ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 98 ห่างเพียงกำแพงกั้น ดวงตาทั้งคู่สบประสาน

            “ไม่ได้เจ้าค่ะ”

            ฮวาเหยียนกล่าวปฏิเสธ

            หัวใจของจีอู๋ซวงดิ่งลงเหวทันที

            “แม่นางเหยียนหากมีเงื่อนไขใดเจ้าก็พูดมาเถิด ขอเพียงเจ้าพอใจ ข้าจีอู๋ซวงจะพยายามให้ดีที่สุด”

            จีอู๋ซวงยืนขึ้นก่อนจะค้อมตัวคำนับนางอย่างเคร่งเครียด

            ฮวาเหยียนเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจนางมองจนเข้าใจแจ่มแจ้งความสนใจของจีอู๋ซวงที่มีต่อหยวนเป่านั้นยิ่งใหญ่กว่าเม็ดยาล้ำค่าเหล่านี้มากนักไม่ใช่สิ พูดให้ถูกคือคนที่ปรุงยาเหล่านี้ออกมาต่างหาก...

            เวลานี้ฮวาเหยียนก็ยืนขึ้นเช่นกันนางเม้มริมฝีปากแล้วกล่าวว่า “ขออภัย หลงจู้ ข้ายังมิอาจตอบรับข้อเสนอของท่านได้ผู้ที่ปรุงยาเหล่านี้ออกมา เขามิชอบพบเจอคนแปลกหน้าเจ้าค่ะ”

            จีอู๋ซวงถูกปฏิเสธหัวใจของเขาร้อนรน ดวงตายิ่งแสดงความวิตกกังวลออกมา

            “ข้ามิได้มีเจตนาร้ายอันใด”

            จีอู๋ซวงกล่าว

            ฮวาเหยียนส่ายศีรษะ“ข้ายังยืนยันคำเดิมเจ้าค่ะ”

            นางไม่รู้ว่าเบื้องหลังของจีอู๋ซวงเป็นเช่นไรและเบื้องหลังของหออู๋หมิงเป็นอย่างไร ทั้งหมดนี้ล้วนไม่มีสิ่งใดชัดเจน

            ดังนั้นโอกาสที่นางจะใจอ่อนเพราะวาจาเพียงไม่กี่คำของจีอู๋ซวงจึงมีน้อยนักให้พาเขาไปหาหยวนเป่าน้อยหรือ? ใครจะรู้ว่าจุดประสงค์แท้จริงของเขาคือสิ่งใด?

            จีอู๋ซวงเห็นท่าทีเด็ดเดี่ยวของฮวาเหยียนพลันรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง แต่หากเขายังคงฝืนดึงดันต่อไปเกรงว่าจะเป็นการทำให้ฮวาเหยียนรำคาญเสียเปล่า

            เขาถอนหายใจ “เอาเถิด เช่นนั้นเรามาพูดถึงสมุนไพรสองขวดนี้กันต่อดีกว่า”

            “เจ้าค่ะ”

            เมื่อเห็นว่าในที่สุดจีอู๋ซวงก็ให้ความสนใจกับโอสถแล้วฮวาเหยียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            “แม่นางเหยียนยาสมุนไพรสองขวดนี้ล้วนหายากยิ่ง ข้าเป็นมิตรสหายของเจ้าดังนั้นหนึ่งล้านตำลึงขาดตัว แม่นางเหยียนพอใจในราคานี้หรือไม่?”

            จีอู๋ซวงกล่าว

            หัวใจของฮวาเหยียนสั่นไหวราคานี้เกินความคาดหมายของนางโดยสิ้นเชิง จากการประเมินของนาง ยาสมุนไพรสองขวดนี้สามารถขายได้สูงสุดไม่เกินสี่หรือห้าแสนตำลึงเท่านั้นทว่าจีอู๋ซวงกลับให้ราคาเป็นสองเท่า ฮวาเหยียนทราบดีว่าเขาหมายถึงสิ่งใด มันคือราคาแห่งมิตรภาพของพวกนางและในใจเขายังคงคิดถึงเรื่องคนที่ปรุงโอสถเหล่านี้

