บทที่ 15 เคล็ดลับการง้อน้องชาย
เป็ไปตามคาด หนิงเสี่ยงเสี่ยงเห็นพี่สาวทำท่าจะร้องไห้ ก็ละทิฐิในใจทิ้งทันที หันกลับมามองนางแล้วพูดว่า “ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากพูดกับท่าน แต่เป็ท่านที่รังเกียจข้าต่างหาก”
“เด็กน้อยเอ๋ย ข้ารักเ้าแทบตาย จะรังเกียจเ้าได้อย่างไร คืนนี้ข้าจะนอนกับเ้า ข้าเล่านิทานให้ฟังดีหรือไม่” หนิงลั่วเอ่ย
“ทุกเื่ที่ท่านเล่า ข้าจำได้หมดแล้ว!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงตอบกลับ
หนิงลั่วไม่คิดเลยว่าเื่ที่เคยเล่าจะซ้ำไปซ้ำมา นางจนปัญญา จำต้องอวยตัวเองสักหน่อย “คราวนี้ต้องไม่เหมือนเดิมแน่! ตอนที่ข้าสลบไป ข้าได้เจอชายชราเคราขาวคนหนึ่ง เขามีหนังสือที่เต็มไปด้วยเื่ราวจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ข้าได้อ่านมาแล้ว จำได้เยอะเลย เ้าอยากฟังเื่ไหน ข้าจะเล่าให้ฟังทั้งหมดเลยดีหรือไม่”
“จริงหรือ? แล้วท่านเล่าเื่เทพเซียนบน์ได้หรือไม่” หนิงเสี่ยงเสี่ยงตาเป็ประกาย
“แน่นอน! ข้ายังเล่าเื่เง็กเซียนฮ่องเต้กับพระยูไลได้ด้วยนะ แล้วยังมีเื่ฉางเอ๋อกับกระต่ายบนดวงจันทร์ด้วย” หนิงลั่วพูดจาคล่องแคล่ว เื่ราวเหล่านี้นางเคยอ่านมาก่อน ท่องจำได้คล่องปรื๋อ ทำให้หนิงเสี่ยงเสี่ยงตะลึงจนตาค้าง
“นอกจากนี้ ข้ายังเรียนรู้กลเล็กๆ น้อยๆ จากพวกเขาด้วยนะ สามารถเสกของจากอากาศได้ด้วย เ้าอยากเห็นหรือไม่” หนิงลั่วเอ่ย
“อยากสิ!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงตาวาววับ เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดูตื่นเต้นมาก
“เช่นนั้นเ้าต้องดูให้ดีๆ นะ ข้าจะทำแค่ครั้งเดียวเท่านั้น” เพื่อให้ได้ความไว้วางใจของน้องชาย หนิงลั่วถึงกับทุ่มสุดตัว กลเล็กๆ พวกนี้นางเคยเล่นเป็ประจำ แต่คิดไม่ถึงว่าเมื่อมาอยู่ในยุคโบราณ จะต้องเอามาใช้หลอกเด็ก
การเสกของจากอากาศว่างเปล่า ที่แท้ก็เป็เพียงแค่เล่ห์กลเล็กๆ ใช้่เวลาคลาดเคลื่อนเพื่อหลอกตา ดูเหมือนจะเป็เื่มหัศจรรย์ แต่หากเฉลยออกมาก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย
“ดูให้ดีๆ ดูสิว่ามือของข้ามีสิ่งใดหรือไม่ เดี๋ยวข้าจะเสกของออกมาให้ดู” หนิงลั่วพูดพลางแบมือ โบกไปมาให้หนิงเสี่ยงเสี่ยงดูว่าไม่มีอะไรอยู่ในมือจริงๆ
“อืมๆ!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงพยักหน้ารัวๆ ตายังคงจับจ้องมือพี่สาวไม่ละสายตา
“บาลาล่า พลังเวท จงเปลี่ยน! ดูสิว่าเปลี่ยนเป็อะไร” หนิงลั่วท่องคาถาด้วยน้ำเสียงเหมือนการ์ตูนเด็กในชาติก่อน ทันทีที่พูดจบก็แบมือออก เห็นเพียงไข่นกใบหนึ่งปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของนาง
“โอ้โห! ไข่นก!” หนิงเสี่ยงเสี่ยงเบิกตากว้าง เพราะไม่อยากเชื่อจึงหยิบมาถือไว้และลองชั่งน้ำหนักดู พบว่าเป็ไข่ของจริง แต่หากเขาลองหาของที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนอีกสักหน่อย จะพบว่าไข่นกที่ซ่อนอยู่หายไปหนึ่งใบ
“แน่นอนว่าเป็ของจริง! ถ้านำไปต้มสุก ก็สามารถกินได้เลยนะ” หนิงลั่วเอ่ย
“โอ้โห! สุดยอดเลย! ท่านเก่งมาก ท่านทำได้อย่างไร” หนิงเสี่ยงเสี่ยงตกตะลึง ตาเบิกโพลง ปากอ้าค้าง ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็เด็ก ไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน ตอนนี้สายตาที่เขามองหนิงลั่วนั้นเต็มไปด้วยความนับถือ
ครั้นเห็นท่าทางเขาตื่นเต้นเช่นนั้น หนิงลั่วก็อดรู้สึกภาคภูมิใจเล็กๆ ไม่ได้ เด็กช่างหลอกง่ายจริงๆ ฮ่าๆ สนุกอะไรอย่างนี้!
