[Hello beauty!]
“เป็ฝรั่งเหรอคะ” หญิงสาวตอบกลับเ้าของน้ำเสียงทะเล้นทว่าเนื้อเสียงละมุนหู
[แหม ทักทายกันไม่ค่อยเป็มิตรเลยนะครับ]
“พูดดีๆ ก็ได้ค่ะ โทรหาบัวทำไมคะ” หญิงสาวหย่อนก้นลงนั่งบนเตียง ชูแขนขึ้นเหนือศีรษะยืดเส้นยืดสาย
“เ็าจัง พูดไม่ค่อยเป็มิตรแถมยังเพิ่งหักอกผมหมาดๆ ใจร้ายชะมัด” ปริณวัฒน์เอ่ยจากปลายสาย
กณิกนันท์ยิ้มมันเขี้ยวกับตัวเอง นึกเอ็นดูหนุ่มน้อยที่ตามจีบเธอต้อยๆ ั้แ่เรียนมหาวิทยาลัย ปริณวัฒน์เข้าเรียนชั้นปี 1 ส่วนเธอเป็รุ่นพี่ปี 4 ที่โดนหนุ่มเฟรชชี่หน้าใสตามจีบ
เขาเป็น้องชายของสามีลูกพี่ลูกน้องเธอ หมอปรินซ์สามีของยัยตอง
ชายหนุ่มผู้มีรูปเป็ทรัพย์ และฐานะร่ำรวย ซึ่ง 3 พี่น้อง ปริตถกร ปริณวัฒน์ และเปรมณกรณ์ เติบโตโดยมีแม่เป็หัวหน้าครอบครัวหลงจากสูญเสียพ่อ ชายหนุ่มหน้าตาดี ฉลาดล้ำ ทั้ง 3 คนต่างเติบโตตามแนวทางความชอบของตัวเอง
ลูกชายคนโตเป็นายแพทย์ ลูกชายคนกลางสานต่อธุรกิจครอบครัว ส่วนลูกชายคนเล็กกำลังเรียนชั้นปริญญาตรีปีสุดท้ายสาขาวิศวกรรมทางด้านยานยนตรกรรม
ตาเด็กเ้าชู้คนนี้ตามจีบเธอนับั้แ่ครั้งแรกที่พบกันในวันเกิดของใบตองลูกพี่ลูกน้องของเธอ เขามาพร้อมปริตถกรผู้เป็พี่ชาย แล้วได้เบอร์โทรเธอไปด้วยวิธีการใดเขาไม่ยอมบอกตลอดหลายปี แต่นับจากนั้นก็มักแวะเวียนมาขายขนมจีบเสมอ แม้ถูกปฏิเสธเสียงเข้มทุกครั้งไปก็ตามด้วยเหตุผลที่ว่า ‘บัวไม่กินเด็ก’
“ทำไมคุณจะแต่งงานแล้วล่ะ ผมไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่าคุณมีแฟน” เขาถามเสียงอ่อน
“คุณจะรู้ทุกเื่ของบัวได้ยังไงล่ะคะ ไม่ใช่เื่ของเด็ก”
[เด็กที่ไหนครับ ปีนี้ผมอายุ 27 แล้วนะ ใหญ่โตเกินวัยอีกต่างหาก]
กณิกนันท์หลุดขำ
“ทะลึ่ง ชอบพูดจาสองแง่สองง่าม”
[คุณก็กล่าวหาว่าผมทะลึ่งทั้งที่ยังไม่เคยพิสูจน์]
“ไม่น่ารักเลยนะคะ พูดเื่ใต้สะดือกับผู้หญิงที่กำลังจะแต่งงานเนี่ย”
หญิงสาวยิ้มขณะพูด เธอเอ็นดูชายหนุ่มรุ่นน้องมากกว่าจะคิดถือสากับความทะเล้นของเขา
คนกำลังใจจดจ่อกับคู่สนทนาไม่รู้ตัวสักนิดว่ามีสายตาอีกคู่กับมองอย่างสนใจ เธอไม่ได้ปิดม่าน ไม่ทันเห็นว่าภัทรกรยืนอยู่ตรงระเบียงที่เชื่อมต่อกันระหว่าง 2 ห้องนอน
เขาแค่เดินออกมารับลมเย็นๆ และบังเอิญหันมาเจอว่าที่ภรรยา คิดว่าจะทักทายแล้วชวนออกไปนั่งเล่นดูแสงดาวด้วยกันแต่พบว่าหญิงสาวติดสายจึงรอดูกะรอจนกว่าเธอจะวางสายแล้วค่อยเอ่ยชวน
ต่อมอยากรู้ของเขาทำงานทันที ยิ้มน่ารักเชียว กำลังคุยกับใคร
[ไม่แนะนำเ้าบ่าวให้รู้จักซักหน่อยเหรอครับ]
“ค่อยมารู้จักกันทีหลังก็ได้ค่ะ"
[รู้จักหลังแต่งผมก็ชิงตัวเ้าสาวไม่ทันการณ์น่ะสิ]
“กะจะชิงตัวบัวเลยเหรอ”
[ครับ ยอมทำหมดแหละ อุตส่าห์ตามจีบมาตั้งหลายปี]
กณิกนันท์หัวเราะจนตาหยีเล็ก
