หนึ่งเดือนผ่านไปกับการฝึกงาน ได้เรียนรู้อะไรมากมาย ได้รู้จักใครๆหลายคนได้รู้จักว่าใครเป็ยังไง ผมรู้สึกดีนะ มีหัวหน้างานเป็พี่ที่ใจดี สอนงานให้คำปรึกษาทั้งเื่งานและเื่เรียน Sup อายุ 27 เองนะ ทำงานมาได้ 5 ปี อืมๆ แต่ท่านรองดิ อายุ 30 เอง ก็ได้เป็รองผู้จัดการแล้วอ่ะสงสัยจะเก่งมากๆ
“ไอ้น้องหมอกเอ็งเอาป้ายชื่อไปเจาะรูแล้วเอาเชือกร้อยหน่อยดิ”
แกยื่นการ์ดสี่เหลี่ยมใบเล็กมาให้ปึกนึงพร้อมเชือก ทำป้ายชื่อเหมือนรับน้องเลยครับ
“Sup ไม่ใช่ว่ารู้จักกันทั้งโรงงานแล้วเหรอ ต้องมีป้ายชื่อด้วยเหรอครับ”
“มีดิ ปีนี้คนใหม่ๆเข้ามาหลายคนอยู่เดี๋ยวจะไม่รู้ชื่อกัน มีของเอ็งด้วยนะ”
แล้ว Sup ก็ยื่นป้ายชื่อที่เจาะรูร้อยเชือกแล้วมาให้ สงสัยให้ดูเป็ตัวอย่างแต่มันเป็รูปน้องหมาปั๊กเต็มการ์ดเลยครับ
“โห Sup อ่ะแล้วผมจะเขียนชื่อใส่ตรงไหนล่ะ รูปหมาเต็มหน้าขนาดนี้”
“ไม่ต้องเขียนคนอื่นดูก็รู้แล้วว่าเอ็งชื่ออะไรไง”
“จะรู้ได้ไงว่าผมชื่อหมอก”
“เขาก็รู้ว่าเอ็งชื่อปั๊กไง ปั๊กน้อยอ่ะ”
“หืม Sup เรียกผมว่าอะไรนะ”
มีคนเดียวนะที่เรียกผมอย่างนี้ Sup รู้ได้ไงอ่ะ
“เปล่าๆ เอาไปทำได้แล้ว”
แล้วผมก็นั่งเจาะรูป้ายชื่อผมเพิ่งรู้นะว่าไอ้อุปกรณ์เจาะรูนี่เขาเรียกกันว่าตาไก่ ตอนแรกพี่ๆใช้ให้ไปหยิบผมยังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร
Outing แบ่งเป็ 2 กรุ๊ปครับ เพราะคนเยอะ แต่ละกรุ๊ปก็ร้อยกว่าคนแล้ว สถานที่ไม่เพียงพอเท่าไรผมเห็นรายชื่อแล้วครับ ท่านรองกับพี่พลไปกรุ๊ปที่ 2 ผมนึกภาพท่านรองเข้าฐานเล่นเกมไม่ออกเท่าไร
“Sup เวลาท่านรองเข้าฐานเล่นเกมนี่เป็ยังไงอ่ะครับ”
ผมเห็นว่ามีเกมทาแป้งด้วยถ้าเล่นแพ้ไม่รู้ว่ามีใครกล้าทาให้ท่านรองรึเปล่า
“อืม ไม่รู้นะ ท่านรองไม่ค่อยได้ไปแต่ถึงไปก็คงไม่เล่นหรอก แกไม่ค่อยชอบแบบนี้เท่าไร”
อืม ผมน่าจะเดาได้ั้แ่แรกนะ
“ถ้าท่านรองโนทาแป้งนี่คงขำน่าดูเลยนะ Sup”
ฮ่าๆ นึกแล้วก็ขำ
“…”
“อ้าว Sup ทำไมเงียบอ่ะครับSup ไม่คิดว่ามันตลกมากเหรอครับ”
ผมละจากงานเจาะรูเงยหน้าไปมอง ฉิบหายแล้วท่านรองมาตอนไหนวะ
“ตลกมากเหรอ”
ตาเขียวเลยครับ ไซบีเรียนทรงพิโรธโกรธา
“เอ่อ ครับ ก็ไม่มากเท่าไรครับท่านรอง”
“หึ!”
