เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 32 แผนการชั่วร้ายที่วางเอาไว้

    ความทรงจำบางอย่างของฉันก็ถูกกระตุ้นกลับมาอีกครั้ง ฉันจำมันได้แล้วเป็นเขาเองเมื่อสิบกว่าปีก่อนในเมืองแห่งหนึ่งที่อยู่ในจักรวรรดิเอสโทเนีย เพื่อนสมัยเด็กที่เป็นมนุษย์คนแรกของฉัน ลูเชียโน่ โคลด์ ฉันไม่แปลกใจเลยทำไมถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับเขามากขนาดนี้มันเป็นเพราะพวกเราเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนนั่นเอง
    “เอมิเลีย มาเดลิน เป็นเธอจริงๆด้วย”
    ใช่แล้ว ตอนนั้นฉันใช้ชื่อว่า เอมิเลีย มาเดลิน เด็กที่พลัดหลงจากสงครามชายแดนเพราะตอนนั้นฉันมีภารกิจออกไปนอกเผ่าเพื่อไปฝึกฝนตนเองที่ฉันหายไปตั้งแต่ตอนนั้นก็เป็นเพราะพ่อของฉันเรียกกลับไปที่เผ่าและทำการตัดขาดโลกภายนอกทันที เพราะเรื่องแม่ของฉันนั่นเอง.....
    ลูเชียโน่ โคลด์ พุ่งเข้ามากอดฉันเอาไว้แนบแน่น ราวกับพบว่าเจอของสำคัญที่หล่นหายไปแล้วได้กลับคืนมาอีกครั้ง
    “ลูเชียโน่นายมาที่นี่ได้ยังไง?”
    ฉันรู้สึกตกใจมากพออยู่แล้วที่เจอกับเขาที่นี่จึงแกล้งทำเป็นถามไปแบบไม่รู้ทั้งที่รู้จุดประสงค์ของเขาอยู่แล้ว แต่ว่าการที่มาพบกับเพื่อนสมัยเด็กที่นี่มันชั่งเหมาะเจาะมากเกินไปแล้ว
    “ผมมาที่นี่เพราะว่ามาพิชิตดันเจี้ยนแห่งนี้ ผมมีคำถามมากมายจะถามเธอนะเอมิเลียแต่ว่าก่อนอื่นผมต้องถามเธอก่อนว่าเธอมาที่นี่ได้ยังไง?”
    “ฉันเข้ามาพร้อมกับกลุ่มเคลียร์ดันเจี้ยนแต่ถูกมนุษย์ชุดดำไล่ฆ่าจนปาร์ตี้ของฉันถูกพวกมันกวาดล้างไปทั้งหมดเหลือเพียงแค่ฉันเพียงคนเดียว กลุ่มเคลียร์ดันเจี้ยนก็กระจัดกระจายกันออกไปเพื่อหลบหนีพวกมัน”
    “เป็นแบบนั้นเองเหรอเธอรอดมาได้ก็ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ไปกับผมเถอะเป้าหมายคือการกำจัดบอสเพราะฉะนั้นหลังจากจบภารกิจที่นี่ผมจะพาเอมิเลียไปเจอป้าคาร่าด้วยกันยังมีคุณปู่และคุณย่าที่ถามถึงเธอตลอดที่เธอหายตัวไปเลยนะ”
    ป้าคาร่า คุณปู่ คุณย่า น่าคิดถึงจริงๆเพราะช่วงนั้นได้รับการเลี้ยงดูจากพวกเขาราวกับว่าเป็นลูกแท้ๆในสายเลือด
    “ได้สิ ถ้าจบจากที่นี่ฉันจะไปเยี่ยมพวกท่านกับนาย”
    ลูเชียโน่ให้ฉันขึ้นขี่หลังของเขาเพื่อไปรวมกับกลุ่มของตนเองสามร้อยกว่าคน ทำให้สมาชิกในกลุ่มตาเบิกกว้างด้วยความอิจฉาตาร้อน เพราะตลอดมานั้นลูเชียโน่ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนอื่นเลยนอกจากคนที่ชื่อเอมิเลีย เขาเฝ้าตามหาเธอมาโดยตลอดไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะถามหาเธอตลอดตามหาเบาะแสไปทั่วไม่ว่าจะเป็นข่าวที่ไม่มีที่มาหรือว่าข่าวลือเล็กน้อยๆเขาก็จะออกตามหาในทันที