            ถึงอย่างไรหากปฏิเสธไปย่อมน่าเสียดาย

            หออู๋หมิงมั่งคั่งร่ำรวยมีกินมีใช้ชนิดไม่มีวันหมด

            หญ้าวิญญาณลึกลับที่นางขายเมื่อวานก็ถูกอีกฝ่ายขายต่อในราคาที่เพิ่มเป็นสองเท่า

            “ตกลงข้าพอใจราคานี้มาก”

            ฮวาเหยียนพยักหน้าใบหน้าไม่แดงระเรื่อ ลมหายใจไม่ขาดห้วง

            มุมปากของจีอู๋ซวงกระตุกแม่นางคนนี้มีใบหน้าที่ค่อนข้างหนาทีเดียว

            แต่เขาก็ไม่อาจเอ่ยสิ่งใดออกมาได้นี่คือเงินที่เขายื่นให้ด้วยมือทั้งสองข้างของตนเอง ผู้ใดใช้ให้เขาเอาแต่คิดถึงนักปรุงโอสถที่อยู่เบื้องหลังของนางเล่า?

            “แม่นางเหยียนข้าจะไปเรียกคนมาทำสัญญาซื้อขายและจัดการกับยาสมุนไพรสองขวดนี้ เจ้ารอที่นี่สักครู่เถิด”

            จีอู๋ซวงกล่าว

            ฮวาเหยียนพยักหน้า

            ยาสองขวดนี้ขวดหนึ่งคือโอสถจินฉวน อีกขวดคือโอสถเซวียนลี่ แม้ว่าจะทดลองจนเห็นผลลัพธ์ของโอสถจินฉวนไปแล้วแต่โอสถเซวียนลี่ยังมิได้ทดสอบประสิทธิภาพของมัน ฮวาเหยียนรู้ว่าจีอู๋ซวงคงกำลังมองหาใครสักคนมาทดสอบยาอีกทั้งยังเป็นวิธีกระจายข่าวเกี่ยวกับยาตัวนี้ด้วย

            เวลานี้นางถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังบนชั้นสองเสียงเอะอะจากชั้นล่างยังคงดังขึ้นมาให้ได้ยิน ฮวาเหยียนจิบชาสมุนไพรบนโต๊ะพลางถอนหายใจอย่างสบายใจนางลองคำนวณเงินทั้งหมดดูแล้ว เมื่อวานนางขายหญ้าวิญญาณลึกลับกับผลไม้วิญญาณโลหิตสีชาดกับเงินสองหมื่นตำลึงในมือของเจียงจื่อเฮ่า และเงินที่นางขายโอสถได้วันนี้อีกหนึ่งล้านตำลึงทั้งสิ้นเป็นจำนวนสองล้านห้าแสนตำลึง เมื่อรวมเข้ากับเงินที่ท่านพ่อหามาอีกห้าแสนตำลึงเท่ากับตอนนี้นางมีเงินสามล้านตำลึงให้เพียงพอใช้หนี้แล้ว

            เฮอะ…

            วันพรุ่งก็จะถึงระยะเวลาสามวันที่กำหนดเอาไว้นางต้องนำเงินสามล้านตำลึงนี้ไปโยนใส่ตี้หลิงหานจนเลือดกระฉูดออกจากศีรษะให้จงได้

            เมื่อคิดถึงตี้หลิงหานทั้งร่างนางก็ห่อหุ้มด้วยความโกรธ โทสะพลันพุ่งขึ้นมาที่หัว แม้แต่ชามใส่น้ำแข็งก็ไม่อาจบรรเทาความร้อนระอุนี้ได้

            ฮวาเหยียนสวมหมวกงอบ แม้มันจะเป็นเส้นด้ายแบบตาข่าย แต่ก็ยังคงร้อนอบอ้าวอยู่ดี ยามนี้ไม่มีผู้ใดบนชั้นสอง ดังนั้นนางจึงถอดหมวกออก ใบหน้าขาวเนียนพลันปรากฏขึ้นทันใด

            “ร้อน...”