แกยิ้มที่มุมปาก อย่าคิดว่าหล่อนะครับสยองครับ เสียวสันหลังฉิบหาย
“คุณวีระอยู่รึเปล่า”
แกถามหาผู้จัดการแผนกบุคคลเคยได้ยินว่าเขาสนิทกัน
“อยู่ในห้องครับท่านรอง”
ผมชี้ไปทางห้องผู้จัดการ
“แล้วคุณกำลังทำอะไร”
“ทำป้ายชื่อไงครับ”
“อันนี้ของคุณเหรอ”
แกหยิบอันที่มีรูปน้องปั๊กไปดูแล้วท่านรองรู้ได้ไงว่าเป็ของผมอ่ะ
“…”
“เหมือนดีนะ เข้าใจทำ”
แกยิ้มครับ อันนี้ไม่สยองเท่าไรแต่น่าหมั่นใส้มากกว่า
“ไม่เหมือนหรอก ผมหล่อกว่าเยอะ”
“อืม ก็จริง”
แกพยักหน้า แต่ยังคงยิ้มอยู่สงสัยวันนี้อารมดี ผมชอบที่ท่านรองยิ้มมากกว่าทำหน้าดุนะ
แล้วแกก็วางป้ายชื่อไว้ที่เดิมแล้วเดินเข้าห้องผู้จัดการไป
“เฮ้ย ไอ้น้องมีน ท่านรองแกยิ้มเหรอ”
พี่ต้นทีมสรรหาแกหันถามผมพี่เห็นได้ไงหรือแอบเสือกอยู่
“ครับ ไมอ่ะพี่ แปลกเหรอ”
“แปลกสิคะ พี่ยังไม่เคยเห็นเลย”
พี่น้ำฝนแกทำหน้าแปลกใจมาก เกินไปม้างคนเรามันก็ต้องยิ้มบ้างแหละ ผมก็เคยเห็นหลายครั้งแล้วนะ
“เหรอพี่ แต่ผมก็เห็นหลายครั้งแล้วนะ”
ตอนไปช่วยงาน ตอนไปกินข้าวก็เห็น
“มีบุญนะเอ็งอ่ะขนาดพี่ยังไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆเลย”
อืม Sup รู้จักท่านรองมาก่อนก็คงเคยเห็นบ้าง
ผมทำงานต่อดีกว่าเดี๋ยวไม่เสร็จ วันเสาร์นี้แล้วที่ต้องใช้งานป้ายชื่อ สองเสาร์เลยนะต้องเข้าโรงงานั้แ่ตี 5กรุ๊ปแรกเสาร์นี้ ส่วนกรุ๊ปที่ 2เสาร์ถัดไป คงต้องมากับไอ้บาสเพราะมันมีรถยนต์แล้วผมต้องตื่นกี่โมงวะเนี่ย แค่คิดก็ไม่อยากตื่นแล้ว
“ไอ้น้องหมอกพรุ่งนี้เข้ามาช่วยทีมขนของที่ออฟฟิศก่อนแล้วค่อยไปพร้อมกรุ๊ปใหญ่รถออก 7 โมงนะ”
“ได้ครับ Sup”
ผมต้องช่วยขนของใส่รถก่อนแล้วค่อยไปพร้อมคนอื่นๆ เพราะผม ไอ้บาส แล้วก็ส้มจี๊ดต้องแจกป้ายชื่อตอนลงรถ ซึ่งเป็งานที่ง่ายที่สุดแล้วครับ ส่วน Sup และคนอื่นๆต้องไปเตรียมสถานที่ก่อนแต่จริงๆแล้วพี่ๆทีมงานก็ไปเตรียมกันล่วงหน้ามาบ้างแล้วครับ