[ถ้าคุณแต่งงานแล้ว ผมก็ไม่มีสิทธิ์โทรหาคุณแล้วน่ะสิ คงอดได้ยินเสียงหัวเราะใสๆ แบบนี้แล้ว] ปริณวัฒน์เสียดาย เขาไม่ได้พูดเล่นแต่มันมาจากใจ จากความรู้สึกแท้จริง
“เรายังคุยกันได้เสมอค่ะ”
[สามีคุณจะไม่หึงเอาเหรอ]
นั่นสินะเธอลืมนึกถึงข้อนี้ไป
“โทรคุยได้ แต่ห้ามหยอดบัวไงคะ” หญิงสาาวแก้คำพูดใหม่
[ที่ผ่านมาคุณเข้าใจว่าผมแค่หยอดเท่านั้นเหรอ ว้า… เอาจริงๆ ผม ‘จีบ’ นะ]
หากเป็หญิงสาวคนอื่นคงอายม้วนกลิ้งเกลือกทั่วเตียงนอนไปแล้วเมื่อเจอคำพูดจาตรงไปตรงมาผ่าน้ำเสียไพเราะน่าฟังเช่นนี้
“ไม่คุยด้วยแล้วค่ะ นอนดีกว่า”
[ฝันดีครับคนสวย]
“ฝันดีเช่นกันค่ะ”
[ไม่ชมสักนิดเหรอครับว่าผมหล่อ] ปริณวัฒน์ยังไม่เลิกหยอด
“คุณคงฟังจนเบื่อแล้วล่ะ”
เธอรู้ว่าคนปลายสายกำลังหัวเราะพร้อมมีรอยยิ้มหวานตามฉบับชายหนุ่มเ้าเสน่ห์
ก๊อกๆๆ
กณิกนันท์หันมองตามเสียง เพิ่งรู้ตัวว่าภัทรกรยืนอยู่อีกฝั่งของผนังบ้านแบบกระจก
“คะ?” หญิงสาวเยี่ยมใบหน้าออกไป มือยังคงถือโทรศัพท์ไว้แต่วางสายจากปริณวัฒน์ไปแล้ว
“วางสายแล้วเหรอ ผมจะชวนออกมานั่งเล่นรับลม แล้วก็ดูดาวกัน” คนกำลังหวงไม่ออกอาการ แม้ไม่ต้องถามก็ค่อนข้างมั่นใจว่าคู่สนทนาของว่าที่ภรรยาเป็ใครสักคนที่มีเสน่ห์อย่างมากแน่ๆ ถึงทำให้เธอยิ้มจนเกือบเสียอาการขนาดนั้น
หญิงสาวก้าวข้ามธรณีประตู กระชับเสื้อคลุมไหมพรมถักเนื้อบางตัวยาว เดินออกไปนอกระเบียง เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
“เห็นแสงดาวจริงๆ ด้วยค่ะ” คนอยู่แต่ในเมืองเห็นเพียงพระจันทร์กับดวงดาวประจำเมืองออกอาการตื่นเต้นเมื่อเห็นความระยิบระยับบนท้องฟ้า
ภัทรกรยิ้ม เงยหน้าขึ้นมองตาม
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าขนาดอยู่แถบชายเมืองยังพอมองเห็นดาวเยอะขนาดนี้”
“ครับ ใช่ นี่ล่ะเหตุผลที่ผมซื้อบ้านหลังนี้”
เธอเหม่อมองคนใบหน้าหล่อเหลา ดูดีกระทั่งยามสวมเพียงเสื้อยืดคอกลมกับกางเกงทรงหลวมขายาวกรอมเท้า
เขายกมือเสยผมหน้าที่หล่นมาปรกดวงตาออกลวกๆ ครั้นเมื่อลดใบหน้าต่ำลงจึงเพิ่งรู้ตัวว่าคนดวงหน้าเล็กมองตัวเองอยู่เงียบๆ
“อย่ามองผมแบบนั้น” เขาขยับใกล้ ประชิดเรือนร่างบาง ยกหัวแม่โป้งมือเขี่ยแก้มเนียนเบาๆ
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ปัดป้อง หัวใจเต้นถี่รัว
“ผมหวั่นไหว” เขาบอกเหตุผลโดยไม่ต้องรอให้หญิงสาวเอ่ยปากถาม
กณิกนันท์กลืนน้ำลาย ยิ่งอยู่ใกล้เขาก็ยิ่งดูหล่อเหลาบาดใจ เรียวปากกระจับสวยทำให้เขินด้วยซ้ำไปเมื่อนึกถึงคืนวันดื่มด่ำเมื่อราวหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ...ตอนเธอตกลงปลงใจยอมร่วมเตียงกับเขา
ภัทรกรมองสำรวจใบหน้า เคลื่อนมือลงมาตรงลำคองามระหง ลูบไล้ด้านหลัง นวดคลึงเบาๆ ก่อนรั้งใบหน้าเรียวเข้าหา
...