    ชายที่เรียกชื่อต้นของลูเชียโน่คนที่พูดคุยตอบโต้กับเขามาตลอดพูดออกมาในทันที ส่วนคนอื่นๆเองก็สงสัยตามกันไปด้วย
    “เจ้าบ้า! นายก็สนใจผู้หญิงสักทีสินะ”
    ลูเชียโน่ส่ายหน้าไปมา
    “ไม่ใช่หรอก ฉันไม่ได้มองเธอแบบนั้นอย่างที่พวกนายคิดกันไปเองแต่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของฉันเพียงหนึ่งเดียวต่างหาก พวกนายอย่าได้คิดไปไกลกว่านั้น”
    “เดี๋ยวเถอะ เพื่อนเหรอ ก็มีโอกาสมากเลยสิที่สานความสัมพันธ์”
    “เอาเถอะ จะบอกยังไงพวกนายก็ไม่เชื่อแต่ว่าฉันยังยืนยันคำเดิมว่าเธอเป็นเพื่อนสมัยเด็กของฉันเท่านั้นและฉันก็มีคนที่ชอบอยู่แล้วด้วยคนที่พวกนายทั้งหมดรู้ดีเลยละ คงพอใจแล้วใช่ไหม”
    บรรยากาศพลันเงียบลงไปในทันทีเพราะคนที่พวกเขาทั้งกลุ่มรู้จักดีก็มีแค่คนเดียวเท่านั้น เจ๊ใหญ่อย่างนั้นเหรอ! ลูเชียโน่มันบ้าไปแล้วผู้หญิงที่สวยงดงามอย่างกับเทพธิดาขนาดนั้นพร้อมทั้งความสมบูรณ์แบบที่ยากจะเอาผู้หญิงคนไหนมาเทียบเท่าได้แต่จะเว้นไว้ก็คนที่อยู่บนหลังของลูเชียโน่อย่างเอมิเลียคนหนึ่งเพราะเธอก็มีหน้าตาที่สวยไม่แพ้เจ๊ใหญ่ที่เป็นผู้นำกลุ่มของพวกเขาเลย
    แต่ที่เธอไม่ได้มาด้วยก็เพราะว่าติดภารกิจอยู่ที่อื่นอีกที ทำให้มีแค่ลูเชียโน่กับพรรคพวกมากันเองเท่านั้น
    “เอมิเลียอยู่แบบนี้ไปก่อนนะร่างกายเธอยังไม่ได้ฟื้นตัว”
    ทุกคนคงสงสัยว่าทำไมลูเชียโน่ถึงพูดแบบนั้นก็เพราะฉันสร้างสถานการณ์ขึ้นมายังไงละ ทำเป็นแทงร่างกายของตนเองโดยเลี่ยงจุดตายเล็กน้อยเพื่อความสมจริงจะทำให้แฝงตัวง่ายขึ้นแต่ที่ฉันโชคดีมากก็คือครั้งนี้ฉันกลับได้มาเจอเพื่อนสมัยเด็กอีกครั้งหนึ่งทำให้การไปกับพวกเขาง่ายยิ่งกว่าเดิม
    “อืม ฉันขอหลับสักพักหน่อยนะ”
    ความอ้อนล้าของร่างกายฉันเองก็ยังไม่หายและด้วยการใช้พลังธรรมชาติในการอำพรางและดักฟังการพูดคุยทำให้สูญเสียพลังไปมากพอสมควรจึงทำให้ฉันเกิดอาการมึนงง
    “หลับเถอะ ตื่นขึ้นมาแล้วพวกเราก็จะอยู่ที่พักแล้วละ ในระหว่างนี้วางใจได้เลยจะไม่มีใครทำร้ายอะไรเธออย่างแน่นอน”
    คำพูดของลูเชียโน่ทำให้ฉันรู้สึกเชื่อใจอย่างน่าประหลาดก่อนที่ตัวฉันจะเข้าสู่การหลับใหลไปในทันที
    “นี่ลูเชียโน่ ถ้านายไม่เอาฉันเอาเองนะ”
    “นิโค นายนี่นะทำเป็นสุขุมเยือกเย็นตลอดเวลาแต่ตอนนี้มาใจแตกเพราะเพื่อนสมัยเด็กของฉัน นายนี่มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ”