รถเป็รถบัสสองชั้น3 คันครับพอดีกับจำนวนเด็กฝึกงานที่แจกป้ายชื่อเลยเราใช้เวลานั่งรถไม่นานครับชั่วโมงกว่าๆก็ถึง ผมนี่นั่งเป็กระเป๋ารถเมลล์เลยคอยนั่งข้างหน้าเวลาลงรถก็จะได้รีบลงไปแจกป้ายชื่อทันที
หลังจากที่แจกป้ายชื่อเสร็จพวกผมก็ต้องรีบไปเป็ผู้ช่วยประจำที่ฐานเล่นเกม
“มึงได้อยู่ฐานไหนวะ”
ไอ้บาสมันถามผม
“ฐานจับคู่เหยียบลูกโป่ง แล้วมึงอ่ะ”
เป็เกมเลเวลเด็กน้อยจริงๆครับไม่คิดว่าวัยทำงานจะเล่นอะไรแบบนี้เลย แต่คงจะได้ปลดปล่อยความเครียดกันบ้างแหล่ะครับผมว่า
“เกมตักน้ำใส่ถัง”
“แล้วส้มจี๊ดอ่ะครับ”
พูดเพราะหน่อยครับกับสาวๆเนี่ยไม่ได้เลยไอ้บาสมันทำหน้าหมั่นใส้ผมอีกแล้ว
“เราอยู่ฐานรองเท้าสามัคคีแค่เห็นก็สนุกแล้วอ่ะ”
ส้มจี๊ดคนสวยยิ้มนหน้าบานวันนี้เธอแต่งหน้าด้วยครับ เพราะปกติฝึกงานไม่ค่อยได้แต่ง เลยทำให้ดูสวยเข้าไปใหญ่
“น้ำลายยืดแล้วมึง เช็ดหน่อย”
แหม แซะกูจังเลยนะ กูไม่ใช่น้องปั๊กนะ
“ป้ายชื่อมึงโคตรเจ๋งอ่ะ”
“อืม น่ารัก ใครทำให้เหรอ”
จ้าส้มจี๊ดผมน่ารักเหมือนหมาจ๊ะ
“Sup ดิ ปริ๊นรูปหมาเต็มแผ่นเลยเราไม่รู้จะเขียนชื่อตรงไหนเลย”
“ไม่ต้องเขียนหรอก แบบนี้น่ารักดีออก อิอิ”
ส้มจี๊ดเธอยิ้มได้น่ารักมากครับเอาใจผมไปเลย
มาพูดถึงเกมดีกว่าครับ เกมเราแบ่งเห็น 5 ฐานครับ
ฐานแรกเล่นในห้องสัมมนาฐานเก้าอี้ดนตรีครับ หลายๆคนรู้กติกาแล้ว อันนี้ไม่ค่อยพิศดารเท่าไร
ฐานที่ 2 ย้ายออกมานอกห้องเป็เกมตักน้ำใส่ถัง แต่อุปกรณ์ที่ตักนี้สิ ช้อนไอติมครับเป็พลาสติกสีๆอันเล็กๆนี่แหละ แล้วถังก็มีรู ตักไปชาตินี้คงเต็มหรอกครับฐานนี้ไอ้บาสอยู่กับพี่น้ำฝนครับ
ฐานที่ 3 รองเท้าสามัคคีที่ส้มจี๊ดเป็ผู้ช่วยพี่ต้น รองเท้าั์ที่ต้องมีคนใส่ 6 คน แล้วพากันเดินไปให้ถึงเส้นชัย ถ้าไม่หกล้มปากแตกก่อนอ่ะนะ
ฐานที่ 4 ฐานตามล่าหาสมบัติ ทุกคนต้องใช้เชือกมัดข้อมือกันเป็วงกลม กลุ่มละสิบกว่าคนแล้วไปเดินหาสมบัติ คงเดินได้ง่ายๆหรอกนะ กว่าจะหาครบไม่รู้สภาพจะออกมาแบบไหนนะครับ
