ตอนที่ 28 ชี้อะไรเป็อันนั้น
ชิงฉางเข้าใจมิติฟาร์มของเขาเป็อย่างดีว่ามันไม่มีพลังโจมตี หรือพลังป้องกันอะไรเลย สิ่งเดียวที่มันทำได้ในตอนนี้คือทำฟาร์ม และเป็ที่ซ่อนตัวเท่านั้น
ลืมว่าบึงพิษจัดเป็หนึ่งในห้าของแดนต้องห้ามในทวีปนี่ยังไม่รวมถึงภัยคุกคามจากซอมบี้ และสัตว์อสูรเลย ถ้าเขาไม่มีกำลังคนเช่นนี้เขาจะสามารถจัดการกับบึงพิษนี้ได้ยังไง
เมื่อเวลาผ่านไปชิงฉางก็ตัดสินใจว่า ถ้าหากสัตว์อสูรบุกออกมาจากบึงพิษจริง ๆเขาจะใช้ปราสาทแห่งนี้เป็ปราการสุดท้ายเพื่อรับมือกับพวกมัน และถ้าไม่เขาไม่สามารถรับมือกับมันได้พวกเขาจะเข้าไปหลบซ่อนในมิติฟาร์มของเขา ด้วยพื้นที่ทั้งหมดในมิติน่าจะสามารถจุคนทั้งหมดได้
จู่ ๆชิงฉางก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอกเมื่อเขามองออกไปก็รู้ว่าตอนนี้ถึงเวลาเที่ยงแล้วดังนั้นเวลานี้จึงเป็เวลาที่พวกทาสจะกลับมาทานอาหารกลางวัน นอกจากนี้เขายังเห็นจางลี่ กัง และคุนเดินกลับมาจากข้างนอกด้วยเมื่อทั้งสามเห็นชิงฉาง พวกเขาก็รีบขึ้นมาหาเขาทันที
“นายน้อย”พวกเขาทั้งสามพูดออกมาพร้อมกัน
ชิงฉางพยักหน้าและยิ้ม “ผมต้องให้พวกคุณช่วยจัดการเื่บางอย่างให้ข้าหน่อย ในลานกว้างมีต้นข้าวโพดและซังข้าวโพดเก็บไว้อยู่ บอกพวกทาสว่าถ้าพวกเขารู้สึกหนาวตอนกลางคืนก็ใช้มันเป็ฟืนเพื่อให้ความร้อนแก่พวกเขา”
จางลี่มองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความงง“นายน้อย นี่คือข้าวโพดอย่างงั้นเหรอค่ะ?“
“นี่เป็ข้าวโพดที่ผมปลูกไว้ซึ่งมันจะเป็ผลผลิตหลักสำหรับพวกเราในอนาคต ต้นข้าวโพด และซังข้าวโพดพวกนี้สามารถใช้เผาไฟได้เป็อย่างดีซึ่งผมได้คุยกับย่าหลี่นาแล้วว่าจะปลูกข้าวโพดนี้”
ดวงตาของจางลี่เปล่งประกายขึ้นมาพร้อมกับมองไปที่ชิงฉาง “นายน้อย ผลผลิตที่ได้จากข้าวโพด เราได้มันเป็จำนวนมากเลยใช่ไหมค่ะ?“
“ใช่แล้ว”ชิงฉางพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “อย่างแรกช่วยจัดการเก็บพวกนี้ก่อนจากนั้นค่อยมาทานอาหารกัน หลังจากทำเื่นี้เสร็จ ซึ่งน่าจะพอดีกับเวลาที่ย่าหลี่นาเตรียมอาหารเสร็จพอดี”
ทั้งสามเดินหน้าออกไปจากปราสาทหลังจากที่คุยกันจบ
จากนั้นหลี่นาที่เตรียมอาหารอยู่ก็ได้ยินเสียงบางอย่างจากข้างนอก ซึ่งเธอคิดว่าน่าจะเป็จางลี่ จากนั้นเธอก็เรียกชิงฉางเข้าไป“นายน้อย อาหารกลางวันพร้อมแล้ว”
ชิงฉางพยักหน้าก่อนจะเดินไปยังห้องอาหารในขณะที่หลี่นากลับเข้าไปในห้องครัว เพื่อนำอาหารของเขาออกมาในขณะที่นั่งในห้องอาหาร เขาก็รู้สึกตัวว่าตัวเองี้เีมากขึ้นในอดีตนั้นเขาต้องเตรียมอาหาร , ทำความสะอาดบ้านรวมถึงงานบ้านต่าง ๆ ด้วยตัวเองอีกด้วย