“ข้าเสกขึ้นมาเองนะ เ้าอยากให้ข้าเสกอะไรอีกหรือไม่ ข้าเสกให้ดูได้นะ” หนิงลั่วเอ่ยต่อ
กลัวว่าเสี่ยงเสี่ยงจะขอให้เสกสิ่งที่ไม่มี หนิงลั่วรีบเปลี่ยนเื่ “เอาเป็ข้าเสกไข่อีกใบดีหรือไม่”
“ดี!” คราวนี้หนิงเสี่ยงเสี่ยงจับตามองมือพี่สาวอย่างไม่กะพริบ ไม่กล้าหลับตาแม้แต่ครั้งเดียว
เมื่อไข่อีกใบปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของพี่สาว เด็กชายก็ทั้งะโทั้งดีใจ ลืมเื่ที่เคยงอนกันไปหมดสิ้น
หลังจากะโโลดเต้นจนพอใจ สีหน้าของเขาก็กลับมาเป็จริงจังอีกครั้ง “พี่สาม ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะยกโทษให้ท่าน แต่ท่านเสกเงินได้หรือไม่”
“เสกเงิน? เพราะเหตุใดเ้าถึงอยากได้เงินหรือ” หนิงลั่วใเล็กน้อย บ้านนี้ไม่มีเงิน แล้วนางจะไปเสกเงินออกมาได้อย่างไร
“ก็ใช่น่ะสิ พวกเราไม่มีเงินกันไม่ใช่หรือ หากท่านสามารถเสกเงินได้ ท่านย่าก็จะไม่ตีไม่ด่าว่าพวกเราอีก พวกเรายังจะได้ซื้อของอร่อยมากมายด้วย และสร้างบ้านหลังใหญ่ให้พวกเราอยู่ด้วย” หนิงเสี่ยงเสี่ยงเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง แววตาเต็มไปด้วยความหวัง
หนิงลั่วรู้สึกจมูกแสบ นางไม่คิดเลยว่าเด็กตัวเล็กๆ จะคิดอะไรได้มากขนาดนี้ ใครว่าเด็กยุคโบราณไม่ฉลาดกัน เขาเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย อายุแค่ห้าขวบแต่กลับคิดถึงปัญหาด้านการเอาตัวรอดเหมือนผู้ใหญ่แล้ว
หนิงลั่วโอบตัวหนิงเสี่ยงเสี่ยงเข้ามากอด ลูบศีรษะของเขาด้วยความเอ็นดู “เสี่ยงเสี่ยง เวทมนตร์ของข้าแต่ละครั้งต้องใช้พลังเยอะมาก ครั้งนี้ข้าเสกของให้เ้าสองครั้งติดกัน ดังนั้นหากจะเสกอีกทีต้องรออีกสองวัน ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้ผล” หนิงลั่วกล่าวเช่นนี้เพราะไม่มีเงินให้เสก และนางก็ไม่อยากให้หนิงเสี่ยงเสี่ยงผิดหวัง ทำได้เพียงยืดเวลาออกไปก่อน
หากวันหน้านางมีเงิน ก็อาจจะทำให้เสี่ยงเสี่ยงเห็นว่าตนมีเวทมนตร์เสกเงินได้จริงๆ
แม้หนิงเสี่ยงเสี่ยงจะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เขาก็ยังเข้าใจได้ รีบพยักหน้าอย่างหนักแน่น “เช่นนั้นหากตามที่ท่านว่า อีกสองวันท่านก็สามารถเสกเงินได้แล้วใช่หรือไม่”
“ใช่ แต่เงินที่เสกออกมา ไม่ใช่เงินจริงๆ หรอก เ้าลองคิดดูนะ หากข้าเสกเงินออกมาเป็กองูเาได้ เช่นนั้นคนที่ได้เรียนวิชานี้ไปก็ไม่ต้องทำงานกันแล้วสิ?”