ฐานสุดท้ายที่ผมเป็ผู้ช่วยSup ฐานจับคู่เหยียบลูกโป่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าต้องจับคู่แข่งกันเหยียบลูกโป่ง แต่เป็ลูกโป่งที่ใส่น้ำด้วยนะแต่จริงๆก็ไม่ใช่แค่เหยียบผมแอบเพิ่มกติกาให้เอาลูกโป่งมัดที่มือข้างละลูกด้วยครับทำยังไงก็ได้ให้แตกหมดทั้ง 4 ลูก ใครแพ้ โดนปะแป้งอันนี้เป็ความสะใจส่วนตัวครับ
เราจะสลับวนเล่นกันไปครับเพราะมีหลายทีม แต่ก็อาจจะมีคนตัวเปียกไปนั่งเล่นฐานเก้าอี้ดนตรีก็ได้ใครจะรู้
“ไอ้น้องหมอกเอ็งนี่ช่างคิดนะให้เอาลูกโป่งมัดที่มือด้วย”
“ครับ ถ้าแค่เหยียบมันก็ไม่เปียกไง Sup งานนี้มันต้องมีคนเปียกนะครับ”
“…”
ลูกโป่งที่มือเหยียบไม่ได้ก็ต้องบีบอ่ะครับ แล้วใครมันจะยอมง่ายๆ ต้องมีหลบหลีกกันบ้าง ทีนี่แหละครับ ต้องบีบใส่หัวกันบ้างแหละวะฮ่าๆ แค่คิดก็ขำแล้วครับ
Sup หน้าเหวอเลยครับแหมเห็นผมแบบนี้ ไอ้เื่ไม่เป็เื่น่ะผมเป็เื่ที่สุดแล้วครับ งงมั้ยครับผมยังไม่งงเลย
แต่ละฐานผ่านไปด้วยดีไม่มีใครหกล้มหน้าแหกกันเลย เสียดายจริงๆ แต่มีคนหน้าขาวโพลนเยอะครับแป้งผมเกือบหมดกระป๋องเลย
“เอ็งก็ไปปะแป้งพี่ๆเขาซะขาวโพลนขนาดนั้น”
ไอ้บาสมันชื่นชมผมหลังจบกิจกรรมแล้วมานั่งกินข้าวกัน
“เพื่อนเอ็งนี่เหมือนเก็บกดนะ”
Sup กว่าว่าไป ผมแค่เคยโดนมาแบบไหนก็เอามาเล่นมั่งก็เท่านั้นเอง
“ครับ ตอนรับน้องมันก็เล่นแบบนี้แหละครับน้องๆเห็นหน้ามันนี่สยองกันทุกคน”
“เหรอคะ เห็นน่ารักๆ หมอกไม่น่าโหดเลยนะ”
“มันแค่จิ๊บๆครับส้มจี๊ด เราไม่ได้โหดเลยออกจะใจดี”
และที่สำคัญผมไม่ได้น่ารักครับผมหล่อมากครับ
“มึงทำหน้าโรคจิตมากอ่ะ”
บ๊ะไอ้บาสเดี๋ยวกูโบกเลย
“เออๆ ขอบใจพวกเอ็งมากนะ ปีนี้สนุกมากเลยอาทิตย์หน้าขอแรงอีกรอบแล้วกัน”
“ได้ครับ/ค่ะ”
Outing หรือเรียกเพราะๆว่าสัมมนาแต่จริงๆแล้วมันก็คือการมาเที่ยวพักผ่อนนั่นเองเพราะตอนนี้ผมก็ได้มานั่งเรือชมวิวครับ จริงๆบ้านผมก็ไม่ได้ไกลจากที่นี่มากแต่ไม่มีโอกาสได้มา การฝึกงานนอกจากจะได้เรียนรู้งานในโรงงานแล้วยังได้ออกมาหาประสบการณ์ข้างนอกอีกครับ