แต่ที่นี่คือทวีปคาร์คดินแดนที่เขากลายเป็นายน้อยของตระกูลชนชั้นสูง แม้ว่าเขาอยากจะช่วยก็ตาม แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยทำได้ด้วยตัวเองตามสถานะของเขาปัจจุบันซึ่งตอนนี้มันก็เริ่มที่จะกลายเป็นิสัยเสียของเขาไปซะแล้วที่ให้คนอื่นมาคอยรับใช้เขา
หลี่นานำถาดอาหารเข้ามาโดยเป็อาหารที่เรียบง่ายโดยมีเพียงเนื้อสัตว์ขนมปัง และผัก แต่มีเพียงชิงฉางเท่านั้นที่ได้ทานเนื้อสัตว์ แม้แต่กัง และคุนก็ยังไม่ได้กินเนื้อสัตว์เลย
ถึงแม้ว่าอาหารนี้ดูจะธรรมดาแต่มันก็ถูกปรุงอย่างพิถีพิถัน เพื่อชิงฉางโดยเฉพาะ โดยใช้ส่วนผสมที่ดีที่สุดทำให้เขาได้ทานอาหารที่อร่อยที่สุด ที่ปราสาทแห่งนี้ เขาเป็ศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งหมดซึ่งมันทำให้ชิงฉางรู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก แต่มันก็สร้างความกดดันให้เขาไม่น้อยเช่นกัน
เขาไม่ใช่ฉางเฉินอู้อีกต่อไปแล้ว เขากลายเป็คนที่มีความรับผิดชอบมากกว่าเดิม นอกจากนี้ย่าหลี่นายังปฏิบัติตัวดีกับเขาซึ่งมันยิ่งกลายเป็ความกดดันให้กับเขาคนเหล่านี้ปฏิบัติต่อเขาราวกับเป็ศูนย์กลางชีวิตของพวกเขาเองซึ่งพูดได้ว่าผมเป็ทางรอดของพวกเขา แม้ว่าตระกูลเฉินอู้จะต้องต่ำลงจนถึงขีดสุดแต่ตราบที่เขานั้นมีชีวิตอยู่มันก็ยังมีโอกาสที่เขาจะทำให้ตระกูลเฉินอู้กลับมารุ่งเรืองอีกครับและไม่ให้ใครมารังแกตระกูลนี้ได้
แต่ชิงฉางก็ไม่สบายใจกับเื่นี้ตัวเขาเป็ศูนย์กลางของคนในตระกูลซึ่งมีหน้าที่ต้องทำให้ทุกคนในตระกูลนั้นมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้นซึ่งเป็แรงกดดันที่มากมายยิ่งนัก
หลี่นาเห็นชิงฉางไม่ทานอาหารและจ้องมันเพียงอย่างเดียว เธอจึงสงสัยว่านายน้อยไม่พอใจในอาหารกลางวันนี้หรือเปล่า?เธอไม่รอช้าเลยถามออกไป “นายน้อยค่ะ วันนี้อาหารดูไม่น่าทานอย่างงั้นเหรอค่ะ“
ชิงฉางเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะพูดกับหลี่นา“ไม่มีอะไร ย่าหลี่นา อาหารมื้อนี้น่าอร่อยมากครับย่าแต่ผมกลับคิดว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนในปราสาทแห่งนี้จะได้กินอาหารแบบนี้ได้บ้าง”
เมื่อหลี่นาได้ยินชิงฉางตอบมาเธอรู้สึกเหมือนน้ำตาจะเอ่อล้นออกมา เธอยิ้มให้ชิงฉาง “ตราบใดที่นายน้อยยังมีมิตินั้นอยู่ในไม่ช้าคุณจะสามารถทำเช่นนั้นได้แน่นอน ฉันเชื่อมั่นในตัวของนายน้อย”
ชิงฉางจึงทำได้เพียงพยักหน้า“ใช่แล้ว ไม่ช้าก็เร็ว” จากนั้นจางลี่ และคู่หูพี่น้องก็เดินเข้ามา หลี่นาจึงรีบเข้าในห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารให้ทั้งสามคน
ทุกคนจึงเริ่มทานอาหารพร้อมกันส่วนชิงฉางก็ได้หันไปหาหลี่นา “ย่าหลี่นา ่บ่ายผม้าให้ใครบางคน คอยรวบร่วมหินกลับมาด้วยผมอย่างให้งานนี้เป็งานที่สำคัญที่สุดก่อน ส่วนพื้นที่ในหุบเขานั้น แค่พาผมไปที่นั้นทุกวันก็พอแล้ว”
