทำท่าขนลุกขนพอง
เพื่อจะได้เห็นกระพรวนเงินชัดๆฮองเฮาคล้องสร้อยประคำศักดิ์สิทธิ์ลงไปที่แขนของผิงอัน
“นี่มันกระพรวนเงินของเฉินเอ๋อทำไมถึงมาอยู่กับเด็กคนนี้ได้” ฮองเฮาคิดแต่นางก็ไม่ได้แสดงพิรุจอะไรออกมา
“กระพรวนเงินของเจ้างดงามนัก”
“ท่านแม่ให้ข้ามาขอรับ”
แม่นมจางเจ้าอยู่ที่นี่แล้วใครดูแลผิงอัน” ฮูหยินฉางถามจางเหมี่ยน
“คุณชายน้อยอยู่กับคุณหนูรอง ตอนนี้ฮองเฮาเรียกนางไปร่วมโต๊ะดื่มชาเจ้าค่ะ”
“เจ้าได้ถอดกระพรวนให้คุณชายน้อยไหม”
“ไม่ได้ถอดเจ้าค่ะข้าเข้าไปหยิบของครู่เดียว กลับออกมาคุณชายน้อยก็หายไปแล้วเจ้าค่ะ” เจิ้งมู่หรงรีบตรงไปหาฉางหลิวหลีทันที ไปถึงนางก็ทำความเคารพฮองเฮาด้วยท่าทางไม่พอใจนัก
“หม่อมฉันไม่ทราบว่าฮองเฮาจะเสด็จมาโปรดอภัยที่หม่อมฉันมาต้อนรับช้าเพคะ”
จื่อซางเงยหน้าขึ้นมองฮูหยินฉาง
“ไม่เป็นไรข้าไม่ถือสา”
“ผิงอันได้เวลานอนกลางวันแล้วหลิวหลีเจ้าพาผิงอันไปนอนเถอะ” ฮูหยินฉางสั่ง
“แต่ฮองเฮายังคุยกับคุณชายน้อยอยู่นะเจ้าคะ” จือซางพูด
ฉางหลิวหลีนางไม่เคยเห็นฮูหยินเสียมารยาทเช่นนี้มาก่อน นางก็อดแปลกใจไม่ได้
“ให้ผิงอันไปพักผ่อนเถอะข้าก็จะกลับแล้ว” ก่อนที่ฮองเฮาเซียวม่านเหลียนจะเดินออกไปนางได้หันมาพูดกับเจิ้งมู่หรง
“สิ่งไหนที่ควรซ่อนเจ้าก็ซ่อนไป แต่บางสิ่งไม่ควรซ่อน เจ้าอย่าได้ซ่อนเป็นอันขาด เพราะเมื่อถึงเวลานั้น แม้แต่ข้าเองก็คงช่วยเจ้าไม่ได้” พูดจบนางก็เดินจากไป
ระหว่างเดินทางกลับวังหลวง ฮองเฮาได้สอบถามลั่วชิงหยาง
“ชิงหยางเจ้ารู้จักคุณหนูรองนานหรือยัง”
“หลายปีแล้วเพคะหม่อมฉันเป็นเพื่อนสนิทของเยี่ยนหลี เลยรู้จักพี่หญิงเพคะ”
“เจ้าเคยพบสามีของคุณหนูรองไหม”
“พี่หญิงนางไม่มีสามีหรอกเพคะ” คำตอบของลั่วชิงหยางทำให้ฮองเฮาตกใจไม่น้อย
“สามีนางไปไหนหรือ” ลั่วชิงหยางผู้สวมวิญญาณผู้รู้ จึงได้ตอบทุกคำถามแก่ฮองเฮา
“ชีวิตพี่หญิงอาภัพนักเพคะ นางร่ำเรียนวิชาแพทย์มาจากท่านตาของนาง เมื่อก่อนนางกับพี่เสี่ยวเป่าเคยแอบตระเวณรักษาคนป่วยตามตรอกซอกซอยต่างๆโดยไม่รับค่าจ้างสักแดง แต่สวรรค์ก็เล่นตลกกับนาง พี่หญิงไปรักษาให้หญิงคณิกาในหอแดง นางกลับถูกคนชั่ววางยา จนนางมีผิงอันนี่แหละเพคะ”
“จับคนทำผิดได้หรือไม่”
“จับไม่ได้เพคะ อีกทั้งตอนนั้นพี่หญิงมีสัญญาหมั้นมายกับแม่ทัพเมิ่ง ท่านลุงฉางกงจึงไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก เพื่อแสดงความจริงใจ ท่านปู่จึงให้เยี่ยนหลีแต่งแทนพี่หญิงเพคะ” คำบอกเล่าของลั่วชิงหยางมีหลายจุดที่ฮองเฮายังสงสัยตระกูลแม่ทัพอย่างตระกูลฉาง ถึงแม้จะไม่สนใจเรื่องหน้าตาเท่าใดนัก แต่เมื่อมีคนทำร้ายบุตรสาวถึงขนาดนั้น แม่ทัพฉางกงยอมจริงหรือ หรือว่ามีบางเรื่องลึกซึ้งกว่านั้น และที่สำคัญกระพรวนเงินของอดีตฮองเฮาไปอยู่กับเด็กคนนั้นได้อย่างไร แล้วแม่ทัพฉางกงรู้หรือไม่ว่าเป็นขององค์ชายใหญ่