            ฮวาเหยียนโบกมือพัดไล่ความร้อน

            เมื่อถอดหมวกงอบออกใบหน้าของฮวาเหยียนก็ถูกเปิดเผยทันที รูม่านตาของตี้หลิงหานที่อยู่ภายในห้องลับค่อยๆหดตัวลง เขายังคงจับจ้องทุกการกระทำของฮวาเหยียน แม้ในใจจะแน่ใจแล้วถึงแปดส่วน แต่ที่สุดก็ยังไม่เห็นใบหน้าแท้จริงของนาง

            ทว่ายามนี้ฮวาเหยียนกลับเปิดเผยใบหน้าของนางด้วยตนเองช่างยอดเยี่ยมนัก

            “นายท่านเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่จริงๆ ขอรับ”

            อั้นจิ่วเบิกตากว้างพยายามระงับความตื่นตระหนกไว้และกระซิบเสียงเบาออกมา

            “หึ...”

            ตี้หลิงหานยกยิ้มมุมปากเย็นชาแววตาของเขาสงบนิ่งราวสายน้ำเย็นใต้แสงจันทร์

            ไม่เสียแรงจริงๆที่วันนี้เขาเดินทางมาเยือนหออู๋หมิง

            “นายท่านคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ช่างเป็นคนที่คาดไม่ถึงเสมอเลยนะขอรับ”

            อั้นจิ่วกล่าว

            ถ้ามิใช่ผู้ที่มักใฝ่หาเรื่องประหลาดมหัศจรรย์จะสามารถครอบครองหญ้าวิญญาณลึกลับหลายร้อยต้นได้อย่างไร? นอกจากนี้ยังมีผลวิญญาณโลหิตสีชาดซึ่งเป็นโอสถวิญญาณที่หายากและคุณภาพสูงอีกด้วย

            ตี้หลิงหานไม่ตอบเขามีเพียงดวงตาคู่หนึ่งซึ่งลึกล้ำราวท้องทะเลคอยจ้องมองฮวาเหยียนที่อยู่ด้านนอก

            นางหน้าตางดงามยามนี้นางถอดหมวกออกเผยให้เห็นดวงหน้านวลเล็กมีเสน่ห์ ของที่ถูกจัดวางบนชั้นสองล้วนดีเลิศเป็นที่สุดฮวาเหยียนนั่งรออยู่สักพัก และตัดสินใจลุกขึ้นเดินชมสมบัติที่ถูกจัดวางบนชั้นสองก่อนจีอู๋ซวงจะกลับมานางเดินจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก มองจนรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ นางยกมือขึ้นสมบัติเหล่านี้สามารถหยิบได้ตามใจชอบ แต่นางต้องใช้พลังถึงขีดสุดในการควบคุมตนเองสิ่งสำคัญคือเบื้องหลังอันลึกลับของหออู๋หมิงที่ทำให้นางไม่กล้าลงมือ

            “ปะการังสีแดงจากมหาสมุทรทางเหนือกำไลดอกบัวลายขนนกสีขาว ปิ่นปักผมลายเมฆาขาว ยังมีผ้าโปร่งปิดหน้าสตรีสีม่วง...”

            สมบัติแต่ละอย่างน่าสะสมและมีราคายิ่งคนที่ทำได้เพียงมอง จึงมองจนตาแดงระเรื่อด้วยความอิจฉา

            ยามนี้ฮวาเหยียนกำลังยืนอยู่หน้ากำแพงด้านหน้าของนางมีภาพหนึ่งแขวนอยู่ เป็นภาพเขม่าควันดินปืนในสนามรบ เพียงทอดสายตาก็สามารถปลุกเลือดนักสู้ในหัวใจของผู้ที่มองได้และหลังกำแพงนี้คือที่ตั้งของห้องลับซึ่งตี้หลิงหานซ่อนตัวอยู่

            ฮวาเหยียนยืนมองภาพวาดอยู่นานแต่นางกลับไม่ทราบว่าด้านหลังของกำแพงนี้ ตี้หลิงหานก็กำลังมองนางอยู่เช่นกัน