    ชื่อเต็มๆของเขาคือ นิโค ไวแอตต์ เขาก็คือคนที่เรียกชื่อลูเชียโน่ด้วยชื่อต้นอย่างสนิมสนม คนที่พูดคุยโต้ตอบลูเชียโน่ในตอนแรกพร้อมกับคนที่ถูกเรียกว่าคุณเลขานั่นเอง
    “ก็เธอเป็นไปตามแบบฉบับของคู่ชีวิตที่ต้องการนี่นา”
    “จะทำอะไรก็ทำไปเถอะแต่ถ้าเธอมีคนที่รักอยู่แล้วก็ปล่อยเธอไปอย่าได้ใช้นิสัยพวกโจรมาจีบเธอเข้าใจไหม ฉันเตือนนายด้วยความหวังดี”
    คำพูดแบบนั้นทำให้นิโคเกิดความขุ่นเขืองเล็กน้อยต่อลูเชียโน่เพราะดูเหมือนเขาจะปกป้องตัวฉันที่เป็นเอมิเลียมากเกินไป แต่เขาก็สะกดข่มมันลงไปเพราะยังไงก็เป็นเพื่อนกันถ้าเธอมีคนที่รักอยู่แล้วทำไมต้องฝืนด้วยละจริงไหม ถึงภายนอกจะทำเป็นเข้าใจแต่ภายในใจจริงของเขากลับไม่เป็นแบบนั้นเขาอยากได้ตัวฉันที่เป็นเอมิเลียมาเป็นคู่ชีวิตจนแทบจะคิดทำเรื่องไม่ดีกับตัวฉันที่เป็นเอมิเลียในตอนนี้ทันที
    ลองคิดดูสิว่าหากไม่มีลูเชียโน่ฉันต้องโดนไอ้เจ้านี่บังคับขืนใจไปแล้วแน่ๆฉันมันคิดตื้นเกินไปเพียงเพราะต้องการแฝงตัวเข้าไปกับพวกเขาถึงจะแปลงตัวตนแปลงกลิ่นอายได้แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนรูปโฉมของตัวเองไปเลยทำให้มันยังคงความเป็นเซล่าที่เป็นเผ่าเอลฟ์เอาไว้อยู่ และมันก็เป็นโชคดีของฉันเองที่มาพบลูเชียโน่ถ้าไม่ใช่แบบนั้นฉันเองก็ไม่อยากคิดไปเลยว่าจะโดนอะไรบ้าง
    ..........
    ลูเชียโน่และกลุ่มของเขาเดินทางมาถึงยังจุดที่เหมาะกับการตั้งที่พักชั่วคราวเพื่อผ่านพ้นตอนกลางคืนไปได้เพราะคงไม่มีใครบ้าพอจะเดินทางในดันเจี้ยนตอนกลางคืนหรอกเพราะสัมผัสรับรู้ของผู้รุนรานจะลดลง 50 % โดยไม่สนเงื่อนไขใดๆ หรือไม่สนพลังต้านทานใดๆเลย ว่ากันง่ายๆมันก็คือกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้นั่นเอง
    “อืม เรียบร้อยแล้ว พักที่นี่ก็แล้วกันวันนี้ก็เดินทางมาได้ร้อยห้าสิบกิโลเมตรแล้ว คุณเลขาช่วยจัดการเรื่องที่พักของทุกคนด้วยนะ”
    “ได้ครับคุณโคลด์”
    “ส่วนนายนิโค ไปจัดการแผนการเดินทางกับพวกกลุ่มจัดการเดินทางพรุ่งนี้ต่อเถอะ ถ้าเร่งได้ยิ่งดีจะได้ล้มบอสลงไปให้เร็วที่สุด”
    “เข้าใจแล้ว”
    นิโคมองมาที่ตัวฉันที่เป็นเอมิเลียขณะที่หลับใหลอยู่ด้วยสายตาที่ราวกับจะกลืนกินโดยที่ลูเชียโน่เองก็ไม่รู้เรื่อง ก่อนที่นิโคจะมุ่งหน้าไปทำหน้าที่ของตนเอง
    “สำหรับทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนส่วนคนทำงานก็ทำไป จัดการเฝ้าเวรยามด้วยอย่าให้ขาด”