“เอ้า วันนี้ขอบคุณทุกคนมากครับพักผ่อนให้มากๆ เพราะพรุ่งนี้เราต้องลุยงานต่อ เดี๋ยวหยิบข้าวกล่องไปด้วยครับคนละกล่อง มายด์ช่วยดูด้วยครับ”
“ได้พี่ ขอบคุณค่ะ”
ผู้จัดการแผนกบุคคลพี่วีระ หัวหน้าตัวอ้วนใส่แว่นใจดี กล่าวขอบคุณทีมงานหลังจบงาน Outing กรุ๊ปที่ 1 ยังไม่ลืมสั่งข้าวมาเลี้ยงทีมงานก่อนกลับบ้านอีกด้วย
“ขอบคุณน้องๆฝึกงานด้วยนะช่วยพี่ๆได้เยอะเลย”
แกหันมาพูดกับพวกผม 3 คน หากมีโอกาส ผมอยากทำงานกับหัวหน้าแบบพี่เขาครับ
“ไม่เป็ไรครับ/ค่ะ”
หลังจากรับข้าวกล่องพวกผมก็ลากันกลับ ไอ้บาสแวะส่งส้มจี๊ดที่บ้านก่อน ผมเพิ่งเคยเห็นบ้านเธอนะแต่ก็เป็บ้านจัดสรรธรรมดานี่แหละ พ่อกับแม่เธอเป็ข้าราชการ
“ขอบคุณที่มาส่งนะ”
“อืม”
ไอ้บาสยังคงคอนเซ็ปพูดน้อยกับสาวๆ ทีกะกูแทบจะพ่นไฟใส่
“มึงก็พูดกับเขาดีๆไม่ได้รึไง”
“พูดดีแล้ว”
เหรอ แบบนี้ดีเหรอ อืม คำเดียว
“เออ เื่ของมึงเถอะ”
“…”
หืม มันเงียบครับ ไม่ยอกย้อนเหมือนเดิม
“มึงเป็อะไรปะเนี่ย”
“เปล่า เข้าห้องมึงไป กูเหนื่อยจะแย่ี้เีเถียง”
“อ่อ เออๆ บาย”
แล้วก็แยกย้ายเข้าห้องใครห้องมันผมก็เหนื่อยนะ แต่ก็สนุกดี เหอะๆ ยังเหลืออาทิตย์หน้าอีกกรุ๊ปนึงเป็กรุ๊ปของท่านรองซะด้วย ได้ยินว่าท่านรองไม่ค่อยร่วมกิจกรรมผมต้องหาวิธีให้ท่านรองมาร่วมให้ได้ หึๆ
อาทิตย์นี้การฝึกงานของผมผ่านไปอย่างรวดเร็วส่วนมากเป็การเตรียมงาน Outing กรุ๊ปที่ 2 ซะส่วนมากต้องเตรียมอุปกรณ์ใหม่เกือบหมด ั้แ่ ป้ายชื่อ แป้ง อันนี้ขาดไม่ได้ผมขอ Sup ให้ซื้อกระป๋องใหญ่กว่าเดิม เพราะคราวที่แล้วเกือบไม่พอ ผมจะต้องได้ปะแป้งหน้าท่านรองให้ได้แล้วก็ทำอุปกรณ์เล่นเกมต่างๆเพิ่มครับ
“พรุ่งนี้เหมือนเดิมนะคะ เจอกันตี 5 ช่วยกันขนของขึ้นรถ แล้วค่อยแยกย้ายกัน”
Sup แจ้งทีมงานเื่การเตรียมความพร้อมพรุ่งนี้ครับผม ไอ้บาสและส้มจี๊ดก็ต้องไปประจำที่รถบัสเหมือนเดิม เพื่อรอแจกป้ายชื่ออดทนไว้พรุ่งนี้อีกวันเดียวที่ต้องตื่นตีสี่
“น้องหมอกเดี๋ยวช่วยยกกล่องนี้ไปใส่รถหน่อยค่ะแล้วก็ไปรอประจำที่รถบัสได้เลยนะ”
