เมื่อเห็นผู้มีตำแหน่งสูงกว่าอาจหาญกล่าวเช่นนั้น นางสนมเล็ก ๆ จึงไม่รอช้าที่จะเอ่ยปากเพื่อเอาใจว่า
“นั่นสิ... ไปแล้วอย่าหวนกลับมาอีกเลย ขอให้ถูกโจรูเาฆ่าตาย หรือไม่ก็ถูกพวกป่าเถื่อนนั่นลากลงนรกไปเสียก็ดี อิ อิ”
“บังอาจ !”
เสียงหนึ่งตวาดลั่นขึ้นจากด้านหลัง เหล่านางสนมต่างหนไปมองยังต้นเสียง เมื่อแจ้งชัดในตาแล้วว่าเป็เสียงของใครพวกนางต่างหน้าซีดไปตาม ๆ กัน
“ถวายพระพรองค์หญิงเพคะ”
เหล่านางสนมทั้งหลายต่างยอบตัวลงถวายความเคารพ แม้ท่าทีจะอ่อนน้อม แต่ในใจนั้นกระด้างกระเดื่องเป็อย่างยิ่ง ไม่ชอบใจนักที่ต้องก้มหัวให้กับผู้ที่เด็กกว่าตน ธรรมเนียมเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน แต่เมื่ออำนาจวังหลังตกอยู่ในอุ้งมือขององค์หญิงปีศาจนางจึงกำหนดให้เหล่านางสนมทุกคนต้องเคารพต่อตำหนักฮองเฮาซึ่งมีนางเป็ผู้อยู่
“บังอาจนัก กล้าสาปแช่งให้องค์หญิงให้มีอันเป็ไปรึ”
ชิงชิงตวาดขึ้นด้วยความโมโห นางและองค์หญิงเดินมายังไม่ทันจะถึงท้องพระโรงก็ได้ยินบทสนทนาอันแสลงหูนี้
เมื่อเห็นว่าคนที่กล่าวเป็เพียงนางกำนัลข้างกายองค์เท่านั้น สนมอ้ายเฟยจึงขึ้นเสียงตอบกลับว่า
“ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยเช่นนั้น เ้าคงจะหูฝาดไปเอง”
“ถ้าเ้าบอกว่านางหูฟาด ก็เท่ากับว่าข้าหูไม่ดีด้วยงั้นรึ เพราะถ้อยคำเมื่อครู่ข้าก็ได้ยิน!”
องค์หญิงปิงหลินตวาดเสียงกร้าว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่านางสนมต่างก้มหน้าตัวสั่นงันงกไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากขึ้นแก้ตัว
“ดี ในเมื่อไม่มีใครกล้ายอมรับผิด ทหาร! ตบปากพวกนางห้าสิบที โทษฐานที่บังอาจว่าข้าหูไม่ดี”
สิ้นคำองค์หญิงปิงหลินก็เชิดหน้าขึ้น แล้วเดินจากไปปล่อยให้ทหารเ่าั้ทำโทษ ในเมื่อพวกนางไม่อยากยอมรับ ก็จงลิ้มรสความเ็ปเสียบ้าง
เพี๊ยะ!
“โอ๊ย องค์หญิงโปรดเมตตา กระหม่อมไม่กล้าอีกแล้ว โอ๊ย โอ๊ย”
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
เสียงตวาด เสียงฟาดมือลงกระทบเนื้อ และเสียงร้องโอดโอยดังเป็ระยะ ๆ นั้น ทำให้ หยางจง แม่ทัพใหญ่หยุดมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นห่าง เขาเร่งรีบจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้แต่บังเอิญเห็นเหตุการณ์ที่น่าสังเวชเข้าพอดี ใบหน้าสวย ๆ ของเหล่านางสนมเริ่มบวมแดง ริมฝีปากบวมเจ่ออย่างน่าสงสาร
..................................จบตอน.................................................