เวลาไหลผ่านเหมือนสายธาร
เลยผ่านคืนวัน
เหมันต์ผลันเปลี่ยนเป็คิมหันต์
ใจฉันยังคิดถึงเธอ
เพียงชั่วขณะหนึ่งวันเวลาก็ผ่านไปแล้วหนึ่งภาคการศึกษา ในภาคการศึกษาแรกของปีหนึ่งพวกเขาต้องเรียนพื้นฐานอย่าง ภาษาสากลของจักรวรรดิ เลขคณิตเพิ่มเติม ปรัชญาและประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิ์ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะไม่มีการสอนโดยบุคคลภายนอก
เมื่อพวกเขาเรียนความรู้พื้นฐานที่เป็ความรู้ภาคบังคับแล้วต่อจากนี้ไปพวกเขาจะต้องเลือกหลักสูตรของตัวเอง โดยหลักสูตรแต่ละหลักสูตรจะมีสาขาแยกย่อยเป็ของตัวเองไปอีกครั้งหนึ่ง
“ คุณจะเลือกหลักสูตรอะไร? ”
เดรสมอนด์ถามมอร์เฟียสขึ้นระหว่างทางเดินกลับไปบ้านพักนอกตัวเมือง ในมือขวาของเขายังถือแผ่นกระดาษรายละเอี่ยดของหลักสูตรอัศวิน
“ ไม่เห็นต้องถาม แน่นอนอยู่แล้วว่ามันต้องเป็ อัศวิน ”
“แล้วเ้าละ จะเลือกลงสาขาไหน”
“ สาขางั้นหรือ. . . ผมว่าจะลงคูนอยนะ ”
“ ฮะ! ! ! เอาจริงหรอเพื่อน ข้าให้โอกาศเ้าคิดใหม่ ”
“ จริง ”
เดรสมอนด์ตอบอย่างหนักแน่นแต่ก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้เนื่องจากสาขาที่เขาจะลงนั้นค่อนข้างใช้เหรียญเยอะพอสมควร ในระหว่างเดินกลับบ้านพักนั้นเขาคิดย้อนกลับไป่แรกที่เขามาถึงหลังจากลงทะเบียนเรียนเสร็จเขากับลีฟก็ใช้เวลาว่างนั้นในการเดินหาที่พักที่พวกเขาพอจะซื้อได้
แต่ด้วยราคาบ้านที่ค่อนข้างแพงเขาและลีฟจึงค่อยๆเดินออกจากเมืองไปจนไปเห็นบ้านหลังหนึ่งที่สภาพค่อนข้างโทรมและหลักจากสอบถามราคาจากเ้าหน้าที่แล้วพวกเขาจึงตัดสินใจใช้เงินครึ่งหนึ่งที่พวกเขามีซื้อมันในราคา 50 เหรียญเงินและพวกเขาเสียค่าตกแต่งเพิ่มเติมอีกกว่าเกือบ 5 เหรียญเงิน รายจ่ายเช่นนี้ทำเอาลีฟแทบเป็ลมกับพื้นในตอนนั้นเลย
หลังจากปลอบลีฟอยู่นานเขาจึงเสนอให้ลีฟขายสินค้าของศักดินาโดยพวกเขาฝากจดหมายไปยังบารอนเพื่อส่งสินค้าชุดแรกและเดรสมอนด์ก็ตัดสินใจต่อเติมบ้านของเขาเพิ่มอีกเพื่อให้แยกระหว่างร้านกับบ้านพักกว่าจะลงตัวก็ต้องเพิ่มเงินอีก 2 เหรียญเงิน 30 เหรียญทองแดง. . .
“ เฮ้!!! ถึงแล้วจะเดินไปไหนต่อ ”
เสียงของมอร์เฟียสปลุกเดรสมอนด์จากภวังค์ของความคิด และเหมือนอย่างที่เคยแถวของคนทั่วไปที่มาจับจ่ายซื้อของที่รายของเขานั้นค่อนข้างหนาแน่นแต่ก็ไม่มีเื่การลักขโมยเกิดขึ้นมากนักเนื่องจากเดรสมอนด์ได้จ้างหัวขโมยและนักเลงตัวน้อยมาคอยเป็ยามรักษาความปลอดภัย โดยจ่ายเงินรายวันเป็สินค้าจำพวกอาหารแปรรูปหยาบๆอย่างพวกแป้งอัดแท่งกับเหรียญทองแดง 5 เหรียญ
“ นายน้อยกลับมาแล้วหรือคะ ”
เสียงของลีฟที่อยู่ในร้านดังขึ้นและเธอก็เดินออกมาด้านนอกของร้าน
“ ยินดีต้อนรับกลับคะนายน้อยและท่านมอร์เฟียส ”
“ ว๊าว! ลีฟของเรานี้สวยขึ้นทุกวันเลย ”
มอร์เฟียสพูดพลางเอาศอกกระแทกท้องของเดรสมอนด์
“ ท่านมอร์เฟียสนี้ละก็ ”
“ ฮ่าๆ เข้าบ้านก่อนแล้วกัน ”