หลังจากที่หลี่นาเห็นถึงความสามารถของชิงฉางในมิติแล้วเธอจึงมีความมั่นใจในตัวของชิงฉางมาขึ้น เธอจึงพยักหน้าทันที และพูดว่า “เอาล่ะบ่ายวันนี้ฉันจะสั่งให้พวกทาสนำหินกลับมาด้วย นายน้อยตอนนี้คุณไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ”
ชิงฉางรู้ดีว่าตัวเขาไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนับั้แ่ที่เขานั้นดื่มน้ำแห่งความว่างเปล่าเข้าไป ตัวของเขาก็อ่อนแอกว่าพวกทาสเสียอีกเมื่อพูดถึงเื่ของแรงงาน นอกจากนี้หลี่นาเองก็คงจะไม่อนุญาตให้เขาขนหินอย่างแน่นอน
เมื่อทานอาหารเที่ยงเสร็จเขาจึงไปพักผ่อน ส่วนหลี่นาก็ได้สั่งให้พวกทาสนั้นขนหินบางส่วนกลับมาแต่ดูเหมือนว่ามันจะยากกว่าที่เธอคิดเอาไว้เยอะเลย
พวกเขามีอุปกรณ์ทำเหมืองแร่อยู่ไม่กี่ชิ้นตอนนี้เขา้าที่จะขุดหินดี ๆ ขึ้นมาซักก้อนโดยที่ไม่ให้มันเสียหายมากนักเพราะหลังจากนั้นพวกเขาต้องใช้มันในการสร้างเป็อาวุธ
อาวุธที่ทำจากหินนั้นสร้างได้ไม่ยากนักแต่ก็ไม่อาจสร้างให้มีดีได้ง่าย ๆ แต่มันก็ยังพอที่จะใช้เป็หอก หรือค้อนได้
นอกจากนี้พวกเขายัง้าที่จะนำหินบางส่วนไปซ่อมปราสาทอีกด้วยชิงฉาง้าที่จะเตรียมพร้อมไว้ แต่เนิน ๆ พวกเขาจำเป็ต้องมีวิธีในการับมือกับซอมบี้และสัตว์อสูรที่อาจเข้ามาโจมตีพวกเขา เพราะตอนนี้พวกเขาไม่ได้มีความแข็งแกร่งอะไรเลยจึงทำได้เพียงใช้ปราสาทในการป้องกันไม่อย่างนั้นแล้วพวกเขาจะไม่มีทางต่อกรพวกมันได้เลย
แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาอีกอย่างแม้ว่าจะมีเหมืองเหล็กอยู่ก็ตาม แต่พวกคนแคระก็ได้ขุดแร่ส่วนใหญ่ออกไปจนหมดแล้วส่งผลให้มีรูเต็มไปหมดทั่วทั้งูเา และแม้กระทั่งทะเลสาบใต้ดินก็ไม่ได้ต่างกันเลยดังนั้นการจะหาเหมืองที่ยังมีหินเหลืออยู่นั้นต้องใช้ความพยายามอยู่บ้าง
ในที่สุดหลี่นาก็พบเหมืองเล็กๆ ใกล้กับปราสาทที่พอจะสามารถใช้ประโยชน์ได้ แต่มันก็มีหินที่ใช้การได้ไม่มาก หลี่นาจึงรู้สึกเสียใจคนแคระขุดทุกอย่างไปหมด จนแทบไม่มีอะไรเหลือเลย
ในท้ายที่สุดแล้วหลี่นาจึงกลับมายังปราสาทด้วยความเหนื่อยใจตอนนี้แผนการที่จะใช้อาวุธจากหินก็คงจะเป็ไปไม่ได้อีกแล้ว เนื่องจากพวกเขาไม่มีประสบการณ์ในการขุดหินและยังมีเครื่องไม้เครื่องมือไม่เพียงพอ ทำให้ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานรวมทั้งมีหินที่ใช้การได้ไม่มาก เพราะมันถูกนำออกไปหมดแล้ว หลี่นาจึงบอกกับชิงฉางถึงเื่ที่เกิดขึ้นทำให้แผนการนี้จึงถูกยกเลิกไปก่อน
ชิงฉางพักผ่อนใน่บ่ายหลังจากที่ร่างกายเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกาย และการเดินทางในตอนเช้า เขาหลับลงไปในทันทีหลังจากที่เอนตัวนอนลง