.
สมมติว่าคนที่บอสพูดด้วยไม่ใช่บัวแต่เป็ตัวเราเองนั้น... >////<
.
.
โปรโมชั่นอีบุ๊กลดราคาที่ Mebmarket ยังมีน้า ^^
.
เปิดตัวพระเอกสายทะเล้นเื่ถัดไปของไรท์ค่า เป็เื่หลักของน้องชายหมอปริ้น "ปัณ ปริณธวัฒน์" นะคะ
โปรย...
“เลิกกันไม่ดีเหรอ”
“ไม่เคยคบกันเลยต่างหาก”
“แต่ที่พวกนาย…” ปรัศวินยั้งปาก นึกถึงฉากวาบหวิวที่เคยเห็นเมื่อหลายปีก่อน พี่ชายของเขาต้องทึ้งผมแน่หากรู้ว่าเขาติดใจภาพผมยุ่งเหยิงเล็กๆ ปนเซ็กซี่แม้ไม่โป๊หมดจดของนรารินจนเก็บมาฝัน
“หมายถึงนายกับเธอเป็… เซ็กส์เฟรนด์กัน แค่นั้น?” ปริศวินถามเสียงสูง ผู้หญิงที่ดูมีคุณค่า ไม่เปิดรับใครเข้ามาในชีวิตง่ายดายเช่นนรารินจะใช้ร่างกายเป็เพียงที่ปลดปล่อยระบายอารมณ์เพื่อใครสักคนโดยไม่ผูกมัดกันทางความรู้สึกอย่างนั้นหรือ
ชายหนุ่มสะดุดใจคำว่า ‘เซ็กส์เฟรนด์’ ไม่น่าเชื่อว่าตลอดเวลาหลายปีนั้นเขาวางนรารินอยู่ในสถานะนั้นจริงๆ เพื่อมาสำเหนียกในภายหลังว่าเธอมีค่ากว่าถ้อยคำนั้นมาก
“นายยังคิดถึงเธอหรือเปล่า” ปรัศวินเปลี่ยนคำถามใหม่
ปริณธวัฒน์นิ่วหน้า
“อะไรดลใจให้นายอยากเผือกเื่ของฉันขนาดนั้นวะ”
คนถูกถามทำหน้าไม่ยี่หระ
“แค่ถามดู”
“ถามเพื่อ?” เขาเริ่มไม่ไว้ใจน้องชายแท้ๆ จึงรีบออกตัวรัวเร็วจนลิ้นแทบพันกัน “ตอนนี้ต่อให้ฉันกับอิงไม่ได้ติดต่อกันแล้วแต่นายห้ามจีบเธอเด็ดขาด ฉันยอมรับความสัมพันธ์อีนุงตุงนังไม่ได้ เราเป็พี่น้องจะยุ่งเกี่ยวเกินเลยผู้หญิงคนเดียวกันมันเป็ไปไม่ได้ ไม่มีวันและไม่มีทาง!!”
“ฉันเคยชอบอิงนะ อาจจะก่อนเธอเจอนายด้วยซ้ำ” ปรัศวินสารภาพอย่างตรงไปตรงมา
ผู้เป็พี่ชายตาลุกวาว ประโยคถัดมาทำเอาเขาแทบนั่งเก้าอี้ไม่ติด
“ต่อให้เธอเคยมีอะไรกับนายนั่นมันก็แค่เื่ในอดีต ฉันสนปัจจุบันมากกว่า”
“หมายความว่าไงไอ้โปรด!” เขาชักหึงเืขึ้นหน้า สรรพนามเรียกผู้เป็น้องชายเริ่มไม่น่ารัก
คนเกิดทีหลังกระตุกยิ้มร้ายแฝงความเ้าเล่ห์ ไม่ยอมตอบคำถามอะไรอีกเลยแล้วกลับมาละเลียดมื้อเย็นต่อจนอิ่ม ทิ้งให้พี่ชายหงุดหงิดคิดมากจนมองตัวเองตาลุกเป็ไฟก็มิปราน