พี่น้ำฝน ชี้กล่องที่บรรจุลูกโป่ง อุปกรณ์เป่าลมแล้วก็กระป๋องแป้งแคร์สีฟ้าที่ผมชอบ
“ได้พี่ งั้นผมไปนะครับ”
ผมยกกล่องไปที่รถหลังจากนั้นก็ไปรอที่รถบัส เกือบ 7โมงแล้วเดี๋ยวรถก็คงจะออกผมเดินขึ้นไปบนรถนั่งประจำที่ครับ ที่เดิมนั่งเป็กระเป๋ารถเมลล์นี่แหละแต่ที่ด้านหลังก็เกือบเต็มแล้วนะ
“ที่ว่างรึเปล่า”
พอเงยหน้าไปมองก็เห็นท่ารองมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ
“…”
ผมหันซ้ายหันขวาก็ยังพอมีที่นั่งเหลือนี่หว่า ทำไม่ท่านไม่ไปนั่งหล่ะครับ
“ผมนั่งได้รึเปล่า”
อืมเสียงเริ่มแข็งขึ้นเล็กน้อย
“เชิญครับท่านรอง”
ผมปฏิเสธท่านได้เหรออยากนั่งก็เชิญเลยครับ วันนี้ท่านรองมาในชุดเสื้อยืดสีดำคลุมทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงสามส่วน คิดว่าไปทะเลหรือไงครับ แต่ออร่าแรงมากครับ วิ้งๆเลย คนอะไรแค่ใส่ชุดไปทะเลยังดูเท่ขนาดนี้
“เป็อะไรรึเปล่าดูหน้าซีดๆ”
ท่านรองแกถามผม แถมมีเอามือมาอังหน้าผากวัดไข้ผมใหมด จะหลบก็ไม่ได้ติดหน้าต่างรถอีก
“ป..เปล่าครับผมแค่ง่วง”
“อืม ตัวไม่ร้อน”
รู้สึกใจสั่นแปลกๆหรือว่าอดนอนหว่า
“…”
นั่งไปซักพักไม่มีอะไรทำ
“ท่านรองกินขนมมั้ยครับ”
ผมยื่นขนมปังร้านสะดวกซื้อให้แกอันนึงผมซื้อมาก่อนมาถึงโรงงานเอาไว้เป็สะเบียง นั่งรถชั่วโมงกว่าต้องมีหิวกันบ้างแหละ
“ไม่เป็ไร คุณกินเถอะ”
ผมก็เลยแกะกินไปดูดนมกล่องดังจ๊วบๆ แกหันมามอง คงจะรำคาญ ผมกินไม่นานหรอกน่า
‘ห๊าว’
อ้าวดันมาหาวซะอีก
“นอนก่อนมั้ยเดี๋ยวไกล้ถึงแล้วผมปลุก”
มาแนวไหนล่ะท่าน ใจดีแปลกๆนะ
ผมพยักหน้า ง่วงจริงๆแหละหลับซักงีบดีกว่า
‘Zzzzz’
ปั๊กน้อย หลับไปแล้ว ผมค่อยๆเอื้อมมือไปผลักหัวทุยของเ้าตัวมาซบที่ไหล่ของผม กลัวหัวจะไปโขลกกับหน้าต่างรถ
เวลาหลับก็ดูไม่มีวี่แววกวนประสาทจมูกรั้นๆ คงดื้อน่าดู ขนตายาวจนแทบจะเอาไม้ขีดไปวางได้เลย ถึงหน้าจะซีดแต่ปากก็ยังแดงเหมือนปกติ คงง่วงน่าดู เห็นมายด์บอกว่า เด็กฝึกงานต้องมาโรงงานั้แ่ตีห้าเพื่อมาช่วยขนของคงนอนไม่พอ
