ห้องพักส่วนตัวของอาจารย์หมวย
“…” เมื่อเดินมาถึงห้องนัดพบที่แยกออกจากส่วนกลาง ฉันไม่เห็นวี่แววใครและไม่ได้ยินเสียงอะไรจากข้างใน ราวกับว่าไม่มีคนอยู่ ฉันลองเรียกไปหนึ่งครั้ง แต่เมื่อไม่ได้รับคำตอบจึงถือวิสาสะเปิดประตูเดินเข้าไป
อาจารย์หมวยเป็อาจารย์พิเศษที่ถูกว่าจ้างให้มาสอนพวกเราในระยะเวลาสั้น ๆ ด้วยตำแหน่งระดับสูงและชื่อเสียงที่มี ทำให้การให้มาสอนแบบถาวรแทบจะเป็ไปไม่ได้
นักศึกษาหลายคนชอบอาจารย์แกนะ เพราะวิชาที่สอนเข้าใจง่ายและมีมุมมองใหม่ ๆ แต่เื่การนัดหมายตรงเวลานั้น...คงต้องว่ากันอีกที
"ลืมไปแล้วหรือไงว่าเรียกเด็กมาพบ" ฉันบ่นพึมพำขณะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง บรรยากาศดูเหมือนจะเงียบสงัด อาจารย์อาจเผลอลืมแล้วกลับบ้านไปแล้วหรือเปล่านะ?
"เอาเถอะ รอสักแป๊บแล้วกัน" ฉันเดินไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ยาวข้างหน้าต่าง ซึ่งติดตั้งกรงเหล็กแ่า พอหมุนบานเกล็ดให้เปิดรับลมด้านนอกก็พบว่ามันหนาวกว่าที่คิด
ลมเย็นพัดเข้ามาจนทำเอาฉันสะท้านเบา ๆ ห้องพักของอาจารย์อยู่ในมุมที่ค่อนข้างห่างไกลผู้คน
เคยได้ยินมาว่าอาจารย์ไม่ชอบเสียงดังเพราะมันรบกวนสมาธิ แถมอากาศที่นี่เย็นกว่าที่อื่นด้วย ฉันนั่งได้ไม่ถึงนาทีก็หนาวจนปากเริ่มสั่นแล้ว
ปัง!
เสียงประตูปิดดังสนั่นจนฉันสะดุ้งเฮือก ฉันมองไปที่ประตูไม้เก่า ๆ อย่างใ มันเหมือนประตูถูกปิดพับเข้ามาเอง และไม่ทันไร เสียงกุกกักของโซ่ก็ดังขึ้นเบา ๆ
"เดี๋ยวค่ะ! อย่าพึ่งล็อก! มีคนอยู่ข้างในค่ะ!" ฉันรีบทุบประตูไม้พร้ะโกนบอกคนด้านนอกที่คิดว่าน่าจะเป็ยาม แต่เสียงหัวเราะคิกคักของผู้หญิงที่แว่วมาทำให้รู้ทันทีว่าโดนแกล้ง
"ให้ตายสิ! มาหาเื่กันอะไรตอนนี้เนี่ย" ฉันสบถอย่างหัวเสีย พลางหยิบมือถือขึ้นมา แต่ก็ดันเห็นสัญญาณเตือนแบตเตอรี่ใกล้หมดแทน ก่อนที่หน้าจอจะดับวูบไปทันที
ให้ตายเถอะ!
ก่อนหน้านี้นั่งตอบข้อความลูกค้าจนมือหงิก เห็นอยู่แล้วว่าแบตจะหมด แต่คิดว่าเดี๋ยวกลับห้องค่อยชาร์จ แถมเพาเวอร์แบงค์ก็ดันใช้ไปหมดแล้วอีก แบบนี้จะทำยังไงดีเนี่ย!