“อ้อ เช่นนั้นพวกเราก็ไม่ต้องเสกเงินแล้ว เดี๋ยวพวกคนไม่ดีมาแย่งไป ท่านเสกของกินให้ข้าก็พอแล้ว ข้าอยากกินกับพี่รอง อยากกินกับพี่ใหญ่ด้วย” หนิงเสี่ยงเสี่ยงเป็เด็กที่ฉลาดจริงๆ หนิงลั่วพูดนิดเดียว เขาก็เข้าใจแล้ว
“เื่นี้ไม่มีปัญหา เชื่อข้าสิ วันหนึ่งชีวิตของพวกเราต้องดีขึ้นแน่ๆ ต่อไปพวกเราอาจได้กินข้าวขาวทุกวัน มีหมั่นโถวขาวๆ กิน มีบะหมี่และซาลาเปาไส้เนื้อลูกโตๆ ให้กินกันทุกวัน” แม้หนิงลั่วจะกำลังวาดฝันให้หนิงเสี่ยงเสี่ยง แต่นี่เป็ฝันที่สามารถเป็จริงได้ ส่วนเื่เสกเงิน นางต้องพูดให้น้อยที่สุด หากมีใครแอบได้ยินเข้า เื่ที่ควรเป็เื่ดีอาจกลายเป็เื่ร้ายก็ได้
เมื่อพูดถึงอาหาร หนิงเสี่ยงเสี่ยงก็ลืมเื่เงินไปหมดสิ้น เขารีบพูดอย่างตื่นเต้น “เช่นนั้นข้าอยากกินเนื้อ อยากปลาด้วย”
“แล้วยังมีไก่ เป็ด ห่าน และเนื้อแกะด้วย” หนิงเสี่ยงเสี่ยงตาเป็ประกาย นับสิ่งที่อยากกินไม่หยุด
“ตกลง ข้าจะทำตามที่เ้าขอ” หนิงลั่วพูดพลางกอดเขาแน่น แล้วแอบหอมแก้มเล็กๆ ของเขาฟอดหนึ่ง หนิงเสี่ยงเสี่ยงเขินจนบิดตัวไปมาในอ้อมกอดของพี่สาว ก่อนจะรีบลงจากเตียงและวิ่งออกไป
“ขอบคุณพี่สาม จากนี้ไปข้าจะเชื่อฟังท่าน จะไม่งอนท่านอีกแล้ว” หนิงเสี่ยงเสี่ยงช่างมีไหวพริบ เพียงไม่นานก็เปลี่ยนท่าทีได้แล้ว
“ต่อไปข้าจะคิดถึงเสี่ยงเสี่ยงให้มากขึ้น จะไม่ทำให้เสี่ยงเสี่ยงเสียใจอีก” หนิงลั่วสัญญา
ในที่สุดสองพี่น้องก็คืนดีกัน หนิงลั่วทำให้หนิงเสี่ยงเสี่ยงอารมณ์ดีขึ้นได้แล้ว ทั้งคู่จับมือกันเดินไปที่ห้องครัว พอเข้าไปก็เห็นหนิงเวยกำลังยุ่งอยู่กับการล้างผักและเด็ดผัก ในครัวมีเพียงนางคนเดียว แต่ผักที่กองอยู่กลับมีมากมาย
เมื่อเห็นทั้งสองเข้ามา หนิงเวยก็บ่นออกมาเบาๆ “น้องสาม เ้าเพิ่งหายดี ทำไมไม่พักต่ออีกหน่อยล่ะ”
“พี่รอง ข้าพักพอแล้ว ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกดีขึ้นมาก เหตุใดจึงมีท่านคนเดียวล่ะ คนอื่นไปไหนกันหมด” หนิงลั่วเดินเข้าครัวแล้วกวาดตามองไปรอบๆ ลานบ้าน เห็นขี้ไก่และเศษฟางเกลื่อนกลาด แต่ไม่เห็นเฉินซื่อกับย่าหนิงเลย
“ท่านย่าไปตลาดแต่เช้าแล้ว บอกว่าจะไปซื้อเนื้อ ส่วนท่านปู่กับท่านลุงใหญ่ก็ขึ้นเขาไปล่าสัตว์แล้ว ส่วนอีกสองคน…ตอนนี้ยังไม่ตื่นเลย”
เป็ไปตามที่หนิงลั่วคาดไว้ บ้านนี้ยังมีพวกเกียจคร้านอยู่เสมอ บ้านหลังนี้ไม่เคยยุติธรรม คนอื่นสามารถนอนตื่นสายได้อย่างสบายใจ แต่ถ้าเป็พวกนางกลับเป็เื่ใหญ่นัก