ผมกับมายด์เป็ญาติกันพ่อผมเป็ลุงของมายด์ ดูเหมือนผมไม่สนิทกันใช่มั้ยล่ะผมแค่แยกแยะเวลางานกับเื่ส่วนตัวต่างหาก คนที่รู้ว่าเราเป็ญาติกันก็ไม่กี่คนหรอกเวลาผมทำงานต้องคีพลุค เพราะลูกน้องผมส่วนใหญ่อายุมากกว่าผมหลายคน ตอนมาเป็ Sup ใหม่ๆ ลูกน้องไม่ค่อยเคารพ เพราะอายุน้อยกว่า คีพจนกลายเป็นิสัยไปแล้วเดินไปทางไหนก็มีแต่คนหลบ เห็นผมเป็สัตว์ประหลาดกันรึไง
“นี่คุณ ตื่นได้แล้ว”
ผมตบแก้มขาวเบาๆเรียกให้เ้าปั๊กน้อยตื่นเมื่อใกล้ถึงที่หมาย
“อืม…อีกแป๊บนึง”
‘แปะๆ’
“ตื่นเร็ว น้ำลายคุณไหลมาโดนเสื้อผมหมดแล้ว”
“ห๊ะ…”
“ตื่น น้ำลายคุณไหลเต็มเสื้อผมแล้ว”
“โอ้ย ตบจังหน้าผมยุบรึเปล่าเนี่ย”
ลองคลำหน้าตัวเองดูจริงๆแล้วแอบลูบๆดูว่าน้ำลายไหลจริงรึเปล่าหรอก อายครับ
“ผมไม่ได้ตบแรงขนาดนั้น”
“เหอะ น้ำลายผมไม่ไหลซักหน่อย”
“แล้วเมื่อกี๊ผมเห็นคุณเอามือเช็ดหน้าทำไม”
“ไม่ใช่ซักหน่อยผมกลัวท่านรองตบหน้ายุบต่างหาก”
“กวนประสาทไม่เลิกนะต้องไปแจกป้ายชื่อไม่ใช่เหรอ”
“เออ จริงด้วยครับ ผมไปก่อนนะ อ๊ะส่วนอันนี้ของท่ารองครับ”
“…”
ผมแปะรูปไซบีเรียนหน้าหล่อที่ป้ายชื่อท่านรองแล้วก็เขียนคำว่าท่านรองให้ไปด้วย คนอื่นๆจะได้เรียกถูก
“ชอบมั้ยครับ”
“ผมล่ะอยากจะตีก้นคุณจริงๆ”
ว้ายๆ ตีก้น ผมไม่ใช่เด็ก ป.3 นะครับท่านรอง
แล้วผมก็ยิ้มทะเล้นไปให้ก่อนจะรีบลงไปแจกป้ายชื่อที่ด้านล่างรถ
ผมเห็นท่านรองแอบยิ้มด้วยนะ
“อารมณ์ดีอะไรวะ ยิ้มหน้าบานมาเชียว”
ไอ้พล มันเห็นผมแอบยิ้ม ก็เดินเข้ามาแซวมันเอารถมาเองครับ ส่วนผมต้องนั่งรถบัส เพราะเอารถเข้าอู่
“ดูสิ”
ผมยื่นป้ายชื่อที่เ้าปั๊กน้อยแสนรู้ทำมาให้
“ฮ่าๆ ต้องเป็ฝีมือไอ้น้องหมอกแน่ๆไม่มีใครกล้ากว่ามันแล้ว”
“กวนประสาท…แต่น่ารัก”
“เฮ้ย แกชมน้องมัน หรือว่า…”
“เฮ้ย ยังหรอกน่า”
“ว้าวๆ ท่านรองกำลังจะความความรัก”
“หุบปากไปเลย”
แล้วผมก็หุบยิ้มไม่ลงเลยไม่ได้ยิ้มกว้างขนาดนี้มากี่ปีแล้วนะ