"มีใครได้ยินไหมคะ! มีคนติดอยู่ในนี้ค่ะ!" ฉันเริ่มะโเรียกให้คนช่วย แต่แสงจากภายนอกที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างก็เริ่มริบหรี่ลงทุกที
"อย่าทำแบบนี้สิ! ไฟบ้านี่!" ฉันเผลอะโออกไปอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดและเริ่มกังวล เพราะไฟเก่า ๆ ในห้องกะพริบถี่ ๆ ราวกับพร้อมจะดับเมื่อไรก็ได้ ถ้าไฟดับใน่ที่ข้างนอกมืดสนิท ฉันได้เป็บ้าจริง ๆ แน่
"ช่วยด้วยค่ะ มีคนติดอยู่ในนี้! มีใครได้ยินไหมคะ!" ความพยายามของฉันยังคงดำเนินต่อไป หากจะแกล้งกันทำไมต้องเป็วิธีนี้ด้วยวะ ถ้าปาของใส่ยังน่าจะดีกว่าขังกันซะอีก
"ทางออกอื่นล่ะ" ฉันพึมพำกับตัวเอง พลางเดินไปทางหน้าต่างเล็ก ๆ ที่มีกรงเหล็กแ่าปิดไว้อีกชั้น ไม่สามารถปีนออกไปได้แน่ ๆ เพราะนอกจากกรงเหล็กจะขวางอยู่ กระจกยังเป็แบบบานเกล็ดหมุนอีก
"มีใครได้ยินไหม! มีคนติดอยู่ในนี้ค่ะ!" ฉันลองหมุนบานเกล็ดลงแล้วะโออกไปอีกครั้ง แต่ก็เหมือนไม่มีใครผ่านมาเลย ดูเหมือนว่านี่จะเป็เวลาที่คนกลับบ้านกันหมดแล้ว คงไม่มีใครเดินผ่านมาที่ห้องพักอาจารย์ที่อยู่ในมุมอับแบบนี้อีก
"ไม่เป็ไร...ไม่เป็ไรนะ" ฉันทรุดลงบนพื้นห้องหลังพิงประตูไม้เก่า จับเข่าขึ้นมากอดแน่น พยายามสะกดจิตตัวเองไม่ให้นึกถึงอดีตที่ตามมาหลอกหลอนในความมืดนี้
ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน
ในวัยเพียงสิบขวบ เนญ่าเป็ลูกบุญธรรมของตระกูลวงศ์วริศธารา ได้รับการอุปการะั้แ่หกขวบ แต่ตัวตนของเธอถูกปกปิดไว้ตลอด เพราะประมุขใหญ่เห็นว่าเธออ่อนโยนและขาดความเด็ดขาด
เธอต่างจากพี่ชาย ใจดีและขี้สงสารเกินไป ไม่เคยมองใครเป็ศัตรู หากใครล่วงรู้ว่าเธอคือใคร สุดท้ายอาจกลายเป็จุดอ่อนให้คนอื่นใช้ประโยชน์ได้ง่าย ๆ
แต่ความลับไม่มีในโลก...เมื่อมีหนอนบ่อนไส้แฝงตัวเข้ามาในตระกูล และคิดใช้เนญ่าเป็เหยื่อล่อ ชายคนนั้นใช้ความเหงาและความน้อยใจของเด็กสาวที่ถูกบังคับให้อยู่แต่ในบ้านมาเล่นงาน โดยให้เธอได้พบเพื่อนใหม่เป็ครั้งแรก
เพื่อนคนแรกและคนเดียว ทำให้เนญ่าที่เป็เพียงเด็กสิบขวบมีความสุขอย่างที่ไม่เคยัั เธอไม่ทันสังเกตถึงเื้ัของเด็กชายที่เล่นด้วยกันตามประสาเด็ก ทว่า...ละครฉากนี้ก็พังทลายเมื่อความจริงถูกเปิดเผย
พี่ชายที่สังเกตพฤติกรรมแปลก ๆ ของเนญ่ามาตลอดรีบรายงานประมุขใหญ่ และส่งคนเข้าจัดการกับคนทรยศ ในสายตาของตระกูลที่มองว่าเนญ่าเป็จุดอ่อนมาตลอด เธอก็ถูกลงโทษอย่างไม่ไว้หน้า