    เสียงตอบกลับมาของทุกคนในกลุ่มของลูเชียโน่ก็ดังขึ้นพร้อมเพรียงกัน
    “ครับ ลูกพี่ใหญ่”
    ลูเชียโน่วางตัวฉันที่เป็นเอมิเลียไว้ในที่ที่เขาจัดเอาไว้ให้ฉันชั่วคราวอย่างนุ่มนวลเพื่อไม่ให้ฉันตื่นขึ้นมาจากนั้นเขาก็จัดการตั้งที่พักชั่วคราวขึ้นมาอย่างรวดเร็วใช้เวลาสักพักก็เสร็จ เขาก็กลับมาอุ้มตัวฉันขึ้นก่อนที่จะนำตัวฉันที่เป็นเอมิเลียเข้าไปพักภายในที่พักชั่วคราวที่สร้างขึ้นมา ส่วนเขาเองหลังจากทำทุกอย่างเสร็จโดยการพาฉันเข้าพักแล้วก็ออกไปตรวจสอบความเรียบร้อยในทันที
    หลังจากตรวจสอบความเรียบร้อยเสร็จลูเชียโน่ก็กลับมายังที่พักชั่วคราวของตนเองเขามองเห็นฉันที่หลับใหลเช่นเดิมพบว่าไม่มีอะไรแล้วเขาก็หาจุดที่จะนอนบนพื้นแถวนั้นจากนั้นก็หลับใหลไปในทันทีภายในที่พักชั่วคราวแห่งนั้นที่มีฉันอยู่ภายใน
    วันรุ่งขึ้น
    “อือ... ฉันหลับไปนานขนาดไหนกันนะ”
    “เธอหลับไปหนึ่งคืนเต็มๆ เธอตื่นขึ้นมาได้พอดีเลยมาเถอะ ลุกขึ้นมาทานอาหารก่อนเถอะผมเตรียมอาหารพวกนี้มาให้แล้ว”
    ฉันก็ตอบเขาไปว่า “อืม” สั้นๆก่อนจะลุกขึ้นจากที่นอนของตนเองเดินไปที่อาหารที่อยู่ตรงโต๊ะที่ลูเชียโน่จัดเตรียมเอาไว้ให้
    “ผมจะออกไปตรวจดูความพร้อมของกลุ่มก่อนนะครับ เดี๋ยวผมกลับมารับเอมิเลียไปด้วย ระวังตัวด้วยนะครับเพราะว่านอกจากคุณเลขาแล้วอย่าได้เชื่อใจใครเด็ดขาด”
    คุณเลขาเหรอ มันก็จริงนะฉันเองก็รับรู้จากความรู้สึกได้คราวๆว่าเขาเป็นคนที่จริงใจมากและสามารถเชื่อใจได้ที่สุดรองจากลูเชียโน่เลยแต่ว่าคนที่ชื่อนิโคฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้ไม่ชอบหน้าเขาเอามากๆแต่ก็ชั่งมันเถอะฉันคงคิดมากไปเอง
    ฉันทานอาหารที่ลูเชียโน่นำมาให้จนหมดจากนั้นก็ใช้การดักฟังเหมือนตอนที่อยู่ที่ถ้ำแห่งนั้นอีกรอบผ่านไปกว่าสามสิบนาทีก็ไม่มีการพูดคุยอะไรที่สำคัญฉันก็เลยหยุดการดักฟังในทันที
    ฉันนั่งรอการมาของลูเชียโน่ต่ออีกกว่าสามสิบนาทีเขาก็กลับมารับฉันออกไปพร้อมกับเดินทางไปต่อ ครั้งนี้เองฉันยังอยู่บนหลังของลูเชียโน่เหมือนเดิม ฉันก็พยายามอธิบายแล้วว่าฉันเดินไปเองได้แต่ลูเชียโน่ก็ไม่สนใจอะไรเพราะกลัวว่าฉันจะอาการทรุดลงกว่าเดิม ถึงมันจะดีขึ้นมาแล้วก็จริงแต่ก็ยังไม่ดีทั้งหมดอยู่ดีนั่นเป็นเหตุให้ลูเชียโน่ตัดสินใจให้ฉันขึ้นขี่บนหลังอีกครั้ง
    การเดินทางครั้งนี้ก็ราบรื่นไปได้ด้วยดี แต่พอเข้าสู่ที่ที่หนึ่งที่เป็นโซนหุบเขาทำให้มีมอนสเตอร์มากมายแห่กันมาร่วมตัวกันเพื่อที่จะโค่นล้มกลุ่มของลูเชียโน่ทำให้เขาต้องวางฉันลงปล่อยเอาไว้ในที่ปลอดภัยโดยมีคุณเลขาอยู่ด้วยจากนั้นเขาก็เข้าไปร่วมการต่อสู้ด้วยในทันที