หลังจากเปิดภาคเรียนที่สองของปีหนึ่งได้หนึ่งเดรสมอนด์เดินเข้าไปสนามฝึกที่มีขนาดใหญ่ของวิทยาลัยในวันนี้ในตอนบ่ายเป็วันที่ทุกคนต้องได้รับการทดสอบเมื่อเดรสมอนด์เดินมาถึงที่นัดหมายเนื่องจากเขามาก่อนเวลาซึ่งเป็นิสัยของเขา เขาจึงไม่พบใครเลยที่สนามแต่เมื่อเขาสังเกตุดีๆแล้วนั้นมีตอไม้อยู่กลางสนาม
‘ไม่สิ นั่นคนใช่ไหม’
เดรสมอนด์เพ่งสายตามองผ่านแดดจ้า
‘ ใช่คนจริงๆด้วย ’
เดรสมอนด์เดินไปหาคนคนนั้น เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นเขาก็เห็นชัดขึ้น ปรากฏว่าเป็คน คนที่สวมเกราะฟูลเพลทยืนนิ่งไม่ไหวติงไม่สะทกสะท้านต่ออากาศที่ร้อนเปรี๊ยงของวัน
“ สวัสดีครับ คุณใช่อาจารย์ที่มาทดสอบหรือป่าวครับ ”
“ อืม ”
เสียงหวานที่ปิดไม่มิดดังออกมาจากเกราะฟูลเพลท จนเดรสมอนด์ถึงกับร้อง หือ? ออกมาอย่างประหลาดใจพลางหันหน้าของเขาไปทางต้นเสียงอย่างควบคุมไม่ได้ แค่เสียงก็ทำให้เขารู้สึกว่าคนตรงหน้าจะต้องสวยมากอย่างแน่นอน
‘ มันใช่หรอ หรือว่าเราหูฝาดกันแน่ ’
“งั้นผมไม่รบกวนแล้วครับ”
เดรสมอนด์กำลังจะหันหลังเดินออกไป
“ จะรีบไปไหน ทำไมไม่รอคนอื่นที่นี้ ”
เสียงหวานๆพูดขึ้นในจังหวะที่เขากำลังจะเอี้ยวตัว เมื่อได้ยินอย่างนั้นเดรสมอนด์ก็ทำได้เพียงหันกลับมาพลางยิ้ม
“ ก็เพราะตรงนี้มันร้อน ทำไมเราไม่ไปนั่งใต้ร่มไม้ตรงนั้นกันละ ”
เดรสมอนด์ตอบอย่างตรงไปตรงมาพลางส่งยิ้ม ทำเอาคนที่ถามถึงกับเงียบไปซักพัก
“ ในสนามรบไม่มีเวลาบ่นเื่สภาพอากาศ อากาศแค่นี้เ้าทนไม่ได้งั้นหรือ ”
“ ไอ้เื่ทนข้าทนได้อยู่แล้วแต่ท่านต้องดูก่อนนะว่าเราอยู่ที่ไหน ”
“ สนามฝึก ”
“ นั่นไม่ใช่สนามรบใช่ไหม ”
“ ไม่ ”
“ งั้นเราก็เดินไปนั่งกันเถอะ ”
“ เ้า. . . ก็ได้ ”
ในความคิดของอัศวินหญิง เธอรู้สึกว่าคนตรงหน้านั้นน่าสนใจเล็กน้อย เธอจึงเลือกที่จะตามน้ำ พวกเขาเดินเข้ามาพักที่ใต้ต้นไม้ รออยู่นานก็ยังไม่มีคนมาเสียที เดรสมอนด์ที่นั่งอยู่ตรงนั้นจึงนั่งสมาธิเพื่อฝึกพลังงานเือย่างลืมตัว ในทีแรกอัศวินหญิง เธอคิดว่าจะลองทุบหนุ่มน้อยหน้าหล่อลากเืคนนี้ซักครั้งแล้วสั่งให้เขาวิ่งจนกว่าเธอจะเหนื่อยแต่เมื่อเธอกำลังจะลงมือเธอก็ััได้ถึงพลังงานเืที่ไหลเวียนอยู่ในตัวของเขาเธอจึงหยุดมือ หลังจากนั้นสิบกว่านาทีการไหลเวียนพลังจึงหยุดเธอจึงพูดขึ้น
“ เอาใบรับรองของเ้ามา ”
“ ท่านจะเอาไปทำไม ท่านจะไม่ฉีกมันใช่ไหม ”
“ ข้าบอกให้เอาใบรับรองของเ้ามา อย่าให้พูดซ้ำ ”
เธอพูดพลางกำกำปั้น
“ ใจเย็นนะท่าน ผมจะเอาออกมาเดียวนี้ ”
หลังจากที่เดรสมอนด์ยื่นใบรับรองที่ยังไม่มีตราประทับให้อัศวินในชุดเกราะ เขาก็เห็นว่าอัศวินเอาตราประทับออกมาจากกระเป๋าข้างเล็กๆก่อนที่จะประทับตราลงไป
“ เอาละเ้าไปได้แล้ว ข้าไม่อยากเห็นหน้าเ้าแล้ว ”
“ หือ? ข้าไม่ต้องทำการทดสอบหรือท่าน ”
“ ไม่ ข้าจะทดสอบคนที่ปลุกพลังได้แล้วไปทำไม เ้าไปรอเลือกสาขาสัปดาห์หน้าได้เลย ”
“ ขอบคุณครับ ”
จากนั้นอัศวินก็เดินไปยังจุดเดิมที่เธอยืนอยู่กลางแดดและไม่นานผู้คนต่างทะยอยเดินกันเข้ามาในสนามหลังจากที่ทุกคนมาครบเขาก็ได้ยินเสียงเธอไล่เขามาแต่ไกล
“ เ้าทำไมยังไม่กลับไปอีก กลับไปได้แล้ว! ! ! ส่วนพวกเ้าวิ่งจนกว่าข้าจะเหนื่อยไป ”