คิงสั่งให้คนของตัวเองขังลูกสาวแสนบอบบางไว้ในห้องทรมานที่เอาไว้ใช้กับพวกคนทรยศ ภายในห้องไม่มีหน้าต่างให้แสงส่องผ่านมีแต่กลิ่นอับและความชื้น
และเมื่ออยู่นานเข้าจากความชื้นก็เปลี่ยนมาเป็เหน็บหนาวจนปากสั่น เธอกรีดร้องเมื่อประตูที่แสงส่องผ่านเข้ามาถูกปิดตายลงต่อหน้า
มือเล็กเอาแต่ทุบไม่หยุดเป็ชั่วโมงโดยที่ไม่มีใครได้ยิน ก่อนจะวูบไปเพราะรับไม่ได้กับเหตุการณ์กระทันหันพวกนี้
ทว่าตื่นมาความมืดก็ยังอยู่เหมือนเดิม สิ่งเดียวที่ทำได้คือการนั่งกัดเล็บอย่างคนไร้สติ ลำคอเธอแหบแห้งจนไม่สามารถะโเหมือนอย่างเดิมได้
เด็กสาวไม่รู้ว่าถูกขังนานเท่าไหร่ รู้แค่ว่ามันนานมาก...มากพอที่เกือบจะทำให้สติแตกหากไม่ได้ยินเสียงคนเปิดประตูเสียก่อน
ปัจจุบัน
"นะ...หนึ่ง...สะ...สอง..." ฉันนั่งโยกตัวพิงประตู ย้ำกับตัวเองซ้ำ ๆ พยายามดึงตัวเองออกจากอดีตที่ตามหลอกหลอน
จังหวะนับเลขและโยกตัวไม่ได้ช่วยให้ใจสงบลงเลย ความมืดค่อย ๆ คลืบคลานเข้ามาแทนที่ แสงจากไฟดวงเดียวในห้องยังคงส่องอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่มันจะดับลง เพราะถ้าแสงนั้นหายไป...สติก็คงหลุดไปด้วย
“โอ้ย!” ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บที่นิ้ว ดันเผลอตัวกัดเล็บโดนเนื้อเข้า แต่ยังดีที่ไม่มีเืออก
"มีใครได้ยินไหม!" ฉันะโอีกครั้งแม้ตอนนี้มันจะเริ่มมืดลงทุกที ความพยายามที่จะหนีออกจากวังวนเดิม ๆ ก็ยังไม่หมด ฉันพยายามใช้นิ้วแงะไปตามร่องไม้ผุของประตู แต่เพราะร่องมันเล็กเกินไปเลยไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น
"เซฟพลังงานไว้หน่อย ยัยเน!" ฉันปาดน้ำตาออกจากหน้า สูดลมหายใจลึกเรียกสติตัวเองกลับมา พยายามพูดปลอบตัวเองให้มีแรงสู้ต่อ แม้ว่าความมืดที่หนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จะเริ่มบั่นทอนกำลังใจและสติทุกวินาที
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
นิยาย Set 'AREA' มีทั้งหมด 4 เื่ได้แก่...
เื่ที่ 1 เขตลงทัณฑ์ของนายทารัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 2 เขตลงทัณฑ์ของนายไนซัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 3 เขตลงทัณฑ์ของนายคลิโอ [รายตอนยังไม่จบค่ะ / EBOOK รอก่อนนะคะ] ✅
เื่ที่ 4 เขตลงทัณฑ์ของนายลาสเตอร์ [~ Coming Soon ~] ❌
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————