    การต่อสู้ดำเนินไปกว่าหนึ่งชั่วโมงจบลงด้วยการที่กลุ่มของลูเชียโน่ได้รับชัยชนะกลับมาโดยที่ไม่มีใครเสียชีวิตมากสุดก็แค่บาดเจ็บปกติทั่วไปนับว่าเป็นกองกำลังที่เข้าขากันได้ดีมากๆ
    การเดินทางก็เริ่มขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้เดินทางมาได้แค่ยี่สิบกิโลเมตรก็พบกับมอนสเตอร์มากมายอีกแล้วในครั้งนี้เองพวกเจ้าตัวประหลาดก็มาร่วมวงด้วยทำให้ฉันต้องอยู่ในที่ปลอดภัยคนเดียวส่วนคุณเลขาเองก็ต้องไปรับมือที่แนวหน้าด้วย
    ในจังหวะนั้นเองก็มีผู้หญิงสองคนกับผู้ชายอีกสามคนเดินเข้ามาในจุดปลอดภัยที่ฉันอยู่
    “คุณมาเดลิน มากับพวกเราก่อนเถอะตอนนี้พวกมอนสเตอร์และพวกเจ้าตัวประหลาดมันหลุดเข้ามาเป็นจำนวนมาก”
    พวกเขาทั้งหมดเตือนฉันไปได้ไม่นานมอนสเตอร์และพวกเจ้าตัวประหลาดก็แห่กันมาจริงๆทำให้ฉันต้องถอยไปกับพวกเขาด้วย ในขณะที่ฉันไม่รู้เลยว่าที่ฉันออกไปกับพวกเขานั้นมันก็คือแผนของคนๆหนึ่งที่วางเอาไว้
    “พวกเราต้องไปที่ไหนกันเหรอ แล้วลูเชียโน่ละ”
    “ก็เพราะลูกพี่ใหญ่ให้พาคุณมาเดลินไปอีกที่ที่ปลอดภัยมากกว่า ไม่มีทางที่จะมีมอนสเตอร์และพวกเจ้าตัวประหลาดหลุดเข้ามาได้ ส่วนตัวของลูกพี่ใหญ่ตอนนี้กำลังรับมือกับพวกมอนสเตอร์และพวกเจ้าตัวประหลาดเลยไม่มีเวลามารับคุณมาเดลินด้วยตนเอง”
    ฉันไม่รู้ว่าทำไมลูเชียโน่ถึงไม่ให้คุณเลขามาพาฉันไปแต่ทำไมต้องส่งคนพวกนี้มารับฉันด้วย แล้วก็ทางที่จะหลบไปที่ปลอดภัยอีกแห่งนั้นฉันเริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาในทันที ฉันนึกไปถึงคำพูดที่ลูเชียโน่เคยพูดเอาไว้ตอนนั้น “ระวังตัวด้วยนะครับเพราะว่านอกจากคุณเลขาแล้วอย่าได้เชื่อใจใครเด็ดขาด” ฉันถึงได้หยุดเท้าของตนเองไปในทันที
    “รีบหน่อยนะคุณมาเดลินไม่อย่างนั้นมอนสเตอร์และพวกเจ้าตัวประหลาดมันจะตามมาทัน”
    “ฉันไม่ไปแล้วฉันจะกลับไปที่เดิมของตนเองและรอลูเชียโน่หรือไม่ก็คุณเลขามารับ”
    ฉันพูดเสร็จก็คิดจะเดินกลับไปในทางเดิมของตนเอง แต่ไม่ทันที่จะได้เดินกลับไปนิโคก็ปรากฏตัวตรงหน้าของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
    “คิดจะไปไหนกันละคุณมาเดลิน ถ้ากลับไปที่นั่นแล้วฉันจะได้ของที่ต้องการอย่างนั้นเหรอ”
    ฉันเข้าใจสถานการณ์โดยรวมในทันทีว่าฉันโดนแผนชั่วของนิโคดึงตัวออกมาจากจุดปลอดภัยที่ลูเชียโน่ให้ฉันอยู่เรียบร้อยแล้ว.......... . .

    .