ซึ่งเขาตื่นตอนเมื่อหลี่นากลับมาบอกถึงเื่ที่พวกเขาไม่สามารถหาหินได้มันจึงดูเหมือนว่าพวกเขาไม่มีทางเลือก และรอฟางกลับมาเพียงอย่างเดียวเมื่อหัวไชเท้าถูกขายออกไป พวกเขาก็พอจะมีเงินเพื่อใช้ในการซื้ออาวุธ
ซึ่งตอนนี้ฟางก็ยังไม่กลับมาพวกเขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งถ้าหากซอมบี้ และสัตว์อสูรออกจากบึงพิษมาในตอนนี้ล่ะก็พวกเขาคงทำได้เพียงแค่ไปหลบซ่อนในมิติฟาร์ม
ตอนนี้ชิงฉางพยายามคิดว่าจะหาทางออกกับปัญหานี้อย่างไรดีทันใดนั้นจางลี่ก็วิ่งมาจากข้างนอกด้วยอาการตื่นเต้น “นายน้อย ฉันมีข่าวดีมากบอก!“
ชิงฉางสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของจางลี่จากเมื่อก่อนที่เธอมักจะก้มหน้าไม่สบตาเขาแต่ตอนนี้เธอกับกอดเขา เมื่อเธอนั้นรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งต่าง ๆซึ่งมันทำให้เธอดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
หลี่นาจึงถามว่า“เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอหลาน?“
จางลี่ยิ้มทันที“คุณย่า มีทาสคนหนึ่งรู้วิธีในการสานพวกวัชพืช ฉันเห็นเขาทอเสื่อ , ผ้าม่าน , และก็รองเท้าแตะด้วย”
ชิงฉางไม่เข้าใจแต่ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นมา นี่จะเป็จุดเปลี่ยน
เขาเคยได้ให้คำสาบานไว้ว่าเขาจะปลดปล่อยพวกทาสเมื่อพวกเขาทำงานหนัก และมีความสามารถบางอย่าง แต่พวกทาสเองก็ไม่กล้าที่จะโชว์ความสามารถอะไรออกมาและถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำงานหนักมากก็ตาม แต่ชิงฉางเองก็ยังไม่ค่อยพอ
ชิงฉางรู้ดีว่าพวกทาสกลัวที่จะเป็จุดเด่นดังนั้นความ้าที่จะเปลี่ยนสถานะของตัวเองต้องใช้ระยะเวลาแต่เมื่อมีคนแรกที่แสดงถึงทักษะของพวกเขาออกมา นั่นก็หมายความว่ามันจะเป็แบบอย่างให้กับทาสคนอื่นๆ ทาสพวกนี้ถูกกดขี่มาอย่างยาวนากกว่าที่จะมีความนึกคิดที่อยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้นดังนั้นการที่พวกเขาจะยอมรับกับคำมั่นสัญญาของชิงฉางนั้น ต้องใช้เวลาเหมือนกัน
ชิงฉางเตรียมแผนการสำหรับเื่นี้ไว้อย่างดีแล้วแต่เขาไม่คิดเลยว่าวันนี้พวกทาสจะทำให้เขาประหลาดใจได้ขนาดนี้
แม้ว่าทาสคนนี้จะมีทักษะที่ทำธรรมดาแต่มันก็เป็การเริ่มต้นที่ดี หลังจากนี้ถ้าทาสคนนี้้าอะไรเขาจะทำให้ราวกับว่าทาสคนนั้นชี้นกก็จะเป็นก ชี้ไม้ก็จะเป็ไม้
จบตอนแล้วนะครับผมฝากติดตามพวกเราได้ที่เพจ Mysterybox ด้วยนะครับ
มหาจอมเวทย์กับฟาร์มลึกลับลงสอง่เวลา 10:30น. และ 14:00น. นะครับ
ติดตามพวกเราได้ที่เพจ: https://www.facebook.com/profile.php?id=100088594190101