ยิ่งไปกว่านั้น ย่าหนิงก็ลำเอียงราวกับใจลอยไปไกลแสนไกล ส่วนท่านปู่ก็ไม่ค่อยใส่ใจอะไร มักทำเป็มองไม่เห็นหรือไม่ก็ปล่อยผ่านเสมอ “โห แขกที่ทำให้ท่านย่าถึงขึ้นซื้อเนื้อได้นี่ต้องเป็แขกสำคัญขนาดไหนกัน” หนิงลั่วประชด เพราะรู้สึกไม่พอใจความลำเอียงของย่าหนิง
“อาสามของเรากำลังพาภรรยาใหม่เข้าบ้าน อาสามคนนี้เป็ดั่งชีวิตของท่านย่า นางจะไม่ให้ความสำคัญได้อย่างไร” หนิงเวยพูดขณะแกะใบผักกาดขาวแก่ๆ ออก เผยให้เห็นส่วนใบอ่อนด้านใน จากนั้นค่อยๆ เด็ดออกเป็ชิ้นใส่ลงในตะกร้าสานเพื่อเตรียมล้าง
จากนั้นหนิงเวยก็เริ่มปอกเปลือกมันฝรั่ง พืชผักเหล่านี้ปลูกเองในสวนหลังบ้าน พวกเขากินแต่ผักกาดขาวเป็ประจำ ไม่ค่อยได้กินมันฝรั่งนัก บ่งบอกได้ชัดว่าย่าหนิงคงตั้งใจนำของที่ดีที่สุดออกมาใช้วันนี้
บนโต๊ะมีแป้งขาวอยู่ครึ่งกระสอบกับหมูเค็มชิ้นเล็กๆ ขนาดเพียงฝ่ามือ ข้างๆ มีถังน้ำใบหนึ่ง และในนั้นมีปลาหลี่[1]ตัวโตะโดิ้นจนน้ำกระฉอกไปมา ขนาดราวๆ สามสี่จิน[2]
“พี่รอง นี่คือสิ่งที่พวกเราจะทำเป็มื้อกลางวันหรือ” หนิงลั่วที่ไม่ได้กินอาหารดีๆ มาหลายวัน พอเห็นวัตถุดิบพวกนี้ก็เริ่มจินตนาการถึงเมนูต่างๆ ในหัวทันที คิดไปถึงอาหารที่สามารถทำได้ นางถึงกับน้ำลายสอ
“ใช่ ครั้งนี้ท่านย่าลงทุนหนักมาก บอกว่ากลางวันต้องทำบะหมี่กับแป้งข้าวฟ่างให้คนละครึ่งก้อน และต้องมีอาหารอย่างน้อยแปดอย่าง ที่สำคัญต้องเป็อาหารดีๆ ด้วย ข้าไม่เคยเห็นท่านย่าใจกว้างขนาดนี้มาก่อนเลย” พอคิดว่ากลางวันจะได้กินของดี หนิงเวยก็ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้
“แต่ข้า้าคำแนะนำจากเ้าว่าอาหารพวกนี้ควรทำอย่างไร” หนิงเวยนึกถึงน้ำแกงไข่ที่หนิงลั่วทำเมื่อคืน นางยังติดใจในรสชาตินั้นอยู่
หนิงลั่วคิดใคร่ครวญอย่างรวดเร็ว แค่แปดเมนูเท่านั้น นางทำได้สบายมาก แต่หาก้าให้ทุกคนได้กินของอร่อยจริงๆ นางรู้ว่าต้องทำบางอย่างก่อน คิดได้เช่นนี้หนิงลั่วก็ตัดสินใจทันที เอ่ยกับหนิงเวยว่า “พี่รอง ท่านเริ่มเตรียมอาหารไปก่อน หากข้ายังไม่กลับ ให้ท่านทำเท่าที่ทำได้ไปก่อน แต่หมูเค็ม ผักกาดขาว และปลาตัวนี้ เก็บไว้อย่าเพิ่งทำอะไร”
จากนั้นหนิงลั่วก็หันไปหาหนิงเสี่ยงเสี่ยง เอ่ยว่า “เสี่ยงเสี่ยง ถือตะกร้าสาน พลั่ว และมีดไปกับข้า พวกเราออกไปกัน”
[1] ปลาหลี่ คือ ปลาคาร์ป
[2] จิน เป็หน่วยชั่งน้ำหนักของจีน โดย 1 จิน เท่ากับประมาณ 500 กรัม