            ทั้งสองถูกกั้นด้วยกำแพงฮวาเหยียนมองภาพวาด ส่วนตี้หลิงหานมองนาง

            ยิ่งมองดวงตาของนางก็ยิ่งร้อนรุ่ม ฮวาเหยียนรู้สึกเกลียดตี้หลิงหานมากขึ้นไปอีกหากไม่ใช่เพราะชายผู้นั้น นางคงกว้านซื้อสมบัติเหล่านี้ไว้ได้ทั้งหมดเงินสามล้านตำลึงสามารถซื้อสมบัติที่อยู่บนชั้นสองของหออู๋หมิงได้มากกว่าครึ่ง ทว่าตอนนี้นางกลับต้องมอบเงินให้เขาโดยเปล่าประโยชน์ แค่คิดก็ทำให้นางโมโหจนอยากกรีดร้องแล้ว

            “ตี้หลิงหานเจ้าคนชั่วช้าเลวทราม จงอธิษฐานให้ตนเองรอดพ้นจากเงื้อมมือข้าเสียเถิด มิเช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้ากินไม่หมดจนต้องห่อกลับ [1] ในสักวันหนึ่ง”

            ฮวาเหยียนกัดฟันคำราม

            นางมิได้กล่าวด้วยเสียงอันดังและไม่ปิดบังสีหน้าที่แสดงความเกลียดชังเป็นอย่างยิ่ง

            ตี้หลิงหานห่างจากฮวาเหยียนเพียงกำแพงกั้นดังนั้นคำที่นางเอ่ยจึงลอยเข้าไปในหูของตี้หลิงหานทั้งหมด ไม่ขาดหรือตกหล่นแม้เพียงพยางค์เดียว

            ทั่วทั้งร่างเขาแผ่รังสีเย็นเฉียบใบหน้าของเขาเย็นชา ไร้ซึ่งเศษเสี้ยวของความรู้สึก

            อั้นจิ่วที่ยืนอยู่ข้างๆไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ เหงื่อที่หน้าผากร่วงหล่นเป็นสาย เขากลัวจริงๆ ว่าผู้เป็นนายจะไม่อาจควบคุมตนเองได้และพุ่งออกไปทุบตีคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่จนตายกันไปข้าง

            ...

            ตึง ตึง ตึง

            มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมา

            ฮวาเหยียนหยุดแสดงสีหน้าเคืองแค้นกัดฟันและสวมหมวกกลับเข้าที่เดิม

            เมื่อจีอู๋ซวงขึ้นมาบนชั้นสองและเห็นฮวาเหยียนยืนอยู่ตรงหน้ากำแพงด้านนั้นหัวใจของเขาพลันกระตุกเต้นไม่เป็นจังหวะ “แม่นางเหยียน”

            “หลงจู้จี”

            ฮวาเหยียนพยักหน้าใบหน้าของนางสงบนิ่ง

            “แม่นางเหยียนเจ้ามองสิ่งใดอยู่หรือ?”

            จีอู๋ซวงถามแต่ในใจกลับวิตกกังวลยิ่งเป็นไปได้หรือไม่ที่แม่นางจะพบว่าอีกด้านของกำแพงมีอาหานซ่อนอยู่?

            “ภาพนี้ไม่เลวเลยเจ้าค่ะ”

            ขณะที่เขากำลังตระหนกก็ได้ยินฮวาเหยียนเอ่ยขึ้น

            เฮ้อ

            จีอู๋ซวงลอบถอนหายใจเล็กน้อยทำให้เขาตกใจเสียได้ จากนั้นจึงก้าวไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มตาหยี “ภาพวาดนี้เป็นภาพเศษซากของสนามรบที่วาดโดยปรมาจารย์หลิวเจิ้งสือ งานของอาจารย์มีค่าเหมาะแก่การสะสมเป็นอย่างยิ่ง หากแม่นางเหยียนโปรดปรานข้าจีอู๋ซวงสามารถมอบให้เจ้าได้”

             

            เชิงอรรถ

            [1] กินไม่หมดจนต้องห่อกลับ 吃不了,兜着走 (chī bù liǎo dōu zhe zǒu) หมายถึง อาหารที่รับประทานไม่หมดจึงฉวยโอกาสห่อเก็บไว้ในเสื้อคลุมนำออกไปเปรียบเทียบกับการก่อเรื่องหรือทำให้เกิดเรื่องไม่ดีจนต้องแบกรับผลที่ตามมา มักใช้สำหรับตักเตือนผู้อื่นว่าจะทำเรื่องใดอย่าลืมคำนึงถึงผลที่ตามมา

     

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730